แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: สว่างสดใส
คิดไม่ถึงว่าเรื่องราวจะราบรื่นขนาดนี้ จนกลับมาที่ห้องทำงานแล้ว อูเจียงหนิงยังคงคิดถึงเรื่องบางอย่างอยู่!

ฟู่เชียนเจ๋อเป็นผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษและอ่อนโยนขนาดนี้ ทำไมถึงยังไม่แต่งงาน?

ทัศนคติมั่นคงถึงขนาดที่ครอบครัวต้องคิดวิธีการอื่นเพื่อหลงเหลือสายเลือดไว้

ตามที่เธอพูด นิสัยเย็นชาและแข็งกระด้างราวกับก้อนหินอย่างฟู่อวี้เฉิน ถึงควรจะเป็นแบบนั้น!

อูเจียงหนิงเบ้ปาก แล้วก้มหน้ารีบเร่งจัดการงานที่เหลือ

ไปที่แผนกโครงการด้วยตัวเอง แต่ทำให้งานล่าช้าไม่น้อยเลย! ถ้าไม่สามารถทำได้ทันเวลา ฟู่อวี้เฉินจะต้องไม่พอใจอีกแน่

อยู่ ๆ เสียงกริ่งที่อยู่ด้านในก็ดังขึ้น “มาที่ห้องทำงานฉัน”

“ได้ค่ะ ประธานฟู่!”

อูเจียงหนิงนำข้อมูลชุดสุดท้ายเก็บเข้าไปในแฟ้มเอกสาร ถอนหายใจ แล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

“เอกสารที่ทีมโครงการที่สามส่งมาค่ะ เนื่องจากสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ของที่ดินผืนนี้ไม่สามารถยืนยันผลได้ ฉันตีกลับไปแล้ว และขอให้ฝ่ายจัดหาเงินทุนดำเนินการยืนยันกรรมสิทธิ์ที่ดินใหม่ให้ทันเวลา”

เมื่อเห็นคิ้วหน้าของฟู่อวี้เฉินขมวดมุ่น อูเจียงหนิงอธิบายตามตรงว่าทำไมสัญญาของโครงการใหม่ถึงได้ขาดไปฉบับหนึ่ง

ติดตามอยู่ข้างกายเขามาครึ่งปี พอจะเข้าใจฟู่อวี้เฉินอยู่บ้างในระดับหนึ่ง

หลังจากฟังคำอธิบายแล้ว ฟู่อวี้เฉินไม่ได้พูดอะไร นั่นก็คือการตอบรับที่ดีที่สุดแล้ว!

อูเจียงหนิงคิดว่างานที่เหลือ น่าจะไม่ได้มีปัญหาอะไร ดังนั้นจึงเริ่มยืนเหม่อลอย คิดถึงแผนขั้นต่อไปของตนเอง

จนกระทั่งได้ยินเสียงทุ้มต่ำเข้ามาในหูอีกครั้ง

“กาแฟ”

“อ๊ะ ค่ะ! ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”

ตอนนี้เธอฝึกฝนในเรื่องรสนิยมของฟู่อวี้เฉินจนเชี่ยวชาญสูงสุด ถึงขั้นที่ว่าก่อนหน้านี้เขายังสามารถดื่มกาแฟชนิดอื่นได้ แต่ตอนนี้ดื่มได้แต่กาแฟที่อูเจียงหนิงชงเท่านั้น

เมื่อหันหลังออกไปจากห้องของประธาน อูเจียงหนิงก็ตรงไปที่บาร์ของฟู่ซื่อกรุ๊ป

ที่นี่บริษัทจัดตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะ เปิดทุกวันในวันธรรมดา มีเครื่องดื่มหลากชนิด เช่น โคล่า กาแฟกระป๋อง รวมถึงของที่ทำให้สดชื่น ล้วนเป็นของฟรีทั้งสิ้น

แม้แต่พนักงานทำความสะอาก ก็สามารถมาดื่มได้

เมื่อเห็นอูเจียงหนิงมา ผู้ที่รับผิดชอบบาร์ก็รีบเปิดประตูเล็กข้าง ๆ อย่างรวดเร็ว ยิ้มแล้วพูดว่า “ประธานฟู่ดื่มกาแฟวันละแก้วจริง ๆ !”

