Share

บทที่ 4

Penulis: อันเยว่
“คุกเข่า” พี่สามออกคำสั่งอย่างเย็นชา

บอดี้การ์ดเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว ใช้แรงกดไหล่เธอเหมือนนักโทษ เธอดิ้นขัดขืน แต่ก็โดนพวกบอดี้การ์ดกดไหล่จนต้องคุกเข่าลงบนพื้นหินอ่อนอันเย็นเฉียบ เข่ากระแทกพื้นอย่างแรง เธอเจ็บจนหน้ามืด

พี่ใหญ่หยิบไม้หวายที่มีอยู่นานแล้ว เขาฟาดกลางอากาศจนเกิดเสียงลมน่ากลัว จากนั้นฟาดลงบนหลังเธออย่างแรง

“เพียะ!”

ความเจ็บแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายทันที เหมือนโดนเข็มเป็นหมื่นเป็นพันเล่มทิ่มแทง เสิ่นถังเยว่ขบริมฝีปากแน่น กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในปาก แต่เธอไม่ยอมร้องออกมาสักแอะ

“สำนึกผิดหรือยัง?” พี่ใหญ่ถามด้วยเสียงเย็นชา

“ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด......” เธอพูดออกมาอย่างยากลำบาก

“เพียะ!”

แรงตีหนักกว่าเมื่อกี้ เลือดซึมออกมาจากเดรสตัวบางทันที เห็นรอยเลือดสีแดงสดที่ด้านหลังอย่างชัดเจน

“สำนึกผิดหรือยัง?”

“ฉันไม่ได้......”

ไม้หวายฟาดลงบนหลังเธออย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ฟาดลงมา เหมือนวิญญาณเธอจะแหลกสลาย เลือดค่อยๆ ซึมออกมาจากเดรสสีขาวของเธอ รวมเป็นกองเลือดสีแดงฉานบนพื้น

“หยุดตีได้แล้ว......ขอร้องล่ะ หยุดตีได้แล้ว......” คนใช้ที่อยู่ในตระกูลมานานอย่างป้าหลี่ร้องไห้แล้วคุกเข่าลง “ทำแบบนี้คุณนายอาจตายได้......คุณนายอาจตายจริงๆ......”

แต่พี่ชายทั้งสามคนทำเหมือนไม่ได้ยิน ยังใช้ไม้หวายตีต่อไปเรื่อยๆ

สติของเสิ่นถังเยว่เริ่มเลือนราง ในช่วงที่สติเลือนราง เธอได้ยินพี่สามพูดอย่างไม่พอใจ “ในเมื่อไม่ยอมรับผิด ก็ตีจนกว่าเธอจะยอมรับผิด”

ตอนที่ไม้หวายฟาดลงมาครั้งสุดท้าย เธอทนไม่ไหวแล้ว ภาพด้านหน้าดับวูบ หมดสติไปทันที

ก่อนที่เธอจะหมดสติ ภาพสุดท้ายที่เห็นคือกองเลือดสีแดงฉานบนพื้น......

และสายตาเฉยเมยของพี่ชายทั้งสามคน

เสิ่นถังเยว่ถูกทิ้งไว้ในห้องคนเดียวสามวันเต็มๆ

เธอนอนอยู่บนเตียง ได้ยินเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขที่ดังมาจากห้องข้างๆ อย่างชัดเจน

เสียงออดอ้อนอย่างอ่อนหวานของเสิ่นฝานซิง เสียงปลอบอย่างอ่อนโยนของพี่ชายทั้งสามคน แล้วก็เสียงหัวเราะเบาๆ ของอวี้สิงเยี่ยน เสียงเหล่านี้เหมือนมีดค่อยๆ เฉือนหัวใจที่พังยับเยินของเธอทุกวันทุกคืน

“ฝานซิง กินยาสิ”

“ไม่เอา ขมอะ”

“อย่าดื้อ กินยาหมดแล้วจะให้กินลูกอม”

“สิงเยี่ยน ป้อนหน่อย......”

