แชร์

ตอนที่ 9 ไม่ชอบมาพากล

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-13 19:40:36

"อยู่ที่ห้องเก็บหลักฐาน หากมึงอยากดูเดี๋ยวกูพาไป" รามิลตอบทันทีไม่มีการอิดออด พลางดันเก้าอี้ทำงานของตัวเองไปด้านหลัง ขยับตัวเตรียมลุกขึ้น เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเพื่อนหมอของตนจะมีความเห็นอย่างไรเมื่อได้เห็นของจริงไม่ใช่แค่ภาพถ่าย

            วาโยพยักหน้ารับทันที แววตาฉายความสนใจอย่างปิดไม่มิด "เออ ไปดิ กูอยากเห็น" การได้สัมผัสและอาจจะได้เก็บตัวอย่าง (แม้จะเล็กน้อย) ไปวิเคราะห์เองย่อมดีกว่าการดูแค่รูปถ่ายและผลแล็บเบื้องต้น

            "โอเค งั้นตามมา" รามิลลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้ากุญแจพวงหนึ่งจากบนโต๊ะ ก่อนจะเดินนำเพื่อนสนิทออกจากห้องทำงานของตนมุ่งหน้าไปยังส่วนที่เก็บรักษาวัตถุพยานของกลาง

            วาโยลุกเดินตามไปอย่างเงียบ ๆ สมองยังคงครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ต่าง ๆ นานาเกี่ยวกับคราบปริศนานั่น ไขมันซึมจากศพเป็นคำอธิบายที่ใกล้เคียงที่สุดตามลักษณะทางกายภาพและองค์ประกอบเท่าที่รู้

            แต่บริบทสภาพแวดล้อมมันค้านกันอย่างสิ้นเชิง การได้เห็นของจริงอาจจะให้คำตอบหรืออย่างน้อยก็อาจจะทำให้เขาตั้งสมมติฐานที่ชัดเจนขึ้นได้

            ทั้งคู่เดินไปตามทางเดินของสถานีตำรวจที่เริ่มมีเจ้าหน้าที่และประชาชนพลุกพล่านขึ้นตามเวลาทำการ ผ่านห้องทำงานต่าง ๆ จนกระทั่งมาถึงประตูเหล็กบานหนาที่มีป้ายติดว่า "ห้องเก็บวัตถุพยาน"

            รามิลไขกุญแจและผลักประตูเข้าไป ด้านในเป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดไม่ใหญ่นัก อุณหภูมิค่อนข้างเย็นและแห้ง มีชั้นเหล็กวางเรียงราย บนชั้นมีวัตถุพยานหลากหลายชนิดบรรจุในถุงพลาสติกใส ติดป้ายระบุรายละเอียดคดีอย่างเป็นระเบียบ กลิ่นอับของกระดาษและพลาสติกผสมกับกลิ่นจาง ๆ ของสารเคมีลอยอบอวล

            "ของกลางในคดีตาอัครเดชอยู่ทางนี้" รามิลเดินนำไปยังชั้นหนึ่ง หยิบถุงซิปล็อคขนาดใหญ่ที่ภายในบรรจุชิ้นส่วนของผ้า ปูที่นอนสีเข้มที่มีคราบปัญหานั่นออกมา มันถูกตัดมาเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดพอเหมาะสำหรับการตรวจสอบ

            วาโยสวมถุงมือยางที่พกติดตัวมาเป็นนิสัย ก่อนจะรับถุงหลักฐานนั้นมาจากมือเพื่อนอย่างระมัดระวัง แสงไฟนีออนในห้องส่องกระทบพื้นผิวของคราบนั้นทำให้เห็นความมันวาวจาง ๆ ที่ภาพถ่ายไม่อาจจับรายละเอียดได้หมด

            ดวงตาคมกริบของหมอนิติเวชหนุ่มเพ่งมองอย่างละเอียด พลางเปิดปากถุงซิปล็อคออกอย่างช้า ๆ เพียงเล็กน้อย เพื่อให้กลิ่นที่อาจจะยังคงหลงเหลืออยู่เล็ดลอดออกมา

            และทันทีที่ทำเช่นนี้...กลิ่นสาบปนหวานเลี่ยนอันเป็นเอกลักษณ์ที่ธนกรเคยบรรยายไว้ก็กระทบโสตนาสิกของเขา อย่างจัง!

            วาโยชะงักไปครู่หนึ่ง คิ้วขมวดเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว มันเป็นกลิ่นที่... น่าขยะแขยงอย่างประหลาด ไม่เหมือนกลิ่นศพเน่าเปื่อยที่เขาคุ้นเคย

            ไม่เหมือนกลิ่นสารเคมีใด ๆ ที่เขารู้จัก มันเป็นกลิ่นที่ปลุกสัญชาตญาณดิบให้ร้องเตือนถึงความไม่ชอบมาพากลอย่างรุนแรง หวานจนเลี่ยนคล้ายมีส่วนผสมของบางสิ่งที่เคยมีชีวิต... และความตายที่ผิดธรรมชาติ

            "ได้กลิ่นไหมวะ?" รามิลถามขึ้นเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเพื่อน

            วาโยไม่ตอบในทันที เขายังคงสูดกลิ่นนั้นเข้าไปอีกครั้งอย่างพินิจพิเคราะห์ พยายามแยกแยะองค์ประกอบของมันในใจ

            "อืม... ชัดเจน" เขาตอบเสียงเรียบแต่แววตากลับฉายความสับสนและ... ความรู้สึกบางอย่างที่คล้ายกับความเย็นเยียบแล่นผ่านไขสันหลัง

            "แล้วเป็นไง ลักษณะคราบแบบนี้ กลิ่นแบบนี้... มึงพอจะบอกได้ไหมว่ามันคืออะไรกันแน่" รามิลคาดคั้นหลังเห็นสีหน้าครุ่นคิดอย่างหนักของเพื่อน

            หมอนิติเวชหนุ่มวางถุงหลักฐานลงบนโต๊ะโลหะที่อยู่ข้างกัน ก่อนจะถอดถุงมือออกแล้วยกมือขึ้นกุมคาง

            "กูยังยืนยันอะไรไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์จนกว่าจะได้ผลวิเคราะห์ที่ละเอียดมากกว่านี้ แต่... ลักษณะทางกายภาพ         ทั้งความมัน การซึมลงในเนื้อผ้า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลิ่น... มันไม่ปกติอย่างมาก"

            "ไม่ปกติยังไงวะไอ้หมอ พูดให้เคลียร์ ๆ หน่อยได้ไหม" รามิลเริ่มหงุดหงิดกับความอ้อมค้อมของเพื่อน

            วาโยถอนหายใจยาว "ถ้าให้กูเดาจากประสบการณ์และความรู้ที่มี... กลิ่นลักษณะนี้มักจะเกี่ยวข้องกับสารอินทรีย์ที่ผ่านกระบวนการบางอย่างที่เร่งการสลายตัว หรืออาจจะมีส่วนผสมของ... เนื้อเยื่อ... หรือของเหลวจากร่างกาย แต่ไม่ใช่การเน่าเปื่อยตามธรรมชาติ"

            เขานิ่งไปครู่หนึ่งมองหน้าเพื่อนสนิทอย่างจริงจัง "รามิล  กูถามมึงจริง ๆ นะ นอกจากคราบนี้ มีอะไรอย่างอื่นที่มึงรู้สึกว่ามันแปลกอีกไหมในที่เกิดเหตุ หรือจากคำให้การของพยานแวดล้อม?"

            รามิลนิ่งคิดทบทวนรายละเอียดของคดี "ก็เรื่องเสียงดังโครมครามนั่นแหละ ที่คนในบ้านได้ยินก่อนเจอศพ แต่พอไปถึงก็ไม่มีอะไรเสียหาย... แล้วก็มีเรื่องผู้หญิงคนที่เขาจ้างมาเฝ้าศพ...ชื่อ อัยยา อลิน คนที่ไอ้กรมันเจอว่าไปด้อม ๆ มอง ๆ ซักถามแม่บ้านเรื่องคนในครอบครัวผู้ตายนั่นแหละ"

            "อัยยา อลิน..." วาโยทวนชื่อนั้นแผ่วเบา คิ้วขมวดมุ่น "ใครวะ?"

             รามิลส่ายศีรษะ ก่อนจะพูดต่อในเรื่องที่ตัวเองรู้สึกคาใจ "ผู้หญิงคนนี้จะว่าไปก็แปลก" วาโยนิ่งฟังอย่างใคร่รู้

            "หล่อนมีโปรไฟล์ดีมาก จบปริญญาเอก อีกทั้งยังมีอาชีพหลักเป็นอาจารย์ อืม... ดูเหมือนว่าจะสอนอยู่ที่เดียวกับนายนั่นแหละ"

            วาโยเลิกคิ้วเล็กน้อยกับข้อมูลใหม่ "ที่เดียวกับกู?"