“ใช่ค่ะ เป็นประธานไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”

เธอเดินเข้าไป ด้านในเป็นเครื่องชงกาแฟบดมือที่เตรียมไว้ให้กับฟู่อวี้เฉินโดยเฉพาะ

ตอนที่ก้มหน้าทำอยู่นั้น อยู่ ๆ ด้านนอกก็มีเสียงที่คุ้นหูดังขึ้น

“กาแฟแบบไหนน่ากินกว่ากันครับ?”

เป็นฟู่เชียนเจ๋อ!

อูเจียงหนิงไม่ลังเลแม้แต่น้อย เดินออกไปในทันที “ผู้จัดการฟู่ ฉันกำลังทำกาแฟบดมือ คุณอยากลองชิมไหมคะ?”

“หืม? บังเอิญจังเลยยครับ เลขาอู” ขณะที่ฟู่เชียนเจ๋อพูด ก็ก้าวยาว ๆ เดินเข้ามา

ถึงเวลาอวดฝีมือของตัวเองแล้ว กาแฟของอูเจียงหนิงแก้วนี้ทำอย่างใส่ใจเป็นพิเศษ

ฟู่เชียนเจ๋อชิมไปหนึ่งอึก ก็พยักหน้าซ้ำ ๆ “กลมกล่อมมากเลยครับ ขอบคุณนะครับเลขาอู!”

“แค่ชงกาแฟแก้วเดียวเองค่ะ ไม่ได้สำคัญอะไร! ถ้าคุณชอบ ต่อไปอยากดื่ม ก็ส่งข้อความหาฉันนะคะ”

เขายิ้ม “ครับ ผมไม่เกรงใจหรอกนะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ! ฉันยินดีมากเลยค่ะ”

เมื่อเกิดเรื่องไม่คาดคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ขึ้น อูเจียงหนิงจึงกลับห้องประธานช้าไปบ้าง

โชคดีที่ความคิดของฟู่อวี้เฉินอยู่ที่งาน จึงไม่ได้สนใจ

ขอเพียงเขาตรวจสอบเสร็จ งานของวันนี้ก็ถือว่าสิ้นสุดลงแล้ว เธอยังแอบลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ฟู่อวี้เฉินปิดเอกสารลง อูเจียงหนิงเอื้อมมือเตรียมจะหยิบไป จากนั้นจะกลับไปที่ห้องทำงานเพื่อเลิกงานแล้ว ทันใดนั้นเอง เขาก็เอ่ยว่า

“หลังเลิกงานมีธุระไหม?”

“...ไม่ค่ะ คุณมีงานที่ต้องการให้ทำล่วงเวลาเหรอคะ?” เธอไม่ได้รู้สึกรังเกียจที่จะทำงานล่วงเวลา ถึงยังไงตระกูลฟู่ก็ให้ค่าตอบแทนในการทำงานล่วงเวลาดีมาก

ไม่ว่าตัวเองทำงานที่ไหน ก็จำเป็นต้องหาเงินไม่ใช่เหรือไง?

ต่อให้งานที่ได้รับมอบหมายเสร็จแล้ว ตัวเธอพาน้องชายไปจากเมืองจิงกั่ง ชีวิตก็ต้องใช้เงินเหมือนกัน

“ไม่ใช่” ใบหน้าที่หล่อเหลาของฟู่อวี้เฉินฉายแววอึดอัดใจอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นนัก

ริมฝีปากบางเม้ม แล้วพูดอย่างเย็นชา “ก่อนหน้านี้เธอบอกว่า มีร้านอาหารอิตาลีเปิดที่เมืองจิงกั่งเปิด”

เมื่อได้ฟังดังนี้ อูเจียงหนิงก็คิดขึ้นมาได้

ตอนนั้นตนเองเพื่อใกล้ชิดเป็นการส่วนตัวกับฟู่อวี้เฉิน รู้ว่าเข้าชอบอาหารอิตาลี ดังนั้นจึงเสนอเลี้ยงอาหารเขา ทั้งยังถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

ตอนนี้น่ะเหรอ...

