LOGINบทที่ 20
ความรักก็เหมือนดาบสองคม
ตลอดทั้งวันดาริกาทำงานอย่างไม่มีสมาธิเมื่อหลักฐานถูกส่งให้ถึงมือตำรวจเป็นที่เรียบร้อยและไม่เกิดปัญหาหากแต่หญิงสาวก็อดกังวลไม่ได้ถึงความไม่ราบรื่นในอนาคตเมื่อตอนนี้ทางตำรวจได้เริ่มดำเนินคดีอีกครั้งและกำลังรอหมายศาลเพื่อเข้าคุมตัวศศินกับคณินเพื่อมาให้ปากคำก่อน
ดาริกากลัวว่าทุกอย่างจะไม่เป็นอย่างที่ทางตำรวจคาดหวัง รวมถึงความคาดหวังของทุกคนที่จะเห็นศศินกับคณินได้รับโทษทาวกฎหมายเพื่อไปชดใช้ความผิดที่ได้ก่อเอาไว้
หญิงสาวนั่งพิงผนักหัวเตียงเหม่อมองตรงโดยไม่ทันสังเกตเตชินที่เดินเข้ามาภายในห้องของเธอเป็นประจำตั้งแต่สาวเจ้าย้ายกลับมาอยู่บ้าน หากบอกให้ถูกชายหนุ่มคล้ายจะกลับห้องของตัวเองไม่ถูกเสียแล้วเมื่อตัดสินใจมานอนห้องของเธอ แม้จะถูกเตโซเอ่ยแซวพลางบ่นไปชุดใหญ่ที่รู้ว่าเขาทำให้ดาริกาเจ็บเช่นไรบ้างจากปากของเคนให้คนในบ้านก่อนจะย้ายกลับเข้ามา แต่เขาก็ยังเลือกที่จะทำเป็นหูทวนลมไม่ใน่ใจอดีตนอกจากปัจจุบัน
เมื่อเตชินเดินเข้ามาหลังคุยเรื่องงานบริษัทกับเตโซเสร็จก็พบว่าดาริกากำลังนั่งเหม่อจนไม่มีสติไม่รู้ว่าชายหนุ่มเดินจนมาหยุดอยู่ด้านข้างเตียงฝั่งที่สาวเจ้านั่งอยู่ เมื่อพบว่าเธอยังไม่รู้ตัวเขาจึงโน้มตัวลงไปประทับจูบเธอจนได้ผล
“พี่เต ทำอะไรคะเนี่ย” ดาริกาขมวดคิ้วถามออกไปด้วยความตกใจเมื่อรู้ตัวว่าถูกเขาจูบทีเผลอ
“มัวคิดอะไรอยู่ นั่งเหม่อจนไม่รู้ว่าพี่เข้ามา” เตชินทำลอยหน้าลอยตาไม่สนใจสายตาคาดโทษของเธอพลางนั่งลงเบียด
“จะมาเบียดกันทำไมคะ แล้วทำไมยังเข้ามานอนในห้องดาอีก” แม้จะรู้คำตอบดีว่าเขาจะตอบเช่นไร แต่หากตอนนี้ภายในบ้านมีทั้งเตโซและเปมิกาไม่เหมือนก่อนหน้านี้ที่ทั้งสองคนยังไม่กลับเข้ามา
“ผัวเมียนอนแยกห้องกันคนอื่นเขาจะเข้าใจผิดคิดว่าเราทะเลาะน่ะสิ และมีที่ไหนผัวนอนห้องตัวเองเมียนอนห้องตัวเองแบบนี้ นอนด้วยกันถูกแล้ว” เขาไม่เพียงพูดแต่ยังยกแขนอ้อมไปด้านหลังโอบหัวไหล่รั้งให้เธอเอนตัวพิงเขา
“ไม่แปลกนะคะ ดากับพี่เต…” เสียงของสาวเจ้าขาดห้วงเมื่อถูกริมฝีปากของเขาทาบทับลงมาก่อนจะผละออกไป