เสิ่นถังเยว่เอาหน้าซุกลงไปในหมอน เล็บจิกลงไปในฝ่ามือ

เธอนึกว่าตัวเองเจ็บจนด้านชาแล้ว แต่ทุกครั้งที่หายใจก็ยังรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หน้าอก

เช้าตรู่ของวันที่สี่ เธอลงจากเตียงและพอเดินได้บ้างแล้ว เธอใช้มือค้ำกำแพงแล้วค่อยๆ เดินมาจนถึงชานพักบันได ได้ยินเสียงพูดคุยด้วยความตื่นเต้นดังมาจากด้านล่างพอดี

“ช่วงนี้ได้ยินว่ามีฝูงโลมาโผล่มาบริเวณนี้” น้ำเสียงของอวี้สิงเยี่ยนดูมีความสุขอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก “ฝานซิงอยากเห็นมานานแล้ว”

“งั้นไปวันนี้เลย” พี่ชายทั้งสามคนพูดสนับสนุนทันที “ฝานซิงจะได้คลายเครียดด้วย”

เสิ่นถังเยว่ยืนอึ้งอยู่ตรงมุมบันได มือที่จับราวบันไดสั่นเล็กน้อย

แผลจากการเฆี่ยนตีที่ด้านหลังยังไม่หายดี ก้าวแต่ละครั้งรู้สึกแสบร้อนเหมือนโดนไฟเผา

“ถังเยว่?” จู่ๆ เสิ่นฝานซิงเงยหน้าขึ้นมา พูดด้วยความดีใจว่า “เธอลุกเดินได้แล้ว!”

ผู้ชายสี่คนหันหน้ามาพร้อมกัน มองเสิ่นถังเยว่ที่ยืนอยู่ตรงบันไดด้วยสายตาหลากหลายอารมณ์

เธอผอมมาก ชุดนอนหลวมโคร่ง ยังมีรอยช้ำอยู่บนข้อมือที่โผล่ออกมา

“เรากำลังจะไปดูโลมา” เสิ่นฝานซิงวิ่งขึ้นมาข้างบน เอามือคล้องแขนเสิ่นถังเยว่อย่างสนิทสนม “เธอไปด้วยกันสิ”

เสิ่นถังเยว่ดึงมือออกโดยอัตโนมัติ การกระทำนี้ทำให้เสิ่นฝานซิงน้ำตาคลอเบ้าทันที

“ถังเยว่ ฉันให้อภัยเธอแล้ว” เสิ่นฝานซิงเสียงสะอื้น “แม้เธอทำลายชื่อเสียงฉันจนพังพินาศ......แต่ฉันเหลือเวลาไม่มากแล้ว ฉันไม่อยากคิดเล็กคิดน้อยแล้ว......”

“เสิ่นถังเยว่!” อวี้สิงเยี่ยนรีบเดินมาทันที เขาดึงเสิ่นฝานซิงมาด้านหลังตัวเอง “ฝานซิงอุตส่าห์ขอคืนดีกับเธอ ทำไมเธอถึงทำแบบนี้?”

พี่สามแสยะยิ้ม “ใช่ เธอกับฝานซิงต่างกันราวฟ้ากับเหว”

เสิ่นถังเยว่ขบริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด

เธอมองผู้ชายสี่คนที่เคยไว้ใจที่สุด จู่ๆ เธอรู้สึกว่าพวกเขาเหมือนคนแปลกหน้ามาก

สุดท้ายเธอโดนบังคับให้ขึ้นเรือสำราญไปด้วย เพื่อให้เสิ่นฝานซิงสบายใจ

ท้องทะเลสีครามกว้างสุดลูกหูลูกตา แสงแดดส่องลงมาบนดาดฟ้าเรือ แดดจ้าจนลืมตาไม่ขึ้น

เสิ่นฝานซิงตื่นเต้นมาก เธอเสนอว่าอยากกินปิ้งย่าง ผู้ชายทั้งสี่คนรีบค้านด้วยสีหน้าขุ่นมัว

“ฉันใกล้ตายแล้ว......” เสิ่นฝานซิงก้มหน้า พูดด้วยเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบ “ให้ฉันทำสิ่งที่อยากทำไม่ได้เหรอ?”

