หน้าหลัก / โรแมนติก / รักร้าวภรรยา / บทที่ 11 เมื่อฝันค่อยๆ ปรากฏ (1)

แชร์

บทที่ 11 เมื่อฝันค่อยๆ ปรากฏ (1)

ผู้เขียน: กวินทร์แก้ว
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-15 20:21:11

บทที่ 11

เมื่อฝันค่อยๆ ปรากฏ

ดาริกาขึ้นมาบนดาดฟ้าของบริษัทที่ถูกจัดแต่งสวนเล็กๆ ให้ร่มรื่นยามที่พนักงานขึ้นมาพักผ่อน หญิงสาวนั่งลงปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมาโดยไร้เสียงสะอื้นไห้พันความทรงจำตลอดสองเดือนที่ผ่านมาก็ผุดขึ้น

‘ทำไมไม่ระวัง’ เสียงทุ้มละมุนเอ่ยขึ้นพลางช้อนตัวหญิงสาวขึ้นจากพื้นแล้วพาเธอไปนั่งลงบนโซฟาก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินกลับไปหยิบไม้กวาดและที่ตักไปกวาดเศษแก้วที่หล่นแตก

‘ขอโทษนะคะที่ไม่ระวัง ดาเอาแต่คิดเรื่องงานจนเหม่อไปหน่อยคะ’ เธอตอบโต้เตชินด้วยรอยยิ้มกริ่มกับความอ่อนโยนของเขา

‘มันเวลาเลิกงานแล้ว ตอนนี้เธอควรพักผ่อน…เธอปวดหัวอีกแล้วเหรอ’ เขาเงียบลงแล้วก้มลงหยิบเม็ดยาพาราเซตามอลขึ้นมาก่อนจะหันไปถาม

‘ค่ะ แต่ไม่มากนะคะ แค่ไม่อยากตื่นมาแล้วไม่สดชื่น’ เธอตอบออกไปตามตรง

หลังจากนั้นเขาก็กลายเป็นคนเตรียมยายามที่เธอปวดหัวเล็กน้อย หากยามที่เธอปวดจนทนไม่ไหวก็พาไปโรงพยาบาลทันทีจนเคนที่มักจะตามติดเป็นเงาหาโอกาสเข้าใกล้เธอไม่ได้เลย

และในวันที่เธอกับเขาไปทำงานพร้อมกัน…

‘นั่งอยู่แบบนี้นั่นแหละ’ เขาพูดเสียงเรียบเรื่อยอย่างไม่สนใจหญิงสาว

‘ถ้ามีคนเข้ามาเห็นจะดูไม่ดีนะคะ’ เธอพูดพลางมองไปที่ประตูห้องทำงาน

‘มองแค่ฉัน’ เขาพูดจบก็รั้งใบหน้าของเธอหันกลับมาก่อนจะประกบจูบจนจบลงที่ภายในห้องทำงานร้อนระอุด้วยสิ่งของที่ตกกระจายเต็มพื้น

มือหนาที่ปลดชุดนักศึกษาของเธอออกจนหมดสิ้นเริ่มลูบไล้ไปตามผิวเนียนนุ่มจนพอใจก่อนจะมอบความเป็นตัวตนของเขาให้เธออย่างเร่าร้อน มอบความสุขให้เธอที่นอนราบลงไปกับโต๊ะทำงานอย่างมีความสุขยามที่เขาสัมผัสด้วยมือและริมฝีปาก ยิ่งรู้สึกดีเมื่อเขาสอดใส่เขามาไม่ว่าเธอจะนอนราบกับโต๊ะหรือยืนบนพื้นหันหลังให้เขาได้ทำในสิ่งที่ต้องการมอบให้เธอ

แต่แล้วความทรงจำเหล่านั้นก็มลายหายไปเมื่อเสียงของรินนรากังขึ้นจากด้านหลัง จึงทำให้ดาริการีบยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาให้แห้งก่อนจะหันกลับไปมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม

“คุณหนู อยู่นี่นี่เอง”

“พี่นรา”

“อย่าเก็บไปคิดมากเลยนะคะ ที่คุณเตพูดแบบนั้นก็คงเพราะไม่อยากให้คนนอกเข้ามาบริษัทมากกว่าคะ พอเห็นเพื่อนคุณหนูมาแบบนี้ก็คงกลัวว่าจะมีคนต่อว่าคุณหนูที่พาคนนอกมาทั้งที่มีกฎ เดี๋ยวคุณเตก็เย็นลงคะ”

รินนราพูดพลางเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ด้านข้างดาริกาก่อนจะมองตรงไปข้างหน้าซึ่งเป็นวิวทิวทัศน์เมืองยามกลางวันที่สวยแตกต่างไปจากยามกลางคืนแต่ให้ความรู้สึกสบายใจเมื่อได้มองมากกว่าจะไปมองตัวหนังสือมากมาย สมแล้วสถานที่แห่งนี้ถึงได้มีแต่คนอยากขึ้นมาพักผ่อน

“ดาเองก็สับสนไปหมดแล้วคะ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจนดางง ดาไม่รู้แล้วว่าที่ผ่านมาเขากำลังเอาชนะดาเพื่อให้ดายอมแพ้แล้วหย่ากับเขา หรือเขาทำมันด้วยความรู้สึกดีๆ กับดากันแน่”

ดาริกาพูดทั้งที่สายตาเอาแต่มองตรงไปข้างหน้าเพื่อไม่ให้ตัวเองเกิดความกลัวยามที่เห็นรินนราที่พยายามปลอบเธอจนไม่กล้าที่จะทำในเรื่องที่ควรทำอย่างการ...

การหย่า...

