หน้าหลัก / แฟนตาซี / รักนี้ผีข่วยผลัก!! / ตอนที่ 1 คำเชิญจากความมืด

แชร์

ตอนที่ 1 คำเชิญจากความมืด

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-12 19:40:52

เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องสวยสีพาสเทลกรีดเสียงดังขึ้น ทำลายความเงียบสงบยามบ่าย ภายในห้องทำงานขนาดเล็กที่อบอวลไปด้วยกลิ่นสีน้ำมันและไอฝุ่นชอล์กจาง ๆ

            อัยยา อลิน เงยหน้าขึ้นจากภาพร่างทิวทัศน์ด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย ปกติแล้วในเวลาทำงานที่มหาวิทยาลัยเช่นนี้ จะไม่ค่อยมีใครโทรศัพท์ส่วนตัวเข้ามาหาเธอนักหากไม่ใช่เรื่องด่วนจริง ๆ

            ปลายนิ้วเรียวที่เปื้อนฝุ่นผงสีเทากดรับสายพลางกดเปิดลำโพง เนื่องจากห้องทั้งห้องมีเพียงเธอทำงานตามลำพังก่อนที่เสียงทุ้มนุ่มแฝงความเคร่งขรึมของชายแปลกหน้าดังขึ้นจากปลายสาย

            "สวัสดีครับ คุณอัยยา อลิน ใช่ไหมครับ?" คนปลายสายเว้นจังหวะเล็กน้อยเพื่อรอให้หญิงสาวต้นทางตอบ

            "ค่ะ ฉันอัยยากำลังพูดสาย ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครหรือคะ" เธอกรอกเสียงตอบกึ่งประหลาดใจเล็กน้อย

            "ผมวิชาญ วชิรนัย เป็นเลขาฯ ส่วนตัวของผู้บริหารระดับสูงแห่งตระกูลกิตติไพศาลสกุลครับ" คนปลายทางแนะนำตัวเสียงขรึมก่อนจะพูดต่อ

            "ผมทราบมาว่าคุณอัยยามีความเชี่ยวชาญ... เอ่อ... ในด้านการดูแลและแต่งกายให้ผู้วายชนม์ รวมถึง... การอยู่เป็นเพื่อนในวาระสุดท้าย" น้ำเสียงของเขาติดจะลังเลราวกับไม่แน่ใจว่าจะใช้คำพูดใดให้เหมาะสมกับอาชีพที่ไม่ธรรมดาของเธอ

          ตระกูลใหญ่ที่ร่ำรวยและทรงอิทธิพลซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังจนเธอเองก็คุ้นหู ต้องการให้เธอไปเฝ้าศพของใครกัน อัยยาพึมพำในใจ เพราะเธอยังไม่รู้สาเหตุถึงการติดต่อมาของเขา ดังนั้นเธอจึงไม่ได้ตอบในทันที

            หญิงสาวปล่อยให้ความเงียบโรยตัวอยู่ชั่วครู่ ทั้งนี้เนื่องจากงานพิเศษที่เธอทำนอกเหนือจากการสอนศิลปะนี้ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะป่าวประกาศ และผู้ที่ติดต่อมามักจะรู้กันเฉพาะในวงแคบหรือผ่านการแนะนำต่อ ๆ กันอย่างเงียบเชียบ การที่คนจากตระกูลใหญ่ระดับนี้ติดต่อมาโดยตรงจึงเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ

            "ค่ะ ดิฉันรับงานประเภทนั้น" อัยยาตอบกลับเสียงเรียบ ก่อนจะรอฟังปลายสายอย่างอดทน

            "คืออย่างนี้ครับ ท่านประธานอาวุโสของตระกูลเพิ่งถึง แก่กรรมเมื่อคืนนี้อย่างกะทันหัน ทางเราจึงมีความประสงค์อยากจะเชิญคุณอัยยามาช่วยดูแลในส่วนนี้ รวมถึง... พำนักอยู่ที่คฤหาสน์เป็นการส่วนตัว เพื่อเฝ้าดูแลร่างของท่านไปจนกว่าจะถึงพิธีการสำคัญ...ไม่ทราบว่าคุณสะดวกไหมครับ"

            "ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวด้วยนะคะ" อัยยาเอ่ยตามมารยาท หัวใจเริ่มเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความตื่นเต้นแต่เป็นสัญชาตญาณบางอย่างในกายของเธอเริ่มก่อตัว

            "ไม่ทราบว่าท่านเสียชีวิตด้วยสาเหตุใดคะ?"

