แชร์

บทที่ 7 ข้าวผัดรถไฟ

last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-06 14:46:34

แม้จะได้ย้ายกลับมาอยู่กะกลางวันตามคำสั่งลึกลับที่ทำให้ผู้จัดการร้านเปลี่ยนท่าทีเป็นนอบน้อม แต่ไทน์ก็ยังไม่อาจสลัดความเหนื่อยล้าออกไปได้พ้น แสงแดดยามบ่ายที่ส่องผ่านกระจกร้านสะดวกซื้อดูจะร้อนแรงกว่าทุกวัน มันหนักอึ้งพอ ๆ กับกองสมุดเลกเชอร์ที่วางรออยู่ในกระเป๋าเป้

ไทน์ยืนสัปหงกอยู่ที่หน้าแคชเชียร์ ดวงตาเรียวรีเหม่อลอยไปตามเสียงเครื่องพ่นไอเย็นของตู้แช่ มือของเธอขยับจัดเรียงลูกอมที่หน้าเคาน์เตอร์ด้วยความเชื่องช้าจนเกือบจะเป็นภาพสโลว์โมชั่น

“อเมริกาโน่เย็นหนึ่งแก้วค่ะ”

เสียงนุ่มนวลที่คุ้นเคยปลุกให้ไทน์สะดุ้งจนตัวโยน เธอกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ความพร่าเบลอ ก่อนจะพบกับใบหน้าสวยสง่าของคุณรักที่กำลังยืนมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย

“คุณรัก...มาอีกแล้วเหรอคะ”

ไทน์พยายามปั้นยิ้มแล้วรีบไปชงกาแฟตามคำสั่ง  แต่ความเพลียที่เกาะกินหัวใจทำให้รอยยิ้มนั้นดูอ่อนแรงจนคนมองรู้สึกห่วงใยมากกว่าเดิม

“วันนี้เลิกงานกี่โมง?”

รักถามสั้นๆ โดยไม่อ้อมค้อม สายตาจับจ้องไปที่รอยคล้ำใต้ตาของคนตัวเล็ก

“วันนี้หนูอยู่กะเช้าค่ะ สี่โมงเย็นก็เลิกแล้ว”

รักพยักหน้าเงียบๆ เธอรับกาแฟที่ไทน์ชงให้โดยไม่ได้พูดอะไรต่อก่อนจะเดินออกจากร้านไป ทิ้งให้ไทน์สงสัยว่าคำถามนั้นมีความหมายอะไร จนกระทั่งเข็มนาฬิกาชี้ที่เลขสี่ ไทน์ถอดผ้ากันเปื้อนและก้าวออกมาที่หน้าลานจอดรถ เธอก็พบกับรถยุโรปคันหรูที่จอดรออยู่ตำแหน่งเดิม

“ไปทานข้าวกัน ฉันมีเรื่องจะปรึกษาเรื่องการตลาดหน่อย” รักเลื่อนกระจกลงมาพูดหาข้ออ้างที่ดูเป็นงานเป็นการ เพื่อไม่ให้ไทน์รู้สึกอึดอัดจนเกินไป

        ไทน์ขมวดคิ้วเล็กน้อยกับคำชวนนั้น ก่อนจะยกนิ้วชี้ชี้เข้าหาตัวเอง

        “ปรึกษาการตลาด? กับหนูเนี่ยนะคะ”

        “อื้ม ก็เธอเรียนการตลาดหนิ”

        คนที่นั่งอยู่ในรถหรูอมยิ้มเล็กน้อย แต่ก็เป็นยิ้มบาง ๆ ที่ไทน์ไม่ทันสังเกต

        “หนูจะช่วยคุณได้เหรอคะ หนูยังเรียนไม่จบเลย”

        “ก็มีคนบอกฉันว่าอยากพัฒนาตัวเองไม่ใช่เหรอ ถ้าเธอช่วยแก้ปัญหาฉันได้ ก็ถือว่าเธอได้ทดสอบตัวเองไปด้วยไง...ไปเถอะ อย่าคิดมาก”

