LOGIN“ค่อย ๆ คุยกันสิทำไมต้องใช้ความรุนแรงกับผู้หญิงด้วย”
น้ำเสียงนิ่งเรียบของพี่ชายเอ่ยกับเธียร์ออกไป แววตาของเขาก็จ้องหน้าน้องชายอย่างไม่ลดละ
“เรื่องของผัวเมียพี่ไม่ต้องยุ่ง !”
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งใส่พี่ชาย
“ปล่อยลินนะ !”
หญิงสาวพยายามจะสะบัดมือให้หลุดจากเขา
“นลิน กลับไปคุยกันดี ๆ ได้ไหม”
น้ำเสียงอ่อนพยายามจะพูดดี ๆ กับเธอ
“ลินไม่คุยอะไรทั้งนั้น เชิญคุณกลับไปซะ !”
หญิงสาวยังคงไม่โอนอ่อนไปกับเขา พร้อมไล่ชายหนุ่มกลับไปด้วยน้ำเสียงแข็ง
ธีรติมองเธอด้วยสีหน้าที่นิ่งเรียบ เขาพยายามจะข่มอารมณ์ตัวเองเอาไว้ แอบเศร้าอยู่เหมือนกันที่วันนี้แววตาของเธอที่เคยมองเขามันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เขาจ้องไปทางพี่ชายด้วยสายตาที่สงสัยความสัมพันธ์ของทั้งคู่
“พี่รู้ใช่ไหมว่านี่คือผู้หญิงของผม”
ชายหนุ่มเอ่ยถามพี่ชายออกไปด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ บรรยากาศตอนนี้ค่อนข้างที่จะอึดอัดเมื่อผู้ชายสองคนที่เป็นพี่น้องกันกำลังยื้อแย่งผู้หญิงคนเดียวกัน
“อืม...”
ธามตอบไปสั้น ๆ ตามความจริงแต่ไม่ได้ขยายความใด ๆ ว่าเขาทั้งคู่เพิ่งรู้จักกันเมื่อคืน
เธียร์จึงหันไปมองหน้าหญิงสาวว่านี่มันหมายความว่ายังไง
“ฉันไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรให้คุณฟังทั้งนั้น ในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกัน”
หญิงสาวมองเขาด้วยสายตาที่มองขวางพร้อมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงประชด
“นลิน !”
ร่างสูงขึ้นเสียงใส่เธอเมื่อหญิงสาวเอาแต่พูดจาประชดประชันเขา
“ปล่อยลินแล้วคุณก็กลับไปซะ ไม่ต้องมาให้ลินเห็นหน้าอีก ลินไม่อยากเจอคุณ !”
ประโยคนี้ทำเอาหัวใจของคนฟังสลายในทันที หญิงสาวสะบัดมือเขาพร้อมเดินหนีขึ้นไปข้างบน ชายหนุ่มได้แต่มองตามหลังเธอไป
เธียร์หันมามองพี่ชายด้วยสายตาโกรธเคือง ชายหนุ่มเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อพี่ชายของเขาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว เขาไม่พอใจพี่ชายของตน รู้ทั้งรู้ว่านี่คือผู้หญิงของเขา แต่ยังเลือกที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยว
“บอกผมมาว่านี่มันเรื่องอะไร ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่”
สายตาอาฆาตจ้องหน้าพี่ชายพร้อมน้ำเสียงข่มขู่
“นายคิดไปเองทุกอย่างเธอแค่มาดื่ม พอเมาแล้วกลับไม่ไหว ฉันเลยให้เธอนอนที่ร้าน เราสองคนแค่คุยกันถูกคอไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น”
