เข้าสู่ระบบหนึ่งปีหกเดือนต่อมา
เสียงร้องไห้ของเด็กชายตัวน้อยวัยเก้าเดือนทำให้ดาริกาซึ่งกำลังทำร้ายงานเล่มสุดท้ายก่อนเรียนจบรีบลุกขึ้นวิ่งไปยังที่นอนของลูกน้อยแล้วอุ้มขึ้นมาพาดบ่าแล้วตบเบาๆ ที่แผ่นหลังสลับกับลูบไปมาอยุ่ราวห้านาทีเสียงร้องไห้ก็เงียบลง หญิงสาวจึงค่อยๆ วางเด็กชายตัวน้อยลงนอนที่เดิมพลางนั่งลงข้างๆ มองลูกชายที่นับวันใบหน้าเริ่มเผยเค้าโครงของเตชินออกมาจนอดที่จะคิดไปถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่ได้เลยสักนิดกับการที่จะต้องอุ้มท้องดูแลจนคลอดและตอนนี้
เก้าเดือนที่เธอจะต้องดูแลทั้งสุขภาพตัวเองและเด็กในท้องไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะห้าเดือนเธอมีอาการแพ้ท้องจนเกือบเรียนไม่ได้ มิหนำซ้ำยังเอาแต่คิดถึงเตชินจนเกือบสุขภาพจิตแย่ลง ยังโชคดีที่เตโซคอยเดินทางมาช่วยดูแลและยังมีคนรู้จักของเตโซที่เป็นเจ้าของร้านอาหารแวะเวียนมาช่วยดูเสมอ จนใกล้คลอดไปจนถึงคลอดยังดีที่ได้เตโซสละเวลามาอยู่เป็นเพื่อนถึงสองเดือนเต็มๆ จนเธอผ่านช่วงเวลายากลำบากมาได้ในช่วงแรก แต่นับหลังจากนั้นคือบทเรียนชีวิตในรูปแบบของการเป็นแม่ของเต็มตัวเมื่อเธอจะต้องตื่นมากลางดึกด้วยเสียงร้องของลูกน้อย กว่าจะได้หลับก็หลับได้เพียงสองสามชั่วโมงก็ต้องตื่นไปเรียนจนเวลาล่วงเลยใกล้ถึงวันที่เธอจะเรียนจบแล้ว
เธอได้คำตอบ
ใช่ เธอได้คำตอบทันทีอย่างไม่มีข้อแม้ไม่มีความลังเลเมื่อนางพยาบาลพาลูกชายของเธอมาเจอครั้งแรกหลังคลอด เป็นคำตอบที่ทำให้เธอดีใจไม่ได้เพราะมันชัดเจนจนไม่มีเหตุผลใดม่ขัดขวางได้
‘หน้าเหมือนเตมากเลย’ เตโซพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้นที่ได้เห็นหน้าหลานชาย
‘พี่โซคะ ดาได้คำตอบแล้วคะ’ ดาริกาพูดขึ้นพลางหันกลับไปมองเตโซหลังรับลูชกายตัวน้อยมาอุ้มเป็นครั้งแรกหลังนางพยาบาลอุ้มมาให้
‘แล้วคำตอบของดาคือ?’ เตโซละสายตาจากหลานชายไปมองคนเป็นแม่
‘ดาตัดสินใจถูกแล้วที่เลือกมาอยู่ที่นี่เลือกที่จะมาหาคำตอบ เพราะคำตอบของดาคือพี่เตคะ ตลอดเวลาที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ คนคนเดียวที่ผุดขึ้นมาให้คิดถึงก็คือพี่เต เป็นพี่เตมาตลอดที่เป็นเจ้าของหัวใจของดา’ ดาริกาตอบด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
เมื่อคำตอบของเธอไม่มีความลังเลหรือคำโกหกเพียงเพราะเด็กเป็นลูกของเตชิน แต่เป็นคำตอบที่ชัดเจนและยังเป็นของขวัญที่วิเศษที่สุดสำหรับเธอ
‘พี่ดีใจที่ดาได้คำตอบแบบนี้ เตยังตามหาดาไม่เลิกเลยจนตอนนี้มันไม่เข้าบริษัทจนผู้ใหญ่เริ่มไม่พอใจแล้ว’ เตโซยิ้มรับคำตอบดาริกาอย่างดีใจที่สุด
‘พี่เตกับลูกคือของขวัญที่วิเศษที่สุดสำหรับดา ดาจะไม่มีทางทำหลุดมือไปคะ’ เธอยิ้มกว้างตอบรับเตโซที่ยื่นมือมาลูบศีรษะเธอด้วยความอ่อนโยน
“ลูกคือของขวัญที่วิเศษของพ่อกับแม่นะครับตาหนู อีกไม่นานแม่จะพาตาหนูกลับไปหาพ่อ ตอนนี้พ่อของลูกเอาแต่ตามหาเราสองคนไม่เลิกเลย พ่อเขารักเรามากเลยเนอะ” ดาริกาพูดพลางยื่นมือไปลูบหน้าอกของลูกชายตัวน้อยด้วยความรักขณะที่หวนคิดไปถึงวันที่ได้อุ้มลูกครั้งแรก
ภาพความทรงจำเริ่มไหลย้อนกลับมาให้เธอคิดถึงตัวเองที่ต้องคอยวิ่งไปเรียนกับคอยดูแลลูกน้อยจนนอนได้ไม่ถึงห้าชั่วโมงในแต่ละวัน และยังมีงานบ้านที่จะต้องทำอยู่เป็นประจำจนถึงวันที่ลูกน้อยสามารถดูดนมทางขวดได้เธอก็ต้องคอยปั้มนมแช่ตู้เย็นก่อนนำมาอุ่นเพื่อให้ลูกได้ดื่มกิน แม้ช่วงเวลาเหล่านั้นจะทำให้เธอเธอเหนื่อยและยากลำบากที่จะต้องทำเองทุกอย่างเพียงคนเดียว
แต่เธอไม่เคยมองลูกน้อยเป็นภาระเลยสักครั้ง สำหรับเธอลูกน้อยคือของขวัญที่แสนวิเศษที่ได้รับมา
“แม่สัญญา แม่จะรีบเคลียร์ทุกอย่างเพื่อที่จะได้เรียนจบไวๆ แม่จะรีบพาตาหนูกลับไปหาพ่อนะครับ อาจจะต้องเล่นเกมกันสักหน่อยตามที่คุณลุงวางแผนแกล้งคุณพ่อนะครับ” ดาริกาพูดขึ้นอีกครั้งเมื่อหวนคิดถึงแผนที่เตโซได้บอกกับเธอเอาไว้ว่าจะจัดการเช่นไร
ส่วนเธอทำเพียงแค่รอเวลาเท่านั้น
‘หลังเรียนจบแล้วดากลับไป ถ้าดาเจอเตเมื่อไรดาอย่าเพิ่งใจอ่อน ดาเล่นตัวอีกนิดแต่ไม่ใช่จะขัดใจเตไปซะหมด ทำให้เตได้รู้ว่าควรพยายามมากกว่าที่จะได้ดากับลูกกลับคืนไป’
คำพูดของเตโซดังขึ้นมาในความทรงจำยิ่งทำให้ดาริกายิ้มขันกับตัวเองเมื่อหญิงสาวก็มีแผนที่จะทำให้เตชินเผยทุกอย่างในใจออกมาดดยไม่ปิดบังอะไรอีกเช่นกัน
“ช่วยแม่จัดการคุณพ่อหน่อยนะครับตาหนู” ดาริกาก้มมองลูกชายที่หลับไปอีกครั้งแล้วพูดขึ้นมาด้วยความนึกสนุกอย่างมีความสุข
เพราะตลอดเวลาที่อยู่ประเทศอังกฤษเธอคิดทบทวนในทุกๆ วันมาตลอดถึงความรู้สึกของตัวเองและของเตชินที่มักจะได้รับความเคลื่อนไหวจากเตดซที่คอยรายงานในทุกๆ เดือน แม้จะรู้สึกว่าเป็นการเอาเปรียบของฝ่ายชายแต่ในตอนนี้เธอรู้แล้วว่ามันเป็นเรื่องดีที่เธอได้เห็นว่าเตชินกำลังทำกำลังรู้สึกเช่นไร
สิ่งที่เธอตัดสินใจผิดก็คือการที่ไม่ได้พูดคุยกับเตชินก่อน
มันคือสิ่งเดียวที่เธอทำผิดและต่อจากนี้ไปเธอจะทำให้มันถูกต้องและรักษาความรักของเขาอย่างดีไม่ให้หลุดมือไปเป็นอันขาด
เธอจะมอบความรักและหัวใจททั้งหมดให้กับเขาอย่างไม่มีวันจะเอากลับคืนมา เพราะสองสิ่งนี้คือเครื่องยืนยันได้ว่าเธอจะยืนอยู่เคียงข้างเตชินไม่ไปไหนเพื่อคอยดูแลและรักเขาให้มากเท่ากับที่ชายหนุ่มให้เธอ และเป็นสิ่งที่เธอจะตอบแทนความรักให้กับเขาได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
เท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำให้กับผู้ชายที่โอบอุ้มเธอมาด้วยความรัก
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







