Beranda / LGBTQ+ / รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง / บทที่ 7 ข้าวผัดรถไฟ

Share

บทที่ 7 ข้าวผัดรถไฟ

last update Tanggal publikasi: 2026-03-06 14:46:34

แม้จะได้ย้ายกลับมาอยู่กะกลางวันตามคำสั่งลึกลับที่ทำให้ผู้จัดการร้านเปลี่ยนท่าทีเป็นนอบน้อม แต่ไทน์ก็ยังไม่อาจสลัดความเหนื่อยล้าออกไปได้พ้น แสงแดดยามบ่ายที่ส่องผ่านกระจกร้านสะดวกซื้อดูจะร้อนแรงกว่าทุกวัน มันหนักอึ้งพอ ๆ กับกองสมุดเลกเชอร์ที่วางรออยู่ในกระเป๋าเป้

ไทน์ยืนสัปหงกอยู่ที่หน้าแคชเชียร์ ดวงตาเรียวรีเหม่อลอยไปตามเสียงเครื่องพ่นไอเย็นของตู้แช่ มือของเธอขยับจัดเรียงลูกอมที่หน้าเคาน์เตอร์ด้วยความเชื่องช้าจนเกือบจะเป็นภาพสโลว์โมชั่น

“อเมริกาโน่เย็นหนึ่งแก้วค่ะ”

เสียงนุ่มนวลที่คุ้นเคยปลุกให้ไทน์สะดุ้งจนตัวโยน เธอกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ความพร่าเบลอ ก่อนจะพบกับใบหน้าสวยสง่าของคุณรักที่กำลังยืนมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย

“คุณรัก...มาอีกแล้วเหรอคะ”

ไทน์พยายามปั้นยิ้มแล้วรีบไปชงกาแฟตามคำสั่ง  แต่ความเพลียที่เกาะกินหัวใจทำให้รอยยิ้มนั้นดูอ่อนแรงจนคนมองรู้สึกห่วงใยมากกว่าเดิม

“วันนี้เลิกงานกี่โมง?”

รักถามสั้นๆ โดยไม่อ้อมค้อม สายตาจับจ้องไปที่รอยคล้ำใต้ตาของคนตัวเล็ก

“วันนี้หนูอยู่กะเช้าค่ะ สี่โมงเย็นก็เลิกแล้ว”

รักพยักหน้าเงียบๆ เธอรับกาแฟที่ไทน์ชงให้โดยไม่ได้พูดอะไรต่อก่อนจะเดินออกจากร้านไป ทิ้งให้ไทน์สงสัยว่าคำถามนั้นมีความหมายอะไร จนกระทั่งเข็มนาฬิกาชี้ที่เลขสี่ ไทน์ถอดผ้ากันเปื้อนและก้าวออกมาที่หน้าลานจอดรถ เธอก็พบกับรถยุโรปคันหรูที่จอดรออยู่ตำแหน่งเดิม

“ไปทานข้าวกัน ฉันมีเรื่องจะปรึกษาเรื่องการตลาดหน่อย” รักเลื่อนกระจกลงมาพูดหาข้ออ้างที่ดูเป็นงานเป็นการ เพื่อไม่ให้ไทน์รู้สึกอึดอัดจนเกินไป

        ไทน์ขมวดคิ้วเล็กน้อยกับคำชวนนั้น ก่อนจะยกนิ้วชี้ชี้เข้าหาตัวเอง

        “ปรึกษาการตลาด? กับหนูเนี่ยนะคะ”

        “อื้ม ก็เธอเรียนการตลาดหนิ”

        คนที่นั่งอยู่ในรถหรูอมยิ้มเล็กน้อย แต่ก็เป็นยิ้มบาง ๆ ที่ไทน์ไม่ทันสังเกต

        “หนูจะช่วยคุณได้เหรอคะ หนูยังเรียนไม่จบเลย”

