LOGINบทที่ 27
เอาให้เข็ดแล้วตบท้ายด้วยรัก
ดาริกาเดินจับจูงมือเล็กของลูกชายตัวน้อยวัยหนึ่งขวบเดินออกมาจากเกทหลังเรียนจบมาได้สามเดือนหญิงสาวก็ตัดสินใจเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อกลับมาอยู่บ้านและเริ่มทำงานของตัวเองตามที่ได้สัญญาไว้กับเตโซ และในวันนี้คือวันที่เธอกลับถึงประเทศไทยด้วยความกลัวอยู่ลึกๆ หากบังเอิญเจอเตชิน แม้เตโซจะรับปากแล้วว่าจะเป็นคนมารับเธอกับหลานด้วยตัวเองก็ตาม
แต่จะไว้ใจได้แค่ไหนกันเล่า
“มามี้ฮะผมอยากเจอคุณลุงแล้วฮะ” เสียงเล็กของลูกชายดังขึ้นพร้อมกับเงยหน้าไปมองผู้เป็นแม่ด้วยความตื่นเต้นกับการเดินทางมาเยือนประเทศไทยครั้งแรงของเด็กชายตัวน้อย
“ติดคุณลุงแบบนี้ ไม่กลัวคุณพ่อน้อยใจหรือครับ” ดาริกาหยุดเดินแล้วย่อตัวลงไปหาลูกชายแล้วพูดแซวพลางปัดเส้นผมของเด็กชายอย่างทะนุถนอม
“ไม่ฮะ ปะป๋าไม่น้อยใจ ปะป๋าจะรักผมฮะ” ตุลธรยิ้มกว้างตอบผู้เป็นแม่เสียงใส
“เก่งจังเลยนะครับลูกชายแม่ อย่าลืมนะครับว่าจะต้องทำยังไง ส่วนคุณลุงคง…” ดาริกายิ้มรับคำพูดของลูกชายพลางยีเส้นผมด้วยความเอ็นดูก่อนจะชะงักเมื่อเสียงเรียกเข้าดังขึ้น เมื่อเธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูชื่อบุคคลที่ต่อสายเข้ามาก็กดรับสายทันทีอย่างไม่ลังเล
“น้องดา ถึงแล้วใช่ไหม” เตโซถามออกไปทันทีเมื่อหญิงสาวกดรับสาย
“เพิ่งออกจากเกทมาเลยคะ พี่โซมีอะไรหรือเปล่าคะถึงโทร. มา แล้วยังไม่ถึงเหรอคะ หรือผิดคำพูดให้พี่เตมารับแทนคะ” ดาริกาตอบก่อนจะถามกลับไปด้วยความหวั่นใจว่าเตโซจะเปลี่ยนใจเอาใจช่วยเตชินแทนที่จะทำตามแผนเดิมเพื่อให้คนปากไม่ตรงกับใจได้เปิดเผยความรู้สึกออกมาเสียที
“เปล่า ถึงเตจะเป็นน้องชายพี่แต่พี่ก็รักหลานมากกว่า พี่จะบอกว่าพี่ให้ป้าแก้วตาไปรับดากับตุลบินมาภูเก็ต ผิดแผนนิดหน่อย” เตโซพูดออกไปด้วยเสียงกลั้วหัวเราะก่อนจะบอกให้ดาริกาได้รู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของแผน
“ผิดแผนยังไงเหรอคะ” ดาริกาขมวดคิ้วถามพลางยื่นมือไปกุมมือลูกชายเอาไว้แล้วลุกขึ้นยืน
“พอดีเตมีเซ็นสัญญาการค้าที่ภูเก็ตน่ะ พี่เองก็เลี่ยงไม่ได้เลยต้องมา อ้อ พี่ลืมบอกดาว่าเตจ้างนักสืบเอกชนตามหาดาด้วย ทางนักสืบดันสืบได้ว่ามีตั๋วบินมาภูเก็ตเป็นชื่อดา เตเลยบินมาตามหาดา ตอนนี้กำลังดักรออยู่ที่สนามบิน พี่เลยคิดว่าดามาที่นี่แล้วทำให้เตพูดออกมาเลยก็ได้ ส่วนหลานพี่จะให้มุกเรียกความสนใจแล้วพี่จะรีบไปรับหลานออกมาก่อนไม่ให้เตได้รู้ในตอนนั้น โอเคไหมน้องดา” เตโซตอบข้อสงสัยของดาริกาก่อนจะอธิบายให้หญิงสาวได้เข้าใจว่าผิดแผนเช่นไร
เมื่อก่อนจะถึงวันที่ดาริกาจะมาถึงเตชินและเตโซจะมีนัดคุยทำสัญญากับคู่ค้ารายใหญ่ที่ยอมทำสัญญาทั้งบริษัทของตนกับบริษัทของดาริกาจึงต้องเดินทางมาภูเก็ตพร้อมกับแจ้งเรื่องดาริกาให้ป้าแก้วตาได้ทราบเรื่องเมื่อการมาภูเก็ตกินเวลาอยู่หลายสัปดาห์ เขาจึงตัดสินใจซื้อตั๋วให้จนลืมระวังตัวไปเลยทั้งที่อยากจะจัดฉากให้ทั้งสองคนบังเอิญมาเจอกัน ซึ่งทำให้พลาดถูกนักสืบของเตชินสืบหาจนเจอ
