Masukเขารู้จักลูกชายของตนเองดีว่าเธียร์นั้นไม่เคยคบใครจริง ๆ จัง ๆ เพราะแต่ก่อนชายหนุ่มก็เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น จนมาเจอผู้หญิงคนนี้
“ปีกว่าเลยงั้นหรือ ?”
เขาแอบตกใจที่เธออยู่กับลูกชายเขาได้นานขนาดนี้
พ่อของเธียร์ไม่ได้รู้สึกเกลียดอะไรหญิงสาวนัก เพียงแต่เธออยู่ผิดที่ผิดเวลา เขาไม่สามารถปล่อยให้ทั้งคู่รักกันได้ เพราะเธียร์เองก็ต้องสืบทอดตระกูลและธุรกิจของครอบครัว การที่เขาจะแต่งงานมีภรรยาผู้เป็นพ่อก็อยากได้ลูกสะใภ้ที่มาจากครอบครัวที่มีชาติตระกูลเพื่อที่จะช่วยเป็นหน้าเป็นตาให้แก่ครอบครัวของเขาได้ด้วย
วันนี้เธียร์มีหน้าที่ต้องไปดูแลและต้อนรับแขกคนสำคัญของประเทศที่มาพักที่โรงแรมของเขา เขาจึงไม่สามารถละทิ้งหน้าที่นี้ได้
“จะไปไหนต่อเหรอ ?”
ผู้เป็นพี่เอ่ยถามน้องชายหลังจากเสร็จงานในช่วงดึก
“ไม่รู้สิ ผมคงจะกลับคอนโดมั้ง”
ชายหนุ่มตอบกลับพี่ชายไป
“ไปนั่งดื่มเป็นเพื่อนหน่อยดิ”
ธามเอ่ยชวนน้องชายด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
“อารมณ์ไหนของพี่เนี่ย”
เธียร์เลิกคิ้วเหล่มองพี่ชายที่วันนี้ดูซึม ๆ อย่างกับคนอกหักยังไงอย่างงั้น
“เหอะน่า แค่ไปนั่งเป็นเพื่อนแค่นี้ ทีฉันนั่งเฝ้าแกเข้าห้องน้ำมาตั้งกี่ปี ไม่เคยบ่นสักคำ”
คนเป็นพี่เอ่ยด้วยสีหน้าที่ดูน้อยใจ
“เหอะ เริ่มทวงบุญคุณซะละ”
ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
ทั้งคู่ต่างก็มีมุมน่ารักในวัยเด็ก เธียร์มักจะขอร้องให้พี่ชายไปนั่งรอเขาตลอดเวลาที่จะต้องอาบน้ำหรือทำธุระในห้องน้ำนาน ๆ เพราะความเป็นคนที่กลัวผีจนขึ้นสมอง จึงเป็นเหตุให้คนเป็นพี่ต้องยอมไปเฝ้าน้องชายเป็นประจำกระทั่งโตเป็นหนุ่ม
ณ ร้าน Timing Bar
เป็นร้านที่มีเจ้าของร้านหล่อสุดในย่านนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะเป็นวัยทำงาน ดาราและคนมีชื่อเสียงอื่น ๆ อีกมากมาย โดยปกติแล้วเมื่อเสร็จจากงานของโรงแรมธามก็มักจะมาสิงอยู่ที่ร้านเสียส่วนใหญ่
“ลูกค้าเยอะแบบนี้ทุกวันเลยสินะ ไม่แปลกที่รวยขึ้นทุกทีอย่างนี้”
เธียร์ไม่ค่อยจะได้แวะมาร้านของพี่ชายสักเท่าไหร่ พอมาวันนี้เขาก็รู้สึกภูมิใจที่ธุรกิจของพี่ชายสำเร็จไปอีกหนึ่งอย่าง
“เขามาดูคนหล่อกัน”
ธามเป็นพวกตลกหน้าตาย ต่อให้เขาจะเล่นมุกตลกแค่ไหนแต่สีหน้าเขาก็ยังนิ่งเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ชายหนุ่มเอ่ยไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
“ผมสินะ”
ร่างสูงยกยิ้มพร้อมหัวเราะอย่างชอบใจ เขามักจะเผลอทำตัวเป็นเด็กทุกครั้งที่อยู่กับพี่ชายของเขา
“ก็ต้องฉันสิ ฉันเป็นเจ้าของร้านนะ”
ตรีธาราพูดเล่นกับน้องชายออกไปด้วยสีหน้าแววตาที่ขบขัน
“แต่ผมเป็นน้องพี่นะ พี่ต้องยอมให้ผมหล่อกว่าสิ”
ปึงง !
ประโยคเดียวทำเอาความรู้สึกของธามหล่นวูบ พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที เขาพยายามจะกดความรู้สึกพวกนั้นไว้ให้มิดที่สุด ไม่ให้มันออกมาเวลาที่เขาอยู่กับเธียร์ เขาเองก็ไม่อยากมีความรู้สึกแย่ ๆ กับน้องชายสักเท่าไหร่
สีหน้าของเขาจืดเจื่อนขึ้นมาทันที แต่ชายหนุ่มก็พยายามที่จะเก็บไว้และมองข้ามสิ่งที่น้องชายของเขาพูด
“แล้วไงวะ เรื่องแบบนี้มันยอมกันได้ที่ไหน”
ธามพูดหยอกเล่นกับเธียร์ออกไปด้วยน้ำเสียงปกติ
“ถ้าจะขนาดนี้ผมยอมแพ้พี่ก็ได้ แต่แค่ครั้งนี้เท่านั้นนะ”
เธียร์เอ่ยด้วยรอยยิ้มปนหัวเราะ
ทั้งคู่นั่งคุยเรื่องต่าง ๆ สัพเพเหระตามประสาพี่น้องที่ไม่ค่อยจะได้เจอกัน ธามเองก็อยากจะกระชับความสัมพันธ์ของเขาและน้องชายให้มากขึ้นกว่านี้เผื่อมันจะลบเรื่องราวและความรู้สึกแย่ ๆ พวกนั้นออกไปได้ เขายังคงรักและหวังดีกับน้องชายของเขาเสมอ แต่บางทีความรู้สึกพวกนั้นมันก็มักจะถาโถมเข้ามาใส่แบบไม่ทันตั้งตัว
“ผมต้องขอตัวกลับละ ไว้ว่าง ๆ จะแวะมาหาบ่อย ๆ”
เธียร์เอ่ยลาพี่ชาย โดยธามเดินออกมาส่งน้องชายขึ้นรถ
“โอเค กลับดี ๆ”
เขาหันไปบอกกับน้องชายที่กำลังขึ้นรถ โดยมีคนขับรถส่วนตัวอย่างสิงหามารับกลับ
“ฝากด้วยนะ”
ธามตบไหล่สิงหาเบา ๆ
“ครับคุณธาม”
ชายหนุ่มตอบกลับ ก่อนจะเดินอ้อมไปขึ้นรถอีกฝั่งหนึ่ง
ระหว่างเดินทางกลับคอนโด สิงหาก็ตัดสินใจรายงานเรื่องวันนี้ออกไป
“นายครับ วันนี้เหมือนผมจะเจอคนของคุณท่านนะครับ ที่เขาใหญ่”
ชายหนุ่มกล่าวออกไปพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ส่งให้เธียร์
ร่างสูงรับโทรศัพท์มาเปิดดูรูปที่อีกฝ่ายถ่ายไว้ เขาขมวดคิ้วทันที เพราะเป็นรถคันเดียวกับที่เจอที่โรงพยาบาลวันนั้น
“ไม่ได้เกิดเรื่องอะไรใช่ไหม”
สีหน้ากลุ้มใจเอ่ยถามเขาออกไป
“ไม่ครับ... เหมือนจะตามถ่ายรูปว่าเธออยู่ไหนทำอะไรมากกว่าครับ”
สิงหาตอบกลับเขาไป
เฮ้ออ !