        คำคะยั้นคะยอจากคนอายุมากกว่าและเหตุผลที่อีกฝ่ายยกมา ทำให้ไทน์ลดความอึดอัดไปได้เยอะ

“งั้นก็ได้ค่ะ คุณรักอยากไปทานข้าวร้านไหนคะ”

ไทน์ลังเลใจ เธอเหลือบมองมอเตอร์ไซค์คันเก่าของตัวเองกับรถคันละหลายล้านตรงหน้า

“ร้านไหนก็ได้ที่เธออยากไป ฉันให้เธอเลือก”

ไทน์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพยักหน้า “งั้นหนูขับมอเตอร์ไซค์นำไปนะคะ ขอเลือกร้านใกล้ ๆ บ้านละกัน หนูจะได้กลับบ้านเลย”

“อื้ม ไม่มีปัญหา”

รักมองตามแผ่นหลังที่ดูบอบบางแต่แข็งแกร่งของไทน์ขณะที่เธอกระโดดขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์คันเก่า

รักนั่งอยู่บนเบาะหนังนุ่มละมุนภายในรถที่เงียบสนิท มีคนขับรถและคนดูแลความปลอดภัยพร้อมสรรพ เธออดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบชีวิตที่ต่างกันสุดขั้วนี้ ความสะดวกสบายที่เธอมีดูจะจืดชืดไปเลยเมื่อเทียบกับ ความอิสระบนมอเตอร์ไซค์ของเด็กสาวคนนั้น

รักเม้มปากแน่น เธอตั้งปณิธานในใจว่าสักวันเธอจะลงไปสัมผัสโลกของไทน์ให้ได้มากกว่านี้

ร้านอาหารตามสั่งปากซอยบ้านไทน์เป็นเพียงเพิงไม้ที่มีหลังคาสังกะสี กลิ่นพริกแกงที่ถูกคั่วจนฉุน ฟุ้งไปทั่วบริเวณทำให้ไทน์จามออกมาเบาๆ รักก้าวลงจากรถ ท่ามกลางสายตาแปลกใจของชาวบ้านแถวนั้นที่มองดูคุณหนูไฮโซเดินเข้ามานั่งบนเก้าอี้พลาสติกสีแดง

“คุณรักอยากทานอะไรคะ”

“เธอกินอะไรก็เอาเหมือนกัน ฉันไม่รู้จะสั่งอะไร” รักบอกพลางส่งยิ้มให้

“คุณรักแน่ใจเหรอคะว่าจะสั่งเหมือนกัน คุณจะกินได้เหรอ” คนเด็กกว่าดูกังวลเล็กน้อย

“ถ้าเธอกินได้ ทำไมฉันจะกินไม่ได้ล่ะ เธอคงไม่สั่งอาหารที่มันพิสดารหรอกมั้ง”

คำกล่าวนั้นทำให้ไทน์หลุดยิ้มออกมาเบา ๆ และเป็นครั้งแรกที่คนตรงหน้าได้เห็นความผ่อนคลายผ่านแววตาคู่สวยที่อยู่ตรงหน้า

“โอเคค่ะ งั้นหนูสั่งเลยนะ”

เมื่อรักพยักหน้าเน้นย้ำอีกครั้ง ไทน์ก็โบกมือเป็นสัญญาณของการสั่งอาหารให้ป้าเจ้าของร้าน

“ป้าคะ ข้าวผัดรถไฟสองจานค่ะ!” ไทน์ตะโกนสั่งเมนูโปรด

รักขมวดคิ้วเล็กน้อย เกิดมาสามสิบเก้าปีไม่เคยได้ยินชื่อเมนูนี้ แต่ก็ไม่คิดจะทักท้วง