        “ก็มีคนบอกฉันว่าอยากพัฒนาตัวเองไม่ใช่เหรอ ถ้าเธอช่วยแก้ปัญหาฉันได้ ก็ถือว่าเธอได้ทดสอบตัวเองไปด้วยไง...ไปเถอะ อย่าคิดมาก”

        คำคะยั้นคะยอจากคนอายุมากกว่าและเหตุผลที่อีกฝ่ายยกมา ทำให้ไทน์ลดความอึดอัดไปได้เยอะ

“งั้นก็ได้ค่ะ คุณรักอยากไปทานข้าวร้านไหนคะ”

ไทน์ลังเลใจ เธอเหลือบมองมอเตอร์ไซค์คันเก่าของตัวเองกับรถคันละหลายล้านตรงหน้า

“ร้านไหนก็ได้ที่เธออยากไป ฉันให้เธอเลือก”

ไทน์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพยักหน้า “งั้นหนูขับมอเตอร์ไซค์นำไปนะคะ ขอเลือกร้านใกล้ ๆ บ้านละกัน หนูจะได้กลับบ้านเลย”

“อื้ม ไม่มีปัญหา”

รักมองตามแผ่นหลังที่ดูบอบบางแต่แข็งแกร่งของไทน์ขณะที่เธอกระโดดขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์คันเก่า

รักนั่งอยู่บนเบาะหนังนุ่มละมุนภายในรถที่เงียบสนิท มีคนขับรถและคนดูแลความปลอดภัยพร้อมสรรพ เธออดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบชีวิตที่ต่างกันสุดขั้วนี้ ความสะดวกสบายที่เธอมีดูจะจืดชืดไปเลยเมื่อเทียบกับ ความอิสระบนมอเตอร์ไซค์ของเด็กสาวคนนั้น

รักเม้มปากแน่น เธอตั้งปณิธานในใจว่าสักวันเธอจะลงไปสัมผัสโลกของไทน์ให้ได้มากกว่านี้

ร้านอาหารตามสั่งปากซอยบ้านไทน์เป็นเพียงเพิงไม้ที่มีหลังคาสังกะสี กลิ่นพริกแกงที่ถูกคั่วจนฉุน ฟุ้งไปทั่วบริเวณทำให้ไทน์จามออกมาเบาๆ รักก้าวลงจากรถ ท่ามกลางสายตาแปลกใจของชาวบ้านแถวนั้นที่มองดูคุณหนูไฮโซเดินเข้ามานั่งบนเก้าอี้พลาสติกสีแดง

“คุณรักอยากทานอะไรคะ”

“เธอกินอะไรก็เอาเหมือนกัน ฉันไม่รู้จะสั่งอะไร” รักบอกพลางส่งยิ้มให้

“คุณรักแน่ใจเหรอคะว่าจะสั่งเหมือนกัน คุณจะกินได้เหรอ” คนเด็กกว่าดูกังวลเล็กน้อย

“ถ้าเธอกินได้ ทำไมฉันจะกินไม่ได้ล่ะ เธอคงไม่สั่งอาหารที่มันพิสดารหรอกมั้ง”

คำกล่าวนั้นทำให้ไทน์หลุดยิ้มออกมาเบา ๆ และเป็นครั้งแรกที่คนตรงหน้าได้เห็นความผ่อนคลายผ่านแววตาคู่สวยที่อยู่ตรงหน้า

“โอเคค่ะ งั้นหนูสั่งเลยนะ”

เมื่อรักพยักหน้าเน้นย้ำอีกครั้ง ไทน์ก็โบกมือเป็นสัญญาณของการสั่งอาหารให้ป้าเจ้าของร้าน

“ป้าคะ ข้าวผัดรถไฟสองจานค่ะ!” ไทน์ตะโกนสั่งเมนูโปรด

รักขมวดคิ้วเล็กน้อย เกิดมาสามสิบเก้าปีไม่เคยได้ยินชื่อเมนูนี้ แต่ก็ไม่คิดจะทักท้วง

