LOGINดาริกามองบ้านเดี่ยวสองชั้นซึ่งตั้งอยู่แถวชานเมืองที่โดยรอบมีทั้งโรงงานบ้านคนไม่หนาตาเท่าในเมืองหรือเขตรอบนอกที่ไม่ใช่ชานเมืองเท่าไร หญิงสาวยืนรอไม่นานก็มีผู้ชายแปลกหน้าเดินออกมาจากประตูบ้านซึ่งเธอเดาได้ไม่ยากว่าคงเป็นลูกน้องที่หนีไปกับศศินได้ในวันนั้น เธอมองอย่างระแวงก่อนจะยอมเดินตามเข้าไปด้านในบ้านเมื่อเห็นศศินเดินมายืนรออยู่ที่หน้าประตูบ้านด้านในส่วนของบ้านเดี่ยวเท่านั้น หญิงสาวมองเพื่อที่เคยแสนดีของเธอด้วยแววตาปกติหากแต่ภายในใจกำลังรู้สึกสับสนวุ่นวายกับคนตรงหน้าที่เหมือนจะรู้จักแต่เธอก็ไม่ได้รู้จักเลยสักนิด
ศศินในตอนนี้ไม่เหมือนกับศศินที่เคยรู้จักในฐานะเพื่อนอย่างที่ผ่านมาเลยสักนิด ราวกับว่าคนคนนี้ไม่ใช่เพื่อนที่เธอรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม คนคนนั้นเป็นเพื่อนที่มีรอยยิ้มมีเสียงหัวเราะและเป็นคนดีที่เธอเชื่อใจสนิทใจมาตลอด
“ดา ขอบคุณนะที่ยอมมาหาเรา” ศศินคลี่ยิ้มส่งไปให้เหมือนที่เคยทำยามที่ยิ้มให้กับเธอเหมือนเมื่อก่อน พลางยื่นมือไปจะคว้ามือของสาวเจ้า
ทว่า ถูกดาริกาดึงมือตัวเองหนีก่อนจะพูดขึ้นถามหาเปมิกาเมื่อตั้งแต่เดินเข้ามายังไม่เห็นเปมิกาจนกระทั่งเธอเดินเข้ามาภายในบ้านในส่วนประตูแล้วก็ตาม ก็ยังไม่เห็นทั้งที่สามารถมองผ่านหน้าต่างบ้านจากข้างนอกได้ ศศินมองมือของตัวเองและสาวเจ้าก่อนจะดึงมือของตัวเองกลับก่อนจะตอบคำถาม
“พี่เปรมอยู่ไหน” เธอมองเขาด้วยสายตานิ่งที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ เพราะไม่อยากทำให้เขาจับได้ว่าเธอทั้งกลัวและประหม่าแค่ไหนจนอาจจะทำให้แผนที่วางไว้พังลงหากควบคุมอารมณ์กับความรู้สึกของตัวเองไม่ได้
หากเป็นเมื่อก่อนดาริกาคงไม่รู้สึกเช่นนี้เลยถ้าศศินไม่ได้เป็นคนที่ร้ายได้ขนาดนี้ เธอไม่เข้าใจเลยว่าศศินเปลี่ยนเป็นคนละคนได้แบบนี้เพราะคนเป็นพ่อหรือเพราะจิตใต้สำนึกของตัวเองกันแน่ และช่วงเวลาที่ผ่านมาเกือบยี่สิบกว่าปีที่ได้รู้จักกันคงเป็นการแสแสร้งแกล้งทำมาตลอด
ทั้งที่เธอเชื่อใจเพื่อนคนนี้ยิ่งกว่าใคร…
“อยู่ในห้อง ดา เรา…” ศศินตอบด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยสบอารมณ์ก่อนจะปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติเฉกเช่นที่ผ่านมาก่อนที่ดาริกาจะทราบเรื่องทั้งหมดที่เขาทำ
“พาเราไปหาพี่เปรม ปล่อยพี่เปรมอย่างปลอดภัย แล้วเราค่อยมาคุยกันนะศิน” ดาริกาพยายามทำใจดีสู้เสือทั้งที่ในใจกำลังเต้นกระหน่ำด้วยความกลัวแกมประหม่า
แม้ว่าการแสดงความไม่พอใจและโกรธจะเป็นสิ่งที่เธอควรแสดงออกมา แต่ในตอนนี้ยังมีเปมิกาเป็นคัวประกัน เธอจะไม่ยอมเสี่ยงให้ใครต้องเป็นอันตรายอีกแล้ว ทั้งเตชินทั้งเตโซก็ถูกศศินทำร้ายและในตอนนี้เปมิกากำลังถูกศศินทำร้ายอีกครั้ง
ทำร้ายผู้หญิงคนหนึ่งที่รักตัวเองซ้ำไปซ้ำมาแย่างไม่ไยดี
ผู้ชายแบบนี้นะหรือที่สมควรจะถูกรัก…
“ได้ เรายอมทำตามที่ดาต้องการทุกอย่าง...ไปพาเธอออกมา ดาไปนั่งลงก่อนดีกว่าไหม” ศศินคลี่ยิ้มราวกับคนละคนก่อนหน้า
“พี่เปรม!” ดาริกาตกใจเมื่อได้เห็นหน้าของเปมิกาซึ่งมีรอบช้ำตามใบหน้าบ่งบอกให้รู้ว่าถูกทำร้ายร่างกายระหว่างที่กำลังเดินเข้าไปด้านในเมื่อจะนั่งรอ เธอจึงรีบพุ่งตัวเข้าไปหาพี่สาวบุญธรรมทันทีด้วยความเป็นห่วงแกมโกรธ
“ดา ดาจะมาทำไม” เปมิกาจับแขนน้องสาวพูดด้วยความโกรธเพราะความเป็นห่วงสาวเจ้า
“ดาจะไม่ยอมให้ใครต้องมาเดือดร้อนกับเรื่องนี้อีกแล้วค่ะ พี่เปรมออกไปจากที่นี่นะคะ ดาจะคุยกับศินเอง ดาเชื่อว่าศินคงไม่ทำร้ายดาหรอกคะ” ดาริกาตอบพี่สาวอย่างเข้าใจก่อนจะหันไปมองศศินซึ่งยืนมามองในท้ายประโยค
“ไม่ มีจะไม่ไปไหนจนกว่าดาจะออกไปจากที่นี่เหมือนกัน รู้หรือเปล่าที่ศินเรียกดามาที่นี่ไม่ใช่เพราะพี่ แต่เพราะศินจะพาดาข้ามประเทศหนีคดีไปอยู่ด้วยกับศิน พี่ไม่ยอมให้เกิดขึ้นแน่” เปมิกาพูดออกไปตามตรงซึ่งดาริกาก็พอจะคาดเดาได้ แต่ไม่คิดเลยว่าศศินจะถึงขั้นคิดจะพาเธอข้ามประเทศหนีคดี
“พี่เปรม เชื่อดานะคะ ขอดาได้คุยกับศิน ได้ทำข้อตกลงและเป็นคนจัดการเรื่องนี้ก่อน ดาอยากให้มันจบๆ สักที ดาเหนื่อยแล้วที่จะต้องมาระแวงที่จะต้องมากังวลว่าจะมีใครมาเจ็บตัวหรือต้องตายเพราะพวกเราอีก ดาไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีกแล้ว” ดาริกาเรียกเปมิกาอย่างอยากให้อีกฝ่ายได้สติมากกว่านี้ก่อนจะพูดออกไปในสิ่งที่หญิงสาวครุ่นคิดมานานจนตัดสินใจได้ในที่สุด
“ดา...” เปมิกาเข้าใจในสิ่งที่ดาริกาพูดออกมา ยิ่งเห็นแววตาที่แข็งกร้าวขึ้นอย่างไม่ใช่ตัวดาริกาด้วยแล้วจึงรู้สึกได้ถึงการมาในครั้งนี้มีความแอบแฝงเป็นแน่
“ดาขอนะคะ ให้ดาได้เป็นคนคุยกับศิน เคลียร์ทุกอย่างด้วยตัวเอง” ดาริกาย้ำอีกครั้งพลางสบสายตาของเปมิกาอย่างมุ่งมั่น
“ได้ แต่พี่จะไม่ไปไหน พี่ยอมให้ดาได้เครียร์กับศินแต่พี่ก็จะอยู่ด้วย พี่ขอนะ พี่ทำร้ายดามามากพอแล้ว ขอให้พี่ได้อยู่ปกป้องดานะ พี่ขอ” เปมิกาแม้จะยอมทำตามที่ดาริกาต้องการแต่ก็ไม่ยอมหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวอย่างที่เคยทำมา
ทิ้งดาริกาเอาไว้แล้วเอาตัวเองรอด มันหมดเวลาของความอ่อนแอแล้ว เธอจะต้องเข้มแข็งปกป้องดาริกาซึ่งเป็นสิ่งที่เธอควรทำมันมานานแล้วตั้งแต่เมื่อหกปีก่อน
เธอจะไม่ทิ้งดาริกาให้อยู่เพียงลำพังอีกแล้ว...ไม่มีวัน
“แต่พี่เปรมคะ ดาไม่...” ดาริกาคิดปฏิเสธเพราะเปมิกาเจ็บปวดมาเยอะเกินไปแล้วที่จะยอมรับความเจ็บปวดได้อีก
“พี่รู้ว่าดาเป็นห่วงพี่ แต่พี่เคยทิ้งดาให้อยู่ลำพังกับอดีตที่เป็นฝันร้ายของดามานานกว่าหกปี ถึงเวลาแล้วที่พี่จะต้องอยู่ปกป้องตอบแทนพ่อแม่ของดาเถอะนะ พี่ขอ” เปมิกายิ้มบางเพื่อบอกให้รู้ว่าความรู้สึกของเธอจะไม่เป็นไร
“ก็ได้ค่ะ” ดาริกามองสบสายตาเปมิกาอีกครั้งก่อนจะยอมตกลงออกไปแม้ในใจจะรู้สึกไม่ดีขึ้นมาแปลกๆ อย่างที่อิบายไม่ถูก
“ขอบคุณนะ พี่จะปกป้องดาให้ได้ พี่จะไม่ยอมให้ดาจะต้องเป็นอะไรไปหรือจมอยู่กับสิ่งที่พี่เคยทำอีกต่อไปแล้ว พี่สัญญา” เปมิกาส่งยิ้มบางให้กับดาริกาก่อนจะมองเลยไปที่ศศินซึ่งยังคงมองมาที่เธอกับดาริกาไม่วางดา
แม้สายตาที่ได้รับจะไม่ได้อบอุ่นอย่างที่เขาใช้มองดาริกาก็ตาม
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