ร่างสูงถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา เขารู้สึกเหมือนจะเจออุปสรรคใหญ่เสียแล้วสิ
“ฉันคงต้องเข้าไปบ้านใหญ่แล้วล่ะ”
ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูเหนื่อยหน่าย ก่อนจะทอดสายตามองออกไปนอกกระจกเพื่อปล่อยให้ตนเองได้คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเงียบ ๆ คนเดียว
เมื่อเดินทางไปถึงที่วัดในระหว่างที่นลินกำลังหยิบของอยู่ในรถ พี่เลี้ยงก็อุ้มน้องลงจากเบาะ ภาวินทร์จึงเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่พร้อมเอ่ยถามด้วยสีหน้าเศร้า “มะมี้หายโกรธยางง”น้ำเสียงละมุนของลูกชาย ทำให้ลินดลารู้สึกเอ็นดูเป็นอย่างมาก เด็กน้อยคงจะกังวลเรื่องเมื่อเช้าที่แม่ดุเขาและไม่ได้คุยเล่นกับเขามาตลอดทาง “แล้วน้องวินทร์เป็นเด็กดีหรือยัง ?”นลินจ้องมองหน้าลูกนิ่ง ๆ “เป็นเด็กดีแย้ว”ใบหน้าจิ้มลิ้มที่น่ารักน่าเอ็นดูส่งยิ้มให้ผู้เป็นแม่พร้อมเดินเข้าไปกอดคอ“ถ้าเป็นเด็กดี มะมี้ก็หายโกรธน้องวินทร์แล้วครับ”ลินลดาอุ้มลูกชายลงจากรถพร้อมหอมลูกชายไปฟอดใหญ่ เธียร์ที่ยืนมองสองแม่ลูกเคลียร์ความในใจกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม “น้องวินทร์ดูสิใครมา”เธียร์เอ่ยเรียกลูกชายให้หันไปดูผู้ที่พึ่งลงจากรถ“ธามมม !”เด็กน้อยเอ่ยเรียกอย่างดีใจเมื่อเห็นเขา ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามหลุดขำออกมาเมื่อเห็นท่าทีของเขา “ลุงธามสิลูก”นลินพูดปนหัวเราะเมื่อเห็นลูกชายเรียกพี่ธามอย่างกับเพื่อนสนิท “ว่าไงวินทร์ เรียกอย่างกับเพื่อนเลยนะเรา”คุณลุงก็รู้สึกตลกหลานชายที่ไม่ค่อยจะเรียกเขาว่าลุง แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะเด็กก็เ
[ปัจจุบัน] ตั้งแต่มีลูกทั้งคู่ก็มีนาฬิกาปลุกส่วนตัวทันที ทุก ๆ เช้าเด็กน้อยจะปีนขึ้นบนตัวพ่อและแม่สลับกันอย่างเช่นในเช้านี้ “ปะป๊า ปะป๊า”เสียงยานคางของเจ้าตัวเล็กเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อให้ตื่นขึ้นมาเล่นกับเขา ภาวินทร์ปีนขึ้นไปนอนทับบนอกของเธียร์พร้อมใช้สองมือเล็กจับหน้าเขาโยกไปมา “หืมมม ครับลูก”ชายหนุ่มงัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ดูตูน ๆ”เด็กเล็กงอแงขอดูการ์ตูนแต่เช้า ผู้เป็นพ่อถึงกับต้องกุมขมับ เมื่อโดนลูกชายตัวแสบก่อกวนเขาตั้งแต่ตี 5 “น้องวินทร์ครับ ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลยลูก ปะป๊าง่วงมากเลย