            "ผลชันสูตรเบื้องต้นจากแพทย์ระบุว่าเกิดจากอาการหัวใจวายเฉียบพลันเพราะตกใจสุดขีดครับ ร่างกายภายนอกไม่มีร่องรอยใด ๆ ที่น่าสงสัย" เลขาฯ หนุ่มตอบเสียงเรียบ

            แต่แวบหนึ่งอัยยารู้สึกเหมือนได้ยินเงื่อนงำบางอย่างซ่อนอยู่ในน้ำเสียงนั้น ความเรียบง่ายที่ดูจงใจเกินไป

          หัวใจวายเพราะตกใจสุดขีด? คำนี้ก้องอยู่ในหัวของอัยยา มันไม่ใช่สาเหตุการตายที่ผิดปกติเสียทีเดียว แต่การเน้นย้ำว่าตกใจสุดขีดและการติดต่อหาเธอซึ่งรับงานเฝ้าศพเป็นการส่วนตัว ทำให้ลางสังหรณ์บางอย่างกระตุกขึ้นมาอย่างแรง

            "แน่นอนครับ ว่าทางเรามีค่าตอบแทนสำหรับความเชี่ยวชาญและเวลาของคุณอัยยาอย่างเหมาะสม" เสียงปลายสายกล่าวต่อเนื่องจากคิดว่าเธอลังเลเรื่องเงิน

            ก่อนจะรีบอธิบายเหตุผลอย่างรวดเร็ว "ทั้งนี้เป็นเพราะ ทางครอบครัวต้องการความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากที่สุดในช่วงเวลานี้ และต้องการคนที่ไว้ใจได้รวมถึงมีความเข้าใจในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้"

            อัยยาหลับตาลงช้า ๆ ภาพคำสอนของหลวงตาทิมแวบเข้ามาในความคิด การเผชิญหน้ากับความตายไม่ใช่เรื่องน่าพิศมัย แต่มันคือหนทางที่เธอเลือกเพื่อฝึกฝนจิตใจและอยู่ร่วมกับของขวัญแสนพิเศษที่เธอไม่เคยต้องการนี้ให้ได้

            นี่คืองาน... งานที่ท้าทายและอาจมีบางอย่างไม่ชอบมาพากลซ่อนอยู่ แต่ก็เป็นงานที่เธอต้องทำ

            "ตกลงค่ะ" เธอตอบกลับไปในที่สุดด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความมั่นคง "รบกวนขอรายละเอียดและที่อยู่ด้วยค่ะ ดิฉันจะเตรียมตัวและเดินทางไปทันที"

            หลังจากวางสาย อัยยายังคงนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ลางสังหรณ์ที่ไม่ดีตีรวนอยู่ในอก ความรู้สึกเย็นเยียบอย่างประหลาดแล่นผ่านร่างทั้งที่อากาศในห้องไม่ได้เย็นเลยแม้แต่น้อย

            เธอยกมือขึ้นสัมผัสสร้อยที่มีพระองค์เล็กที่หลวงตามอบให้พึมพำบทสวดสั้น ๆ ในใจ ก่อนจะลุกขึ้นปัดฝุ่นชอล์กออกจากเสื้อผ้าเตรียมตัวมุ่งหน้าสู่คฤหาสน์หรูของตระกูลกิตติไพศาลสกุลสู่คำเชิญจากความมืดที่เธอรู้สึกได้ว่ามันจะไม่ใช่แค่งานเฝ้าศพธรรมดา ๆ อย่างแน่นอน

            ณ อีกฟากหนึ่งของเมืองใหญ่ ภายในอาคารสีขาวสะอาดตาที่คนส่วนใหญ่ไม่อยากย่างกรายเข้ามาใกล้หากไม่จำเป็น         จริง ๆ กลิ่นฉุนของน้ำยาฆ่าเชื้อลอยปะปนกับความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศ กลบกลิ่นอายของความตายที่ตกค้างจนแทบจางหายไปหมดสิ้น