ไม่นานนัก ข้าวผัดสีชมพูระเรื่อจากซอสมะเขือเทศที่ผัดจนเข้าเนื้อหมูและผักคะน้ากรอบๆ ก็ถูกวางลงตรงหน้า รักมองเมนูชื่อแปลกด้วยความสนใจ ก่อนจะตักเข้าปากสัมผัสแรกคือรสชาติเปรี้ยวหวานที่กลมกล่อม เป็นรสสัมผัสที่เธอเพิ่งเคยรู้จักเป็นครั้งแรก

“อร่อยจัง...นี่เหรอที่เขาเรียกว่าข้าวผัดรถไฟ”

“ใช่ค่ะ เมนูนี้เป็นความสุขราคาประหยัดของหนูเลยนะคะ” ไทน์ยิ้มกว้าง แววตาเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง รักจึงเริ่มชวนอีกฝ่ายคุย

“ที่ฉันบอกว่ามีเรื่องจะปรึกษา...คือฉันกำลังคิดเรื่องความยั่งยืนของร้านสะดวกซื้อสาขาที่เธอทำอยู่น่ะ” รักเอ่ยเสียงเรียบพยายามคุมโทนให้ดูเป็นงาน

“ในฐานะที่เธอเป็นคนคลุกคลีอยู่หน้างาน และเรียนการตลาดมาด้วย เธอคิดว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อของที่ร้านเราซ้ำๆ มากที่สุด”

ไทน์ชะงักช้อนที่กำลังจะตักข้าวคำโตเข้าปาก เธอวางช้อนลงแล้วนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง แววตาที่เคยใสซื่อเปลี่ยนเป็นจริงจังเมื่อถูกถามเรื่องที่เธอตั้งใจเรียนมา

“ถ้าเอาตามตำรา ก็คงเป็นเรื่องทำเล ความหลากหลายของสินค้า หรือไม่ก็โปรโมชั่นมั้งคะ”

ไทน์ตอบพลางสบตาคนโตกว่า “แต่ถ้าถามในมุมของหนูที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ทุกวัน หนูว่ามันคือ ความคุ้นเคยค่ะ”

“ความคุ้นเคยงั้นเหรอ?” รักเลิกคิ้วขึ้นอย่างสนใจ

“ใช่ค่ะ ลูกค้าบางคนไม่ได้เข้ามาเพราะหิวอย่างเดียวหรอกนะคะ แต่เขาเข้ามาเพราะรู้ว่าถ้ายื่นเงินให้พนักงานคนนี้ เขาจะได้รอยยิ้มกลับไป หรือพนักงานจำได้ว่าเขาชอบกินกาแฟในระดับความหวานที่เท่าไหร่”

ไทน์เริ่มอธิบายต่อด้วยท่าทางที่เป็นธรรมชาติ

“หนูไม่รู้ว่าคุณรักทำธุรกิจอะไรอยู่ มันอาจจะวัดผลด้วยตัวเลขยอดขาย แต่สำหรับร้านสะดวกซื้อที่หนูทำงาน หนูมองว่าลูกค้าต้องการการบริการที่ดี และความใส่ใจค่ะ”

รักนิ่งฟังพลางจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังพูดเจื้อยแจ้ว แสงไฟนีออนสลัวๆ ของร้านตามสั่งทำให้ดวงตาของไทน์ดูเป็นประกายอย่างประหลาด เธอไม่ได้ฟังเนื้อหาการตลาดมากเท่ากับการได้สังเกต แววตา ของเด็กคนนี้ แววตาที่เปี่ยมไปด้วยความตั้งใจ