“พี่กับดาทำไม ถ้าพูดคำว่าเราไม่ใช่ผัวเมียกัน พี่ให้คิดใหม่” เตชินพูดพลางจ้องมองดาริหาอย่างกดดัน
“คนเอาแต่ใจ” หญิงสาวได้แต่แหวใส่คนเอาแต่ใจ
“แต่พี่อยากเอา…ใจเมีย” ชายหนุ่มยกยิ้มขันในความน่ารักของสาวเจ้าที่ถลึงตาใส่อย่างแงงอน เขาจึงพูดเย้าเธอด้วยการเว้นวรรคคำพูดจนเธอตาโตใส่ก่อนจะคลี่ยิ้มพูดคำท้ายออกไปแล้วจบด้วยการฉกจูบอย่างไม่ทันให้เธอตั้งตัว
ร่างบางเอนหลังนอนราบไปกับที่นอนโดยที่ถูกคนตัวสูงทาบทับคร่อมเอาไว้ทั้งที่ยังมอบจูบละมุนอ่อนโยนให้อย่างทะนุถนอม ข้อมือของเธอถูกรวบเอาไว้ด้วยมือหนาข้างเดียวขณะที่ถูกเขาควบคุมทุกอย่าง เรียวปากอิ่มเผยอขึ้นรับลิ้นร้อนที่สอดเข้ามาเกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กที่รอรับอย่างรู้ประสา
ลมหายใจรินรดกันและกันจนยากจะหาความห่างของใบหน้าที่ใกล้ชิด
มือเรียวบางกำเข้าหามือใหญ่ที่เลื่อนจากข้อมือมาประสานเกี่ยวเรียวนิ้วทั้งห้าของเธอจนรู้สึกถึกความร้อนที่แผ่ซ่านจากมือหนาสู่มือของเธออย่าลุ่มลึกจนซาบซ่านไปทั่วเรือนร่าง มือหนาอีกข้างลูบไล้ที่ต้นขาของดาริกาซึ่งตั้งชันขึ้นรับมือหนาจนปลายกระโปรงชุดนอนร่นลงมากองที่สะโพกเผยให้เห็นแพตตีลายลูกไม้สีดำช่างเย้ายวนให้เตชินอดใจไม่ไหวเลื่อนฝ่ามือลูบไล้กลางกายของสาวเจ้าโดยที่มีแพตตีขวางกั้นเอาไว้ พร้อมกับริมฝีปากที่ลากไล้ขบเม้มลงมาที่ลำคอจนขึ้นสีแดงระเรื่อเป็นจ้ำๆ จนมาที่เนินทรวงอกที่ถูกเขาใช้ปากงับสายสปาเกตตีชุดนอนจนหลุดจากบ่าเผยให้เห็นทรวงอกหนึ่งข้างที่กลมกลึงพอดีมือปลายยอดสีหวานชูชันรอรับเรียวปากร้อนของเขา
เตชินไม่รอช้าที่จะดูดดื่มความเปรี้ยวซ่าในตอนนี้ทันทีเมื่อกลางกายของดาริกาเริ่มเปียกแฉะรับมือหนาที่ลูบไล้ผ่านแพตตีลายลูกไม้ ชายหนุ่มครอบครองทรวงเต้าอย่างดูดดื่มด้วยความหลงใหล โลมเลียปลายลิ้นเย้าหยอกจนหญิงสาวครางกระเส่า
“อ่ะ…อ่ะ อ่าส์”
มือเรียวบางข้างที่ไร้พันธนาการยกขึ้นจากข้างลำคัวขึ้นมาขยุ้มผมของชายหนุ่มด้วยความเร่าร้อนแอ่นหน้าอกรับริมฝีปากร้อนที่กำลังครอบครองอย่างเจ้าข้าวเจ้าของจนหญิงสาวรู้สึกเจ็บเล็กน้อย
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