“พูดอะไรไร้สาระ!” พี่รองเอามือปิดปากเธอทันที “เราติดต่อผู้เชี่ยวชาญที่ดีที่สุดจากต่างประเทศแล้ว เธอต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน”

เสิ่นถังเยว่นั่งเงียบๆ อยู่ตรงมุม มองพวกเขาวุ่นอยู่กับการเตรียมของปิ้งย่าง

ไม่มีใครจำได้ว่าเธอแพ้อาหารทะเล ก็เหมือนกับที่ไม่มีใครจำได้ว่าเธอยังมีแผลอยู่ที่ด้านหลัง

“ทำไมเธอไม่กินล่ะ?” จู่ๆ อวี้สิงเยี่ยนสังเกตเห็นเธอ

“ฉันแพ้อาหารทะเล” เสิ่นถังเยว่เอ่ยเสียงเบา

บรรยากาศกระอักกระอ่วนทันที

อวี้สิงเยี่ยนขมวดคิ้ว ขณะที่จะลุกไปบอกเชฟให้เอาอาหารอย่างอื่นมาเสิร์ฟ จู่ๆ ก็มีลมพัดแรงมาก

เรือสำราญโคลงเคลงอย่างรุนแรง เตาปิ้งย่างล้มตะแคง ถ่านร้อนระอุกระจายไปทั่ว!

“ระวัง!”

เสิ่นถังเยว่เห็นผู้ชายสี่คนพุ่งเข้าไปหาเสิ่นฝานซิงพร้อมกัน ใช้ร่างกายบังเสิ่นฝานซิงเอาไว้

ส่วนเธอ

“กรี๊ด!”

ถ่านกระเด็นมาโดนชายกระโปรงของเธอ ไฟลุกขึ้นมาทันที!

เธอดิ้นและกรีดร้องอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวด แต่ไม่มีใครสนใจเธอเลย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักร้ายกัดกินใจ   บทที่ 22

    พวกเขายังมีความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าเธอจะยกโทษให้พวกเขาของขวัญมากมายถูกส่งมาที่บ้านเสิ่นถังเยว่อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ถูกส่งคืนทั้งหมดเวินหยุนหลานเห็นท่าทางตอนที่เธอโยนของขวัญพวกนั้นแล้วอดขำไม่ได้“โครงการที่นี่ใกล้เสร็จแล้ว เธอจะกลับเมืองไห่กับฉันไหม?”เสิ่นถังเยว่ชะงักเล็กน้อย“เวินหยุนหลาน นายชอบฉันจริงเหรอ?”“นายไม่สนใจอดีตของฉันจริงเหรอ?”สายตาที่เวินหยุนหลานมองเธอดูแน่วแน่และอ่อนโยน “ถังเยว่ ฉันโตแล้วนะ ฉันแยกความแตกต่างระหว่างความรักกับความซาบซึ้งใจได้ ฉันชอบเธอ ฉันรักเธอ แล้วฉันก็อยากปกป้องเธอด้วย”“ฉันรู้สึกเจ็บปวดกับอดีตของเธอ เสียใจที่ทำไมไม่เจอเธอเร็วกว่านี้”เวินหยุนหลานเป็นผู้ชายที่ตามจีบเก่งมาก ใส่ใจทุกเรื่อง คำพูดคำจาเต็มไปด้วยความห่วงใยเสิ่นถังเยว่ผ่านวัยที่ต้องการความรักแบบหวือหวาหรือรักแบบตราบชั่วฟ้าดินสลายมานานแล้ว ความห่วงใยที่แฝงอยู่ในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ทำให้เธอประทับใจมากกว่า“เวินหยุนหลาน เรากลับเมืองไห่ด้วยกันนะ”คืนก่อนที่ทั้งสองคนจะออกจากที่นี่ อวี้สิงเยี่ยนมาหาเสิ่นถังเยว่ช่วงนี้เขาดูโทรมมาก เหมือนตัวเขาถูกปกคลุมไปด้วยความเศร้าโศก“ถังเยว