            สถานที่แห่งนี้คือห้องปฏิบัติการนิติเวชศาสตร์ศูนย์ชันสูตรพลิกศพ สถานที่ทำงานของนายแพทย์วาโย อชิระ แสงไฟนีออนสาดส่องลงบนโต๊ะโลหะสีเงินวาว ร่างสูงในชุดกาวน์สีขาวสะอาดกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างตั้งใจ

            มือที่สวมถุงมือยางเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วและแม่นยำขณะจัดเก็บเครื่องมือผ่าตัดที่เพิ่งผ่านการใช้งานและทำความสะอาดมาหมาด ๆ แต่ละชิ้นถูกวางลงในถาดตามตำแหน่งเดิมเป๊ะราวกับเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์

            ความเงียบภายในห้องมีเพียงเสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ และเสียงฮัมต่ำ ๆ ของเครื่องทำความเย็น วาโยชอบบรรยากาศแบบนี้ มันช่วยให้เขามีสมาธิจดจ่ออยู่กับข้อเท็จจริงร่องรอยและหลักฐานที่จับต้องได้ ซึ่งหลงเหลืออยู่บนร่างกายของผู้ไร้ลมหายใจ

            "เคสชายสูงวัย หัวใจวายเฉียบพลันเมื่อคืน... ไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย ไม่มีสารพิษตกค้าง ไม่พบสิ่งบ่งชี้ถึงการต่อสู้หรือเหตุผิดธรรมชาติอื่นใด" เขาทวนผลการชันสูตรล่าสุดในใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่อาจทราบได้

            แม้ในรายงานเบื้องต้นจากที่เกิดเหตุจะระบุถึง "อาการตกใจสุดขีด" แต่ในทางวิทยาศาสตร์แล้วมันไม่มีอะไรบ่งชี้เช่นนั้นจริง ๆ ทุกอย่างชี้ไปที่ภาวะหัวใจล้มเหลวธรรมดาตามอายุขัยและโรคประจำตัวของผู้ตาย... จบเคส ปิดแฟ้ม ส่งรายงาน

            เขายืดตัวขึ้นถอดถุงมือยางทิ้งลงถังขยะติดเชื้อ ก่อนจะเดินไปยังอ่างล้างมือเพื่อทำความสะอาด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาเห็นเพียงความเหนื่อยล้าและความมุ่งมั่นที่ฉายชัดเท่าเดิม งานของเขาคือการค้นหาความจริง ไม่ใช่การสร้างเรื่องราวให้ตื่นเต้นเร้าใจ

          วาโย...หลานได้ยินเสียงของป้าไหม น้ำเสียงอ่อนโยนของผู้เป็นป้าดังแว่วขึ้นในห้วงความคิดอีกครั้ง วาโยขมวดคิ้วเล็กน้อย พยายามปัดเสียงนั้นทิ้งเหมือนทุกที

            ความฝัน... มันเป็นแค่ความฝันที่เกิดจากความเครียดสะสมและความเป็นห่วงป้าอริสาที่นอนป่วยอยู่เท่านั้น จิตใต้สำนึกกำลังเล่นตลกไม่มีอะไรมากไปกว่านี้

            "อาจารย์ครับ เอกสารสรุปรายงานเคสเมื่อเช้าผมวางไว้ให้บนโต๊ะแล้วนะครับ" เสียงของวรัทผู้เป็นทั้งลูกศิษย์พ่วงด้วยตำแหน่งผู้ช่วยดังขึ้นจากหน้าประตูห้องดึงวาโยกลับสู่ปัจจุบัน

            "อืม ขอบใจมาก" วาโยตอบรับสั้น ๆ เช็ดมือให้แห้งแล้วเดินกลับไปยังโต๊ะทำงาน เขาเริ่มจมดิ่งลงสู่โลกแห่งเอกสารและหลักฐานอีกครั้ง ปล่อยให้เสียงกระซิบในความฝัน... ลอยหายไปกับความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   ตอนที่พิเศษที่ 3 (จบ) รักนี้ผีช่วยผลัก