ไม่นานนัก ข้าวผัดสีชมพูระเรื่อจากซอสมะเขือเทศที่ผัดจนเข้าเนื้อหมูและผักคะน้ากรอบๆ ก็ถูกวางลงตรงหน้า รักมองเมนูชื่อแปลกด้วยความสนใจ ก่อนจะตักเข้าปากสัมผัสแรกคือรสชาติเปรี้ยวหวานที่กลมกล่อม เป็นรสสัมผัสที่เธอเพิ่งเคยรู้จักเป็นครั้งแรก

“อร่อยจัง...นี่เหรอที่เขาเรียกว่าข้าวผัดรถไฟ”

“ใช่ค่ะ เมนูนี้เป็นความสุขราคาประหยัดของหนูเลยนะคะ” ไทน์ยิ้มกว้าง แววตาเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง รักจึงเริ่มชวนอีกฝ่ายคุย

“ที่ฉันบอกว่ามีเรื่องจะปรึกษา...คือฉันกำลังคิดเรื่องความยั่งยืนของร้านสะดวกซื้อสาขาที่เธอทำอยู่น่ะ” รักเอ่ยเสียงเรียบพยายามคุมโทนให้ดูเป็นงาน

“ในฐานะที่เธอเป็นคนคลุกคลีอยู่หน้างาน และเรียนการตลาดมาด้วย เธอคิดว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อของที่ร้านเราซ้ำๆ มากที่สุด”

ไทน์ชะงักช้อนที่กำลังจะตักข้าวคำโตเข้าปาก เธอวางช้อนลงแล้วนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง แววตาที่เคยใสซื่อเปลี่ยนเป็นจริงจังเมื่อถูกถามเรื่องที่เธอตั้งใจเรียนมา

“ถ้าเอาตามตำรา ก็คงเป็นเรื่องทำเล ความหลากหลายของสินค้า หรือไม่ก็โปรโมชั่นมั้งคะ”

ไทน์ตอบพลางสบตาคนโตกว่า “แต่ถ้าถามในมุมของหนูที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ทุกวัน หนูว่ามันคือ ความคุ้นเคยค่ะ”

“ความคุ้นเคยงั้นเหรอ?” รักเลิกคิ้วขึ้นอย่างสนใจ

“ใช่ค่ะ ลูกค้าบางคนไม่ได้เข้ามาเพราะหิวอย่างเดียวหรอกนะคะ แต่เขาเข้ามาเพราะรู้ว่าถ้ายื่นเงินให้พนักงานคนนี้ เขาจะได้รอยยิ้มกลับไป หรือพนักงานจำได้ว่าเขาชอบกินกาแฟในระดับความหวานที่เท่าไหร่”

ไทน์เริ่มอธิบายต่อด้วยท่าทางที่เป็นธรรมชาติ

“หนูไม่รู้ว่าคุณรักทำธุรกิจอะไรอยู่ มันอาจจะวัดผลด้วยตัวเลขยอดขาย แต่สำหรับร้านสะดวกซื้อที่หนูทำงาน หนูมองว่าลูกค้าต้องการการบริการที่ดี และความใส่ใจค่ะ”

รักนิ่งฟังพลางจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังพูดเจื้อยแจ้ว แสงไฟนีออนสลัวๆ ของร้านตามสั่งทำให้ดวงตาของไทน์ดูเป็นประกายอย่างประหลาด เธอไม่ได้ฟังเนื้อหาการตลาดมากเท่ากับการได้สังเกต แววตา ของเด็กคนนี้ แววตาที่เปี่ยมไปด้วยความตั้งใจ

“อืม...การบริการที่ดีและความใส่ใจ ก็ดูจะเป็นเหตุผลที่ดีนะ” รักพยักหน้าน้อยๆ “แล้วถ้าฉันอยากจะเพิ่ม ความคุ้นเคยที่ว่านั่นให้มากขึ้นล่ะ เธอพอจะมีไอเดียอะไรมั้ย ในมุมของนักศึกษาการตลาดปีสาม”

ไทน์หลุดขำออกมาเมื่อเห็นว่าคนระดับอย่างคุณรักดูจะสนใจในคำพูดของเด็กปีสามอย่างเธอไปซะหมด