            "เออ" รามิลพยักหน้า

            "เพียงแต่...อาชีพเสริมของหล่อนทำให้ฉันรู้สึกว่ามันพิกล มีอย่างที่ไหน คือหล่อนรับแต่งหน้าศพกับรับเฝ้าศพ นายว่ามันแปลกไหม? อีกอย่างฉันรู้สึกว่าหล่อนมีบางอย่างไม่ชอบมาพากลว่ะ ท่าทีตอนไอ้กรเจอกับที่มันรายงานว่าเธอไปซักถามเรื่องส่วนตัวของคนในบ้านนั้นมันดูทะแม่ง ๆ"

            วาโยฟังแล้วก็เงียบไปครู่หนึ่ง สมองประมวลผลข้อมูลทั้งหมด "อืม... ก็แปลกจริง ๆ นั่นแหละ" เขายอมรับ

            "คนที่มีโปรไฟล์การศึกษาดี สอนมหาวิทยาลัย แต่กลับเลือกทำงานเสริมที่... ค่อนข้างเฉพาะทางและไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่ มันก็น่าคิด"

            เขามองหน้าเพื่อน "แล้วที่ว่าเธอไปซักถามเรื่องคนในบ้านน่ะ แม่บ้านว่ายังไงบ้าง?"

            "ไอ้กรมันบอกว่าแม่บ้านดูอึดอัด ตอบแบบขอไปทีแล้วก็รีบหนีไป คงไม่ได้ข้อมูลอะไรมาก แต่พฤติกรรมของยัยผู้หญิงคนนี้มันน่าสงสัยว่าทำไปทำไม"

            วาโยพยักหน้าอย่างใช้ความคิด "บางทีเธออาจจะแค่อยากรู้อยากเห็น หรืออาจจะมีเหตุผลอื่น... มึงลองให้ไอ้กรหรือตำรวจหญิงนอกเครื่องแบบสักคนลองเข้าไปตีสนิทหรือหาจังหวะพูดคุยกับเธอดูไหมล่ะ? แบบไม่ให้รู้ว่าเป็นตำรวจ ลองดูว่าเธอจะพูดถึงเรื่องนี้ยังไง ทำไมถึงได้ไปถามเรื่องคนในบ้านนั้น บางทีการเข้าไปพูดคุยแบบไม่รู้ว่าใครเป็นใครอาจจะเจออะไรที่ไม่คาดคิดก็ได้"

            รามิลครุ่นคิดตามคำแนะนำของเพื่อน "เออ ก็น่าสนใจ ให้คนของเราลองทำทีเป็นสนใจเรื่องงานแต่งหน้าศพ หรืออยากปรึกษาเรื่องทำนองนี้ แล้วลองชวนคุยดู... อาจจะได้เรื่องมากกว่าส่งคนไปซักถามตรง ๆ"

            "ใช่" วาโยเห็นด้วย "ถ้าเธอมีเจตนาไม่ดีจริง การเข้าหาแบบเป็นมิตรอาจจะทำให้เธอเผยไต๋ออกมาง่ายกว่า หรือถ้าเธอแค่สอดรู้สอดเห็นเราก็จะได้รู้"

            "โอเค เดี๋ยวกูจัดการเรื่องนี้เอง...ว่าแต่มึงไม่มาเป็นตำรวจเหมือนกูเลยวะ" รามิลรับปากพลางสัพยอก

            วาโยยักไหล่ "กูไม่ค่อยชอบเรื่องวุ่นวายมากเท่ากับอยู่กับศพ" คำตอบของเขาทำให้รามิลนิ่งไปก่อนจะปัดเรื่องนี้ทิ้ง

            "สรุปว่าเรื่องคราบน้ำมันนี่ มึงยังยืนยันคำเดิมใช่ไหมว่ามันไม่ปกติ และควรจะส่งตรวจเพิ่มเติมแบบละเอียด"

            "ใช่" วาโยตอบเสียงหนัก "ให้ไอ้กรมันลองหาแล็บข้างนอกที่เชี่ยวชาญเรื่องสารประกอบอินทรีย์ที่ซับซ้อนหรือหายากดูด้วยก็ดี กูว่ามันต้องมีอะไรมากกว่าที่ผลแล็บเบื้องต้นบอกเรา"

            "ได้เลยเพื่อน ขอบใจมากว่ะที่มาช่วยดูให้" รามิลตบบ่าเพื่อนเบา ๆ "อย่างน้อยก็ทำให้กูมั่นใจขึ้นว่าที่กูสงสัยมันไม่ได้        บ้าไปคนเดียว"

