จะมีอะไรดีไปกว่าการได้นั่งกินมื้อเที่ยงพร้อมกับคนที่ตนเองแอบชอบ คิมหันต์เป็นคนคุยสนุก แม้จะเคยได้ยินผ่านหูเรื่องที่เขาถูกทางบ้านจับดูตัวกับบรรดาลูกคุณหญิงคุณนายอยู่บ้าง แต่การที่เขายังโสดนั่นแปลว่าเขายังไม่มีใครในใจ
และเธอมีสิทธิ์
การเจรจากับบริษัทประกัน เรื่องการปรับปรุงระบบที่องค์กรใช้ทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น ปัญหาส่วนมากของงานระบบประกัน คือโปรแกรมไม่สามารถคำนวณค่าใช้จ่ายที่ซับซ้อนได้
“เราอยากได้โปรแกรมที่สามารถคำนวณค่าใช้จ่ายของทุกโปรดักส์ที่ขายให้ลูกค้าได้อย่างแม่นยำ ปัญหาคือประกันแต่ละแผนที่ขายมีวิธีคำนวณแตกต่างกัน บางแผนต้องมีการหักก่อนจ่าย บางแผนจ่ายหมดแล้วยังคุ้มครองค่ารักษาที่มียอดค่าใช้จ่ายสูงและต้องจ่ายเพิ่มเติมในส่วนเกินนั้นอีก”
น้ำเสียงของโพรเจกต์เมเนเจอร์ของบริษัทประกันพยายามอธิบายความต้องการให้ทั้งคู่ฟัง แต่ส่วนมากเป็นศัพท์เฉพาะที่ยากจะเข้าใจ สีหน้าของฝั่งประกันจึงค่อนข้างแสดงความวิตกกังวลออกมา
“ไหวไหมโปรด?” เสียงทุ้มของเจ้านายหนุ่มหันมาถามความเห็น
โปรดปรานรู้ในทันที ว่าคิมหันต์ต้องการงานจากบริษัทประกันเจ้านี้มาก เนื่องจากเป็นเจ้าใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศ การรับงานของประกันเจ้าดังยิ่งทำให้คนภายนอกมองอัลฟาในเชิงบวก
“ไหวสิ เรามีทีมงานมือเทพเจ้าอยู่ในบริษัทเป็นสิบๆ คน” เธอตอบเขาให้มั่นใจพร้อมขยิบตาซุกซน จากนั้นจึงหันไปให้คำตอบอีกฝั่งด้วยน้ำเสียงฉะฉาน “ไม่ต้องห่วงค่ะ ทางบริษัทเรามีทีมผู้เชี่ยวชาญในการทำโปรแกรมสำหรับประกันสุขภาพโดยเฉพาะ อีกทั้งยังเคยมีประสบการณ์ทำงานให้กับประกันหลายเจ้า แม้โปรดักส์ของทางบริษัทคุณจะมีค่อนข้างมาก แต่หากนำมาจัดกลุ่มแบ่งให้ชัดเจนต้องมีแนวทางทำระบบต่อแน่นอนค่ะ”
“ครับ! ได้ฟังแบบนั้นผมก็สบายใจ จริงๆ วันนี้ดีใจมาก ที่ทั้งคุณคิมหันต์และคุณโปรดปรานมาฟังแผนงานด้วยตนเอง”
“โปรดด้วยเหรอคะ?” นิ้วชี้เรียวชี้มายังตนเองพลางเลิกคิ้ว
หากเป็นคิมหันต์คนเดียวก็ว่าไปอย่าง เพราะช่วงหลังบริษัทได้รับรางวัลมากมายจนเขาถูกสัมภาษณ์ลงเว็บบล็อกหลายแห่ง
“ใช่ครับ เห็นแบบนี้ผมจำคุณโปรดปรานได้นะครับ เมื่อก่อนผมทำงานอยู่ที่ประกันอีกเจ้าและเคยร่วมงานกับทีมคุณโปรดปราน พอหมดสัญญาเลยมาต่อกับที่นี่และได้ร่วมงานกันอีกยิ่งสบายใจครับ”
“อ้อ~ แบบนี้นี่เอง” เธอเป็นคนจำหน้าตาใครไม่ค่อยได้ จึงได้แต่พยักหน้ารับและยิ้มขอบคุณ “ขอบคุณที่ไว้วางใจอัลฟานะคะ โปรดสัญญาว่าจะทำงานให้กับทางบริษัทคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์”