“หนูไม่บอกหรอกค่ะ เดี๋ยวคุณรักขโมยไอเดียหนูไป เรื่องที่เราคุยกันวันนี้หนูขอเอาไปต่อยอดเป็นโปรเจกต์จบของหนูดีกว่า”

ได้ยินแบบนั้นรักก็หัวเราะหึเบา ๆ “หึ ถ้าเป็นแบบนั้นใครขโมยไอเดียใครกันแน่ล่ะ”

“แหะ...จริงด้วย แต่ถ้าเป็นแบบนั้น คุณรักจะอนุญาตมั้ยคะ”

คำขอนั้นทำให้วรารักษ์ชะงักไปครู่หนึ่ง อันที่จริงหัวข้อสนทนาในคืนนี้เป็นเพียงข้ออ้างที่เธอจะได้รู้จักเด็กตรงหน้ามากขึ้นก็เท่านั้นเอง

“ตอนนี้ยังไม่อนุญาต”

“อ้าว”

ไทน์หน้าเจื่อนในทันที ทั้งที่แอบดีใจไว้ล่วงหน้าแล้วว่า เธอพอจะมีไอเดียในการทำโปรเจกต์จบแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ก็พยายามคิดหัวข้อจนหัวแทบแตก

“ตอนนี้ยังไม่อนุญาต แต่ถ้าถึงเวลาที่เธอต้องทำโปรเจกต์จบ มาปรึกษาฉันสิ ฉันจะช่วย”

“จริงเหรอคะ!!”

ไทน์เผลอตะโกนอย่างลืมตัว แววตากลมโตฉายแววดีใจสุดซึ้งจนปิดไม่มิด

“เรื่องแค่นี้ฉันจะพูดเล่นทำไม”

“ขอบคุณนะคะ คุณรักใจดีจัง”

“เรื่องเล็กน้อย กินต่อเถอะ”

วรารักษ์ก้มลงกินอาหารในจานตัวเอง ทว่าหัวใจกลับเต้นรัวราวกับจะระเบิดออกมา แววตาสดใสคู่นั้นมีอิทธิพลกับจังหวะหัวใจของเธอเป็นอย่างมาก ดูเหมือนตอนนี้เธอไม่ได้แค่ถูกชะตากับเด็กคนนี้ซะแล้ว

“แล้วนี่...เรียนถึงไหนแล้วล่ะ โปรเจกต์ที่ว่านี่ต้องทำเมื่อไหร่”

รักอดไม่ได้ที่จะถามเรื่องการเรียนของอีกฝ่าย เธอเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องสนใจเรื่องราวของอีกฝ่ายมากขนาดนี้

“อีกสามเดือนไทน์จะจบปีสามแล้วค่ะ ช่วงนี้ก็มีทำรายงาน แล้วก็เก็บวิชาเรียนให้เหลือน้อยที่สุด ปีสี่ก็แค่ทำโปรเจกต์จบค่ะ”

“อ่า...สามเดือนสินะ” รักพึมพำเบา ๆ แต่ก็ไม่เบาไปกว่าที่คนเด็กกว่าจะไม่ได้ยิน

“ใช่ค่ะ สามเดือน คุณรักมีอะไรรึเปล่าคะ”

เมื่อคนตรงหน้าขมวดคิ้วมองเธอด้วยความสงสัย วรารักษ์ก็รีบวางสีหน้าเรียบเฉยดังเดิม

“เปล่า ไม่มีอะไร”

รักกลับไปสนใจอาหารตรงหน้าดังเดิม แต่ในหัวกำลังคิดแผนการบางอย่าง... 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 40 ความสำเร็จที่หอมกรุ่น