ปะป๊าขอนอนแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ”ชายหนุ่มกอดลูกแล้วพลิกนอนตะแคงพร้อมเอ่ยกับลูกชายด้วยเสียงอ่อน “ได้ครับ ปะป๊านอน น้องวินทร์จะไปหามะมี้”เด็กเล็กตอบผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว พูดจบคนตัวเล็กก็รีบมุดไปนอนกอดนลิน หญิงสาวรู้สึกตัวก็ดึงลูกเข้ามากอด เจ้าตัวเล็กจึงหลับไปอีกรอบจนถึงตอนสาย ลินลดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนลูกกำลังกินนมเธออยู่ แต่พอลืมตาเท่านั้นแหละ นี่ไม่ใช่ลูก นี่มันพ่อมันชัด ชัด ! เพียะ !เธอใช้ฝ่ามือเล็กฟาดไปที่กลางหลังของเขาจนเกิดเสียงดัง และมี
นับวันเธียร์ยิ่งหลงลูกชายตัวเองเข้าไปใหญ่ เพราะนิสัยที่ขี้อ้อน อีกทั้งยังทะเล้นเหมือนเขา ทำให้คนที่อยู่ใกล้ต่างหลงรักน้องภาวินทร์ “ดูปากป๊านะ...ปะป๊า”ชายหนุ่มนั่งเล่นกับลูกชายในวัยที่ใกล้จะครบ 1 ขวบ “แหะ แหะ !”เด็กเล็กไม่พูดตามเขาแต่ดันหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ไม่เอาสิลูก...พูดตามป๊า...ปะป๊า !” เธียร์ลุ้นให้ลูกเรียกชื่อเขา นลินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็แอบยิ้มให้กับสองพ่อลูกที่หยอกล้อเล่นกัน “ป๊ะ !”ภาวินทร์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเปล่งเสียงหนักแน่นเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อ“ลิน ๆ ๆ ได้ยินมั้ย ๆ ลูกเรียกชื่อผม”ชายหนุ่มทำสีหน้าตกใจหันไปมองนลินพร้อมเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น คนร่างสูงรีบเข้าไปอุ้มลูกมาสวมกอดอย่างดีอกดีใจที่ลูกพูดชื่อเขาเป็นคำแรก นลินยอมไม่ได้จึงเดินเข้าไปหาทั้งคู่ “ภาวินทร์ครับ ไหนเรียกแม่ซิ...แม่ !” ลินลดาจ้องหน้าผู้เป็นลูกพร้อมลุ้นว่าเขาจะพูดหรือไม่ น้องภาวินทร์จ้องหน้านลินด้วยสีหน้าที่ใสซื่อก่อนจะหันไปหาพ่อของเขาแล้วเอ่ยเรียกออกมา“ป๊ะ !” “ฮ่า ๆ ๆ เก่งมากลูกพ่อ”ชายหนุ่มยิ้มจนหน้าบานเป็นกระด้งเมื่อลูกชายเอ่ยเรียกชื่อเขาถึงสองครั้ง นลินทำหน้าผิดหวังและมองสองพ่อลูกด้วยสายตา
หลังจากนลินคลอดลูกได้ 5 เดือน บ้านของพวกเขาก็เสร็จเรียบร้อยพอดี ในวันขึ้นบ้านใหม่ญาติ ๆ ต่างมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมทำบุญด้วยกัน ที่สำคัญทุกคนต่างก็อยากมาเล่นกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่กำลังน่ารักอย่างน้องภาวินทร์“เผลอแป๊บเดียวโตแล้วนะหลานตา”คุณตาชัยยศอุ้มหลานเดินไปมา สีหน้าเขาเอ็นดูเด็กตัวเล็กเป็นอย่างมาก“ภาวินทร์ปู่มาแล้วลูก !”