“ประธานฟู่ ฉันเคยไปมาแล้วค่ะ รสชาติไม่ไหวเลย”

“...”

“ถ้าคุณนัดแขกคนสำคัญ ต้องการให้ฉันแนะนำร้านอื่นให้ไหมคะ?”

ฟู่อวี้เฉินขมวดคิ้ว “ไม่ต้อง”

“ได้ค่ะ งั้นถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ฉันไม่รบกวนคุณแล้วนะคะ”

อูเจียงหนิงถอยหลังไปสองสามก้าว จากนั้นก็หันหลังจากไปอย่างรวดเร็ว

ไม่อย่างเป็นเหมือนอย่างก่อนหน้านี้ แทบจะหาข้ออ้างสารพัด ก็เพื่อให้อยู่ที่ทำงานให้นานขึ้นอีกหน่อย!

ฟู่อวี้เฉินยกมือขึ้นมานวดหว่างคิ้ว

หน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่ด้านข้างสว่างขึ้น

ฉินซือเย่เป็นคนส่งข้อความมา

[เรื่องที่นายบอกว่าเป็นเรื่องของเพื่อนตอนนั้น ฉันคิดความเป็นไปได้ออกอีกอย่างหนึ่งแล้ว! บางที ผู้หญิงคนนั้นแค่เปลี่ยนแผน แกล้งจะปล่อยเพื่อจับ!]

แกล้งปล่อยเพื่อจับงั้นเหรอ?

นัยน์ตาสีดำของฟู่อวี้เฉินกวาดมองไปยังทิศทางที่อูเจียงหนิงจากไปเมื่อครู่

ความเป็นไปได้สองอย่างนี้ ไม่ว่าอันไหนก็ตัดออกไปไม่ได้จริง ๆ...

......

หลังจากอูเจียงหนิงเลิกงานแล้ว สิ่งแรกย่อมเป็นการไปดูน้องชายที่โรงพยาบาลอยู่แล้ว

เนื่องจากเลยเวลาเข้าไปเยี่ยมไปแล้ว เธอจึงทำได้เพียงมองดูอยู่ด้านนอกผ่านกระจกเท่านั้น

เฉิงซินทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ เมื่อรู้ว่าเธอมา จึงขอลางานโดยเฉพาะ เพื่อปลอบโยนเธอ!

“อาเจียง เงินห้าสิบล้านเป็นจำนวนเงินที่คนจำนวนมากไม่สามรถหามาได้ทั้งชีวิต ระหว่างนั้นเกิดเหตุไม่คาดคิดกับขรุขระไปบ้าง ไม่ใช่เรื่องปกติหรอกเหรอ? อีกอย่างพวกเราก็ถือว่าโชคดีในความโชคร้ายแล้ว ได้เงินมัดจำมาทันเวลา ไม่ได้ทำให้การเตรียมตัวก่อนการบริจาคล่าช้า!”

“อืม” อูเจียงหนิงพยักหน้า

ตอนนี้เธอทำได้เพียงคิดในแง่ดีเท่านั้น

ไม่อย่างนั้นตนเองคงจะถูกความจริงบีบคั้นจนตาย!

เมื่อเงยหน้ามองน้องชายที่อ่อนแออยู่ภายใน ไม่มีใครสามารถเข้าใจความทุกข์ที่อยู่ในใจของอูเจียงหนิงได้

ตอนนั้นเธอสอบติดมหาลัย ทั้งยังได้รับสิทธิ์ในการศึกษาต่อที่ต่างประเทศ พ่อกับแม่บอกว่าไม่มีปัญหาเรื่องเงิน เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมาก และไปเรียนการเงินที่ต่างประเทศ

แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่า นั้นเป็นเพราะน้องชายอาสาลาออกจากโรงเรียนแล้วเอาเงินมาได้จำนวนหนึ่ง!