    เสียงชัตเตอร์รัวกระหน่ำท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของหอประชุมมหาวิทยาลัยชื่อดัง แสงแดดยามสายส่องกระทบใบหน้าเปื้อนยิ้มของบัณฑิตใหม่ในชุดครุยสีน้ำเงินเข้มไทน์ยืนอยู่ตรงกลางท่ามกลางวงล้อมของคนที่เธอรักที่สุดในชีวิต ในมือของเธอไม่ได้มีเพียงใบปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งที่เพิ่งได้รับมา แต่ยังมีช่อดอกไม้กุหลาบสีขาวช่อโตที่วรารักษ์เป็นคนสั่งทำเป็นพิเศษ“ยิ้มหน่อยนะคะคนเก่งของพี่...หนึ่ง สอง สาม!”วรารักษ์ในชุดสูทสีชมพูอ่อนดูสง่างามเป็นคนถือกล้องด้วยตัวเอง เธอพยายามเก็บทุกองศาความภูมิใจของแฟนเด็กเอาไว้ในความทรงจำ ถัดไปข้าง ๆ คือน้าเยาว์ที่วันนี้สวมชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนที่ไทน์ตั้งใจซื้อให้ น้าเยาว์ไม่ได้ใช้ไม้เท้าแล้ว เธอประคองตัวยืนเคียงข้างหลานสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสุข“ถ้าพ่อกับแม่ของไทน์ได้เห็นไทน์ใส่ชุดนี้ น้าเชื่อว่าเค้าต้องดีใจมากแน่ ไทน์เก่งมากเลยลูก” น้าเยาว์เอ่ยเสียงสั่นพลางลูบแถบผ้าครุยของหลานสาวทว่าใบหน้าของไทน์กลับหมองลงเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ในวันที่เธอประสบความสำเร็จมากที่สุด คนที่อยากให้อยู่ในวันนี้ด้วยกันกลับไม่อยู่ด้วยที่ผ่านมาไทน์รู้แค่พ่อกับแม่เอาเธอมาฝากไว้กั

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 39 กรรมตามสนอง

    แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องลงมายังลานจอดรถของภัตตาคารจีนฮกเกี้ยนดูจะเจิดจ้ากว่าปกติในสายตาของวรารักษ์ เธอไม่ได้ขยับรถไปไหนแม้แต่น้อย ตามที่ได้ให้สัญญาไว้กับเด็กน้อยของเธอ หัวใจที่เคยหนักอึ้งด้วยความกังวลค่อย ๆ ผ่อนคลายลงเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของไทน์เดินก้าวพ้นประตูบานยักษ์ออกมาทว่าสิ่งที่ทำให้วรารักษ์ต้องรีบเปิดประตูรถลงไปหา คือหยาดน้ำตาที่คลอเคลียอยู่บนดวงตากลมโตและรอยยิ้มที่กว้างที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น“บี๋...เป็นอะไรคะ คุณพ่อทำอะไรหนูรึเปล่า”รักประคองใบหน้าหวานด้วยความร้อนรน ไทน์ส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนจะโผเข้ากอดคนพี่ไว้แน่น กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่คุ้นเคยช่วยย้ำเตือนว่านี่คือเรื่องจริง“คุณพ่อไม่ได้ทำอะไรค่ะ ท่าน...ท่านใจดีมากค่ะ”“แล้วร้องไห้ทำไมคะคนเก่ง ไหนบอกพี่สิ”“คุณพ่อบอกว่า ไว้วันหลังให้ไทน์พาพ่อไปกินโจ๊กร้านนั้นบ้างนะ ร้านหน้าโรงพยาบาลที่เราเคยไปกินกันน่ะค่ะ” ไทน์เอ่ยเสียงสั่นเครือ “พี่รักคะ...คุณพ่อแทนตัวเองว่าพ่อกับไทน์ด้วยค่ะ”วรารักษ์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระบายยิ้มออกมาด้วยความโล่งอกอย่างที่สุด เธอกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นพลางลูบหลังปลอบประโลมคนในอ้อมแขน“พี่บอกแล้วไงคะว่าคุณ

