เข้าสู่ระบบ“คุณนี่! จริงๆเลยยย”
“เอางี้นะคะ หนูว่าหัวหน้าลองกลับไปปรับความเข้าใจกันกับแฟนหัวหน้าก่อนไหมคะ อะไรๆมันจะได้ง่ายขึ้น” “คุณจะให้ผมไปเคลียร์กันให้รู้เรื่องกับคนที่มันกำลังนอกใจและนอกกายผมด้วยงั้นเหรอ เอาอะไรคิดห๊ะ!” “โอ๊! โอเคๆฉันรู้ค่ะว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็กๆที่พอจะให้อภัยกันได้แต่ฉันก็แค่อยากพูดหาทางออกให้คุณแค่นั้นเอง” “ถ้าคุณไม่อยากทำเรื่องแบบนั้นด้วยก็ไม่เป็นไร” หัวหน้าพูดพลางทำหน้าเหมือนคนน้อยใจอยู่เล็กๆ “พูดคำว่ามานี่มาแบบตอนนั้นให้ดูก่อนค่ะแล้วเดี๋ยวหนูกลับไปคิดตัดสินใจอีกทีค่ะ” “ไม่ ถ้าผมพูดให้ฟังอีกคุณต้องตัดสินใจเดี๋ยวนี้ตอนนี้ทันทีเลย” ขวัญข้าวกำลังใจอ่อนให้หัวหน้าของเขาเข้าแล้วสิอาการแบบนี้ ถ้าเป็นในลักษณะแบบนี้เหมือนจะติดกับดักหัวหน้าแล้วล่ะ “แต่เราจะมีอะไรกันแค่ครั้งเดียวพอนะคะ” “ได้ ได้อยู่แล้วถ้าคุณต้องการแบบนั้น” “ค่ะ” “งั้นก็… มานี่มา” หัวหน้าพูดคำนั้นด้วยน้ำเสียงที่…ให้เธอฟังอีกครั้งทำเอาใจเธอเหลวอีกครั้ง “ดีค่ะแบบนี้แหละ” “แล้วจะนั่งอยู่ทำไมที่เดิม บอกให้มานี่” “คะ? ตอนนี้หนูก็นั่งอยู่ข้างๆหัวหน้าแล้วนี่ไงคะ” “หมายถึงให้มานั่งตรงนี้” หัวหน้าพูดพลางกวาดสายตามองลงไปที่ตักขาของตัวเองให้เธอรับรู้ว่าเขาต้องการให้เธอไปนั่งลงตรงไหน เธอค่อยๆลุกขยับขึ้นไปนั่งบนตักของหัวหน้าก่อนจะโดนคำสั่งของหัวหน้าอีกครั้ง “ไม่ใช่แบบนั้น ไม่ได้ให้หันหลังให้ ให้หันหน้าเข้าหาผม” นั่งตักแบบหันหลังให้ว่าหนักแล้วนี่ให้หันหน้าเข้าหายิ่งหนักกันเข้าไปใหญ่ เธอค่อยๆขยับตัวหันหน้าเข้าหาหัวหน้า แยกขาออกก่อนนั่งทับทาบลงไปที่บนตักขาของหัวหน้าก่อนหัวหน้าจับมือเธอทั้งสองข้างยื่นไปโอบกอดไว้บริเวณท้ายทอย และมือทั้งสองข้างของหัวหน้าก็โอบรอบเอวคอดของเธอ “แบบนี้หน่อยค่อยได้มองเห็นใบหน้ากันแบบชัดๆ” หัวหน้าพูดขึ้นมาก่อนจะเลื่อนมือ ค่อยๆ ลูบลงไปที่ต้นขาของเธอ เธออยู่ในชุดกระโปรงพลีทลูกไม้ความยาวเลยเข่าเพียงเล็กน้อย แต่พอเธอนั่งในท่านี้ก็สั่นขึ้นมาอีกนิด หัวหน้าเลื่อนมือลูบต้นขาของเธอก่อนมือได้หายเข้าไปยังด้านในชายกระโปรง หัวหน้าไปหยุดมือไว้ตรงที่ก้นของเธอใช้มือขยำเบาๆสักพักก่อนเลื่อนมือมาบริเวณสะโพกจับกดด้วยน้ำหนักแรงในระดับนึงที่ทำเอาน้องสาวของเธอลงไปสัมผัสกับอะไผน้องชายหัวหน้าผ่านเนื้อผ้าตรงเป้ากางเกงของหัวหน้า แข็ง! ได้สัมผัสเพียงแค่นี้ก็ทำเอาเธอขวัญข้าวที่เป็นคนใจอ่อนกับอะไรง่ายๆ ขนลุกเนื้อตัวสั่นทำตัวไม่ถูกแล้ว ความรู้สึกแบบนี้ที่เธอห่างหายไปนานมากๆ ถ้าไม่นักคืนนั้นที่หัวหน้าเมา “หัวหน้าคะ” เธอเรียกหัวหน้าขึ้นมาในขณะที่หัวหน้ากำลังจ้องมองเธออยู่นิ่งๆนานๆ “ครับ” “ที่นี่เลยเหรอคะ” “ได้ไหมละ” แววตาอ่อนโยนมีประกายวาบของหัวหน้าตอนนี้ที่เหมือนอยากจะกลืมกินเธอเต็มทนแต่ก็ต้องยั้งใจไว้ได้แต่มองหน้าเธอเพราะไม่อยากทำเรื่องอย่างว่าในสถานที่ทำงาน “ไม่ดีมั้งคะ” “ล้อเล่น ไม่ที่นี่หรอก” “ค่ะ” “แต่ขอแค่จูบนึงได้ไหมที่นี่” “แล้วหนูปฏิเสธได้ใช่ไหม” “หึ! คุณอยากเหมือนกันก็พูดมา อย่ามาปากแข็งนะ” “ให้มานั่งในท่านี้ถ้าจะบอกไม่รู้สึกอะไรเลยก็คงไม่ใช่ป่ะ” “นั่นไง คุณก็อยากนี่หว่า” “หัวหน้า!” “ครับบบ” “จะทำอะไรก็รีบทำค่ะ เดี๋ยวจะมีคนสงสัยว่าทำหนูเข้ามาทำอะไรห้องหัวหน้านานๆ” “ไม่มีใครสงสัยหรอก มันถึงเวลาเลิกงานแล้วตอนนี้ คนน่าจะกำลังทยอยกลับกันแล้ว” “หัวหน้าก็ปล่อยหนูกลับได้แล้วค่ะ” “อ้าว! แล้วเรื่องของเราละ” “ที่ไหนก็ว่ามาสิคะ แต่ไม่ใช่ที่นี่” “ที่ห้องผม” “…!” “คุณไปพร้อมผมเลย” “ไม่เอา กลัวพลาดมีใครเจอว่าออกไปด้วยกัน” “งั้นเดี๋ยวผมส่งที่อยู่คอนโดของผมให้ในไลน์ แล้วก็ตามไปด้วยห้ามผิดนัด” “ค่ะ” สุดท้ายเธอก็มาตกม้าตายเพราะความหล่อของหัวหน้าที่ดึงดูดให้เธอต้องหลงและยอมเขาเข้าแล้วจริงๆ @ห้องที่คอนโดหัวหน้า “ยอมมาจริงๆ ซะด้วย” “ก็หัวหน้าบอกห้ามผิดนัด” “ไม่ต้องพูดอะไรแล้วมานั่งนี่เร็ว” หัวหน้ารีบชวนเธอไปนั่งข้างๆเขาบนโซฟาใหญ่ หัวหน้ากวาดสายตาเรียกพร้อมกับใช้มือตบลงที่นั่งข้างๆตัวเองเบาๆ เธอเดินเข้าไปหาหัวหน้าอย่างช้าๆโค้งตัวก้มลงก่อนจะนั่งลงไปข้างๆหัวหน้าที่ทิ้งระยะห่างประมาณนึงแบบที่หัวหน้ายังไม่พอใจจนต้องขยับเข้าไปนั่งชิดๆเธอเอง “หัวหน้าคะ” “ว่า?” “หนูไม่รู้อันนี้หนูจะถามได้ไหมนะแต่หนูอยากพูดมากให้หัวหน้าฟังมากๆ” “เรื่อง?” “ก็เรื่องหัวหน้านี่แหละ” “หึ! ยังไง” “หนูเห็นหัวหน้าแบบสองบุคลิกยังไงไม่รู้ ที่ทำงานต่อหน้าคนอื่นบุคคลนึงแต่พอหัวหน้าอยู่ห้องทำงานและห้องส่วนตัวแบบตอนนี้หัวหน้ากลับเปลี่ยนไปเป็นอีกคน” “นี่เหรอคำถาม” “ยังไม่ได้ถามเลยค่ะเมื่อกี้เรียกเกริ่น” “งั้นก็ถามมาสิ” หัวหน้าพูดพรางยกแขนไปพาดไว้ด้านหลังบนส่วนโค้งของโซฟาที่กำลังนั่งพิงอยู่ ในตอนนี้เหมือนหัวหน้ากำลังนั่งโอบไหล่ขวัญข้าวเธออยู่ทั้งนิ้วมือของนั้นของหัวหน้ายังไปโดนแขนฝั่งนั้นของเธอ ไม่ใช่ว่าเผลอมาโดนแขนเธอแต่เป็นการตั้งใจของหัวหน้าที่กำลังพยายามใช้ปลายนิ้วมือข้างนั้นลูปไล่เบาๆ ขวัญข้าวเธอแอบสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อโดนหัวหน้าทำแบบนั้น “ถามมาสิจะถามว่าไง” “ลืมไปแล้วค่ะว่าจะถามอะไร” “อะไรนะ ลืม!” “ค่ะ” “ทำไมลืมง่ายจังอ่ะ” “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” จู่ๆเธอก็ลืมสิ่งที่จะถามหัวหน้า และยังทำตัวงงทำหน้างงๆและยังดูวางตัวไม่ถูก ดูเริ่มเกร็งๆไปหมด “เอ่อ! ห้องน้ำไปทางไหนคะ หนูอยากเข้าห้องน้ำ” “นั้น” หัวหน้ามองไปทางห้องน้ำให้เธอมองตาม “ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวมานะคะ” และเธอยังดูเก้ๆกังๆอีก แบบนี้จะรอดไหมขวัญข้าว “หัวหน้าเลยนะมึง นั่นหัวหน้าเลยนะ” สิ่งที่เกิดขึ้นคือขวัญข้าวเข้าห้องน้ำมายืนคุยกับตัวเองหน้ากระจกว่านั่นหัวหน้าเลยนะ สงสัยคงเป็นเรื่องที่จะมีอะไรกันกับหัวหน้าในคืนนี้ “พูดอะไรคนเดียวในนั้น” “เอ้ย! หัวหน้าอย่ามาแอบฟังสิคะ” หัวหน้าไม่วายที่จะอยู่ห่างไกลเธอ เธอเดินมาเข้าห้องน้ำก็ยังเดินมาเฝ้า ขนาดแค่ห้องน้ำในห้องที่คอนโดยังมาเฝ้านะ “หึ!” เธอเปิดประตูเดินออกจากห้องน้ำก่อนมาเจอหัวหน้ายืนอยู่หน้าห้องน้ำและเอาแต่จ้องหน้าเธออย่างไม่ละสายตาเธอสู้สายตาแบบนั้นไม่ไหวจนต้องทำเป็นมองไปที่อื่น “หัวหน้าคะ หนูมีเวลาให้หัวหน้าแค่ 1 ชั่วโมงนะคะแล้วหนูจะกลับ” “กลับ ไม่ได้ดิเธอต้องอยู่ค้างที่นี่” “อยู่นี่?” “ใช่ นอนค้างคืนที่นี่เลย” “ไม่ได้นะคะ” “ทำไมจะไม่ได้” “จะให้หนูมานอนค้างคืนด้วยได้ไงมันไม่…เอ่อ นั่นแหละค่ะ” “ไม่อะไร มันไม่อะไร คุณจะบอกว่ามันไม่เหมาะไม่ควรสินะ แค่คุณยอมมาถึงห้องผมนี่ก็ถือว่ามันเลยคำว่าเหมาะและควรไปแล้วนะผมจะบอกให้” “…!” “งั้นก็มาเริ่มกันเลยไหม เธอคงจะรู้สึกอยากมากแล้วสินะ” “ใครกันแน่ที่รู้สึกแบบนั้นก่อน” “เริ่มกล้าพูดแล้วสินะ มานี่” หัวหน้าเดินจูงมือเธอเข้าไปยังห้องนอนก่อนจะนำเธอไปนอนลงบนเตียงก่อนที่เข้าจะตามลงไปคร่อมบนตัวเธอ หัวหน้าก้มลงละเลงจูบที่ริมฝีปากของเธอทำเอาใจของสาวขวัญข้าวแอบสั่นแปลกๆ กริ๊ง~ จู่ๆเสียงมือถือของหัวหน้าก็ดังขึ้น หัวหน้าละริมฝีปาก ขยับตัวมาหยิบมือถือที่กระเป๋ากางเกงออกมาดูก่อนกดรับสาย “อือ! ว่าไง” ‘ว่าไง…อะไร เค้าอยู่หน้าห้องแล้วเปิดประตูห้องให้หน่อย’ “ห้องที่คอนโดเนี่ยนะ” หัวหน้าตื่นตระหนกรีบเดินออกไปคุยนอกห้องนอน ‘ใช่ไง’ “ไหนเธอบอกจะกลับบ้านไปหาแม่วันนี้” ‘เค้าเปลี่ยนไปพรุ่งนี้เช้า