    ย้อนกลับไปในคืนจู่โจมบนดาดฟ้าเรือยอชต์ปลายฟ้า "คิดว่าจะหนีไปง่าย ๆ เหรอ เมฆา!" รามิลตะโกนขึ้น "อย่างน้อย...มึงก็ต้องอยู่คุยกับกูก่อน!" เมฆาที่ยืนอยู่บนราวกันตกหันกลับมามองภาพความโกลาหลเบื้องหลัง...ไม่ว่าจะตำรวจที่กำลังคุมเชิง แสงไฟวับวาบจากเรือที่ล้อมอยู่ และเสียงคลื่นลมที่บ้าคลั่ง...เขารู้ดีว่าเกมของตัวเองจบลงแล้วและเขาก็ไม่คิดจะหลบหนีอย่างที่นายตำรวจหนุ่มเข้าใจ... ในขณะนั้นเมฆาได้ทอดสายตามองเลยผ่านทุกคนไป... ไปยังพื้นที่ว่างเปล่าข้างเสากระโดงเรือ...ที่ซึ่งมีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็น...ร่างโปร่งแสงของปลายฟ้า ม่านมุก พี่สาวสุดที่รักของเขากำลังยืนอยู่ตรงนั้น... ดวงตาของเธอไม่ได้มีความพึงพอใจในชัยชนะของเกมการแก้แค้น แต่กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความเหนื่อยล้าและความสงสาร...และเธอยังคงถูกจองจำอยู่ซึ่งมาจากบ่วงที่เธอไม่คิดจะปล่อย&

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   ตอนพิเศษที่ 2 ขยับความสัมพันธ์

    นับตั้งแต่วันที่อริสาฟื้นคืนสติราวปาฏิหาริย์...โลกที่เคยหม่นหมองของวาโยก็ค่อย ๆ ถูกเยียวยา ชายหนุ่มรู้สึกว่าความสุขของตนเองได้กลับคืนมาแล้วอย่างแท้จริงและดูเหมือนว่าจะมากขึ้นเมื่อมีใครอีกคนเข้ามาในชีวิต ภายในเย็นวันหนึ่ง กลางสวนสวยในบ้านของอัยยา...อริสาซึ่งตอนนี้อาการดีขึ้นมากจนสามารถออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว กำลังนั่งอยู่บนรถเข็นที่ระเบียงโดยมีณัฐฌาคอยเล่าข่าวสารต่าง ๆ ในสังคมให้ฟังอย่างสนุกสนาน ส่วนที่สนามหญ้าใต้ต้นไม้ใหญ่...วาโยและอัยยากำลังนั่งอยู่บนชิงช้าไม้ด้วยกันตามลำพัง วันนี้เป็นวันที่หญิงวัยกลางคนสั่งให้วาโยพาเธอมาเลี้ยงขอบคุณอัยยาอย่างเป็นทางการที่บ้านของหญิงสาวเอง บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองไม่ได้น่าอึดอัดเหมือนเช่นเคยอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกสบายใจ&

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   ตอนพิเศษที่ 1 ฟื้นคืนราวปาฏิหาริย์

    หลายสัปดาห์ผ่านไปหลังจากมรสุมลูกใหญ่พัดผ่าน...เรื่องราวของบ้านเบญจรงค์และโศกนาฏกรรมทั้งหมดก็ได้ถูกเปิดโปงสู่สังคม ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทุกวงการ และคดีความยังคงอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย แม้ว่าผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้องหลักจะไม่อยู่แล้วก็ตาม แต่สำหรับทีมเฉพาะกิจแล้ว ภารกิจที่หนักหน่วงนี้ในที่สุดก็ได้สิ้นสุดลงเสียที ชีวิตของทุกคนเริ่มกลับคืนสู่ความปกติ...หรืออย่างน้อยก็เป็นความปกติในรูปแบบใหม่ บ่ายวันหนึ่งในขณะที่อากาศแจ่มใส อัยยาได้เดินทางมายังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเอส อีกครั้ง มันกลายเป็นกิจวัตรใหม่ของเธอไปแล้วที่จะต้องแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนร่างที่ยังคงหลับใหลของอริสา เธอไม่ได้มาเพื่อหาเบาะแสอะไรเพิ่มเติม...แต่มาเพื่ออยู่เป็นเพื่อนดวงวิญญาณที่แสนดี ที่คอยช่วยเหลือเธอมาโดยตลอด