  • รักร้ายกัดกินใจ   บทที่ 21

    เจอการกระทำของพวกเขา เสิ่นถังเยว่รู้สึกขยะแขยงมาก“ฉันพูดไปชัดเจนมากแล้วนะ ฉันไม่อยากเป็นน้องสาวของพวกพี่อีกแล้ว แล้วก็ไม่อยากเป็นภรรยาของอวี้สิงเยี่ยนด้วย ฉันแค่อยากเป็นเสิ่นถังเยว่เท่านั้น”“พวกพี่มาหาฉันแบบนี้ มีแต่ทำให้ฉันรู้สึกขยะแขยง”เมื่อได้ยินคำพูดของเธอ ความเสียใจปรากฏบนใบหน้าพวกเขา“ถังเยว่ เราสำนึกผิดแล้วจริงๆ เสิ่นฝานซิงทำให้เราทำเรื่องผิดพลาดแบบนี้”เสิ่นถังเยว่แสยะยิ้มแล้วยกแขนตัวเองขึ้นมา“ตรงนี้โดนงูที่เสิ่นฝานซิงเอาใส่ในกล่องของขวัญกัด พวกพี่ไม่ยอมให้ฉันไปรักษา ทำให้ฉันเกือบตาย แต่เพราะผลกระทบจากพิษของงู ทำให้ฉันรู้สึกปวดจี๊ดๆ ที่แขนตลอด”เธอหันไปมองพี่ใหญ่แล้วชี้หลังตัวเอง จากนั้นพูดช้าๆ ชัดๆ ว่า“เสิ่นฝานซิงจัดฉากใส่ร้ายฉัน ทำให้ฉันโดนเฆี่ยนที่หลังหนึ่งร้อยครั้ง ตอนนี้ยังมีรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันหายอยู่เลย”เธอชี้หน้าอกตัวเอง “อวี้สิงเยี่ยน นายขับรถชนฉันซี่โครงหักสามซี่ ฉันรู้สึกเจ็บทุกครั้งที่ฝนตก”“แล้วก็รอยแผลเป็นที่ไม่มีวันหายตรงข้อมือนี่ด้วย มันเกิดจากการโดนเชือกป่านรัด ตอนที่พวกพี่จับฉันมัดไว้ที่หน้าผา”บนตัวเธอเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น มีทั้งรอยเล็กๆ และร

  • รักร้ายกัดกินใจ   บทที่ 20

    เสิ่นถังเยว่ไม่พูดอะไรสักคำ ความเงียบเข้าปกคลุมคนทั้งคู่อวี้สิงเยี่ยนจ้องเธอ หวังว่าคำอธิบายของตัวเองจะทำให้เธอใจอ่อนบ้าง“อวี้สิงเยี่ยน นายทำแบบนี้เพื่ออะไร?” เธอส่ายหน้าไปมา ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย “นายก็รู้ไม่ใช่หรือไงว่าเราไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอดีตได้”“เรื่องที่ฉันเสียใจที่สุดในชีวิตคงเป็นการที่เกิดมาในตระกูลเสิ่น แล้วก็เรื่องที่แต่งงานกับนายเมื่อห้าปีก่อน”เสิ่นถังเยว่ไม่อยากคาราคาซังกับเขาแล้ว “อวี้สิงเยี่ยน ตอนโดนแขวนไว้ที่หน้าผา ฉันตายมาแล้วรอบหนึ่ง นายช่วยปล่อยฉันไปได้ไหม?”เธอจะหันหลังเดินออกไป แต่โดนอวี้สิงเยี่ยนคว้าข้อมือไว้“ไม่ ถังเยว่ ฉันผิดไปแล้วจริงๆ ฉันเสียใจมาก เธออยากแต่งงานกับฉันมากไม่ใช่เหรอ? เธอกลับไปกับฉัน เราไปจดทะเบียนสมรสกัน”ยิ่งเขาพูดสิ่งเหล่านี้ออกมา เสิ่นถังเยว่ยิ่งรู้สึกขยะแขยงขณะที่เธอพยายามดึงมือออก มีมือข้างหนึ่งดึงข้อมือเธอออกจากมือของอวี้สิงเยี่ยนเสิ่นถังเยว่หันไปมอง แววตาเธอเป็นประกาย น้ำเสียงประหลาดใจเล็กน้อย“เวินหยุนหลาน นายมาได้ยังไง?”“พอดีว่ามีงานประมูลโครงการแถวนี้ ฉันเลยมาที่นี่ คิดไม่ถึงว่าจะบังเอิญเจอเธอ”เวินหยุนหลานมองอ