เพราะวันนี้ติดคุยงานยาวถึงค่ำก็เลยจะมาค้างคืนที่ห้องเธอแล้วกลับไปบ้านพรุ่งนี้’ “อ๋อ” ‘ปกติไม่เห็นถามเยอะแบบนี้ปกติมาเปิดประตูให้เลย มีไรหรือเปล่า’ “เปล่า! พอดีน้องสาวเค้าแวะมาหาไง” ‘น้องสาว’ “ใช่” ‘ไหน มาเปิดประตูดิ’ “อือเดี๋ยวไปเปิดเดี๋ยวนี่ละ” หัวหน้าวางสายจากแฟนคนปัจจุบันก่อนเดินเข้าห้องนอนไปบอกขวัญข้าวว่าแฟนปัจจุบันของเขามา และให้ขวัญข้าวแสดงบทเป็นน้องสาวของหัวหน้า “เธอ นี่ไงน้องสาวเค้า น้องสาวที่เป็นญาติสนิทกันน่ะ ชื่อขวัญข้าวส่วนนี่แฟนพี่เองชื่อลูกพีช” “สวัสดีค่ะ” “ค่ะ สวัสดีจ๊ะ แล้วเธอไม่บอกเค้าเลยว่าน้องเธอแวะมาหา” เธอคนนั้นตอบสวัสดีขวัญข้าวก่อนหันไปคุยกับแฟนหนุ่มต่อ “พอดีน้องพึ่งมาถึงเมื่อกี้เลย ก็เลยยังไม่ทันได้บอก แล้วเธอก็มาพอดีเหมือนกัน” “อ๋อ แล้วน้องมาค้างคืนด้วยเหรอหรือมาแป๊บเดียวก็กลับ” “ค้างที่นี่/แป๊บเดียวค่ะ” หัวหน้าและขวัญข้าวพูดพร้อมกัน “เอ่อ แป๊บเดียวค่ะ เดี๋ยวหนูก็กลับ” หัวหน้าพูดไปว่าค้างที่นี่แต่ขวัญข้าวกับรีบพูดว่าแป๊บเดียวเดี๋ยวกลับ ทำเอาหัวหน้ารีบหันหน้ามองขวัญข้าวทันทีที่เธอพูดไปแบบนั้น “ยังไงเนี่ยเธอ สรุปไม่ได้ค้างใช่ไหม” “ไม่ๆไม่ได้ค้าง ตามที่น้องบอกเลย” “อ๋อ โอเค งั้นเค้าไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะเค้าอั้นฉี่มาสักพักละ” “ครับ” “ทำไมไม่ตอบไปว่าค้าง” พอหัวหน้าเห็นว่าแฟนตัวเองเดินเข้าห้องน้ำไปแล้วก็รีบหันมาพูดกับขวัญข้าว “ก็หนูไม่อยากค้าง จะให้หนูค้างได้ยังไงแฟนหัวหน้ากลับมาแล้ว” “ก็ผมบอกเขาไปแล้วไงว่าคุณเป็นน้องสาวผม เขาก็ไม่ว่าอะไรแล้วถ้าเธอจะค้างคืนที่นี่ด้วย” “ไม่เอาอ่ะหนูไม่อยากค้าง หนูอยู่ไม่ได้อีกอย่างงานหนูก็ยังไม่เสร็จหนูจะกลับไปทำงานให้เสร็จ งั้นหนูขอกลับตอนนี้เลยแล้วกันนะคะ” ขวัญข้าวเธอพูดพรางเดินไปหยิบกระเป๋าที่วางอยู่ตรงโซฟา “เอางั้นเหรอ” “ค่ะ” “งั้นเดี๋ยวผมไปหาที่ห้องคุณคืนนี้” “ไม่ต้องค่ะ”“เราจะหยุดงานจริง ๆ เหรอคะ” ขวัญข้าวเงยหน้าถามอีกครั้ง น้ำเสียงยังลังเลเหมือนคนไม่ชินกับการปล่อยภาระไว้ข้างหลัง บลูมองเธอด้วยสายตานิ่งแต่แฝงความเอ็นดู “เธอน่ะหยุด แต่ฉันไม่หยุดหรอก บ่ายถึงเย็นฉันมีคุยงานข้างนอก วันนี้ไม่เข้าบริษัท” “อ๋อค่ะ… งั้นฉันไปทำงานดีกว่านะคะ” เธอขยับจะลุก เขาคว้ามือเธอไว้ทันที “บอกว่าให้หยุดหนึ่งวันไง ได้ฟังที่พูดไหม” ขวัญข้าวชะงัก ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ “ค่ะ…” บลูถอนหายใจเบา ๆ เหมือนกำลังจัดการความคิดบางอย่างในหัว “เดี๋ยววันนี้ฉันส่งคนไปดูแลย่าแทนเธอก่อนหนึ่งวัน” เธอรีบส่ายหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจัดการเองได้” “ฟังก่อน” เขาขัดขึ้นนุ่ม ๆ แล้วหยุดคิดครู่หนึ่ง สีหน้าเหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่าง “ไม่ใช่แค่วันเดียว… เอาแบบประจำเลยดีกว่า” ขวัญข้าวนิ่งไป “หมายความว่ายังไงคะ” “ฉันจะจัดการเรื่องคนดูแลย่าฉันแบบให้มาอยู่ดูแลประจำแทนเธอ” เขาพูดเรียบ ๆ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดา “ส่วนเธอ… ฉันจะให้ย้ายมาทำงานที่นี่เต็มตัว” “เอางั้นเหรอคะ…” เสียงเธอแผ่วลงอย่างไม่แน่ใจ “ใช่” เขาสบตาเธอชัดเจน “ฉันอยากให้เธออยู่ใกล้ ๆ มากกว่านี้ ไม่ใช่แค่เรื่องงาน” หัวใจเธอเต
ขวัญข้าวกลืนน้ำลายเบาๆ ปลายนิ้วเธอกำชายเสื้อเขาไว้แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาสบกันในระยะที่ใกล้เกินกว่าจะหลบเลี่ยงความรู้สึกได้ บลูรับรู้ทุกอย่างจากท่าทีเล็กน้อยนั้น เขาไม่เร่ง ไม่รุก เพียงก้มลงแตะหน้าผากเธออีกครั้ง ราวกับย้ำให้แน่ใจว่าทุกอย่างเกิดจากความสมัครใจ“ถ้ารู้สึกไม่สบายใจ เธอบอกฉันได้เลยนะ” เสียงเขานุ่มลงกว่าที่เคย “เพราะฉันอยากให้คืนนี้เป็นคืนที่เธอเลือกเองเหมือนกัน”ขวัญข้าวไม่ตอบเป็นคำพูด เธอเพียงขยับเข้าไปในอ้อมแขนเขา ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่แทนคำยืนยันบลูถอนหายใจแผ่ว คล้ายปลดปล่อยสิ่งที่กักเก็บไว้เนิ่นนาน มือของเขาโอบเธอไว้แน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะพาเธอ… ไปบนเตียงนุ่มปลายนิ้วของบลูคลายจากชายเสื้อเธอช้า ๆ ราวกับให้โอกาสเธอเปลี่ยนใจได้ทุกเมื่อ แต่ขวัญข้าวกลับเป็นฝ่ายจับมือเขาไว้แทนสายตาที่เคยสั่นไหวก่อนหน้านั้นกลับนิ่งขึ้น คล้ายตัดสินใจบางอย่างในใจได้แล้ว“ฉันไม่ได้กลัวนะคะ…” เสียงเธอเบาจนแทบเป็นลมหายใจ “แค่… ไม่เคยใกล้ใครแบบนี้มาก่อน”รอยยิ้มของบลูอ่อนลงทันที ไม่ใช่รอยยิ้มมั่นใจแบบที่เขามักมีเวลาอยู่ในห้องประชุม แต่เป็นรอยยิ้มของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังทะนุถนอมความรู้สึก