            วาโยเพียงพยักหน้ารับ เขารู้สึกว่าตัวเองถูกดึงเข้ามาพัวพันกับคดีนี้มากกว่าที่คิดไว้ในตอนแรก และบางที... การไขปริศนาคราบน้ำมันนี้อาจจะนำไปสู่ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวกว่าที่ใครจะคาดคิด

            ขณะเดียวกันนั้นเอง ที่คฤหาสน์กิตติไพศาลสกุล  ฉับพลันอัยยาก็รู้สึกขนลุกขนชันอย่างประหลาด

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   ตอนที่พิเศษที่ 3 (จบ) รักนี้ผีช่วยผลัก

    ย้อนกลับไปในคืนจู่โจมบนดาดฟ้าเรือยอชต์ปลายฟ้า "คิดว่าจะหนีไปง่าย ๆ เหรอ เมฆา!" รามิลตะโกนขึ้น "อย่างน้อย...มึงก็ต้องอยู่คุยกับกูก่อน!" เมฆาที่ยืนอยู่บนราวกันตกหันกลับมามองภาพความโกลาหลเบื้องหลัง...ไม่ว่าจะตำรวจที่กำลังคุมเชิง แสงไฟวับวาบจากเรือที่ล้อมอยู่ และเสียงคลื่นลมที่บ้าคลั่ง...เขารู้ดีว่าเกมของตัวเองจบลงแล้วและเขาก็ไม่คิดจะหลบหนีอย่างที่นายตำรวจหนุ่มเข้าใจ... ในขณะนั้นเมฆาได้ทอดสายตามองเลยผ่านทุกคนไป... ไปยังพื้นที่ว่างเปล่าข้างเสากระโดงเรือ...ที่ซึ่งมีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็น...ร่างโปร่งแสงของปลายฟ้า ม่านมุก พี่สาวสุดที่รักของเขากำลังยืนอยู่ตรงนั้น... ดวงตาของเธอไม่ได้มีความพึงพอใจในชัยชนะของเกมการแก้แค้น แต่กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความเหนื่อยล้าและความสงสาร...และเธอยังคงถูกจองจำอยู่ซึ่งมาจากบ่วงที่เธอไม่คิดจะปล่อย&

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   ตอนพิเศษที่ 2 ขยับความสัมพันธ์

    นับตั้งแต่วันที่อริสาฟื้นคืนสติราวปาฏิหาริย์...โลกที่เคยหม่นหมองของวาโยก็ค่อย ๆ ถูกเยียวยา ชายหนุ่มรู้สึกว่าความสุขของตนเองได้กลับคืนมาแล้วอย่างแท้จริงและดูเหมือนว่าจะมากขึ้นเมื่อมีใครอีกคนเข้ามาในชีวิต ภายในเย็นวันหนึ่ง กลางสวนสวยในบ้านของอัยยา...อริสาซึ่งตอนนี้อาการดีขึ้นมากจนสามารถออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว กำลังนั่งอยู่บนรถเข็นที่ระเบียงโดยมีณัฐฌาคอยเล่าข่าวสารต่าง ๆ ในสังคมให้ฟังอย่างสนุกสนาน ส่วนที่สนามหญ้าใต้ต้นไม้ใหญ่...วาโยและอัยยากำลังนั่งอยู่บนชิงช้าไม้ด้วยกันตามลำพัง วันนี้เป็นวันที่หญิงวัยกลางคนสั่งให้วาโยพาเธอมาเลี้ยงขอบคุณอัยยาอย่างเป็นทางการที่บ้านของหญิงสาวเอง บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองไม่ได้น่าอึดอัดเหมือนเช่นเคยอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกสบายใจ&

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   ตอนพิเศษที่ 1 ฟื้นคืนราวปาฏิหาริย์

    หลายสัปดาห์ผ่านไปหลังจากมรสุมลูกใหญ่พัดผ่าน...เรื่องราวของบ้านเบญจรงค์และโศกนาฏกรรมทั้งหมดก็ได้ถูกเปิดโปงสู่สังคม ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทุกวงการ และคดีความยังคงอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย แม้ว่าผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้องหลักจะไม่อยู่แล้วก็ตาม แต่สำหรับทีมเฉพาะกิจแล้ว ภารกิจที่หนักหน่วงนี้ในที่สุดก็ได้สิ้นสุดลงเสียที ชีวิตของทุกคนเริ่มกลับคืนสู่ความปกติ...หรืออย่างน้อยก็เป็นความปกติในรูปแบบใหม่ บ่ายวันหนึ่งในขณะที่อากาศแจ่มใส อัยยาได้เดินทางมายังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเอส อีกครั้ง มันกลายเป็นกิจวัตรใหม่ของเธอไปแล้วที่จะต้องแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนร่างที่ยังคงหลับใหลของอริสา เธอไม่ได้มาเพื่อหาเบาะแสอะไรเพิ่มเติม...แต่มาเพื่ออยู่เป็นเพื่อนดวงวิญญาณที่แสนดี ที่คอยช่วยเหลือเธอมาโดยตลอด