คนเป็นพี่อธิบายออกไปแม้ในใจเขาเองก็ร้อนรุ่มไม่แพ้เธียร์ แต่ชายหนุ่มเลือกที่จะข่มอารมณ์ของตัวเองเอาไว้
“ผมจะพาเธอกลับ”
เธียร์ปล่อยคอเสื้อของพี่ชายก่อนจะเดินไปตามหญิงสาวที่ชั้นบนของร้าน
“เธอยังไม่พร้อมจะคุยกับนายตอนนี้หรอก พูดไปก็มีแต่จะทะเลาะกันไปกันใหญ่ รอให้เธอพร้อมเดี๋ยวก็คงกลับไปเองแหละ”
ผู้เป็นพี่เอ่ยกับน้องชายทำให้ชายหนุ่มหยุดชะงักแล้วหันมามอง ก็จริงอย่างที่เขาพูด ถ้าหากว่าคุยกับเธอตอนนี้ก็มีแต่แย่กับแย่ ชายหนุ่มจึงยอมถอย
ธีรติขึ้นรถกลับไปรอเธอที่คอนโด ในใจร้อนรนห่วงว่าเธอกับพี่ชายจะสนิทสนมกันมากเกินไป เขาเฝ้ามองไปที่ประตูของห้องหวังว่าหญิงสาวจะเปิดเข้ามาสักที แต่รอแล้วรอเล่าเธอก็ไม่มา จนเธียร์เผลอหลับไป เขาตื่นขึ้นมาอีกทีเป็นเวลาสามทุ่มแล้วแต่ก็ไม่มีวี่แววว่านลินจะกลับมา
“จะไม่กลับไปจริง ๆ เหรอ ?”
ชายร่างสูงเอ่ยถามหญิงสาวออกไป ตอนนี้เธอยังคงอยู่ที่ร้านช่วยธามจัดร้านเตรียมร้านเพื่อขอบคุณที่เขาดูแลเธออย่างดี
“ลินไม่มีที่ให้กลับค่ะ ไม่มีที่ไหนเป็นของลินเลย”
หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้า มันก็จริงอย่างที่เธอพูดเพราะทุกอย่างมันเป็นสิ่งที่เธียร์มอบให้เธอหมดเลย ทั้งคอนโดและรถยนต์
“งั้นก็อยู่ที่นี่กับพี่ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวพี่ให้คนเอาชุดมาให้เปลี่ยน”
ธามเอ่ยกับลูกน้องของเขาให้นำชุดมาให้นลินเปลี่ยน และเธอก็อยู่ที่ร้านกับเขาทั้งวัน แม้จะรู้จักกันเพียงเวลาสั้น ๆ แต่พวกเขาทั้งสองดูสนิทกันเหมือนรู้จักกันมานาน อาจเป็นเพราะธามเองที่ทำตัวเป็นกันเองกับเธอ ทำให้นลินไม่รู้สึกอึดอัดเวลาอยู่กับเขา
เธียร์กลับมาที่ร้านอีกครั้งเมื่อหญิงสาวไม่ยอมกลับคอนโดสักที ครั้งนี้เขาพาคนของเขามาด้วย เมื่อชายหนุ่มเดินเข้ามาในร้าน ก็เป็นที่จับตามองของแขกที่นั่งอยู่ในร้านทันที บ้างก็ตกใจคิดว่ากำลังจะมีเรื่องกันภายในร้าน
“จะมาถล่มร้านฉันหรือไง”
ธามเอ่ยถามน้องชายออกไป
“ผมมารับเมียผมกลับ”
ชายหนุ่มพูดออกไปพร้อมมองไปที่นลินที่ยืนอยู่ข้างหลังธาม
“หยุดพูดจาไร้สาระสักทีค่ะ ! พาคนของคุณกลับไปซะมันรบกวนแขกท่านอื่น”
หญิงสาวทำหน้าเหวี่ยงใส่เขาพร้อมไล่ให้ชายหนุ่มกลับไป
“เหอะ ! รู้จักกันแค่วันเดียวทำตัวอย่างกับเป็นเมียเจ้าของร้าน”
ปากแซ่บเหลือเกินพ่อคุ๊ณณณ !!!
“นี่คุณเธียร์”
หญิงสาวทำท่าไม่พอใจเขา ร่างสูงจึงเข้าไปดึงแขนเธอจนร่างเล็กเซไปตามแรงดึงและมากระแทกกับอกแกร่ง
โดนดึงทั้งวันแขนไม่หลุดก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว
เฮ้ออ !
