เข้าสู่ระบบ"จนกระทั่งเอทีเอ็มหน้าห้างในอยุธยาที่จับภาพของเปรมได้ เราถึงได้เปรมถึงแค่อยุธยา ส่วนสนามบินพี่คิดว่าเปรมต้องเจอปัญหาถึงได้หลอกล่อคนของศินไปที่นั้นแน่ๆ ถ้าเป็นคนของพี่พี่คงไม่ปล่อยให้เปรมหลุดมือไปได้หรอก” เตโซเป็นคนอธิบายให้พราวมุกได้รับรู้
“งั้นหมายความว่าเบาะแสของเปรมที่เราเจอล่าสุดของเมื่อสามปีก่อนคือเปรมออกมากดเงินเพื่อเอาไปซื้อของใช้ต่างๆ ให้ตัวเองมีชีวิตรอดแน่เลยคะ แล้วอาบน้ำอะไรพวกนี้ล่ะคะ” พราวมุกยังคงออกความเห็นและถามในสิ่งที่สงสัย
“ผมคิดว่าคุณเปรมน่าจะหาหอพักหรือห้องพักรายวันครับ” เคนออกความเห็นบ้าง
“ผมคิดว่าเธอน่าจะเช่าเป็นรายเดือนนะครับ ถ้าเธอคอยเช่ารายวันคนให้เช่าต้องสงสัยแล้วแจ้งตำรวจไปนานแล้ว แต่ถ้าเปลี่ยนหลายๆ ที่ก็เสี่ยงจะเจอกับคนของศศินได้ สำหรับเธอการเคลื่อนไหวออกข้างนอกให้น้อยยิ่งปลอดภัยครับ” ธนาพูดขึ้นมาบ้าง
“ผมก็คิดเหมือนคุณธนาครับ แต่เธอจะเช่าห้องพักรายเดือนที่ไหนได้บ้าง กรุงเทพฯ ก็กว้าง อยุธยาก็ไกลไปที่จะเดินทางไปกลับทุกวัน” พฤกษ์ออกความเห็น
“ลองหาห้องเช่าหรือพักใกล้ๆ บ้านอากรก่อน ไม่เว้นคอนโดหรืออะพาทเม้นต์เล็กๆ ด้วย เพราะทางเจ้าของจะยอมให้เช่ารายเดือนได้เพราะไม่ได้เป็นอสังหาขนาดใหญ่ที่จะมีคนอยู่ถาวรกันเยอะ” เตโซย้ำพฤกษ์เพื่อจำกัดวงให้แคบลงแม้จะไม่ได้แคบลงเลยก็ตาม
“มันไม่กว้างไปเหรอคะพี่โซ ถึงจะจำกัดแค่ระแวงนั้นแต่ก็เยอะอยู่ดีนะคะ อือ…ลองจำกัดวงให้แคบลงดีไหมคะ ถ้าเปรมหัวว่าคนของศินตามตัวเจอก็ต้องใช้เส้นทางที่วนไปมาไม่ซ้ำเส้นเดิมแต่ก็ต้องไม่ไกลมากจนต้องอยู่ข้างนอกนานเกินไประหว่างไปมาที่พักกับบ้าน เลี่ยงการเจอแบบไม่ทันตั้งตัวด้วย สักสองกิโลเมตรจากบ้านดีไหมคะ” พราวมุกออกความเห็นแล้วจึงถามกับทุกคน
“ทำตามที่มุกบอกนะพฤกษ์ เปรมจะต้องคิดเหมือนที่มุกพูดแน่ๆ อยู่ข้างนอกให้น้อยที่สุดแต่ต้องทำทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนกลับเข้าบ้าน” เตโซพยักหน้าเห็นด้วยกับพราวมุกแล้วออกคำสั่งกับพฤกษ์
“ครับ งั้นผมออกไปก่อนนะครับ…จริงสิครับ ผมเกือบลืม ผมอยากให้คุณโซย้ายที่อยู่อย่างเงียบๆ นะครับ คิดว่าศศินคงส่งคนมาที่นี่แน่” พฤกษ์พูดพลางลุกขึ้นเตรียมเดินกลับออกไป แต่แล้วก็ต้องหันกลับมาพูดอีกครั้งเมื่อฉุกคิดขึ้นมาได้
“ไปอยู่คอนโดมุกก่อนก็ได้นะคะ ช่วงนี้มุกต้องกลับไปอยู่บ้านเป็นเพื่อนคุณปู่คะ ช่วงนี้ญาติคนอื่นๆ ยุ่งกันหมดคะมุกเลยต้องไปดูแลท่าน” พราวมุกเสนอเพราะเธอไม่รู้แล้วว่าเตโซควรจะไปอยู่ที่ไหนเพื่อความปลอดภัยทั้งตัวเองและคนรอบข้าง
“ขอบคุณนะครับคุณมุก ผมจะออกไปก่อนส่วนเคนค่อยตามออกไป ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะมีคนของศศินหรือเปล่าแต่ระวังก็ดีครับ” พฤกษ์เตือนทุกคนให้ตั้งสติและระวังตัวเสมอ
“ได้ ทุกคนออกจากบ้านตามปกตินะครับ ทันทีที่คุณมุกออกเป็นคนสุดท้าย คุณโซออกทางหลังบ้านเดี๋ยวผมจะไปรออยู่อีกซอย คุณมุกไปรอที่คอนโได้เลยนะครับ” เคนรับคำเพื่อนก่อนจะหันไปมองสิ่งที่ตนคิดเอาไว้เพื่อความปลอดภัยของเจ้านาย
“ได้คะ งั้นเดี๋ยวมุกอยู่คุยกับพี่โซอีกสักแป๊บแล้วจะเดินออกไปคะ” พราวมุกพยักหน้ารับ
เมื่อทุกคนตกลงกันเแ็นที่เรียบร้อยชายหนุ่มทั้งสามก็เริ่มตามกันออกไปเมื่อพฤกษ์กลับออกไปได้ห้านาทีก็ถึงคราวธนาก่อนจะตามด้วยเคน เมื่อชายหนุ่มทั้งสามคนออกไปแล้วพราวมุกก็ยังไม่ยอมลุกเดินออกไปเสียที เตโซจึงหันไปถามอย่างไม่รอช้า
“มีอะไรหรือเปล่ามุก” ถามพลางมองสำรวจปฏิกิริยาของพราวมุก
“ทำไมเปรมจะต้องหนีไปด้วยคะ” พราวมุกเอ่ยถามทันทีอย่างไม่อ้อมค้อม
“เพราะเปรมคือคนที่ฆ่าอากร” เตโซตอบออกไปตามตรงอย่างไม่ปิดบัง
เพราะคลิปวิดีโอที่ถูกแอบถ่ายในห้องทำงานของธนากรยังไม่ได้ถูกเปิดดูพร้อมกันทั้งหมด มีเพียงเตโซเท่านั้นที่เป็นคนเปิดดูหลักฐานที่ได้มาก ยกเว้นก็แต่หลักฐานที่เห็นหน้าคนทำผิดกฎหมายในการประชุมหนึ่งของคณิน ส่วนเหตุการณ์ในคืนนั้นเขาไม่อยากให้ใครเห็นมัน
เห็นภาพที่น่ากลัวและเจ็บปวด…
————————————
To Be Continued…
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