การคุยงานจึงจบลงด้วยดี คนตัวสูงซึ่งเดินออกมาจากลิฟต์โดยสารด้วยกันชมเธอไม่ขาดปาก ที่สามารถรับมือกับความกังวลของลูกค้าได้
“ถ้าคิมไม่อยู่บริษัทสักเดือน โปรดคงพาบริษัทไปรอด” เขายกนิ้วให้เธออีกรอบจนคนถูกชมยิ้มแก้มแทบปริ
โปรดปรานยกมือตีต้นแขนแกร่งของคนขี้แกล้ง เขารู้ว่าเธอบ้ายอเลยชมเสียยกใหญ่ แต่มุมปากอิ่มมิวายแอบยิ้มกว้างดีใจที่ถูกเขาชื่นชมขนาดนั้น
“เว่อร์! อย่างคิมเนี่ยนะจะไม่อยู่บริษัทตั้งเดือนนึง ให้บอกว่าย้ายทะเบียนราษฎร์มาอยู่ใต้บริษัทยังเชื่อได้มากกว่าเลย”
“ไม่แน่น้า~ เร็วๆ นี้คิมอาจจะมีเรื่องให้โปรดเซอร์ไพรส์ก็ได้” คนตัวสูงยกยิ้มอย่างมีเลศนัย มันเป็นรอยยิ้มเวลาที่เขากำลังมีแผนการอะไรในใจแต่เธอไม่รู้และดูไม่ออก “ป่ะ กินกาแฟ คิมเลี้ยง”
ทั้งคู่ตัดสินใจเดินข้ามถนนไปยังคาเฟ่ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามที่ตั้งของตึกประกัน โปรดปรานเคยได้ยินว่า ที่นี่มีนักศึกษาและคนวัยทำงานมาใช้บริการจำนวนมาก และเมื่อกวาดสายตามองไปยังส่วนพื้นที่ ซึ่งเปิดให้ใช้เป็นโคเวิร์กกิ้งสเปซก็คงเป็นเช่นนั้น
“โปรด”
จู่ๆ คิมหันต์ก็เรียกเธอไม่มีปี่มีขลุ่ย ทว่าเมื่อมองไปยังไปหน้าหล่อคร้าม สองตาคมของคนที่เรียกชื่อเธอ กลับไปได้สนใจเธอเลยสักนิด
จู่ๆ โปรดปรานก็เกิดอาการใจสั่นอย่างไร้สาเหตุ เมื่อเห็นว่าดวงตาที่เธอปรารถนาให้เขาจับจ้องเพียงตนเองคนเดียว บัดนี้กำลังเปล่งประกายพร้อมๆ กับรอยยิ้มกว้างอย่างที่เธอผู้รู้จักกันมากว่าสิบปีไม่เคยเห็น
“คิม...เรียกเราทำไม” ดวงตาเฉี่ยวของสาวหมวยมองตามสายตาของคนที่แอบชอบอัตโนมัติ และแล้วความรู้สึกอึดอัดอื้ออึงก็ได้ถาโถมเข้ามาเกาะกินหัวใจจนแทบน้ำตาคลอ
ปลายทางสายตาของคิมหันต์จับจ้องไปไปยังสาวสวยรูปร่างบอบบางคนหนึ่ง เธอผู้นั้นกำลังเพ่งสายตาขมักเขม้นกับงานตรงหน้า โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนกำลังส่งยิ้มให้อยู่ไกลๆ
“ไปสั่งเครื่องดื่มก่อนเลย เดี๋ยวคิมตามไปจ่าย”
ขาคู่ยาวของเจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรก้าวไปข้างหน้าตามการชักนำของหัวใจ มือหนาผลักประตูเข้าไปภายในพื้นที่โคเวิร์กกิ้งสเปซตรงไปยังโต๊ะไม้สีโอ๊ค ส่วนโปรดปรานก็ได้แต่มองการกระทำของคนที่ตนเองแอบชอบด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง
ร่างสูงของประธานหนุ่มกำลังย่องเข้าไปทางด้านหลังของเธอคนนั้นราวกับกำลังอยากเล่นซุกซนหยอกล้อด้วย มันคือสิ่งที่เธอโหยหาและต้องการให้เขาแสดงออกกับเธอเช่นนั้นมาโดยตลอด
ยิ่งกว่านั้นคือการที่ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มอีกฝ่ายอย่างไม่แคร์สายตาคนอื่น นั่นทำให้เธอถึงกับตัวชาวาบไปทั้งร่าง
ผลัวะ!
“โอ๊ย!”