“ปล่อยฉันนะ”
นลินพยายามจะดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอดของเขา ธามเองก็จะเข้ามาดึงเธอไปแต่ถูกคนของเธียร์มายืนขวางไว้เสียก่อน
“ถ้าไม่อยากให้มีเรื่องก็ยอมกลับไปดี ๆ ซะ อย่าคิดว่าแค่พี่ชายแล้วฉันจะไม่กล้าพังร้านนี้”
ร่างสูงกระซิบไปที่ข้างหูเธอเบา ๆ
หญิงสาวจ้องมองไปทางพี่ธามเขาก็มีสีหน้าที่พร้อมจะช่วยเหลือเธอแต่นลินเองไม่อยากเป็นต้นเหตุของความวุ่นวายนี้ เพราะเธอรู้ดีว่าคนอย่างเธียร์พูดจริงทำจริง หญิงสาวจึงทำได้เพียงยอมเดินตามเขากลับออกไปแต่โดยดี
เมื่อเดินทางไปถึงที่วัดในระหว่างที่นลินกำลังหยิบของอยู่ในรถ พี่เลี้ยงก็อุ้มน้องลงจากเบาะ ภาวินทร์จึงเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่พร้อมเอ่ยถามด้วยสีหน้าเศร้า “มะมี้หายโกรธยางง”น้ำเสียงละมุนของลูกชาย ทำให้ลินดลารู้สึกเอ็นดูเป็นอย่างมาก เด็กน้อยคงจะกังวลเรื่องเมื่อเช้าที่แม่ดุเขาและไม่ได้คุยเล่นกับเขามาตลอดทาง “แล้วน้องวินทร์เป็นเด็กดีหรือยัง ?”นลินจ้องมองหน้าลูกนิ่ง ๆ “เป็นเด็กดีแย้ว”ใบหน้าจิ้มลิ้มที่น่ารักน่าเอ็นดูส่งยิ้มให้ผู้เป็นแม่พร้อมเดินเข้าไปกอดคอ“ถ้าเป็นเด็กดี มะมี้ก็หายโกรธน้องวินทร์แล้วครับ”ลินลดาอุ้มลูกชายลงจากรถพร้อมหอมลูกชายไปฟอดใหญ่ เธียร์ที่ยืนมองสองแม่ลูกเคลียร์ความในใจกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม “น้องวินทร์ดูสิใครมา”เธียร์เอ่ยเรียกลูกชายให้หันไปดูผู้ที่พึ่งลงจากรถ“ธามมม !”เด็กน้อยเอ่ยเรียกอย่างดีใจเมื่อเห็นเขา ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามหลุดขำออกมาเมื่อเห็นท่าทีของเขา “ลุงธามสิลูก”นลินพูดปนหัวเราะเมื่อเห็นลูกชายเรียกพี่ธามอย่างกับเพื่อนสนิท “ว่าไงวินทร์ เรียกอย่างกับเพื่อนเลยนะเรา”คุณลุงก็รู้สึกตลกหลานชายที่ไม่ค่อยจะเรียกเขาว่าลุง แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะเด็กก็เ
[ปัจจุบัน] ตั้งแต่มีลูกทั้งคู่ก็มีนาฬิกาปลุกส่วนตัวทันที ทุก ๆ เช้าเด็กน้อยจะปีนขึ้นบนตัวพ่อและแม่สลับกันอย่างเช่นในเช้านี้ “ปะป๊า ปะป๊า”เสียงยานคางของเจ้าตัวเล็กเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อให้ตื่นขึ้นมาเล่นกับเขา ภาวินทร์ปีนขึ้นไปนอนทับบนอกของเธียร์พร้อมใช้สองมือเล็กจับหน้าเขาโยกไปมา “หืมมม ครับลูก”ชายหนุ่มงัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ดูตูน ๆ”เด็กเล็กงอแงขอดูการ์ตูนแต่เช้า ผู้เป็นพ่อถึงกับต้องกุมขมับ เมื่อโดนลูกชายตัวแสบก่อกวนเขาตั้งแต่ตี 5 “น้องวินทร์ครับ ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลยลูก ปะป๊าง่วงมากเลย ปะป๊าขอนอนแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ”ชายหนุ่มกอดลูกแล้วพลิกนอนตะแคงพร้อมเอ่ยกับลูกชายด้วยเสียงอ่อน “ได้ครับ ปะป๊านอน น้องวินทร์จะไปหามะมี้”เด็กเล็กตอบผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว พูดจบคนตัวเล็กก็รีบมุดไปนอนกอดนลิน หญิงสาวรู้สึกตัวก็ดึงลูกเข้ามากอด เจ้าตัวเล็กจึงหลับไปอีกรอบจนถึงตอนสาย ลินลดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนลูกกำลังกินนมเธออยู่ แต่พอลืมตาเท่านั้นแหละ นี่ไม่ใช่ลูก นี่มันพ่อมันชัด ชัด ! เพียะ !เธอใช้ฝ่ามือเล็กฟาดไปที่กลางหลังของเขาจนเกิดเสียงดัง และมี
นับวันเธียร์ยิ่งหลงลูกชายตัวเองเข้าไปใหญ่ เพราะนิสัยที่ขี้อ้อน อีกทั้งยังทะเล้นเหมือนเขา ทำให้คนที่อยู่ใกล้ต่างหลงรักน้องภาวินทร์ “ดูปากป๊านะ...ปะป๊า”ชายหนุ่มนั่งเล่นกับลูกชายในวัยที่ใกล้จะครบ 1 ขวบ “แหะ แหะ !”เด็กเล็กไม่พูดตามเขาแต่ดันหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ไม่เอาสิลูก...พูดตามป๊า...ปะป๊า !” เธียร์ลุ้นให้ลูกเรียกชื่อเขา นลินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็แอบยิ้มให้กับสองพ่อลูกที่หยอกล้อเล่นกัน “ป๊ะ !”ภาวินทร์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเปล่งเสียงหนักแน่นเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อ“ลิน ๆ ๆ ได้ยินมั้ย ๆ ลูกเรียกชื่อผม”ชายหนุ่มทำสีหน้าตกใจหันไปมองนลินพร้อมเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น คนร่างสูงรีบเข้าไปอุ้มลูกมาสวมกอดอย่างดีอกดีใจที่ลูกพูดชื่อเขาเป็นคำแรก นลินยอมไม่ได้จึงเดินเข้าไปหาทั้งคู่ “ภาวินทร์ครับ ไหนเรียกแม่ซิ...แม่ !” ลินลดาจ้องหน้าผู้เป็นลูกพร้อมลุ้นว่าเขาจะพูดหรือไม่ น้องภาวินทร์จ้องหน้านลินด้วยสีหน้าที่ใสซื่อก่อนจะหันไปหาพ่อของเขาแล้วเอ่ยเรียกออกมา“ป๊ะ !” “ฮ่า ๆ ๆ เก่งมากลูกพ่อ”ชายหนุ่มยิ้มจนหน้าบานเป็นกระด้งเมื่อลูกชายเอ่ยเรียกชื่อเขาถึงสองครั้ง นลินทำหน้าผิดหวังและมองสองพ่อลูกด้วยสายตา
หลังจากนลินคลอดลูกได้ 5 เดือน บ้านของพวกเขาก็เสร็จเรียบร้อยพอดี ในวันขึ้นบ้านใหม่ญาติ ๆ ต่างมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมทำบุญด้วยกัน ที่สำคัญทุกคนต่างก็อยากมาเล่นกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่กำลังน่ารักอย่างน้องภาวินทร์“เผลอแป๊บเดียวโตแล้วนะหลานตา”คุณตาชัยยศอุ้มหลานเดินไปมา สีหน้าเขาเอ็นดูเด็กตัวเล็กเป็นอย่างมาก“ภาวินทร์ปู่มาแล้วลูก !”