ทว่า เตโซไม่รู้เลยว่านักสืบเอกชนที่เตชินจ้างนั้นก็รอเก็บภาพของดาริกส่งไปคอนเฟิร์มกับเตชิน และในตอนนี้นักสืบกำลังถ่ายรูปส่งไปให้เตชินพร้อมคำรายงานที่ว่าเธอเพิงเดินทางมาจากอังกฤษพร้อมกับเด็กชายตัวน้อยที่คาดว่าคงเป็นลูกชาย ไม่วายส่งข้อความไปบอกให้เตชินได้ฉุกคิดถึงหน้าตาของเด็กชายตัวน้อยที่ยืนข้างกายหญิงสาว
“ดาไม่มีปัญหาคะ ดาเองก็อยากจะได้ยินจากปากพี่เตแล้ว อีกอย่างตาหนูแกก็คงอยากเจอพ่อของเขาแล้ว” ดาริกาตอบรับพลางยกมือมาลูบศีรษะลูกชายอีกครั้งพร้อมรอยยิ้ม
“โอเค ป้าแก้วน่าจะถึงแล้ว รอป้าแก้วนะเพราะตั๋วพี่ทิ้งไว้ให้ที่ป้าแก้ว” เตโซโล่งใจขึ้นมาเปาะหนึ่งก่อนจะแจ้งให้สาวเจ้าได้รู้ว่าแค่เพียงรอป้าแก้วตาเท่านั้น
“โอเคคะพี่โซ…เอ่อ พี่โซคะ ตาหนูอยากคุยด้วยคะ” ดาริการับคำก่อนจะก้มมองลูกชายที่เขย่าแขนของเธอเพราะอยากคุยกับเตโซ
“ได้สิ ทางนี่พี่สะดวกอยู่แล้ว” เตโซไม่อิดออดที่จะคุยกับหลานชาย
“สวัสดีครับคุณลุง…” ตุลธรรับโทรศัพท์มือถือจากผู้เป็นแม่แล้วกรอกเสียงใส่ตามประสาเด็กกับคนปลายสายทันทีที่ดาริกายื่นมาให้
ซึ่งเป็นพอดีกับที่ป้าแก้วตาเดินเข้ามาพร้อมกับเคนแล้วเอ่ยทักทายดาริกาทันทีอย่างไม่คอข้าในขณะมี่ตุลธรยังคุยโทรศัพท์กับคนเป็นลุงไม่หยุด
“คุณหนู ตายๆ ซูบผอมมากเลย ป้าใจจะขาด ไม่ได้เจอไม่ได้ติดต่อกับคุณหนูเลย สบายดีนะคะ ป้าคิดถึงมากๆ เลยคะ” ป้าแก้วตาพูดพลางตรงเข้าไปสวมกอดดาริกาด้วยความคิดถึง
“ดาสบายดีคะ ขอบคุณนะคะป้าแก้วตา” ดาริกาตอบรับด้วยคำพูดและสวมกอด
“ดีแล้วคะ ดีแล้ว เอาไว้กลับจากภูเก็ตป้าจะทำของโปรดให้นะคะ แล้วตาหนูเล็กของป้าล่ะคะ” ป้าแก้วตาพูดอย่างเอาใจก่อนจะถามหาเด็กชายตัวน้อย
“ตุลครับ สวัสดีป้าแก้วก่อนครับ กำลังคุยกับพี่โซน่ะคะ” ดาริกายิ้มแล้วก้มมองลูกชายที่เอาแต่คุยกับเตโซก่อนจะพูดเพื่อจะแนะนำให้ป้าแก้วตาและเคนได้รู้จักอย่างเป็นทางการ
ทว่า ภาพที่ดาริกากำลังพูดคุยหัวเราะกับป้าแก้วตาและเคนโดยมีเด็กชายตัวน้อยซึ่งเป้นที่สนใจของคนทั้งสองที่มาใหม่เป็นอย่างมากกำลังถูกนักสืบมือดีเอกชนเก็บภาพและวิดีโอส่งไปให้เตชินซึ่งกกำลังนั่งรอเวลาอยู่ที่ร้านกาแฟไม่ไกลจากสนามบิน ซึ่งชายหนุ่มเลื่อนดุภาพและวิดีโอด้วยความรู้สึกที่หลากหลายซึ่งค่อยๆ ก่อตัวขึ้นพร้อมกับฉุกคิดเรื่องบางอย่างได้จนอดที่จะโมโหพี่ชายตัวเองไม่ได้ที่รู้เรื่องทุกอย่างแต่กลับปิดบังเขามาตลอดสองปีที่ผ่านมา
“ปิดบังกันแบบนี้ ไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอครับพี่โซ”
เตชินพึมพำกับตัวเองก่อนจะเงยหน้าไปมองที่เตโซซึ่งลุกขึ้นเดินไปคุยโทรศัพท์มือถือได้สักพักแล้วและเขาก็เดาได้ว่าคงกำลังโทร. คุยกับทางฝั่งของดาริกาเป็นแน่
“หือ? เตพูดว่าอะไรนะ”
พราวมุกซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามได้ยินเสียงของเตชินหากแต่ได้ยินไม่ชัดเจนจึงเอ่ยถามออกไปด้วยความใคร่รู้พลางมองตามสายตาของชายหนุ่มซึ่งกำลังมองไปที่เตโซก่อนจะหันกลับมาสนใจเพื่อนอย่างไม่ค่อยเข้าใจเสียเท่าไรเมื่อได้คำตอบจากเจ้าตัว
“ไม่มีอะไรหรอก”
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