“อืม...การบริการที่ดีและความใส่ใจ ก็ดูจะเป็นเหตุผลที่ดีนะ” รักพยักหน้าน้อยๆ “แล้วถ้าฉันอยากจะเพิ่ม ความคุ้นเคยที่ว่านั่นให้มากขึ้นล่ะ เธอพอจะมีไอเดียอะไรมั้ย ในมุมของนักศึกษาการตลาดปีสาม”

ไทน์หลุดขำออกมาเมื่อเห็นว่าคนระดับอย่างคุณรักดูจะสนใจในคำพูดของเด็กปีสามอย่างเธอไปซะหมด

“หนูไม่บอกหรอกค่ะ เดี๋ยวคุณรักขโมยไอเดียหนูไป เรื่องที่เราคุยกันวันนี้หนูขอเอาไปต่อยอดเป็นโปรเจกต์จบของหนูดีกว่า”

ได้ยินแบบนั้นรักก็หัวเราะหึเบา ๆ “หึ ถ้าเป็นแบบนั้นใครขโมยไอเดียใครกันแน่ล่ะ”

“แหะ...จริงด้วย แต่ถ้าเป็นแบบนั้น คุณรักจะอนุญาตมั้ยคะ”

คำขอนั้นทำให้วรารักษ์ชะงักไปครู่หนึ่ง อันที่จริงหัวข้อสนทนาในคืนนี้เป็นเพียงข้ออ้างที่เธอจะได้รู้จักเด็กตรงหน้ามากขึ้นก็เท่านั้นเอง

“ตอนนี้ยังไม่อนุญาต”

“อ้าว”

ไทน์หน้าเจื่อนในทันที ทั้งที่แอบดีใจไว้ล่วงหน้าแล้วว่า เธอพอจะมีไอเดียในการทำโปรเจกต์จบแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ก็พยายามคิดหัวข้อจนหัวแทบแตก

“ตอนนี้ยังไม่อนุญาต แต่ถ้าถึงเวลาที่เธอต้องทำโปรเจกต์จบ มาปรึกษาฉันสิ ฉันจะช่วย”

“จริงเหรอคะ!!”

ไทน์เผลอตะโกนอย่างลืมตัว แววตากลมโตฉายแววดีใจสุดซึ้งจนปิดไม่มิด

“เรื่องแค่นี้ฉันจะพูดเล่นทำไม”

“ขอบคุณนะคะ คุณรักใจดีจัง”

“เรื่องเล็กน้อย กินต่อเถอะ”

วรารักษ์ก้มลงกินอาหารในจานตัวเอง ทว่าหัวใจกลับเต้นรัวราวกับจะระเบิดออกมา แววตาสดใสคู่นั้นมีอิทธิพลกับจังหวะหัวใจของเธอเป็นอย่างมาก ดูเหมือนตอนนี้เธอไม่ได้แค่ถูกชะตากับเด็กคนนี้ซะแล้ว

“แล้วนี่...เรียนถึงไหนแล้วล่ะ โปรเจกต์ที่ว่านี่ต้องทำเมื่อไหร่”

รักอดไม่ได้ที่จะถามเรื่องการเรียนของอีกฝ่าย เธอเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องสนใจเรื่องราวของอีกฝ่ายมากขนาดนี้

“อีกสามเดือนไทน์จะจบปีสามแล้วค่ะ ช่วงนี้ก็มีทำรายงาน แล้วก็เก็บวิชาเรียนให้เหลือน้อยที่สุด ปีสี่ก็แค่ทำโปรเจกต์จบค่ะ”

“อ่า...สามเดือนสินะ” รักพึมพำเบา ๆ แต่ก็ไม่เบาไปกว่าที่คนเด็กกว่าจะไม่ได้ยิน

“ใช่ค่ะ สามเดือน คุณรักมีอะไรรึเปล่าคะ”

เมื่อคนตรงหน้าขมวดคิ้วมองเธอด้วยความสงสัย วรารักษ์ก็รีบวางสีหน้าเรียบเฉยดังเดิม

“เปล่า ไม่มีอะไร”