เสียงคุณปู่ตะโกนมาแต่ไกล เขาเดินลงจากรถแล้วตรงดิ่งเข้ามาหาหลานก่อน“ไม่ตะโกนมาตั้งแต่บ้านเลยล่ะ”ชัยยศหันไปเอ่ยกับเขา “ใครบอกกูไม่ตะโกน”ธนาสวนกลับพ่อของนลินพร้อมเข้าไปแย่งหลานมาอุ้ม ทุกคนต่างเห่อหลานเป็นอย่างมาก เพราะเด็กน้อยกำลังน่ารักน่าชัง “เถียงกันตลอดเลยสองคนนี้”อรยาเอ่ยแซวทั้งคู่ เมื่อผู้ใหญ่มากันครบก็นิมนต์พระมาทำบุญตักบาตรที่บ้านเพื่อเสริมสิริมงคลก่อนเข้าอยู่ “ยินดีด้วยนะครับน้องลิน”ธามแสดงความยินด้วยน้ำเสียงละมุนและสีหน้าที่ยินดี ชายหนุ่มเห็นนลินยืนอยู่จึงเดินเข้าไปทักทาย“ขอบคุณนะคะพี่ธามที่ช่วยแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่าง”นลินกล่าวกับเขา “มีอะไรก็ถามพี่ได้ตลอด พี่อยู่ตรงนี้แหละ ลินหันกลับมาเมื่อไหร่ก็เจอ”ใบหน้าชายหนุ่มมองเธออย่างไม่ละสายตา “ค่
2 ปีผ่านไปตั้งแต่มีลูกความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ต่างคนต่างมีเหตุผลและใจเย็นมากขึ้น ทำให้ทั้งคู่รักกันเป็นอย่างดี ตอนนี้น้องภาวินทร์ก็อายุได้ 2 ขวบแล้ว ทั้งคู่จึงอยากพาลูกไปฉลองงานวันเกิดที่ทะเล ถือโอกาสไปเที่ยวกับครอบครัวด้วยทริปนี้ทุกคนเดินทางไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ต โดยมีทั้งครอบครัวนลินและครอบครัวของเธียร์ เป็นทริปใหญ่ก็จะวุ่นวายอยู่หน่อย ๆ“ปะป๊า ปะป๊า”เด็กตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กมาทางผู้เป็นพ่อ แก้มย้วย ๆ เด้งไปมาอย่างน่าเอ็นดู“ว่าไงครับลูก”เธียร์อุ้มลูกขึ้นมานั่งบนตักขณะที่ทานอาหารกันอยู่“ภาวินทร์อย่าไปกวนคุณพ่อลูก ให้พ่อกินข้าว”นลินหันไปเอ่ยกับลูก“ไม่เป็นไร ๆ”กลับกันเธียร์กลับรู้สึกชอบที่ลูกติดเขาเสียอีก“พี่ธามจะมาตอนเย็นใช่ไหมครับแม่”เธียร์หันไปถามคุณนภา“เห็นพี่บอกว่าอย่างงั้นนะ”เนตรนภาตอบกลับลูกชายเมื่อถึงตอนเย็นเธียร์ก็จองร้านอาหารติดชายทะเลพร้อมตกแต่งไฟอย่างสวยงาม เขาเหมาทั้งร้านวันนี้แขกภายในร้านจึงมีแค่ครอบครัวของเขา“ปกติร้านนี้เขาตกแต่งจนถึงชายหาดขนาดนี้เลยเหรอคะ”นลินอุ้มลูกเดินดูไฟที่ประดับจนทั่วชายหาด“ภาวินทร์ดูนั่นสิลูก เห็นไฟไหม ?”ลินลดาชี
และในคืนนี้เธียร์ก็แอบเข้าห้องนลินมาอีกครั้ง ชายหนุ่มกอดเธอและลูบไปที่ท้องของหญิงสาว“คุณแม่ไม่ยอมหายโกรธพ่อสักที พรุ่งนี้คุณปู่คุณย่าจะมาง้อช่วยพ่อแล้วนะ”เธียร์เอ่ยเบา ๆ กับนลิน“ฮะ !”