ต้องรู้ว่า ตอนนั้นผลการเรียนของอูเหยียนอันอยู่ในระดับแนวหน้า ถึงขนาดที่โรงเรียนฝากความหวังว่าเขาจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงหัวและมหาวิทยาลัยปักกิ่งได้

หลังจากลาออกจากโรงเรียน ก็มาพูดเกลี้ยกล่อมที่ครอบครัวบ่อยครั้ง เขาก็ไม่ยอมกลับไป

ความรู้สึกนี้ แม้ตายอูเจียงหนิงก็ไม่สามารถใช้คืนได้!

เมื่อเฉิงซินเห็นท่าทางของเพื่อนสนิทตัวเอง ก็รู้ว่าเธอจะต้องคิดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้วอีกแน่

ถอนหายใจ แล้วยื่นกระดาษทิชชูให้เธอ “เช็ดน้ำตาเถอะ ต่อให้ทางเดินลำบากแค่ไหน พวกเราก็ต้องเดินไปให้ได้ไม่ใช่เหรอ?”

อูเจียงหนิงถึงได้รู้สึกตัวว่าตัวเองร้องไห้

เธอรีบเช็ดแก้มแล้วยิ้ม “ฟ้าย่อมไม่ตัดหนทางคนอื่น ฉันมีโอกาสได้รับเงินห้าสิบล้านที่มากมายมหาศาลนี้ ก็พอใจมากแล้ว! เฉิงซิน ฉันไม่เป็นไรจริง ๆ เธอไม่ต้องเกลี้ยกล่อมฉัน”

“เธอคิดได้ก็ดีแล้ว! ยังมีอะไรอยากให้ฉันช่วยอีกไหม?”

เดิมทีอูเจียงหนิงอยากพูดว่าไม่มี แต่อยู่ ๆ เธอก็คิดเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้

“เธอช่วยฉันเตรียมยากระเพาะอาหารพิเศษให้ฟู่อวี้เฉินหน่อยสิ ต่อให้เป้าหมายของฉันจะไม่ใช่เขา แต่เพื่อให้สามารถทำงานที่ตระกูลฟู่ต่อไปได้ และเข้าใกล้ฟู่เชียนเจ๋อ จะทำให้เขาไม่พอใจไม่ได้”

เฉิงซินพยักหน้า “แต่ว่า พ่อของฉันไปที่บ้านป้า อาทิตย์หน้าถึงจะกลับมา ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในตำรับยาของเขาเป็นยาอะไร”

“ไม่รีบ อาทิตย์หน้าค่อยให้ฉันก็ได้! ที่ฉันยังเหลืออีกชุดหนึ่ง”
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รักวุ่น ๆ ของคุณเลขา   บทที่ 30

    “ประ ประธานฟู่?”“คุณเต็มใจย้ายตำแหน่ง?”สมองของอูเจียงหนิงในเวลานี้เหมือนนาฬิกาที่สปริงหลุด หยุดทำงานไปในทันที!ลำคอของเธอเกร็งฉับพลัน ไม่รู้ว่าตัวเองควรพยักหน้าหรือส่ายหน้าดีดวงตาของฟู่อวี้เฉินราวกับเหวลึก เอาแต่จ้องอูเจียงหนิง แต่ไม่พูดอะไรสักคำ…หลังจากนั้นเกือบหนึ่งนาที ในที่สุดเขาก็เอ่ยปาก“ออกไป”……อูเจียงหนิงกับฟู่อวี้เฉินเริ่มสงครามเย็นกันแล้วพูดให้ถูกคือ เขาเย็นชาใส่ เธอทำหน้างงหลังจากเกิดเหตุการณ์ย้ายตำแหน่งในช่วงบ่าย ฟู่อวี้เฉินก็ไม่เคยพูดกับอูเจียงหนิงสักคำ แม้แต่ตอนประชุมผู้ถือหุ้น เขาก็เรียกผู้ช่วยโครงการไปเอาเอกสารแทนที่จะเรียกเธอในที่สุดอูเจียงหนิงก็ทนรอจนเลิกงาน เธอคิดเอาไว้ว่า รอกลับถึงบ้านค่อยลองหยั่งเชิงเขาดู แต่เมื่อเธอออกจากบริษัท และนั่งรถไฟใต้ดินกลับถึงวิลล่า เมื่อเปิดประตู ก็พบว่าฟู่อวี้เฉินทำอาหารเย็นเสร็จ และยกมาวางไว้บนโต๊ะอาหารแล้วไม่รู้ว่าเขากินหรือยังนะ แต่ตัวเขาอยู่ในห้องทำงานแล้ว!ประเด็นคือวันนี้อูเจียงหนิงทำเรื่องที่ผิดต่อเขาไว้ ดังนั้นหัวใจของเธอจึงกระสับกระส่ายเธอค่อยๆ เดินย่องไปแอบฟังที่ประตูห้องทำงาน…อืม ฟู่อวี้เฉินน่าจะกำล

