หน้าหลัก / แฟนตาซี / รักนี้ผีข่วยผลัก!! / ตอนที่ 2 คฤหาสน์อันลึกลับ

แชร์

ตอนที่ 2 คฤหาสน์อันลึกลับ

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-12 19:40:03

รถแท็กซี่ลักษณะค่อนข้างเก่าค่อย ๆ ชะลอความเร็วลงเมื่อเลี้ยวเข้าสู่ถนนส่วนบุคคลที่ทอดยาว สองข้างทางขนาบด้วยแนวกำแพงสูงทึบ มองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากยอดไม้สูงใหญ่ที่เอนไหวเล็กน้อยตามแรงลมยามเย็น

            บ่งบอกถึงอาณาเขตอันกว้างขวางและเป็นส่วนตัวของผู้เป็นเจ้าของ อัยยารู้สึกเหมือนกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่โลกอีกใบที่ตัดขาดจากความวุ่นวายของภายนอกโดยสิ้นเชิง

            ในที่สุดรถก็จอดลงหน้าประตูรั้วเหล็กดัดสีดำขนาดมหึมาลวดลายวิจิตรบรรจงแต่แฝงความแข็งกร้าวและน่าเกรงขาม ป้อมยามขนาดเล็กตั้งอยู่ด้านข้าง มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในชุดเครื่องแบบเรียบร้อยเดินออกมาซักถามคนขับ ก่อนจะกดเปิดประตูรั้วบานยักษ์ที่เคลื่อนตัวออกอย่างเชื่องช้า และเงียบเชียบผิดกับขนาดของมัน

            รถแท็กซี่เคลื่อนตัวต่อไปตามถนนลาดยางที่ทอดยาวเข้าไปด้านในผ่านสวนที่ตกแต่งอย่างประณีตงดงาม สระน้ำพุขนาดใหญ่และสนามหญ้าเขียวขจีที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี แต่ทุกอย่างกลับดูนิ่งสงัดและไร้ชีวิตชีวาอย่างน่าประหลาด จนกระทั่งคฤหาสน์หลังใหญ่ปรากฏสู่สายตา

            สถาปัตยกรรมแบบยุโรปคลาสสิกตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ตัวอาคารสีครีมอ่อนดูโอ่อ่าหรูหราแต่กลับให้ความรู้สึกเย็นชาและเข้าถึงยาก หน้าต่างกระจกบานสูงสะท้อนแสงสุดท้ายของวันเป็นประกายวูบวาบราวกับดวงตาที่จับจ้องผู้มาเยือน อัยยาสูดหายใจเข้าลึกพยายามข่มความรู้สึกประหวั่นที่เริ่มก่อตัวหนาแน่นขึ้นในอก

            เมื่อรถจอดสนิทที่หน้าบันไดทางเข้า หญิงสาวในชุดกระโปรงยาวสไตล์โบฮีเมียนสีหม่นก็ก้าวลงจากรถ กระเป๋าเดินทางใบเล็กถูกวางลงข้างตัว เธอเงยหน้ามองความยิ่งใหญ่ของคฤหาสน์รู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่กดทับลงมา

            ความเย็นเยียบที่สัมผัสได้ตั้งแต่ตอนคุยโทรศัพท์บัดนี้มันแผ่ซ่านรอบตัวเธอชัดเจนเสียจนเกือบจับต้องได้ ไม่ใช่ความเย็นจากสายลมแต่เป็นความเย็นที่มาจาก... บางสิ่งที่มองไม่เห็น

          พี่อัยย์ พี่คิดว่าที่นี่ดูน่ากลัวเกินไปไหมจ๊ะ เสียงเล็กใสของขนุนกุมารทองวัยสามขวบดังขึ้นจากทางด้านข้างของเธอ ยังไม่ทันที่อัยยาจะตอบประตูไม้สักบานใหญ่หนักอึ้งก็ถูกเปิดออกโดยหญิงวัยกลางคนในชุดแม่บ้านสีเข้ม

            ใบหน้าของหล่อนเรียบเฉย ดวงตาประเมินมองผู้มาเยือนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะผายมือเชิญเข้าไปด้านในโดยไม่เอ่ยคำใด อัยยาก้าวข้ามธรณีประตูเข้าสู่ห้องโถงกว้างใหญ่มโหฬาร พื้นหินอ่อนขัดมันสะท้อนเงาโคมระย้าประดับคริสตัลระยิบระยับบนเพดานสูงลิ่ว