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   ตอนที่ 61 ปลดปล่อยสู่สายลม

    ในเวลานี้พิพิธภัณฑ์สายลมแห่งอิสระที่เคยดูสว่างและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ได้ถูกปิดลงชั่วคราวและตกอยู่ในความเงียบภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยที่ทีมเฉพาะกิจทั้งสี่คนกำลังเดินอยู่ท่ามกลางผลงานศิลปะที่บัดนี้ดูหม่นหมองลงไปถนัดตา พวกเขาตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเมฆาบนชั้นบนสุด มันเป็นห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่หรูหรา ทุกอย่างดูขาวสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย...สะอาดเกินไปจนน่าผิดสังเกต "ไม่มีอะไรเลย..." รามิลพึมพำอย่างหัวเสียหลังจากที่ทีมของเขาค้นหาอยู่พักใหญ่ "ไม่มีเอกสารส่วนตัว ไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีอะไรที่จะบ่งบอกถึงตัวตนของเขาได้เลย" ในขณะที่ทุกคนกำลังจะหมดหวัง...อัยยาที่เดินสำรวจไปรอบ ๆ ห้อง ก็รู้สึกได้ถึงไอเย็นที่เล็ดลอดออกมาจากผนังห้องด้านหนึ่ง...ผนังที่ดูเรียบสนิทและไม่มีอะไรผิดปกติ 'พี่อ

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   ตอนที่ 60 บทสรุปที่คาดไม่ถึง

    ทางด้านรามิลและทีมของเขา เมื่อพวกเขาขึ้นมาถึงดาดฟ้าเรือก็ได้พบกับภาพที่น่าประหลาดใจ...เมฆา เมฆินทร์ กำลังยืนพิงราวกันตกอยู่ โดยที่เขาได้ยืนหันหน้าชมท้องทะเลในยามค่ำคืนอย่างไม่ทุกข์ร้อนแม้จะรู้ดีว่าเรือทั้งลำได้ถูกตำรวจล้อมไว้หมดแล้วก็ตาม โดยด้านข้างของชายหนุ่มคือหญิงวัยกลางคนที่กำลังยืนตัวสั่น...และเมื่อรามิลเห็นใบหน้าของเธออย่างชัดเจน เจ้าตัวก็จำได้ทันทีว่าเธอคือแม่บ้านของตระกูลกิตติไพศาลสกุล "เมฆา เมฆินทร์!" รามิลตะโกนขึ้น เสียงของเขาดังก้องไปทั่วดาดฟ้าเรือที่เงียบสงัด "เกมจบแล้ว! ยอมมอบตัวซะดี ๆ!" เมฆาค่อย ๆ หันกลับมามอง เขาไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแต่อย่างใด แต่กลับหัวเราะออกมาในลำคอ "ฮะ ๆ ๆ... จบแล้วเหรอครับสารวัตร?" เขายิ้มอย่างเหนือกว่า "ผมว่า...มันยังเหลืออีกนิดหน่อยนะครับ"

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   ตอนที่ 59 ความอบอุ่นกลางทะเลหนาว

    ท่ามกลางการต่อสู้...ของทั้งสองฝ่ายที่อีกฝ่ายกำลังจู่โจมกับศัตรูกับอีกฝ่ายคือการต่อสู้เพื่อยื้อชีวิต "กลับมาสิอัยยา! ได้ยินไหม! กลับมา!" เสียงตะโกนที่สิ้นหวังของวาโยดังก้องอยู่ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมทะเล เขาทำการกดหน้าอกและผายปอดให้อัยยาอย่างไม่คิดชีวิต ทุกวินาทีที่ผ่านไปยาวนานเป็นอย่างมาก...แต่ร่างของหญิงสาวก็ยังคงนิ่งสนิทและเย็นเฉียบ... ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นเอง...ในห้วงมโนสำนึกของอัยยาความรู้สึกเจ็บปวด.. ความหนาวเย็น...และความหวาดกลัว...ได้หายไปหมดแล้ว... เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้สีขาวที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าเป็นสีทองอร่าม บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสงบอย่างที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต&n

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status