เธอเอื้อมมือไปจับข้อมือเขา ดึงลงมาช้าๆ แล้วส่ายหน้า “ฉันไม่ได้มาที่นี่เพราะไม่แน่ใจ”บลูหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน ก่อนจะก้มลงจูบเธออีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่แตะผ่าน แต่ลึกซึ้งขึ้น ชัดเจนขึ้น ราวกับยอมรับในสิ่งที่พยายามปฏิเสธมาตลอดมือของเขาวางลงที่เอวเธอโดยอัตโนมัติ ขณะที่เธอขยับเข้าไปชิด จูบนั้นยืดเยื้อเพียงไม่กี่วินาที แต่กลับทำให้เวลาทั้งห้องเหมือนหยุดนิ่งเมื่อริมฝีปากของทั้งสองแยกจากกัน บลูหลับตาแน่นชั่วครู่ ก่อนจะพิงหน้าผากกับเธอ“แต่ถึงยังไงคำตอบแค่นี้จากเธอมันก็ไม่ได้ทำให้ฉันแน่ใจหรอกนะว่าเธอรู้สึกแบบเดียวกันกับฉันจริงๆ” เขาคลายมือออกช้าๆ ถอยหลังหนึ่งก้าว ทิ้งระยะห่างที่จำเป็น แต่สายตายังคงผูกเธอไว้เหมือนเดิม“…?” เธอนิ่งไปในทันทีกับคำพูดแบบนั้นของบลู ในหัวเอาแต่คิดว่าควรจะต้องทำไงต่อดี“ออกไปก่อน อีก 5 นาทีผมมีประชุม” เขาพูดออกมาเสียงเบา “แล้วเราค่อยคุยกันเรื่อง”เธอมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ แล้วเดินไปที่ประตู แต่ก่อนจะเปิดออก เธอหันกลับมาบลูยังยืนอยู่ที่เดิมและครั้งนี้เขาไม่ได้หลบสายตาเธอ บางอย่างเริ่มต้นขึ้นแล้วแม้ยังไม่มีคำจำกัดความก็ตาม เข
“โอ๊ะ! คุณบลู ไหนบอกว่าจะให้เวลาฉันคิดก่อนไงคะ”เธอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบหันกลับไปผลักเขาออก เมื่ออ้อมแขนแข็งแรงของบลูโอบกอดเธอจากด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว กลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆ ปะปนกับกลิ่นน้ำหอมของเขาทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่“ฉันรอไม่ไหวแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยชิดข้างใบหู “ฉันไม่ได้มีเวลาว่างมากพอจะได้มาเจอเธอแบบวันนี้ ฉันกลับไปนั่งคิดทบทวนมาทุกอย่าง คิดจนแน่ใจว่าความรู้สึกของตัวเองคืออะไร…และฉันก็ยอมรับมันแล้ว”เธอเม้มริมฝีปากแน่น มือทั้งสองกำชายเสื้อของตัวเองไว้ราวกับต้องการยึดเหนี่ยวสติ“เหลือแค่เธอแล้วนะ” เขาพูดต่อ น้ำเสียงหนักแน่นขึ้น “เหลือแค่เธอที่ต้องยอมรับความรู้สึกของตัวเอง“แต่ว่าเราสองคน…” เธอพยายามเอ่ย เสียงแผ่วลงราวกับรู้ดีว่าประโยคนี้จะนำไปสู่เรื่องอะไร“ฉันรู้ว่าเธอกำลังจะพูดอะไร” บลูขัดขึ้นทันที ก่อนจะเดินมาอยู่ตรงหน้าเธอ ดวงตาคมจ้องมองอย่างจริงจัง “ถ้าคนมันจะรักกัน ต่อให้อยู่คนละฐานะ คนละโลก มันก็รักกันได้ ไม่มีใครเขาแบ่งชนชั้นกันแล้วในยุคนี้”หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา ความจริงใจในแววตาของเขาทำให้เธอสับสนยิ่งกว่าเดิม“ฉันว่าคุณบลูน่าจะเมานะคะ” เธอฝืนยิ้ม