รักกลับไปสนใจอาหารตรงหน้าดังเดิม แต่ในหัวกำลังคิดแผนการบางอย่าง... 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   ตอนพิเศษ (6) สู่ความธรรมดา...ชั่วนิรันดร์

    ท่ามกลางกองจดหมายขอรับทุนการศึกษาประจำปีของบริษัท 24 Hour ที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ในคฤหาสน์ ไทน์ในวัยสามสิบหกปี ผู้ดำรงตำแหน่งประธานบริหารอย่างเต็มตัว กำลังไล่สายตาอ่านข้อความเหล่านั้นด้วยความตั้งใจ จนกระทั่งเธอสะดุดกับซองจดหมายสีขาวธรรมดาฉบับหนึ่งเนื้อหาในจดหมายเขียนด้วยลายมือบรรจง เล่าถึงเด็กสาวคนหนึ่งที่สอบติดคณะบริหารธุรกิจในมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่กลับไม่มีทุนการศึกษาเพราะพ่อแม่ทิ้งไปตั้งแต่เด็ก เธอใช้เวลาหลังเลิกเรียนทำงานพาร์ทไทม์ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเพื่อเก็บเงิน แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อค่าเทอมที่แสนแพง“หนูไม่ได้ต้องการแค่เงินช่วยเหลือ แต่หนูต้องการโอกาสที่จะพิสูจน์ว่า เด็กที่ไม่มีอะไรเลยอย่างหนู ก็สามารถเติบโตเป็นคนที่มีคุณค่าได้เหมือนกับท่านประธานที่เป็นไอดอลของหนูค่ะ”ประโยคสุดท้ายในจดหมายทำเอาไทน์นิ่งไปครู่ใหญ่ หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเพราะมันเหมือนเห็นภาพตัวเองในกระจกเมื่อสิบกว่าปีก่อน เธอรีบถือจดหมายฉบับนั้นตรงไปหาวรารักษ์ที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ในสวนดอกไม้ข้างบ้าน“พี่รักคะ ดูจดหมายฉบับนี้สิคะ”ไทน์ยื่นจดหมายให้คนรักที่ตอนนี้อยู่ในวัยห้าสิบสี่ปี ยังคงดูสง่

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   ตอนพิเศษ (5) เลือนรางแต่ไม่ร่วงโรย

    ภายในห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์จิรเดชารัตน์ แสงไฟจากโคมไฟหัวเตียงในค่ำคืนนี้ดูสลัวกว่าปกติ บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ วรารักษ์ในวัยใกล้เลขห้านั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มือเรียวที่เคยถือปากกาเซ็นเอกสารที่เกี่ยวกับธุรกิจอย่างมั่นคง ตอนนี้กลับสั่นเทาน้อย ๆ ขณะลูบไล้ไปบนใบหน้าของตัวเองผ่านกระจกเงาสิบปีผ่านไป...กาลเวลาไม่เคยปราณีใครแม้ว่าที่ผ่านมาเธอจะใช้ครีมบำรุงที่แพงที่สุด หรือเข้าสถาบันความงามที่ดีที่สุด แต่ร่องรอยแห่งวัยก็เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นทุกทีดังเช่นริ้วรอยที่หางตาและจุดกระที่ผิววรารักษ์ใช้นิ้วแตะลงบนโหนกแก้มที่มีจุดกระเริ่มผุดขึ้นตามธรรมชาติของวัย และเมื่อเธอพยายามฝืนยิ้ม ริ้วรอยเล็ก ๆ ที่หางตาก็พับซ้อนกันชัดเจนจนเธอต้องรีบหุบยิ้มทันที‘แก่ขึ้นขนาดนี้เลยเหรอวรารักษ์...’เธอคิดในใจพลางหยิบครีมกระปุกหรูมาทาซ้ำแล้วซ้ำเล่า หวังจะลบเลือนรอยเหล่านั้นเพียงเพื่อจะให้ดูดีพอในสายตาของแฟนเด็กที่นับวันจะยิ่งสง่างามและพรั่งพร้อมในวัยสามสิบเอ็ดปีเสียงประตูห้องน้ำเปิดออก ไทน์เดินออกมาในชุดคลุมอาบน้ำสีขาว ผมสั้นที่เซตทรงอย่างดีในเวลางาน ตอนนี้เปียกชื้นแ