  • รักร้ายกัดกินใจ   บทที่ 19

    ช่วงนี้เสิ่นถังเยว่ไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ และพักที่เมืองฮวาแถวชายแดนเสิ่นถังเยว่เดินเล่นอยู่บนถนน ยกกล้องขึ้นมาถ่ายภาพเป็นครั้งคราว“ถังเยว่!”เสิ่นถังเยว่ได้ยินคนเรียกชื่อจึงหันไปมองแม้มองเห็นคนคนนั้นไม่ค่อยชัด แต่เสิ่นถังเยว่ก็จำได้ทันทีว่าเขาคืออวี้สิงเยี่ยนเธอถึงกับขมวดคิ้ว ไม่ได้เจอครอบครัวและเพื่อนฝูงของอวี้สิงเยี่ยนมานานมาก ทำให้เธอเกือบลืมพวกเขาไปแล้วเสิ่นถังเยว่ไม่เข้าใจว่าเขาไม่ได้รักเธอ แถมเธอยังเป็นฝ่ายไปจากเขาเอง เขาจะตามรังควานเธออีกทำไมเมื่อคิดถึงอวี้สิงเยี่ยน เธอก็จะนึกถึงช่วงเวลาที่อยู่ในตระกูลเสิ่นที่นี่อากาศอบอุ่น เธอไม่รู้สึกเจ็บซี่โครงมานานมากแล้วแต่เมื่อเจออวี้สิงเยี่ยน ความรู้สึกเจ็บปวดกลับก่อตัวขึ้นอีกครั้งเสิ่นถังเยว่รีบเดินหนี กลุ่มคนกับตรอกซอกซอยกั้นเธอกับอวี้สิงเยี่ยนวินาทีที่อวี้สิงเยี่ยนเห็นเสิ่นถังเยว่ เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง มันมาพร้อมกับความดีใจอย่างมากมายมหาศาลเธอยังไม่ตาย เสิ่นถังเยว่ยังมีชีวิตอยู่!ตอนแรกนึกว่าเป็นแค่ความบังเอิญ คิดไม่ถึงว่าวันต่อมาอวี้สิงเยี่ยนโผล่มาอยู่หน้าบ้านพักที่เสิ่นถังเยว่พักอยู่เมื่อเสิ่นถังเยว่เห