            ผนังประดับด้วยภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ในกรอบสีทองหรูหรา เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นบ่งบอกถึงรสนิยมและฐานะแต่ทุกอย่างกลับถูกปกคลุมด้วยความเงียบงันและบรรยากาศที่หนักอึ้งจนน่าอึดอัด

            "เชิญทางนี้ค่ะ คุณวิชาญรออยู่" เสียงราบเรียบของแม่บ้านดังขึ้น ก่อนจะเดินนำไปยังห้องรับแขกขนาดใหญ่ที่อยู่ปีกหนึ่งของคฤหาสน์

            ภายในห้องนั้นชายในชุดสูทสีสุภาพคนเดียวกับที่เธอได้ยินเสียงทางโทรศัพท์ยืนรออยู่แล้ว เขาก็คือ วิชาญ วชิรนัย เลขานุการของตระกูล ชายหนุ่มมีท่าทางสุภาพนอบน้อมแต่ดวงตากลับฉายแววเหนื่อยล้าและมีความกังวลบางอย่างซ่อนอยู่

            "สวัสดีครับ คุณอัยยา" วิชาญกล่าวทักทายยื่นมือมาทางเธอตามมารยาทสากล

            อัยยายื่นมือออกไปสัมผัสตอบตามมารยาทอย่างนุ่มนวล ฝ่ามือของเลขาฯ หนุ่มเย็นชืดและมีเหงื่อซึมเล็กน้อย บ่งบอกถึงความเครียดที่เจ้าตัวพยายามเก็บงำไว้ภายใต้ท่าทีสุภาพนั้น

            "ยินดีที่ได้พบค่ะ คุณวิชาญ" เธอกล่าวตอบสบตาเขาอย่างตรงไปตรงมา พยายามอ่านความรู้สึกที่ซ่อนอยู่หลังแววตาอันเหนื่อยล้าคู่นั้น

          มือเย็นเหมือนผีจับเลยใช่ไหมพี่อัยย์ เสียงเล็ก ๆ ของขนุนกระซิบอยู่ข้างหู มีเพียงเธอเท่านั้นที่ได้ยิน อัยยาทำเพียงเม้มริมฝีปากเล็กน้อยไม่แสดงอาการอื่นใดออกมา

            วิชาญผละมือออกก่อนจะผายมือไปยังโซฟาบุหนังตัวเดิมที่เขาเพิ่งลุกขึ้นยืนตอนเห็นเธอเดินเข้ามา

            "เชิญนั่งก่อนครับคุณอัยยา จะรับเครื่องดื่มอะไรไหมครับ? ชา กาแฟ หรือว่าน้ำเปล่า"

            "ขอน้ำเปล่าก็พอค่ะ ขอบคุณค่ะ" อัยยาตอบขณะทรุดตัวลงนั่ง สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของเบาะที่นั่งก่อนจะกวาดตามองสำรวจไปรอบห้องอย่างระมัดระวัง สัมผัสพิเศษยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง ส่งสัญญาณเตือนถึงพลังงานบางอย่างที่ไม่ปกติ

            วิชาญกดปุ่มบนอินเตอร์คอมสั่งเครื่องดื่มให้เธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับหญิงสาว        เขาประสานมือไว้บนตักพ่นลมหายใจออกมาแผ่วเบาราวกับกำลังรวบรวมกำลัง

            "ผมต้องขออภัยอีกครั้งที่อาจจะดูกะทันหันตามคุณมา มากไปหน่อยนะครับ" เขาเริ่มกล่าว "อย่างที่ผมบอกให้คุณทราบทางโทรศัพท์ ท่านประธานอาวุโสหรือคุณท่านอัครเดช ท่านเพิ่งจากไปเมื่อคืนนี้... ทุกคนในบ้านยังอยู่ในอาการตกใจและเสียใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคุณผู้หญิงและลูก ๆ ของท่าน"

            "เข้าใจค่ะ เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง" อัยยาพยักหน้ารับอย่างเห็นใจ

            "สาเหตุการตายตามที่แพทย์ลงความเห็นคือหัวใจวายเฉียบพลัน... แต่..." วิชาญลังเลเล็กน้อย ก้มหน้ามองมือตัวเอง พลางกล่าวออกมาด้วยการกลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดหวั่น

            "บรรยากาศก่อนที่คุณท่านจะเสียมัน... มันค่อนข้างแปลกครับ มีเสียงเหมือนของตกแตกดังมาจากห้องของท่านก่อนจะเงียบไป พอคนไปดูก็พบว่าท่าน..." เขาชะงักไปไม่พูดต่อแต่แววตาฉายความรู้สึกบางอย่างที่มากกว่าความโศกเศร้าธรรมดา