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   ตอนพิเศษ (4) วันที่ไม่เข้าใจ

    ในวัยสี่สิบเก้าปี วรารักษ์ยังคงเป็นผู้หญิงที่ดูดีอย่างไร้ที่ติ ใบหน้าคมเข้มยังคงได้รับการดูแลอย่างดี แต่ในใจของเธอกลับเริ่มมีพายุลูกเล็ก ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ความมั่นใจที่เคยมีล้นปรี่เริ่มสั่นคลอนเมื่อเลขห้ากำลังเดินทางมาเยือน ผิดกับไทน์ในวัยสามสิบเอ็ดที่กำลังอยู่ในช่วงสะพรั่งและเปล่งประกายที่สุด ความเก่งกาจและบุคลิกที่นิ่งขรึมขึ้นตามตำแหน่งหน้าที่ ทำให้เธอดูมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างที่วรารักษ์เริ่มจะหวาดหวั่นความระแวงของวรารักษ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อบริษัทรับนักศึกษาฝึกงานชุดใหม่เข้ามา และหนึ่งในนั้นคือมิ้นท์เด็กสาววัยยี่สิบต้น ๆ ที่มีรอยยิ้มสดใส ร่าเริง และดูจะ ติดไทน์เป็นพิเศษช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา วรารักษ์สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ไทน์เริ่มกลับบ้านดึกขึ้น บางวันก็กลับพร้อมกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่ไม่ใช่กลิ่น ประจำตัวที่เธอคุ้นเคย อีกทั้งไทน์ยังดูติดโทรศัพท์มากขึ้น นิ้วเรียวมักจะกดพิมพ์ข้อความในมือถือพร้อมรอยยิ้มมุมปากในแบบที่วรารักษ์ไม่ได้เห็นมาพักใหญ่บ่ายวันหนึ่งในออฟฟิศของ 24 Hour วรารักษ์ที่กำลังจะไปประชุมต้องหยุดฝีเท้าในทันทีเมื่อเดินผ่านโต๊ะทำงานของเด็กฝึกงานคนนั้นภาพที

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   ตอนพิเศษ (3) ความตั้งใจที่เรียกว่ารัก

    เจ็ดปี...เป็นเวลาที่นานพอจะทำให้คนเราเรียนรู้ทุกซอกทุกมุมของกันและกัน แต่สำหรับวรารักษ์และไทน์ เจ็ดปีกลับเป็นเพียงบทนำของนิยายรักที่ไม่มีวันจบเช้าวันวาเลนไทน์ในปีที่เจ็ดบรรยากาศภายในคฤหาสน์ของจิรเดชารัตน์ดูจะอบอวลไปด้วยความลับ ไทน์ในวัยยี่สิบแปดปีที่ตอนนี้กลายเป็นผู้บริหารเต็มตัวทั้งสง่าและเฉียบคม เธอกำลังประคองกล่องของขวัญใบเล็กที่ห่อด้วยกระดาษสีมุกอย่างทะนุถนอมปีนี้ไทน์ตั้งใจว่ากุหลาบขาวเพียงดอกเดียวเหมือนทุกปีคงไม่เพียงพอต่อความรักที่เอ่อล้น เธอจึงใช้เวลาหลังเลิกงานแอบไปลงคอร์สเรียนทำน้ำหอมอย่างจริงจังนานนับเดือน เพื่อที่จะสกัดเอา กลิ่นแห่งความทรงจำ ให้ออกมาเป็นรูปธรรมที่สุด“กลิ่น White Rose เปรียบเสมือนดอกกุหลาบขาวที่เต็มไปด้วยความรักที่บริสุทธิ์”ไทน์พึมพำขณะลูบไล้ขวดน้ำหอมดีไซน์เรียบหรู เธอเลือกเบสของน้ำหอมเป็นกลิ่นกุหลาบขาวที่บริสุทธิ์ แทรกด้วยกลิ่นหอมสะอาดของแป้งเด็กจาง ๆ เพื่อสื่อถึงความอ่อนโยนที่พี่รักมีให้เธอเสมอมา และตบท้ายด้วยกลิ่นวู้ดดี้เข้ม ๆ เพื่อสื่อถึงความมั่นคงของอีกฝ่าย เป็นกลิ่นที่ไทน์ตั้งชื่อให้ว่า เธอผู้เป็นนิรันดร์แต่ในขณะเดียวกัน...ทางด้านของคนพี่กลับเต็ม