เสียงคุณปู่ตะโกนมาแต่ไกล เขาเดินลงจากรถแล้วตรงดิ่งเข้ามาหาหลานก่อน“ไม่ตะโกนมาตั้งแต่บ้านเลยล่ะ”ชัยยศหันไปเอ่ยกับเขา “ใครบอกกูไม่ตะโกน”ธนาสวนกลับพ่อของนลินพร้อมเข้าไปแย่งหลานมาอุ้ม ทุกคนต่างเห่อหลานเป็นอย่างมาก เพราะเด็กน้อยกำลังน่ารักน่าชัง “เถียงกันตลอดเลยสองคนนี้”อรยาเอ่ยแซวทั้งคู่ เมื่อผู้ใหญ่มากันครบก็นิมนต์พระมาทำบุญตักบาตรที่บ้านเพื่อเสริมสิริมงคลก่อนเข้าอยู่ “ยินดีด้วยนะครับน้องลิน”ธามแสดงความยินด้วยน้ำเสียงละมุนและสีหน้าที่ยินดี ชายหนุ่มเห็นนลินยืนอยู่จึงเดินเข้าไปทักทาย“ขอบคุณนะคะพี่ธามที่ช่วยแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่าง”นลินกล่าวกับเขา “มีอะไรก็ถามพี่ได้ตลอด พี่อยู่ตรงนี้แหละ ลินหันกลับมาเมื่อไหร่ก็เจอ”ใบหน้าชายหนุ่มมองเธออย่างไม่ละสายตา “ค่
2 ปีผ่านไปตั้งแต่มีลูกความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ต่างคนต่างมีเหตุผลและใจเย็นมากขึ้น ทำให้ทั้งคู่รักกันเป็นอย่างดี ตอนนี้น้องภาวินทร์ก็อายุได้ 2 ขวบแล้ว ทั้งคู่จึงอยากพาลูกไปฉลองงานวันเกิดที่ทะเล ถือโอกาสไปเที่ยวกับครอบครัวด้วยทริปนี้ทุกคนเดินทางไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ต โดยมีทั้งครอบครัวนลินและครอบครัวของเธียร์ เป็นทริปใหญ่ก็จะวุ่นวายอยู่หน่อย ๆ“ปะป๊า ปะป๊า”เด็กตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กมาทางผู้เป็นพ่อ แก้มย้วย ๆ เด้งไปมาอย่างน่าเอ็นดู“ว่าไงครับลูก”เธียร์อุ้มลูกขึ้นมานั่งบนตักขณะที่ทานอาหารกันอยู่“ภาวินทร์อย่าไปกวนคุณพ่อลูก ให้พ่อกินข้าว”นลินหันไปเอ่ยกับลูก“ไม่เป็นไร ๆ”กลับกันเธียร์กลับรู้สึกชอบที่ลูกติดเขาเสียอีก“พี่ธามจะมาตอนเย็นใช่ไหมครับแม่”เธียร์หันไปถามคุณนภา“เห็นพี่บอกว่าอย่างงั้นนะ”เนตรนภาตอบกลับลูกชายเมื่อถึงตอนเย็นเธียร์ก็จองร้านอาหารติดชายทะเลพร้อมตกแต่งไฟอย่างสวยงาม เขาเหมาทั้งร้านวันนี้แขกภายในร้านจึงมีแค่ครอบครัวของเขา“ปกติร้านนี้เขาตกแต่งจนถึงชายหาดขนาดนี้เลยเหรอคะ”นลินอุ้มลูกเดินดูไฟที่ประดับจนทั่วชายหาด“ภาวินทร์ดูนั่นสิลูก เห็นไฟไหม ?”ลินลดาชี
และในคืนนี้เธียร์ก็แอบเข้าห้องนลินมาอีกครั้ง ชายหนุ่มกอดเธอและลูบไปที่ท้องของหญิงสาว“คุณแม่ไม่ยอมหายโกรธพ่อสักที พรุ่งนี้คุณปู่คุณย่าจะมาง้อช่วยพ่อแล้วนะ”เธียร์เอ่ยเบา ๆ กับนลิน“ฮะ !”