ไม่ทันที่หัวหน้าสาวจะได้จัดการความรู้สึกที่ก่อตัวของตนเอง คิมหันต์กลับถูกผู้หญิงคนนั้นซัดหน้าลงไปนอนหมอบกับพื้นต่อหน้าต่อตา และสัญชาตญาณมันออกคำสั่งให้ขาเรียวก้าวเข้าไปพยุงคนที่ตนเองชอบให้ลุกขึ้นด้วยความเป็นห่วง
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อผู้หญิงอีกคนเดินเข้ามาดูเขาด้วยความรู้สึกผิด คิมหันต์กลับคว้าร่างน้อยของอีกฝ่ายเข้ามากอดจนจมอก
“ขอโทษค่ะ พี่แค่อยากแกล้ง ไม่คิดว่าหนูจะตกใจขนาดนี้” มือหนาของชายหนุ่มจับมือสั่นเทาบอบบางของเธอด้วยความห่วงใยไม่ต่างกัน
ความห่วงใยที่ทั้งสองมีให้กัน มันมากเสียจนโปรดปรานรู้สึกว่าตนเองกำลังกลายเป็นส่วนเกิน ทั้งที่เธอกับคิมหันต์มาด้วยกัน
“พี่เลือดออก” น้ำเสียงนุ่มนิ่มเปล่งออกมาอย่างคนถูกสอนมาดีดังขึ้น พร้อมกับผ้าเช็ดหน้าผืนนุ่มซับใบหน้าหล่อเหลาอย่างเบามือ “ขอโทษนะคะ”
เจ้าของร่างบางยืนหูดับมองภาษากายและแววตาที่ทั้งสองส่งหากันอย่างทะลุปรุโปร่ง หากแต่การรับรู้นั้นกลับสร้างความโกรธลึกๆ ในใจให้เธอไม่น้อย
โปรดปรานไม่รู้ว่าอีกคนคือใคร แต่เธอรับรู้ว่ากำลังจะเสียเขาให้กับผู้หญิงคนนี้
“หนูขา นี่โปรดปราน เพื่อนสมัยเรียนพี่ค่ะ ทำงานที่เดียวกัน” เขาแนะนำเธออย่างตรงไปตรงมา พร้อมกับใช้ฝ่ามือดันหลังคุณหนูคนนั้นมายืนตรงหน้าเธอ “โปรด นี่น้องม่านฟ้า แฟนคิม”
“ฮะ? /ฮะ?” น่าแปลกที่ทั้งเธอและม่านฟ้าโพล่งออกมาเป็นคำเดียวกัน
โปรดปรานไล่สำรวจคนตัวเล็กกว่าอัตโนมัติ รูปร่างผอมบางอรชร พร้อมจะเปิดฝาขวดน้ำไม่ได้ตลอดเวลา ผิวกายมีสีชมพูแทรกดูสุขภาพดีเหมือนคนนอนสี่ทุ่มทุกคืน ไม่ต้องมาเผชิญชะตากรรมแหกตาทำโอทีแบบเธอเลยสักนิด
คงเป็นหนึ่งในลูกคุณหญิงคุณนายที่คิมหันต์ถูกบังคับให้ดูตัวกันแน่นอน
“คิมไม่เห็นบอกกันเลย ว่ามีแฟนแล้ว”
“สวัสดีค่ะพี่โปรดปราน ม่านฟ้าค่ะ”
“ว่าไงคิม” โปรดปรานไม่สนใจการทักทายจากอีกฝ่าย ตอนนี้เธอต้องการรู้ในสิ่งที่กำลังจะออกจากปากคิมหันต์เท่านั้น
“ม่านเพิ่งกลับจากอังกฤษน่ะ คิมเพิ่งขอน้องเป็นแฟนตอนไปเขาใหญ่”
เธอเจ็บและชาหนึบไปทั้งตัว ยิ่งเห็นว่าเขาหันไปกระซิบหยอกล้อกับอีกฝ่ายตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มยิ่งรู้สึกว่าโลกที่สร้างไว้พังทลาย
“โปรดจะกลับออฟฟิศก่อนไหม คิมจะพาน้องไปทานข้าว”
“โปรดนั่งรถมากับคิม จะให้กลับยังไง”
เขายังจะกินข้าวอะไรอีก ก็เพิ่งกินกับเธอไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนนั่นไง
“หนูเอารถมาใช่ไหม” สรรพนามที่คิมหันต์เรียกแสดงออกว่าเอ็นดูอีกฝ่ายแค่ไหน ทั้งที่เขาเคยพูดตอนเรียนมหาวิทยาลัยว่าไม่อยากยุ่งกับคนอายุน้อยกว่าเพราะน่ารำคาญ
แต่ผู้หญิงตรงหน้า น่าจะอ่อนกว่าเธอมากกว่าห้าปีด้วยซ้ำ ไม่สิ...อาจจะสิบปีเลยก็ได้
เพียงแค่ใบหน้าแน่งน้อยพยักหน้าแทนคำตอบว่าเอารถมา คิมหันต์ก็รีบยัดกุญแจรถยนต์คันโปรดใส่มือเธอโดยไม่อิดออด
“ขับรถคิมกลับเลย” เขาในตอนนี้ทิ้งแม้กระทั่งรถคันหวง นั่นคงเพราะเจอสิ่งที่หวงแหนมากกว่า
เพราะไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะบังคับอีกฝ่ายได้ โปรดปรานจึงได้แต่กำกุญแจรถในมือแน่นและแสร้งเข้าใจดี
“บ่ายสามมีประชุมกับมิสเตอร์โจ อย่าลืมละกัน”
พูดจบหัวหน้าสาวก็เร่งฝีเท้าเดินออกจากตรงนั้นทันที โปรดปรานเดินดุ่มๆ ข้ามถนนสี่เลนกลับมายังรถยนต์ลำพัง ก่อนจะทิ้งตัวร้องไห้กับพวงมาลัยนานแสนนานกระทั่งพอใจจึงขับรถกลับบริษัท
🌷🌷🌷