นลินตกใจจนเผลออุทานเสียงดัง“คุณว่าไงนะ”หญิงสาวหน้าตาตื่นเอ่ยถามเขา เธียร์สะดุ้งและมองนลินด้วยสีหน้างง ๆ“ผมให้ป๊ากับแม่มาสู่ขอคุณยังไงล่ะ คุณจะได้กลับไปกับผมสักที”ชายหนุ่มพูดออกไปอย่างหน้าตาเฉย“คุณทำอะไรคุณไม่เคยถามฉันสักคำ คิดเองเออเองไปหมด นี่ก็ลูกฉันเหมือนกัน ฉันไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลยใช่ไหม ฮือออ”นลินร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด ชายหนุ่มมีสีหน้าตกใจและรีบเข้าไปปลอบเธอทันที“ผมขอโทษ ๆ ถ้าคุณไม่โอเคผมไม่ให้ท่านมาก็ได้ ไม่ร้อง ๆ”ร่างสูงรีบดึงเธอเข้ามากอดแต่ก็คงจะไม่ทันเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นพ่อและแม่ของเธียร์ก็มาถึงบ้านของนลินแล้วชัยยศเดินออกไปดูแขกที่มาวันนี้ เขาก็มีสีหน้าตกใจทันทีที่เห็นคนที่เดินลงมาจากรถ ธนาเองก็ไม่ต่างกัน เมื่อเห็นหน้าคนที่ยืนอยู่หน้าประตู เขาก็รู้สึกคุ้นหน้าแปลก ๆ“ไอ้...ไอ้...”ชัยยศชี้หน้าธนาและพยายามนึกชื่อของเขา“ไอ้...”ธนาเองก็เช่นกัน และในที่สุดเขาก็จำได้ “
ตุ้บ ! “โอ๊ยย !”ร่างสูงสะดุ้งตื่นแล้วมองคนตรงหน้า “ตีผมทำไมเนี่ย ?” เสียงแหบพร่าเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าที่งัวเงียกำลังเมาขี้ตาในยามเช้าตรู่“คุณมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ ออกไปเลยนะ !”เจ้าของใบหน้าเล็กเหวี่ยงเขาออกไป “ถามได้ ก็มานอนกอดเมียสิ”พูดจบเขาก็ดึงเธอเข้ามากอดอย่างหน้ามึนพร้อมขโมยหอมแก้มหญิงสาว
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างที่จะตึงเครียด คนร่างสูงค่อย ๆ หย่อนกายนั่งลงข้างผู้เป็นแม่ของหญิงสาว สายตาของเขาชำเลืองไปมองพ่อของนลิน แล้วก็ต้องรีบก้มหน้าหลบสายตาเมื่อถูกผู้เป็นพ่อจ้องมองอย่างกับจะกินหัว “ใครบอกให้นั่ง !”พ่อของนลินดุออกมาด้วยเสียงดัง พร้อมมองตาขวางใส่คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธียร์
ถึงแม้ว่าเธียร์จะโกรธพี่ชายสักแค่ไหน แต่ตรีธาราก็เป็นคนที่เขาเชื่อใจและเคารพมาตลอด ดังนั้นคำพูดของธามมีผลกับเขาเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มจึงรีบบึ่งรถกลับคอนโดเพื่อไปขอโทษนลินระหว่างทางก็แอบแวะซื้อของโปรดไปให้เธอด้วย แต่เมื่อกลับมาถึงภายในห้องดันว่างเปล่าไร้เงาของนลิน มีเพียงเศษแก้วของแจกันที่แตกกระจัดก
ขากลับตรีธาราต้องขับรถมาเพียงลำพัง ในระหว่างนั้นเขาได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ก็ทำให้เขาตกตะกอนความคิดของตัวเองได้ในเวลานั้น ดวงตาคมเริ่มมีน้ำสีใสไหลออกมาจนดวงตาของเขาพร่ามัวนลินและเธียร์เดินทางกลับมาถึงคอนโด หญิงสาวก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จากับเขา เธอหงุดหงิดและโกรธเธียร์เป็นอย่างมาก แค่เห็นหน้าเข