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   ตอนพิเศษ (2) หวานกว่าน้ำเต้าหู้

    แสงไฟสีนวลตาภายในห้องครัวขนาดใหญ่ของคฤหาสน์จิรเดชารัตน์ส่องสว่างเพียงบางจุด ทำให้ค่ำคืนนี้บรรยากาศดูเงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างยิ่งกลิ่นหอมกรุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของถั่วเหลืองต้มสุกผสมกับกลิ่นใบเตยหอมลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ ไทน์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของคนพี่และกางเกงขาสั้นเหนือเข่า กำลังยืนใจจดใจจ่ออยู่หน้าเตาไฟฟ้าเครื่องหรู เธอใช้ไม้พายคนน้ำสีขาวนวลในหม้ออย่างเบามือแม้ตอนนี้จะกลายเป็นผู้บริหารสาวที่แสนสง่าในเวลางาน แต่เมื่อกลับมาถึงบ้าน ไทน์ก็ยังคงชอบที่จะเข้าครัวทำน้ำเต้าหู้สูตรน้าเยาว์ให้วรารักษ์ดื่มก่อนนอนเสมอ โดยเฉพาะหลังจากกลับจากทริปยุโรปที่ต้องกินแต่ชีสและขนมปังมาหลายวัน“น้ำเต้าหู้ใกล้จะได้ที่แล้วค่ะพี่รัก กลิ่นหอมแล้ว”ไทน์เอ่ยขึ้นโดยไม่ได้หันไปมอง เพราะรับรู้ถึงฝีเท้าของคนรักที่เพิ่งเดินเข้ามาทว่าสิ่งที่ตอบกลับมาไม่ใช่คำพูด แต่เป็นอ้อมกอดอุ่น ๆ ที่สวมกอดเธอจากทางด้านหลัง วรารักษ์ซบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนของคนเด็กกว่า สูดดมกลิ่นกายสาวที่หอมสะอาดสู้กับกลิ่นใบเตยในหม้อ มือเรียวของคนพี่เริ่มไม่อยู่นิ่ง มันค่อย ๆ ลูบไล้จากเอวบางขึ้นมาจนถึงหน้าท้องราบเรียบผ่านเนื้อผ้าตัวบาง“หอ