“คุณหนูคะ พูดอะไรกันคะเนี่ย ยงหย่าอะไรกันทำไมคิดแบบนั้นกันคะ” รินนราพูดเสียงกลั้วหัวเราะอย่างรู้สึกแปลกๆ ที่ดาริกาพูดออกมาเช่นนั้น

“ความจริงแล้วดากับพี่เตจะต้องหย่ากันตั้งแต่จบงานศพพี่โซคะ แต่ดาแค่อยากทำอะไรเพื่อพี่โซเป็นครั้งสุดท้าย” เธอตอบออกไปอย่างไม่คิดปิดบัง

หญิงสาวยังจำได้ดีว่าหลังจากนั้นชายหนุ่มโกรธเกลียดเธอแค่ไหนจนไล่ออกจากบ้านไม่พอยังทำท่าทางรังเกียจจนเห็นได้ชัดโดยไม่ต้องถามออกไปให้มากความ ทั้งยังส่งข้อความเรื่องหย่ามาให้โดยที่เธอก็ไม่ได้บอกใครแม้แต่กับเคนเธอก็ไม่อยากบอกเพื่อไม่ให้พวกเขาเหล่านั้นมาทำให้เธอลังเล เมื่อตั้งใจแล้วว่าจะยอมหย่าให้กับเขาหลังเธอเรียนจบ

แต่ดูเหมือนตอนนี้คงจะต้องหย่าให้เขาเร็วกว่าที่คิด แต่เวลาก็เหลืออีกไม่นานแล้วที่จะถึงวันเรียนจบของเธอ หย่ากันตอนนี้ก็คงไม่แตกต่างกันเพียงแค่เร็วขึ้นมาหน่อย

“หย่าเหรอคะ คุณหนูใจเย็นๆ นะคะ อย่าวู่วามเลยคะ” รินนราขมวดคิ้วถามออกไปอย่างไม่เข้าใจและสับสนเล็กน้อย แม้จะรู้เรื่องราวของเจ้านายด้วยเพราะเป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์เมื่อหกปีก่อนกับเตชิน

แต่ไม่คิดเลยว่าเจ้านายกับหญิงสาวจะหย่ากัน!

“ดาไม่ได้วู่วาม แต่การแต่งงานของดากับพี่เตถูกกำหนดมาแล้วว่าจะต้องหย่ากันเมื่อดาเรียนจบคะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า

“อะไรนะคะ! ไม่ ไม่สิคะ ขอตั้งสติแป๊บนะคะคุณหนู” รินนราอุทานออกไปด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าสิ่งที่พูดออกมาจะเป็นการตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก หากแต่คิดว่าเป็นเพราะเมื่อครู่ที่ทะเลาะกันถึงได้พูดออกมาด้วยความโกรธ

“ดาจะหย่ากับพี่เต ถึงจะเหลือเวลาอีกเดือนกว่าแต่มันก็ไม่ต่างกันกับตอนนี้ หย่าตอนนี้ก็ดีแล้วคะเวลาที่เหลือดาจะทำมันให้ดี” ดาริการะบายยิ้มออกมาอย่างร่าเริงแล้วหันกลับไปพูดกับรินนรา บ่งบอกให้รู้ว่าสิ่งที่พูดออกมาเป็นความจริงทั้งหมด

“เดี๋ยวนะคะ เดี๋ยวสิคะ ตอนนี้พี่งงไปหมดแล้วนะคะ หย่า…ไม่สิคะ” รินนราหันหน้าไปทางอื่นพลางยกมือขึ้นมาทั้งสองข้างในระดับหน้าอกอย่างต้องการบอกให้รู้ว่าเธอต้องการพักและทบทวนทุกอย่างที่พูดออกมาและต้องการควบคุมอารมณ์ของตัวเองที่กำลังสับสนให้คงที่

“เขาเองก็คงอยากหย่ากับดามาตั้งนานแล้วคะ ไม่งั้นคงไม่เกลียดดาจนต้องมาทำทุกวิถีทางจนสำเร็จแบบนี้ ถือว่าที่ผ่านมาสองเดือนกว่าชดใช้ให้กับเขาแล้ว...กับการที่ดาต้องทำให้พี่โซต้องตาย…” ดาริกาได้พูดในสิ่งที่ไม่มีใครรู้สาเหตุการณ์เสียชีวิตของเตโซออกไป

เพราะแม้แต่รินนราก็ไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัดถึงการเสียชีวิตของเตโซ จนเวลาล่วงเลยมาสองเดือนกว่าก็ไม่มีใครพูดถึงอีกมีแต่การมีปากเสียงและการเอาแต่มึนตึงใส่กันของเตชินกับดาริกาจนเธออดหงุดหงิดไม่ได้ที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมหันหน้าเข้าหากันพูดความจริงออกมา

ใช่ รินนราเข้าใจเช่นนั้น แต่ไม่คิดมาก่อนว่าจะมีเรื่องของเตโซเข้ามาเกี่ยวข้องเช่นนี้

“อะไรนะคะ!” รินนราอุทานออกมาอีกครั้งเมื่อสถานการณ์เริ่มเลยเถิดกันไปใหญ่อละเพราะกำลังตกใจสุดขีด

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รักร้าวภรรยา    บทพิเศษ 2 พรหมลิขิต

    บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท

  • รักร้าวภรรยา    บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก (2)

    ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่

  • รักร้าวภรรยา    บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก (1)

    บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ

  • รักร้าวภรรยา    บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่

  • รักร้าวภรรยา    บทที่ 27 เอาให้เข็ดแล้วตบท้ายด้วยรัก (3)

    มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี

  • รักร้าวภรรยา    บทที่ 27 เอาให้เข็ดแล้วตบท้ายด้วยรัก (2)

    ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status