“คุณบลู…มันเลยเวลาแล้วนะคะ”“…!” บลูนอนนิ่งไม่ตอบกลับอะไร“ปล่อยฉันได้แล้วค่ะคุณบลู” “ฉันขอเพิ่มเวลาอีกนิด ฉันพึ่งจะได้นอนเพียงนิิดเดียวเอง”“คุณจะนอนก็นอนไปสิคะ แค่ปล่อยฉันออกไปฉันต้องไปทำหน้าที่ของฉัน” บลูค่อยๆ ขยับแขนที่โอบกอดเธอไว้ออกจากตัวเธอ แล้วหันตัวไปอีกทางแล้วหลับต่อ ก่อนเธอขวัญข้าวลุกจากเตียงนอนแล้วออกจากห้องนอนนี้ไป และไม่ลืมที่จะล็อกประตูเพราะกลัวคุณย่าท่านจะเข้ามาเจอหลานตัวเองในห้องของเธอขวัญข้าว“คุณย่าคะไปกันค่ะหนูเตรียมของเสร็จแล้ว”“จ๊ะๆ” คุณย่าเดินออกจากด้านในตัวบ้านพร้อมกับขวัญข้าวที่คอยระวังพยุงคุณย่าอยู่ไม่ห่าง“นั่นรถบลูนี่ บลูเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่กันทำไมฉันถึงไม่รู้เรื่อง” ย่าออกมาเจอรถของบลูที่จอดอยู่ เลยสงสัยว่าหลานตัวเองมาตั้งแต่ตอนไหนถึงได้ไม่รู้เรื่องเลย“คุณบลูมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ ดึกมากๆแล้ว สงสัยคุณบลูเห็นว่าคุณท่านเข้านอนแล้วก็เลยไม่อยากรบกวนคุณท่าน”“แล้วบลูมาทำอะไร ธุระหรือมาพักผ่อนหาฉันเฉยๆ เขาได้บอกไว้ไหม”“ไม่ได้บอกอะไรเคยค่ะ”“แล้วตอนนี้อยู่ไหน”ขวัญข้าวได้ยินคำถามนี้ถึงกับแอบตกใจเล็กน้อย เพราะบลูกำลังนอนอยู่ห้องเธอ“น่าจะนอนพักผ่อนอยู่ที่ห
ผ่านไป 2 สัปดาห์กับการที่ฉันได้มาทำงานที่บ้านสวนนี้ ทำงานและหลับนอนที่นี่ ตอนแรกคิดว่างานจะหนักเพราะวันแรกฉันเห็นคุณย่าแกนั่งรถเข็นนึกว่าเดินไม่ได้ แต่ความเป็นจริงแกเดินได้ แต่อาจจะไม่ได้แข็งแรงตามอายุของท่านที่เยอะแล้ว ถ้าถามว่าฉันทำอะไรบ้างในแต่ละวัน หลักๆเลยนะในหนึ่งวันที่ทำเริ่มตั้งแต่ตอนเช้าตื่นนอนตั้งแต่เช้าพาคุณย่าเขาไปวัดไหว้พระทำบุญกลับมาหาอาหารให้คุณย่าเขาทานต่อด้วยทำความสะอาดบ้านแค่ในตัวบ้านนะไม่รวมพื้นที่สนามหญ้ากว้างๆรอบบ้านพวกนั้นเพราะมีคนสวนดูแลอยู่แล้ว เสร็จจากทำความสะอาดก็ทานมื้อเที่ยงพร้อมคุณย่าจากนั้นมานั่งเล่นอ่านหนังสือให้คุณย่าเขาฟังในตอนบ่ายก่อนแกพักสายตาช่วงเวลานี้ฉันก็ออกไปซื้อของเข้ามาทำมื้อเย็นให้แกทาน แรกๆ ฉันไม่ทำให้แกทานเลยนะฉันสั่งแบบทำสำเร็จมาให้แกทานทุกมื้อ แต่พอมีวันนึงฉันอยากลองโชว์ฝีมือให้คุณย่าเขาทานสักมื้อ ตอนทำให้ครั้งแรกไม่คิดว่าจะได้ทำอีก ย่าเขาบอกให้ฉันทำอีกแบบนี้ก็แสดงว่าติดใจฝีมือฉันละสิ ทานมื้อเย็นเสร็จก็เก็บกวาดล้างจงล้างจานเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย ล็อกบ้านทุกประตู ปิดฟงปิดไฟให้หมดทุกดวงเข้าห้องนอนเป็นอันเสร็จสิ้น ก็มีแค่นี้แหละสิ่งที่ฉันต