  • รักร้ายกัดกินใจ   บทที่ 18

    หลังจากเวินหยุนหลานมาที่นี่ ชีวิตของเสิ่นถังเยว่เปลี่ยนไปเยอะมากเมื่อก่อนเธอรู้สึกเหมือนมีอะไรขาดหายไปแต่หลังจากเวินหยุนหลานมาที่นี่ ทั้งสองคนได้คุยกันบ้าง ถึงไม่ได้คุยกัน เขาก็ชอบมายืนอยู่ข้างเธอเสิ่นถังเยว่จับหน้าอกตัวเอง เธอเพิ่งรู้ว่าความรู้สึกว่างเปล่าและเคว้งคว้างก่อนหน้านี้หายไปนานมากแล้วเสิ่นถังเยว่เพิ่งรู้ตัวว่าที่ตัวเองรู้สึกเหมือนมีอะไรขาดหายไป เพราะตอนเธออยู่คนเดียวมันเงียบเหงาเกินไปมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต้องเข้าสังคม เมื่อปลีกตัวจากสังคมเป็นเวลานาน จะทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวเธอเคยอยากใช้ชีวิตที่เหลือบนเกาะร้างห่างไกลผู้คนแห่งนี้ แต่ตอนนี้เธอเปลี่ยนใจแล้วผ่านไปหลายเดือนแล้ว พวกเขาคงลืมเธอไปแล้วเหมือนเธอเคย “ตาย” มาแล้วครั้งหนึ่ง ดังนั้นเธอไม่อยากฝืนใจตัวเองอีกแล้วเมื่อคิดได้เช่นนี้ เสิ่นถังเยว่จึงไม่ปฏิเสธคำชวนของเวินหยุนหลาน“พรุ่งนี้ฉันไปด้วย แต่นายไม่ต้องไปเที่ยวเล่นกับฉันหรอก เราพบกันโดยบังเอิญ หลังออกไปก็ไม่ต้องเจอกันอีก”“ส่วนบุญคุณที่ฉันช่วยชีวิตนาย ถ้านายอยากตอบแทนฉันจริงๆ ฉันอยากได้ตัวตนใหม่”เธออยากได้ตัวตนใหม่ อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่เวินหยุนหลานไม

  • รักร้ายกัดกินใจ   บทที่ 17

    เสิ่นถังเยว่ใช้ชีวิตอยู่บนเกาะร้างมาสองสามเดือนแล้ว นอกจากเรือขนส่งเสบียงที่มาเป็นครั้งคราว ที่นี่แทบไม่มีใครเลยสิ่งที่อยู่กับเธอทุกวันคือลมทะเลที่มีกลิ่นเค็มจางๆ กับนกนางนวลที่บินผ่านหน้าต่างนานๆ ครั้งใช้ชีวิตคนเดียวก็สบายใจดีเหมือนกัน ช่วงแรกๆ เสิ่นถังเยว่นึกถึงสิ่งที่เจอในตระกูลเสิ่นขึ้นมาเป็นบางครั้ง หลังจากนั้นเธอก็เริ่มลืมมันไป ราวกับความทรงจำอันเลวร้ายในช่วงเวลานั้นถูกฝังกลบไปแล้วเหมือนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตระกูลเสิ่นและอวี้สิงเยี่ยนเกิดขึ้นเมื่อชาติที่แล้วเมื่อเห็นแจ้งเตือนพายุไต้ฝุ่นในมือถือ เสิ่นถังเยว่ปิดประตูหน้าต่างบ้านพักที่ตั้งอยู่กลางเกาะร้าง รอวันที่ท้องฟ้ากลับมาสดใสอีกครั้งกว่าจะได้เห็นท้องฟ้าสดใสก็ผ่านไปหลายวันเสิ่นถังเยว่มองท้องฟ้าแจ่มใสไม่มีเมฆปกคลุม จู่ๆ เธออยากออกไปเดินเล่นน้ำทะเลที่นี่เป็นสีฟ้าสดใสมาก จนเสิ่นถังเยว่แอบรู้สึกบ่อยๆ ว่าตัวเองอยู่ที่เกาะเหนือสุดของโลกหรือเปล่าจู่ๆ สิ่งที่อยู่บนชายหาดไกลๆ ดึงดูดสายตาของเสิ่นถังเยว่เมื่อเธอเดินเข้าไปดู พบว่าคนที่นอนขดอยู่บนชายหาดเป็นผู้ชายคนหนึ่งเนื้อตัวเขาเปียกชื้น ทรายด้านล่างตัวเขามีเลือดเปื้อน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status