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 38 บททดสอบหัวใจ

    รถสปอร์ตสีดำขลับเคลื่อนตัวเข้ามาจอดนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าภัตตาคารอาหารจีนชื่อดังใจกลางเมือง บรรยากาศเบื้องหน้าดูโอ่อ่าสมฐานะด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนร่วมสมัย เสาสีแดงชาดต้นใหญ่สลักลวดลายมังกรทองพันรอบดูน่าเกรงขาม กลิ่นอายของความเก่าแก่และหรูหราแผ่ออกมาจนวรารักษ์ที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยถึงกับขมวดคิ้วเธอทอดสายตามองป้ายชื่อร้านที่เป็นตัวอักษรพู่กันจีนสีทองพลางนึกสงสัยในใจ...ทำไมคุณพ่อถึงให้พิมพ์เลือกร้านนี้กันนะพ่อไม่ชอบกินอาหารแนวฮกเกี้ยนนี่นา หรือกำลังคิดจะทำอะไรอยู่?“พี่รักคะ จอดรถนิ่งนานไปแล้วนะคะ เป็นอะไรรึเปล่าคะ”เสียงใสของคนข้างกายเรียกสติให้วรารักษ์หันกลับมามองต้นเสียงวันนี้ไทน์อยู่ในชุดที่ดูเป็นทางการและสุภาพที่สุดเท่าที่เจ้าตัวจะหาได้ คนเด็กกว่านั่งหลังตรงดิ่ง แม้ใบหน้าจะพยายามประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ เพื่อให้คนพี่สบายใจ แต่แววตาที่สั่นไหวเล็กน้อยกับฝ่ามือที่ประสานกันแน่นบนตักก็ไม่อาจปิดบังความกังวลลึก ๆ ได้เลย“โอเคมั้ยคะคนเก่ง ถ้าไม่โอเคพี่จะเข้าไปด้วย”รักเอ่ยพลางเอื้อมมือไปกุมมือของคนน้องไว้แน่น เธอไม่ได้ตั้งใจจะทำตามคำสั่งคุณพ่อเสียทีเดียว แม้ท่านจะบอกว่าอยากคุยกับไทน์แค่สองค

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 37 เข้าถ้ำเสือ

    ภายในห้องทำงานที่เงียบสงบของคฤหาสน์จิรเดชารัตน์ เจ้าสัวธนานั่งทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างบานกว้าง บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่มีเอกสารวางกองอยู่ หนึ่งในนั้นคือซองเอกสารสีน้ำตาลที่บรรจุข้อมูลทุกอย่างของหญิงสาวที่ชื่อว่าไทน์เอาไว้อย่างละเอียดธนา จิรเดชารัตน์ เขาคือผู้ก่อตั้ง 24 Hour คือผู้ริเริ่มสร้างครอบครัว และสร้างบุตรสาวทั้งสามคนด้วยความรักยิ่ง สิ่งหนึ่งที่ธนามีอย่างเต็มเปี่ยมคือการเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกสาวเสมอรัก ริณ รัญ ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีตั้งแต่เด็ก คนเป็นพ่อไม่เคยทำให้ลูกรู้สึกว่าขาดเหลืออะไร ความรักที่ทั้งสามคนได้รับเป็นไปอย่างเท่าเทียม แต่ถึงอย่างนั้นธนาก็รู้ดีว่า สำหรับวงการธุรกิจนั้น อันตรายมีรอบด้านธนาไม่ใช่คนประมาท ทันทีที่เขารู้ว่าลูกสาวคนโตอย่างวรารักษ์ติดต่อกับหญิงสาวคนหนึ่ง เขาก็ไม่รอช้าที่จะให้นักสืบมือหนึ่งติดตามดูแลทุกความเคลื่อนไหวของผู้หญิงคนนั้นทว่าสิ่งที่ธนาได้รับการรายงานในแต่ละวัน คือพฤติกรรมธรรมดา ๆ อย่างคนทั่วไป หากแต่แฝงไว้ด้วยบางอย่างที่เขาไม่สามารถมองผ่านได้เจ้าสัวธนานึกย้อนไปถึงการรายงานความเคลื่อนไหวของไทน์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ที่เขาให้สายสื

