เข้าสู่ระบบ“พี่โซตายเพราะเอาตัวเองมาบังกระสุนแทนดา ดาเป็นผู้หญิงที่ทำให้พี่ชายของเขาต้องตายนะคะ จะให้ดาหน้าด้านเป็นภรรยาเขา อยู่ในฐานะอยู่ในตำแหน่งที่ได้มาด้วยที่พี่โซยกให้อย่างง่ายดายทั้งที่ต้องทำให้คนที่ดีกับดาต้องตายเพราะความดื้อรั้นของดาน่ะเหรอคะ” เธอพูดเสียงอ่อนล้าและเหนื่อยมากแล้วที่จะแบกรับมันไว้กับตัวเองเพียงคนเดียว
เป็นการแบกรับที่สมควรแล้วเพียงแต่เธอเริ่มที่จะเหนื่อยกับการปิดบังจนสักวันหนึ่งอาจเผลอพูดออกไปจนเป็นปัญหาสำหรับเธอที่จะตัดใจจากเขาก็เป็นได้ เธอทำไม่ได้ที่จะลอยหน้าลอยตาทำเป็นว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นทั้งที่มันจำอยู่ข้างในไม่ลืม
เธอทำไม่ได้นอกจากเดินออกไปให้พวกเขาได้มีความสุขก็เพียงพอแล้ว
ทว่า สิ่งที่หลุดออกมาจากปากของดาริกาทำให้รินนราตกใจไม่น้อย
“พี่พูดไม่ออกเลย พี่ไม่คิดว่าเรื่องคุณโซจะ เอ่อ โอเคคะ พี่ขอตั้งสติอีกทีนะคะ” รินนราไม่รู้จะพูดคำใดออกไปกับสิ่งที่ได้ยินในวันนี้
แม้รินนราจะรู้เรื่องส่วนตัวของเจ้านายไม่มากไปกว่าที่เจ้านายอยากให้รู้ แต่สำหรับเรื่องของเตโซเธอแทบไม่รู้เลยถ้าอีกฝ่ายไม่ได้เรียกเธอไปรับคำสั่งอย่างเรื่องของดาริกาก่อนเกิดเรื่อง คนที่รู้เรื่องของเตโซมากที่สุดก็คือเคน
แต่ที่เตโซเสียชีวิตเป็นเพราะดาริกาจริงหรือ!?
“เรื่องพี่โซก็ไม่มีใครอยากให้รู้ แต่ที่ดายอมพูดออกไปเพราะเห็นว่าพี่นรารู้เรื่องทุกอย่างของพี่เต ดาคิดว่าพี่เตคงไว้ใจพี่นรา ดาถึงได้พูด” ดาริดาหันไปส่งยิ้มบางให้รินนรา
“โอเคคะ พี่จะรู้เท่าที่ควรรู้ แต่มีเรื่องหนึ่งที่พี่คงถือวิสาสะพูดแทนคุณเต พี่คงยอมไม่ได้ที่คนสองคนใจตรงกันแล้วต้องมาหย่ากันแบบนี้” รินนราตัดสินใจพูดออกไปในสิ่งที่เจ้านายสั่งห้ามเด็ดขาด
เพราะตลอดสองเดือนครึ่งที่ผ่านมารินนราค้นพบว่าดาริกาเป็นผู้หญิงที่คู่ควรกับเตชินมากที่สุดและเป็นผู้หญิงที่เหมาะสมกับตำแหน่งคุณผู้หญิงของที่นี่ยิ่งกว่าบรรดาลูกหลานนักธุรกิจคนอื่นๆ ที่แวะเวียนมาขายขนมจีบเตชินยามที่ชายหนุ่มไปออกงาน
เธอจะไม่ยอมให้เจ้านายและน้องสาวที่น่ารักของเธอต้องมาแยกกันเพียงเพราะความไม่เข้าใจกันเช่นนี้เป็นแน่
“จะบอกว่าพี่เตก็รู้สึกเหมือนกับที่ดารู้สึกเหรอคะ เป็นไปไม่ได้หรอกคะ เกลียดดาขนาดนั้น ที่เขาทำดีด้วยก็คงกำลังเล่นสนุกกับใจดาให้ดาเจ็บแล้วรีบๆ หย่ากับเขา” เธอส่ายศีรษะทันทีอย่างไม่อยากเชื่อ
“เรื่องนั้นก็ด้วยคะ แต่มีอีกเรื่องที่เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณเตต้องแกล้งใจร้ายก็เพราะรู้สึกผิดจนไม่อยากให้คุณหนูต้องมาอยู่กับคนที่ทำร้ายคุณหนู และคนที่ทำร้ายคุณหนูก็เป็นคนที่คุณเตไม่สามารถเกลียดหรือทำร้ายได้ลง” รินนรายังไม่ยอมพูดออกไปตามตรงเมื่ออยู่ๆ ความกลัวก็ก่อตัวขึ้นมาทีละนิด
“แต่เรื่องใจร้ายกับดา” เธอพูดออกไปแม้จะยังไม่ค่อยเขาใจเท่าไรกับคำพูดของรินนรา
“เพราะคุณเตอยากให้คุณดาปฏิเสธและจากไปแบบที่ไม่รู้อะไรจะดีกว่า เพราะคุณดาไว้ใจและรักคุณโซเหมือนพี่ชายแท้ๆ มากไม่ใช่เหรอคะ” รินนรามองลึกเข้าไปในดวงตาของดาริกาอย่างต้องการหาความจริงจากความรู้สึกของหญิงสาว