นลินตกใจจนเผลออุทานเสียงดัง“คุณว่าไงนะ”หญิงสาวหน้าตาตื่นเอ่ยถามเขา เธียร์สะดุ้งและมองนลินด้วยสีหน้างง ๆ“ผมให้ป๊ากับแม่มาสู่ขอคุณยังไงล่ะ คุณจะได้กลับไปกับผมสักที”ชายหนุ่มพูดออกไปอย่างหน้าตาเฉย“คุณทำอะไรคุณไม่เคยถามฉันสักคำ คิดเองเออเองไปหมด นี่ก็ลูกฉันเหมือนกัน ฉันไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลยใช่ไหม ฮือออ”นลินร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด ชายหนุ่มมีสีหน้าตกใจและรีบเข้าไปปลอบเธอทันที“ผมขอโทษ ๆ ถ้าคุณไม่โอเคผมไม่ให้ท่านมาก็ได้ ไม่ร้อง ๆ”ร่างสูงรีบดึงเธอเข้ามากอดแต่ก็คงจะไม่ทันเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นพ่อและแม่ของเธียร์ก็มาถึงบ้านของนลินแล้วชัยยศเดินออกไปดูแขกที่มาวันนี้ เขาก็มีสีหน้าตกใจทันทีที่เห็นคนที่เดินลงมาจากรถ ธนาเองก็ไม่ต่างกัน เมื่อเห็นหน้าคนที่ยืนอยู่หน้าประตู เขาก็รู้สึกคุ้นหน้าแปลก ๆ“ไอ้...ไอ้...”ชัยยศชี้หน้าธนาและพยายามนึกชื่อของเขา“ไอ้...”ธนาเองก็เช่นกัน และในที่สุดเขาก็จำได้ “
ตุ้บ ! “โอ๊ยย !”ร่างสูงสะดุ้งตื่นแล้วมองคนตรงหน้า “ตีผมทำไมเนี่ย ?” เสียงแหบพร่าเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าที่งัวเงียกำลังเมาขี้ตาในยามเช้าตรู่“คุณมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ ออกไปเลยนะ !”เจ้าของใบหน้าเล็กเหวี่ยงเขาออกไป “ถามได้ ก็มานอนกอดเมียสิ”พูดจบเขาก็ดึงเธอเข้ามากอดอย่างหน้ามึนพร้อมขโมยหอมแก้มหญิงสาว
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างที่จะตึงเครียด คนร่างสูงค่อย ๆ หย่อนกายนั่งลงข้างผู้เป็นแม่ของหญิงสาว สายตาของเขาชำเลืองไปมองพ่อของนลิน แล้วก็ต้องรีบก้มหน้าหลบสายตาเมื่อถูกผู้เป็นพ่อจ้องมองอย่างกับจะกินหัว “ใครบอกให้นั่ง !”พ่อของนลินดุออกมาด้วยเสียงดัง พร้อมมองตาขวางใส่คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธียร์
ถึงแม้ว่าเธียร์จะโกรธพี่ชายสักแค่ไหน แต่ตรีธาราก็เป็นคนที่เขาเชื่อใจและเคารพมาตลอด ดังนั้นคำพูดของธามมีผลกับเขาเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มจึงรีบบึ่งรถกลับคอนโดเพื่อไปขอโทษนลินระหว่างทางก็แอบแวะซื้อของโปรดไปให้เธอด้วย แต่เมื่อกลับมาถึงภายในห้องดันว่างเปล่าไร้เงาของนลิน มีเพียงเศษแก้วของแจกันที่แตกกระจัดก
ขากลับตรีธาราต้องขับรถมาเพียงลำพัง ในระหว่างนั้นเขาได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ก็ทำให้เขาตกตะกอนความคิดของตัวเองได้ในเวลานั้น ดวงตาคมเริ่มมีน้ำสีใสไหลออกมาจนดวงตาของเขาพร่ามัวนลินและเธียร์เดินทางกลับมาถึงคอนโด หญิงสาวก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จากับเขา เธอหงุดหงิดและโกรธเธียร์เป็นอย่างมาก แค่เห็นหน้าเข