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   ตอนที่ 61 ปลดปล่อยสู่สายลม

    ในเวลานี้พิพิธภัณฑ์สายลมแห่งอิสระที่เคยดูสว่างและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ได้ถูกปิดลงชั่วคราวและตกอยู่ในความเงียบภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยที่ทีมเฉพาะกิจทั้งสี่คนกำลังเดินอยู่ท่ามกลางผลงานศิลปะที่บัดนี้ดูหม่นหมองลงไปถนัดตา พวกเขาตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเมฆาบนชั้นบนสุด มันเป็นห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่หรูหรา ทุกอย่างดูขาวสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย...สะอาดเกินไปจนน่าผิดสังเกต "ไม่มีอะไรเลย..." รามิลพึมพำอย่างหัวเสียหลังจากที่ทีมของเขาค้นหาอยู่พักใหญ่ "ไม่มีเอกสารส่วนตัว ไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีอะไรที่จะบ่งบอกถึงตัวตนของเขาได้เลย" ในขณะที่ทุกคนกำลังจะหมดหวัง...อัยยาที่เดินสำรวจไปรอบ ๆ ห้อง ก็รู้สึกได้ถึงไอเย็นที่เล็ดลอดออกมาจากผนังห้องด้านหนึ่ง...ผนังที่ดูเรียบสนิทและไม่มีอะไรผิดปกติ 'พี่อ

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   ตอนที่ 60 บทสรุปที่คาดไม่ถึง

    ทางด้านรามิลและทีมของเขา เมื่อพวกเขาขึ้นมาถึงดาดฟ้าเรือก็ได้พบกับภาพที่น่าประหลาดใจ...เมฆา เมฆินทร์ กำลังยืนพิงราวกันตกอยู่ โดยที่เขาได้ยืนหันหน้าชมท้องทะเลในยามค่ำคืนอย่างไม่ทุกข์ร้อนแม้จะรู้ดีว่าเรือทั้งลำได้ถูกตำรวจล้อมไว้หมดแล้วก็ตาม โดยด้านข้างของชายหนุ่มคือหญิงวัยกลางคนที่กำลังยืนตัวสั่น...และเมื่อรามิลเห็นใบหน้าของเธออย่างชัดเจน เจ้าตัวก็จำได้ทันทีว่าเธอคือแม่บ้านของตระกูลกิตติไพศาลสกุล "เมฆา เมฆินทร์!" รามิลตะโกนขึ้น เสียงของเขาดังก้องไปทั่วดาดฟ้าเรือที่เงียบสงัด "เกมจบแล้ว! ยอมมอบตัวซะดี ๆ!" เมฆาค่อย ๆ หันกลับมามอง เขาไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแต่อย่างใด แต่กลับหัวเราะออกมาในลำคอ "ฮะ ๆ ๆ... จบแล้วเหรอครับสารวัตร?" เขายิ้มอย่างเหนือกว่า "ผมว่า...มันยังเหลืออีกนิดหน่อยนะครับ"

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   ตอนที่ 59 ความอบอุ่นกลางทะเลหนาว

    ท่ามกลางการต่อสู้...ของทั้งสองฝ่ายที่อีกฝ่ายกำลังจู่โจมกับศัตรูกับอีกฝ่ายคือการต่อสู้เพื่อยื้อชีวิต "กลับมาสิอัยยา! ได้ยินไหม! กลับมา!" เสียงตะโกนที่สิ้นหวังของวาโยดังก้องอยู่ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมทะเล เขาทำการกดหน้าอกและผายปอดให้อัยยาอย่างไม่คิดชีวิต ทุกวินาทีที่ผ่านไปยาวนานเป็นอย่างมาก...แต่ร่างของหญิงสาวก็ยังคงนิ่งสนิทและเย็นเฉียบ... ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นเอง...ในห้วงมโนสำนึกของอัยยาความรู้สึกเจ็บปวด.. ความหนาวเย็น...และความหวาดกลัว...ได้หายไปหมดแล้ว... เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้สีขาวที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าเป็นสีทองอร่าม บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสงบอย่างที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต&n

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status