“ใช่คะ แล้วพี่โซเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วยคะ เดี๋ยวนะคะ…” ดาริกาชะงัก จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรินนราไม่ต่างจากอีกฝ่าย
“เรื่องนี้คุณโซเกี่ยวข้องมาตั้งแต่แรก คุณหนูไม่สงสัยสักนิดเลยเหรอคะว่าทำไมคุณเตที่เคยสนิทกับคุณหนูถึงได้กลายเป็นคนละคนหลังจากที่คุณโซประกาศจะให้คุณเตกับคุณหนูแต่งงานกัน” รินนราย้อนถามเพื่อเป็นการบอกทางอ้อมให้กับดาริกาแม้ว่าจะรู้เรื่องที่สาวเจ้าความจำเสื่อมชั่วคราว
และเธอก็ไม่อยากพูดถึงอดีตที่อาจจะทำร้ายเจ้านายของเธอทุกคน
“ดา…ดาก็สงสัยมาตลอด” ดาริกาอึกอักพูดออกมาอย่างครุ่นคิดก่อนจะสะบัดมันทิ้งไปก่อนที่จะทำให้ความรู้สึกเปลี่ยนไป
เธอยังพร้อมที่จะรู้สึกแย่ในตอนนี้...เพราะอะไรๆ มันยังไม่ชัดเจน
“ก็เพราะ…” รินนราเกิดความกลัวขึ้นมาเสียดื้อๆ เมื่อคิดจะบอกความจริงออกไป
“เพราะอะไรคะ” ดาริกาเร่งด้วยความอยากรู้พลางภาวนาขออย่าให้เป็นเรื่องเดียวกับที่เธอคิดมาตลอดตั้งแต่ฟื้นขึ้นที่โรงพยาบาล
เพราะหากเป็นเรื่องเดียวกันคงทำให้ความคิดความรู้สึกของเธอสับสนไปมากกว่านี้เป็นแน่
“เพราะ…พี่คิดว่าให้คุณเตเป็นคนบอกดีกว่านะคะ แบบนี้พี่คิดว่าเป็นการดีกว่า” ท้ายที่สุดรินนราก้ไม่กล้าที่จะพูดออกไปทั้งที่ตั้งใจแล้วว่าจะไม่อยากให้เจ้านายทั้งสองคนต้องมาผิดใจกับเรื่องที่ไม่ยอมเปิดใจคุยกัน
หากทว่าเรื่องที่เธอจะพูดเมื่อลองทบทวนอีกครั้งก็พบว่าเป็นเรื่องที่เตชินควรพูดมากกว่าคนนอกอย่างเธอ
“ได้คะ งั้นดาจะลงไปถามพี่เตตอนนี้” ดาริกาพูดพลางลุกขึ้นอย่างตั้งใจ เพราะเธอเองก็ไม่อยากอยู่บนความรู้สึกหวาดกลัวแบบนี้
แม้ว่ามันอาจจะทำให้ความรู้สึกเปลี่ยนไปก็ตาม แต่เมื่อลองทบทวนดูแล้วหากเธอจัดการทุกอย่างในตอนนี้ให้เรียบร้อยก่อนที่มันจะจบลงก็เป็นเรื่องกับทุกฝ่าย ถ้าหากยังค้างคากันอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็คงจากกันด้วยดีไม่ได้
จากกันด้วยดีจะดีกว่า...
“ดะ เดี๋ยวนะคะ ตอนนี้เลยเหรอคะคุณหนู” รินนราเริ่มกลัวมากขึ้นเพราะเธอรู้ว่าเจ้านายคงได้อาละวาดหนักกว่าเดิมเป็นแน่
“ใช่ค่ะ เคลียร์กันไปเลยก่อนที่ดากับพี่เตจะหย่ากัน อย่างน้อยตอนจากกันก็ยังเหลือความรู้สึกดีๆ ให้กันบ้าง” เธอพูดอย่างมั่นใจหากแต่ลึกๆ กำลังหวาดกลัวไม่น้อย แต่เธอก็ไม่อยากให้มันค้างคา
และเธอไม่ได้ปรารถนาจะโกรธเกลียดคนที่ดีกับเธอแม้ว่าเขาคนนั้นจะไม่ได้ดีกับเธอก็ตามอย่างที่ควรจะเป็น
ทั้งยังมีเรื่องหนึ่งที่เธอเก็บเอาไว้ในใจมาตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาแล้ว เป็นความลับบางอย่างที่ทำให้เธอเองตัดสินใจหย่ากับเตชินได้โดยง่ายขึ้น เธอจะไม่โกรธเกลียดแต่ก็ไม่สามารถอยู่ด้วยได้กับเขาเช่นกัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการสร้างครอบครัวและใช้นามสกุลของเขาเลย
ยิ่งเป็นไปไม่ได้
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