  • รักวุ่น ๆ ของคุณเลขา   บทที่ 29

    “งั้นแสดงว่าแค่เธอยอม นายก็จะให้ฉันเป็นเลขานายใช่ไหม?”ลีน่าแอบบิดเบือนประเด็นเล็กน้อย หวังคว้าโอกาสให้ตัวเอง!จัดการฟู่อวี้เฉินนั้นไม่ง่าย แต่จัดการเลขาของเขา น่าจะไม่ได้ยากขนาดนั้นมั้ง! เป็นแค่เรื่องที่ต้องเสียเงินเพิ่มอีกหน่อยเองเธอคิดเอาไว้แล้วว่า ผู้หญิงที่อยู่รอบตัวอวี้ฟู่เฉิน คงไม่มีใครที่ไม่หวั่นไหวหรอก! แต่เชื่อว่าไม่นานพวกเธอก็จะเข้าใจเองว่า นอกเหนือจากเรื่องงานแล้ว ฟู่อวี้เฉินไม่มีทางมีความสัมพันธ์อย่างอื่นกับพวกเธอ!ตอนนี้ยังสามารถได้เงินจากเธอก้อนหนึ่ง และถอนตัวอย่างเงียบๆ คิดว่าน่าจะเกลี้ยกล่อมได้ไม่ยากขณะที่ฟู่อวี้เฉินกำลังจะเอ่ยปาก ทันใดนั้น ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากข้างนอก…“ประธานฟู่ ฉันเองค่ะ”พูดถึงใคร ใครก็มาพอดีอูเจียงหนิงที่ไปงีบมาแล้ว มาส่งเอกสาร“เข้ามา”เมื่อได้ยินเสียงท่านประธานของตัวเอง เธอจึงจะเปิดประตู และรายงานโดยตรงตามความเคยชิน “ประธานฟู่ เอกสารการสอบทานธุรกิจที่คุณต้องการ ฉัน…หามาครบแล้วค่ะ”ที่เสียงของอูเจียงหนิงชะงัก เป็นเพราะสังเกตเห็นว่ามีคนอื่นอยู่ในห้องทำงานประธานผู้หญิงนี่จะโทษว่าเธอเห็นเรื่องธรรมดาเป็นเรื่องแปลกไม่ได้นะ เพร

