เข้าสู่ระบบกระทั่งเสียงของธนาที่เงียบมานานพูดขึ้นอย่างออกความเห็นจึงทำให้ทุกคนหันไปมองที่ชายหนุ่มเป็นจุดเดียวของสายตาพร้อมรอยยิ้มขอบคุณส่งไปให้กับธนา ไม่เว้นแม้แต่เตโซซึ่งตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาเขาก็ไม่เคยยิ้มอีกเลยจนถึงบัดนี้ คงจะมีแต่เรื่องของดาริกากระมังที่ทำให้คนอย่างเตโซคลี่ยิ้มออกมาได้
เสียงเปิดประตูห้องนอนปลุกให้ดาริกาซึ่งนอนหลับไปแล้วให้ตื่นขึ้นยันตัวลุกนั่งบนเตียงเอื้อมมือไปเปิดไฟข้างหัวเตียงแล้วมองไปที่ทางประตูห้องจึงพบกับเตชินที่เดินเข้ามาด้วยชุดนอน คิ้วทรงสวยขมวดเข้าหากันก่อนจะเอ่ยถามคนตัวสูงที่เดินลิ่วๆ ตรงมาที่เตียงนอน
“พี่เตเข้ามาในห้องดาทำไมคะ” เธอถามทั้งที่สายตาเบนไปตามร่างสูงที่เดินมาหยุดอยู่ข้างเตียง
“อยากนอนกอดเมียตัวเอง” เขาตอบจบก็นั่งลงบนเตียงพร้อมกับสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มนวมผืนเดียวกับที่เธอกำลังห่มอยู่
“พี่เต กลับไปนอนห้องของตัวเองเถอะคะ ดาไม่ชิน” เธออ้างออกไปพลางขยับตัวออกห่าง
หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงดีใจไปนานแล้วกับคำพูดและการกระทำของเขาในตอนนี้ ทว่าบัดนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปมีแต่จะก้าวเดินไปข้างหน้าและทิ้งเรื่องบางเรื่องเอาไว้เฉกเช่นเดียวกับความรู้สึกของเธอที่เคยมีให้เขา
ทิ้งมันไว้ข้างหลัง...
หยุดความรู้สึกของเธอที่มีให้ไว้ตั้งแต่ที่เธอกลับมาจำได้ หยุดเอาไว้แค่ตรงนั้นแล้วเดินหน้าต่อไปโดยที่ข่มมันไปตลอดเส้นทาง
เส้นทางที่เธอจะต้องเติบโตและเดินไปเพียงคนเดียว
“เดี๋ยวก็ชิน” เขาพูดพลางล้มตัวลงนอนมองสาวเจ้าที่นั่งมองมาด้วยสายตาไม่พอใจ
“ชินอะไรกันคะ ดาไม่ชิน กลับ ว้าย!” ดาริกาอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินใช้มือคว้าเอวแล้วดึงตัวเธอลงไปนอนกอด
“ดึกแล้ว ไม่ง่วงหรือไง หืม” เขาพูดพลางกระชับกอดก่อนจะทาบทับริมฝีปากลงบนแก้มนุ่มแล้วซุกใบหน้าลงบนเส้นผมและแก้มของเธอ
“ดาง่วงคะ ง่วงมาก แต่ตอนนี้ดานอนไม่ได้ก็เพราะพี่เต ดาอึดอัด” เธอพูดพลางขยับคัวยกมือขึ้นมาดันบ่าของเขาให้ถอยห่างแต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อเธอสู่แรงผู้ชายไม่ได้
“ไม่เห็นอึดอัด ทั้งนุ่มนิ่มทั้งสบาย” เตชินกระซิบเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นรินรดที่ต้นคอสาวเจ้าจนเจ้าตัวย่นคอหนีด้วยความจั๊กจี้
“คุณเตคะ แต่ดา ดะ เดี๋ยว จะทำอะไรคะ พรุ่งนี้ทำงานนะ” ดาริกาพรูลมหายใจออกมาก่อนจะเอ่ยเรียกเตชินอย่างอ่อนใจ แต่แล้วก็ต้องรีบยกมือขึ้นมาดันค้างของชายหนุ่มเอาไว้แล้วถามออกไปตาโตอย่างตกใจเมื่อเขายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้กะทันหัน
“เคยบอกแล้วว่าถ้ายังเรียกคุณอีก ฉันก็จะจูบเธอ” เขาให้คำตอบพลางมองสบสายตาสาวเจ้าอย่างลุ่มลึก
“พี่จะหื่นอยู่แบบนี้ไม่ได้นะ โอเค ถ้าพี่จะนอนก็นอนคะ นอนเฉยๆ นะคะ” เธอมองเขาพลางบ่นก่อนจะยอมในที่สุด
เพราะเธอก็ง่วงเกินกว่าจะต่อกรกับเขา อีกทั้งอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะเช้าและเธอก็ต้องตื่นเช้าเพื่อกลับคอนโดมิเนียมไปเปลี่ยนชุดก่อนไปทำงาน นึกแล้วสาวเจ้าก็หงุดหงิด ทำให้เธอต้องรู้สึกเขินอายกับเรื่องที่เกิดขึ้นบนโต๊ะทำงานไม่พอยังลากเธอกลับมาบ้านโดยไม่ยอมแวะให้เอาของใช้ส่วนตัวเลยสักนิด แต่แล้วคำพูดต่อมาของเขาก็ทำให้เธอสลัดความคิดหันไปมองเขาตาขวาง
“นอนกอดไม่ได้เหรอ” พูดพลางมองด้วยสายตาลุ่มลึกเฉกเช่นเดิม
“แค่กอดก็ได้คะ แค่กอดเท่านั้นนะคะ ถ้าพี่ไม่ทำตามที่พูดได้กลับไปนอนห้องตัวเองแน่นอนคะ” เธอขู่ก่อนจะรีบหลุบสายตาหนีเมื่อเริ่มต้านทานสายตาของเขาไม่ได้
ทุกทีสิน่าที่เธอพ่ายแพ้ต่อสายตาของเขา
“คิดว่าทำได้เหรอ” เขายกยิ้มขบขันกับความปีกกล้าขาแข็งโต้ตอบได้อย่างน่ารัก
“ได้ไม่ได้ไม่รู้คะ แต่ดาคงไม่ยอมให้พี่ได้ทำตามใจอีกแล้ว แค่เมื่อตอนกลางวันพี่เตก็ทำดาเมื่อยจะแย่แล้ว ดาอยากนอนพักคะ” หญิงสาวโต้ตอบก่อนจะหลับตาลงเมื่อความง่วงเริ่มครอบงำมากขึ้น
ยิ่งชายหนุ่มไม่ส่งเสียงโต้ตอบกลับมาเธอจึงยอมนอนนิ่งไม่ผลักไสเขาอีกจวนจะเคลิ้มหลับได้ที่ จนกระทั่งรู้สึกถึงปลายนิ้วร้อนที่ลากไล้อยู่ที่เอว เธอจึงลืมตาขึ้นฉับพลัน
“พี่เต!”
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