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   ตอนพิเศษ (1) ฮันนีมูน

    ท้องฟ้าเหนือกรุงปารีสในบ่ายวันนี้เป็นสีฟ้าครามสดใสตัดกับสถาปัตยกรรมสีครีมดูคลาสสิกของตึกรามบ้านช่องที่เรียงรายอยู่สองข้างทางไทน์ในชุดโอเวอร์โค้ทสีครีมสบายตายืนตะลึงมองหอไอเฟลที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าด้วยดวงตาที่เป็นประกาย นี่คือครั้งแรกในชีวิตที่เธอได้เดินทางข้ามซีกโลกมาไกลขนาดนี้ และคนที่ยืนเคียงข้างกุมมือเธอไว้ไม่ห่าง ก็คือผู้หญิงที่เป็นโลกทั้งใบของเธอ“สวยกว่าในรูปที่พี่รักเคยเอาให้ดูอีกค่ะ เหมือนในหนังเลย” ไทน์กระซิบพลางกระชับมือที่ประสานกันไว้แน่น“สวยสู้คนข้าง ๆ พี่ไม่ได้หรอกค่ะ”วรารักษ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า แววตาที่มองแฟนเด็กนั้นเต็มไปด้วยความเอ็นดูทริปฮันนีมูนสิบวันที่รัญน้องสาวคนเล็กตั้งใจจัดให้เป็นของขวัญ เริ่มต้นขึ้นอย่างอลังการทั้งคู่นั่งเฟิร์สคลาสมาลงที่ฝรั่งเศส ก่อนจะต่อรถไฟความเร็วสูงไปยังสวิตเซอร์แลนด์และอิตาลี สำหรับไทน์ที่เคยใช้ชีวิตอยู่แต่ในร้านสะดวกซื้อและคอนโด การได้ออกมาเห็นโลกกว้างขนาดนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นจนเธอแทบจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่ค่ำคืนแรกเมื่อมาถึงปารีส วรารักษ์จองดินเนอร์สุดหรูบนเรือล่องแม่น้ำแซน (Seine River) เพื่อฉลองคืนแรกของการเดิน

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 9 ความลับที่ต้องปกปิด

    ทันทีที่บานประตูห้องทำงานปิดลง พิมพ์พิกาก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่จนบ่าที่เกร็งอยู่ลู่ตกลง เธอพิงแผ่นหลังลงกับบานไม้มะฮอกกานีหนา พลางมองโทรศัพท์ในมือด้วยความสับสนหัวใจของเลขาสาวเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่ออารมณ์เกรี้ยวกราดของวรารักษ์ แต่เป็นเพราะความไม่ปกติของเจ้านาย ที่เธอกำลังเผชิญอยู่

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 8 อุตส่าห์ช่วย

    เช้าวันต่อมาเสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ดังระรัวตั้งแต่เช้ามืดสลับกับแรงสั่นสะเทือนบนฟูกเก่าๆ จน ไทน์ต้องงัวเงียตื่นขึ้นมาแสงสว่างจากหน้าจอมือถือที่ร้าวตรงมุมบ่งบอกว่าเป็นข้อความด่วนจากกลุ่มพนักงานร้านสะดวกซื้อ เธอขยี้ตาเพ่งมองตัวอักษรที่ผู้จัดการร้านพิมพ์ทิ้งไว้ด้วยความตื่นตระหนก“ประกาศด่วน

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 6 สายตรง

    เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง วรารักษ์ นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสะท้อนผ่านกระจกบานยักษ์เข้ามาอาบไล่ใบหน้าสวยสง่าที่ตอนนี้ดูเย็นชาอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นบ่อยนักในมือของเธอคือแฟ้มประวัติพนักงานและตารางงานของร้านสะดวกซื้อสาขาที่ไทน์ทำงานอ

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทนำ

    ท่ามกลางไอร้อนระอุของถนนคอนกรีตในช่วงบ่ายแก่ๆ เสียงกระดิ่งหน้าร้านสะดวกซื้อดังขึ้นเป็นระยะ พร้อมกับประโยคต้อนรับที่ดูเหมือนจะเป็นอัตโนมัติไปแล้วสำหรับ ไทน์“สวัสดีค่ะ เชิญค่า”ไทน์ปาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผมภายใต้หมวกยูนิฟอร์มสีฟ้าขาว เธอเพิ่งจะจัดเรียงเครื่องดื่มเข้าตู้แช่เสร็จ และตอนนี้ต้อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status