  • รักวุ่น ๆ ของคุณเลขา   บทที่ 28

    “ข้ออ้าง! ต้องเป็นข้ออ้างแน่ๆ!” ฉินซือเย่กัดฟันอย่างผิดหวังในตัวเขา “อวี้เฉิน นายลองมองลีน่าดีๆ อีกที! ฉันกล้าพูดเลยว่า ในโลกนี้แทบไม่มีผู้หญิงคนไหนที่สวยกว่าเธออีกแล้ว นายแน่ใจเหรอว่าไม่เอา?”ฟู่อวี้เฉินหมดคำจะพูดแล้วเขาถอยหลังสองสามก้าว เว้นระยะห่างจากอีกฝ่ายเล็กน้อย “นายว่างจนจับคู่ให้คนอื่นมั่วไปหมดแบบนี้ ฉันควรโทรหาลุงฉินไหม?”เมื่อฉินซือเย่ได้ยินแบบนี้ ก็รีบส่ายหน้าทันที “อย่าๆๆ! นายดูนายสิ ล้อเล่นกันแค่นี้ นายชอบเล่นแรงตลอดเลย!”เขายังจะกล้าพูดต่อซะที่ไหนล่ะ?ได้แต่รีบดึงฟู่อวี้เฉินกลับมา แล้วพูดกับลีน่าด้วยรอยยิ้ม “พวกเธอน่าจะมีเรื่องงานต้องคุยกัน ฉันไปก่อนนะ! ทางโน้นมีเพื่อนเรียกฉันไปดื่มน่ะ!”ลีน่าพยักหน้า “โอเค แต่นายจำไว้นะ ดื่มแล้วอย่าขับรถ”“ไม่ต้องห่วง ฉันน่ะ เคารพกฎจราจรที่สุดแล้ว!”หลังจากเธอยิ้มอย่างจนปัญญา ก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองฟู่อวี้เฉินนี่แหละผู้ชายที่แม้จะผ่านไปหลายปี เธอก็ยังลืมไม่ได้…ทุกครั้งที่เขาปรากฏตัว หัวใจของเธอก็เต้นเร็วจนเกินจะควบคุม!ฟู่อวี้เฉินเปิดประตูห้องทำงาน แล้วพูดด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำ “เชิญ”ลีน่าเดินตามเข้าไป จากนั้นตั้งใจมองไปที่

  • รักวุ่น ๆ ของคุณเลขา   บทที่ 27

    อูเจียงหนิงหันไปยกเก้าอี้มานั่งลงตรงหน้าโต๊ะ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับฟู่เชียนเจ๋อ ก่อนจะโบกมือและพูด “แต่ละคนมีไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ไม่แต่งงานก็ไม่เป็นไรค่ะ”“แล้วคุณล่ะ?”ฟู่เชียนเจ๋อยื่นตะเกียบให้เธออย่างเป็นธรรมชาติอูเจียงหนิงรับไว้ แล้วยิ้มบางๆ “บอกตรงๆ แบบไม่กลัวคุณหัวเราะเยาะเลยนะ ตอนนี้ฉันอยากทำงานอย่างเดียว ยังไม่เคยคิดเรื่องอื่น! แต่ถ้าให้เดาจากสถานการณ์ของฉันในตอนนี้ ฉันก็น่าจะไม่แต่งงานค่ะ”นี่เป็นเรื่องจริงไม่ใช่คำพูดที่เธอพูดเพื่อเอาใจเขาเพราะต่อให้น้องชายของเธอได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูก หมอก็บอกแล้วว่า อาจมีโอกาสกลับมาเป็นได้อีกทุกเมื่อ!ไม่ว่าจะรักษาแบบประคับประคอง หรือหาคนบริจาคไขกระดูกต่อไป ทั้งหมดล้วนเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อยเลยลองถามดูสิ ในบรรดาผู้ชายธรรมดา จะมีสักกี่คนที่ยินดีช่วยแฟนเลี้ยงน้องชายของเธอ? พอถึงเวลา เธอคงถูกตราหน้าว่าเป็น “ผู้หญิงแบกน้องชาย” เป็นแน่อูเจียงหนิงไม่อยากลำบากคนอื่น และไม่มีทางทอดทิ้งน้องชาย ดังนั้นความรักเอย การแต่งงานเอย สำหรับเธอแล้ว มันเลื่อนลอยเกินเอื้อมชีวิตบีบคั้นเธอจนไม่มีเวลาคิดเรื่องพวกนี้“คุณ…มีปัญหาส่วนตัวอะไรหรือเปล่า?