            "ทางครอบครัวต้องการความสงบและเป็นส่วนตัวอย่างที่สุดในช่วงนี้ครับ และเราต้องการคนที่สามารถอยู่ดูแลคุณท่านได้อย่างเข้าใจ ให้เกียรติ และ... เอ่อ... ไม่ตื่นตระหนกกับเรื่องราวที่อาจจะดูไม่ปกติ" เขามองสบตาอัยยาอย่างตรงไปตรงมา

            "ผมพอทราบประวัติการทำงานของคุณอัยยามาพอสมควร  และเชื่อมั่นว่าคุณคือคนที่เหมาะสมที่สุด"

            คำพูดของวิชาญยิ่งตอกย้ำลางสังหรณ์ของอัยยา ดูเหมือนว่าการตายของคุณท่านอัครเดชจะมีอะไรมากกว่า        แค่หัวใจวายธรรมดาเสียแล้ว และคนในบ้านนี้ก็รับรู้ถึงความผิดปกตินั้น เพียงแต่ไม่สามารถอธิบายหรือพิสูจน์ได้

            "หน้าที่หลักของดิฉันคืออะไรบ้างคะ?" อัยยาถามเข้าประเด็นเพื่อทำความเข้าใจขอบเขตงาน

            "หลัก ๆ คือการพำนักอยู่ที่นี่ ดูแลความเรียบร้อยของร่างกายท่านประธาน จัดเตรียมเสื้อผ้า แต่งกายท่านให้เหมาะสม รวมถึงอยู่เป็นเพื่อนท่านในห้องที่จัดเตรียมไว้ โดยเฉพาะในเวลากลางคืนจนกว่าจะถึงวันเคลื่อนย้ายร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาครับ แน่นอนว่าเรามีห้องพักส่วนตัวที่สะดวกสบายให้คุณอัยยา และจะไม่มีใครรบกวนความเป็นส่วนตัวของคุณ" วิชาญอธิบายอย่างละเอียด

            "คุณอัยยา มีคำถามอะไรเพิ่มเติมไหมครับ?"

            อัยยาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเลขาฯ หนุ่ม ดวงตาของเธอดูสงบนิ่งแต่ก็แฝงความหมายบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง

            "ห้องที่คุณท่านเสียชีวิต... อยู่ที่ไหนหรือคะ?"

            คำถามของอัยยาดูเหมือนจะทำให้วิชาญชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าของเขาฉายแววลําบากใจพลางกลืนน้ำลาย           เอามือลูบท้ายทอยตัวเองเบา ๆ

            "เอ่อ... ห้องนั้นอยู่ปีกตะวันตกของคฤหาสน์ครับ ตอนนี้ทางตำรวจได้เข้ามาตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าทางครอบครัวของคุณท่านไม่ได้ให้ใครเข้าไปอีก เนื่องจากพวกคุณ ๆ ยังคงรู้สึกกระทบกระเทือนจิตใจอยู่ครับ" ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแฝงความเหนื่อยล้า

            "ดิฉันไม่ได้หมายความว่าจะเข้าไปรบกวนค่ะ" อัยยาตอบเสียงเรียบ ก่อนจะอธิบายออกมาเพิ่มเติม "เพียงแต่อยากทราบเพื่อทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมและเผื่อว่าห้องที่จัดเตรียมไว้ให้ดิฉัน หรือห้องที่คุณท่าน... เอ่อ... ร่างของคุณท่านจะถูกนำไปตั้งไว้อยู่ใกล้บริเวณนั้น จะได้ระมัดระวังตัวเป็นพิเศษค่ะ"

          พี่อัยย์ ตรงนั้นมันน่ากลัวแปลก ๆ นะ ขนุนไม่ชอบเลย เสียงขนุนกระซิบเข้ามาแผ่วเบาหลังจากหายไปครู่ใหญ่                ซึ่งน้ำเสียงของเด็กน้อยบ่งบอกถึงความไม่สบายใจอย่างชัดเจน

            หลังอัยยากล่าวจบวิชาญก็ถอนหายใจยาว ดูเหมือนจะเข้าใจเจตนาของอัยยาขึ้นมาทันที จึงได้อธิบายให้หญิงสาวผู้มาเยือนได้กระจ่าง

            "ห้องที่เกิดเหตุคือห้องนอนใหญ่ของคุณท่านครับ อยู่สุดทางเดินชั้นสามปีกตะวันตก ส่วนห้องที่คุณอัยยาจะพักผ่อนและรวมถึงห้องที่เราได้จัดเตรียมไว้สำหรับดูแลคุณท่านจะอยู่คนละปีกกันครับ คือปีกตะวันออก ทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณอัยยาเองด้วย บริเวณนั้นค่อนข้างเงียบสงบและห่างจากส่วนที่วุ่นวายครับ"

            เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่งเหมือนชั่งใจบางอย่าง ก่อนจะเสริมด้วยเสียงที่เบาลงจนเกือบจะเป็นกระซิบ

            "ผมหวังว่าคุณอัยยา จะอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายใจนะครับ"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   ตอนที่พิเศษที่ 3 (จบ) รักนี้ผีช่วยผลัก

    ย้อนกลับไปในคืนจู่โจมบนดาดฟ้าเรือยอชต์ปลายฟ้า "คิดว่าจะหนีไปง่าย ๆ เหรอ เมฆา!" รามิลตะโกนขึ้น "อย่างน้อย...มึงก็ต้องอยู่คุยกับกูก่อน!" เมฆาที่ยืนอยู่บนราวกันตกหันกลับมามองภาพความโกลาหลเบื้องหลัง...ไม่ว่าจะตำรวจที่กำลังคุมเชิง แสงไฟวับวาบจากเรือที่ล้อมอยู่ และเสียงคลื่นลมที่บ้าคลั่ง...เขารู้ดีว่าเกมของตัวเองจบลงแล้วและเขาก็ไม่คิดจะหลบหนีอย่างที่นายตำรวจหนุ่มเข้าใจ... ในขณะนั้นเมฆาได้ทอดสายตามองเลยผ่านทุกคนไป... ไปยังพื้นที่ว่างเปล่าข้างเสากระโดงเรือ...ที่ซึ่งมีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็น...ร่างโปร่งแสงของปลายฟ้า ม่านมุก พี่สาวสุดที่รักของเขากำลังยืนอยู่ตรงนั้น... ดวงตาของเธอไม่ได้มีความพึงพอใจในชัยชนะของเกมการแก้แค้น แต่กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความเหนื่อยล้าและความสงสาร...และเธอยังคงถูกจองจำอยู่ซึ่งมาจากบ่วงที่เธอไม่คิดจะปล่อย&

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   ตอนพิเศษที่ 2 ขยับความสัมพันธ์

    นับตั้งแต่วันที่อริสาฟื้นคืนสติราวปาฏิหาริย์...โลกที่เคยหม่นหมองของวาโยก็ค่อย ๆ ถูกเยียวยา ชายหนุ่มรู้สึกว่าความสุขของตนเองได้กลับคืนมาแล้วอย่างแท้จริงและดูเหมือนว่าจะมากขึ้นเมื่อมีใครอีกคนเข้ามาในชีวิต ภายในเย็นวันหนึ่ง กลางสวนสวยในบ้านของอัยยา...อริสาซึ่งตอนนี้อาการดีขึ้นมากจนสามารถออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว กำลังนั่งอยู่บนรถเข็นที่ระเบียงโดยมีณัฐฌาคอยเล่าข่าวสารต่าง ๆ ในสังคมให้ฟังอย่างสนุกสนาน ส่วนที่สนามหญ้าใต้ต้นไม้ใหญ่...วาโยและอัยยากำลังนั่งอยู่บนชิงช้าไม้ด้วยกันตามลำพัง วันนี้เป็นวันที่หญิงวัยกลางคนสั่งให้วาโยพาเธอมาเลี้ยงขอบคุณอัยยาอย่างเป็นทางการที่บ้านของหญิงสาวเอง บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองไม่ได้น่าอึดอัดเหมือนเช่นเคยอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกสบายใจ&

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   ตอนพิเศษที่ 1 ฟื้นคืนราวปาฏิหาริย์

    หลายสัปดาห์ผ่านไปหลังจากมรสุมลูกใหญ่พัดผ่าน...เรื่องราวของบ้านเบญจรงค์และโศกนาฏกรรมทั้งหมดก็ได้ถูกเปิดโปงสู่สังคม ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทุกวงการ และคดีความยังคงอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย แม้ว่าผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้องหลักจะไม่อยู่แล้วก็ตาม แต่สำหรับทีมเฉพาะกิจแล้ว ภารกิจที่หนักหน่วงนี้ในที่สุดก็ได้สิ้นสุดลงเสียที ชีวิตของทุกคนเริ่มกลับคืนสู่ความปกติ...หรืออย่างน้อยก็เป็นความปกติในรูปแบบใหม่ บ่ายวันหนึ่งในขณะที่อากาศแจ่มใส อัยยาได้เดินทางมายังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเอส อีกครั้ง มันกลายเป็นกิจวัตรใหม่ของเธอไปแล้วที่จะต้องแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนร่างที่ยังคงหลับใหลของอริสา เธอไม่ได้มาเพื่อหาเบาะแสอะไรเพิ่มเติม...แต่มาเพื่ออยู่เป็นเพื่อนดวงวิญญาณที่แสนดี ที่คอยช่วยเหลือเธอมาโดยตลอด