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 36 อย่าเหยียบย่ำผู้อื่น

    หลายเดือนผ่านไป...กาลเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็วเปรียบเสมือนลมพายุที่พัดพาเอาหยาดเหงื่อและความเหนื่อยล้าของไทน์ให้เจือจางหายไปไทน์ในตอนนี้ไม่ได้เป็นเด็กพาร์ทไทม์อย่างก่อนหน้านี้แล้ว จากมือที่มักจะถือถาดเสิร์ฟอาหาร หรือผ้าเช็ดเคาน์เตอร์ผืนเก่า ๆ ตอนนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นมือที่กำลังกระชับซองเอกสารสีน้ำตาลที่ด้านในบรรจุใบรับรองการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเอาไว้แนบอกไทน์มองกระดาษใบนั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ความพยายามตลอดสามปีครึ่งที่เธอเคี่ยวกรำตัวเองอย่างหนัก ทั้งเรียนซัมเมอร์ เก็บหน่วยกิตจนครบ และการทำโปรเจกต์จบที่ได้ที่ปรึกษาพิเศษระดับประธานบริหารอย่างวรารักษ์คอยขัดเกลาให้จนสมบูรณ์แบบ วันนี้มันได้ส่งผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิต“ยินดีด้วยนะคะคนเก่งของพี่”เสียงนุ่มละมุนที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหู พร้อมกับอ้อมกอดอบอุ่นที่สวมกอดเธอจากด้านหลัง วรารักษ์ในชุดสูทสีขาวครีมดูสง่างามสมฐานะผู้บริหารระดับสูงโน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มแฟนเด็กเบาๆ เป็นการให้รางวัล“ขอบคุณนะคะพี่รัก ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง”ไทน์หันกลับมาส่งยิ้มกว้างจนตาปิด ความสดใสของเธอในวันนี้ดูเจิดจ้ากว่าวันแรกที่ทั้

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 35 ติวเตอร์พี่รัก

    หลังจากค่ำคืนที่แสนยาวนานผ่านพ้นไป ความสัมพันธ์ของวรารักษ์และไทน์ก็ขยับเข้าสู่โหมดที่ลึกซึ้งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทว่าชีวิตจริงไม่ได้มีเพียงแค่บทรักอันเร่าร้อน เพราะการก้าวเข้าสู่โค้งสุดท้ายในเรื่องเรียนของไทน์มาพร้อมกับภาระอันหนักอึ้งนั่นคือ โปรเจกต์จบ ที่เป็นเสมือนปราการด่านสุดท้ายก่อนจะคว้าใบปริญญาหลายวันนี้ไทน์ตั้งหน้าตั้งตากับงานชิ้นสุดท้ายของเธอในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างเต็มที่ ค่ำคืนนี้ก็เช่นเดียวกันภายในห้องทำงานส่วนตัวของวรารักษ์ที่คฤหาสน์จิรเดชารัตน์ บรรยากาศเงียบสงัดมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเอื่อย ๆ และเสียงเคาะแป้นพิมพ์ที่ดังถี่ยิบจากมุมหนึ่งของห้อง ไทน์นั่งหน้ามุ่ยอยู่บนโต๊ะทำงานตัวยาว ดวงตากลมโตจ้องมองกราฟและแผนภูมิการตลาดบนหน้าจอโน้ตบุ๊กจนแทบจะถลนออกมา“เฮ้อ...ยากจัง” ไทน์พึมพำพลางทิ้งแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรงวรารักษ์ที่นั่งจิบกาแฟอ่านรายงานการประชุมอยู่อีกด้านหนึ่งเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอไอแพด เธอขยับแว่นสายตาเล็กน้อย แสงไฟจากโคมไฟบนโต๊ะสะท้อนเลนส์แว่นทำให้ดวงตาคมกริบของเธอดูทรงพลังและน่าเกรงขามกว่าปกติ“ถึงไหนแล้วคะบี๋” รักถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ“ไทน์ติด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status