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   ตอนที่ 61 ปลดปล่อยสู่สายลม

    ในเวลานี้พิพิธภัณฑ์สายลมแห่งอิสระที่เคยดูสว่างและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ได้ถูกปิดลงชั่วคราวและตกอยู่ในความเงียบภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยที่ทีมเฉพาะกิจทั้งสี่คนกำลังเดินอยู่ท่ามกลางผลงานศิลปะที่บัดนี้ดูหม่นหมองลงไปถนัดตา พวกเขาตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเมฆาบนชั้นบนสุด มันเป็นห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่หรูหรา ทุกอย่างดูขาวสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย...สะอาดเกินไปจนน่าผิดสังเกต "ไม่มีอะไรเลย..." รามิลพึมพำอย่างหัวเสียหลังจากที่ทีมของเขาค้นหาอยู่พักใหญ่ "ไม่มีเอกสารส่วนตัว ไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีอะไรที่จะบ่งบอกถึงตัวตนของเขาได้เลย" ในขณะที่ทุกคนกำลังจะหมดหวัง...อัยยาที่เดินสำรวจไปรอบ ๆ ห้อง ก็รู้สึกได้ถึงไอเย็นที่เล็ดลอดออกมาจากผนังห้องด้านหนึ่ง...ผนังที่ดูเรียบสนิทและไม่มีอะไรผิดปกติ 'พี่อ

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   ตอนที่ 60 บทสรุปที่คาดไม่ถึง

    ทางด้านรามิลและทีมของเขา เมื่อพวกเขาขึ้นมาถึงดาดฟ้าเรือก็ได้พบกับภาพที่น่าประหลาดใจ...เมฆา เมฆินทร์ กำลังยืนพิงราวกันตกอยู่ โดยที่เขาได้ยืนหันหน้าชมท้องทะเลในยามค่ำคืนอย่างไม่ทุกข์ร้อนแม้จะรู้ดีว่าเรือทั้งลำได้ถูกตำรวจล้อมไว้หมดแล้วก็ตาม โดยด้านข้างของชายหนุ่มคือหญิงวัยกลางคนที่กำลังยืนตัวสั่น...และเมื่อรามิลเห็นใบหน้าของเธออย่างชัดเจน เจ้าตัวก็จำได้ทันทีว่าเธอคือแม่บ้านของตระกูลกิตติไพศาลสกุล "เมฆา เมฆินทร์!" รามิลตะโกนขึ้น เสียงของเขาดังก้องไปทั่วดาดฟ้าเรือที่เงียบสงัด "เกมจบแล้ว! ยอมมอบตัวซะดี ๆ!" เมฆาค่อย ๆ หันกลับมามอง เขาไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแต่อย่างใด แต่กลับหัวเราะออกมาในลำคอ "ฮะ ๆ ๆ... จบแล้วเหรอครับสารวัตร?" เขายิ้มอย่างเหนือกว่า "ผมว่า...มันยังเหลืออีกนิดหน่อยนะครับ"

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   ตอนที่ 59 ความอบอุ่นกลางทะเลหนาว

    ท่ามกลางการต่อสู้...ของทั้งสองฝ่ายที่อีกฝ่ายกำลังจู่โจมกับศัตรูกับอีกฝ่ายคือการต่อสู้เพื่อยื้อชีวิต "กลับมาสิอัยยา! ได้ยินไหม! กลับมา!" เสียงตะโกนที่สิ้นหวังของวาโยดังก้องอยู่ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมทะเล เขาทำการกดหน้าอกและผายปอดให้อัยยาอย่างไม่คิดชีวิต ทุกวินาทีที่ผ่านไปยาวนานเป็นอย่างมาก...แต่ร่างของหญิงสาวก็ยังคงนิ่งสนิทและเย็นเฉียบ... ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นเอง...ในห้วงมโนสำนึกของอัยยาความรู้สึกเจ็บปวด.. ความหนาวเย็น...และความหวาดกลัว...ได้หายไปหมดแล้ว... เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้สีขาวที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าเป็นสีทองอร่าม บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสงบอย่างที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต&n

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status