  • รักวุ่น ๆ ของคุณเลขา   บทที่ 26

    [หัวหน้าทีมโครงการพิเศษ-ฟู่เชียนเจ๋อ : ไม่ต้องห่วง ผมไม่ให้อาเล็กรู้เรื่องนี้ ก็ได้แล้วไม่ใช่เหรอ?]อูเจียงหนิงคิดไม่ถึงว่าจะมี ‘ลาภลอย’ แบบนี้ด้วย ถ้าเธอยังปฏิเสธอีก ไม่เท่ากับทิ้งโอกาสที่ฟ้าประทานเหรอ!เธอตอบฟู่เชียนเจ๋อกลับไปว่าโอเคอย่างไม่ลังเลทันทีหลังจากการประชุมช่วงเช้าจบลง ฟู่อวี้เฉินก็ไปคุยเรื่องบริษัทสาขาต่างประเทศกับบรรดาผู้ถือหุ้นแล้ว อูเจียงหนิงเคลียร์งานบนโต๊ะจนเสร็จ หลังจากนั้นโทรหาเฉิงซิน“ทางเหยียนอันเป็นไงบ้าง? วันนี้เธอได้ไปเยี่ยมไหม?”“สบายใจได้เลย ช่วงวันทำงานของเธอ ฉันไปทุกวัน! และยังได้ถามหมอเจ้าของคนไข้ของเขาเป็นพิเศษ เกี่ยวกับเรื่องการปลูกถ่ายไขกระดูกด้วย! จนถึงตอนนี้ ครอบครัวน้าชายเธอให้ความร่วมมือดีมาก” เฉิงซินอดไม่ได้ที่จะบ่น “พอรับเงินแล้ว ท่าทีก็เปลี่ยนไปจริงๆ!”อูเจียงหนิงเม้มปาก ไม่อยากพูดถึงครอบครัวน้าชาย “ฉันหวังแค่ว่าเหยียนอันจะหายดี”เฉิงซินถอนหายใจ “ใช่แล้ว ภารกิจของเธอมีความคืบหน้าบ้างไหม? มีโอกาสรุกฟู่เชียนเจ๋อบ้างไหม?”เงินชดเชยสองร้อยล้าน เธอถึงกับปาดเหงื่อแทนเพื่อนสนิท!“ตอนนี้พวกเราถือว่าเป็นเพื่อนกันมั้ง อีกทั้ง…รอบตกไข่ของฉันในเดือ

  • รักวุ่น ๆ ของคุณเลขา   บทที่ 25

    ผลจากการปลดปล่อยทั้งคืนคือ…วันรุ่งขึ้น ขณะที่อูเจียงหนิงมาทำงาน เธอรู้สึกเหมือนถูกสูบพลังชีวิตออกไปจนหมด!ปวดเอว ขาชา เสียงแหบแล้วหันมาดูฟู่อวี้เฉินในตอนประชุมช่วงเช้า เขากลับอยู่ในสภาพที่อิ่มเอมเปรมปรีดิ์ แม้แต่เสียงพูดก็ยิ่งทุ้มและมีพลังขึ้นหลังจากฟังผู้บริหารระดับสูงรายงานการดำเนินงานจนจบ เขาชำเลืองมองอูเจียงหนิงแวบหนึ่ง หลังจากนั้นใช้ซอฟต์แวร์ภายในของบริษัทบนโน้ตบุ๊คส่งข้อความให้เธอ[ประธานกรรมการบริหาร-ฟู่อวี้เฉิน : ถ้าง่วงมาก ไปนอนพักในห้องพักผ่อนของผมได้นะ]ไม่นานนัก บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของอูเจียงหนิงก็มีข้อความนี้เด้งขึ้นเธอรีบกวาดมองรอบตัวทันที เมื่อพบว่าไม่มีใครสนใจเธอ จึงจะคลิกเปิดเพื่อตอบกลับ[เลขาประธาน-อูเจียงหนิง : ไม่เป็นไรค่ะประธานฟู่ แบบนี้มันดูไม่ดี]แม้ห้องพักผ่อนของอวี้ฟู่เฉิน ก็อยู่ส่วนในของห้องทำงานประธาน ถ้าเขาไม่อนุญาต ไม่มีใครเข้าไปได้แต่…ปัญหาคือ ในสายตาของฟู่อวี้เฉินนั้น ฟู่เชียนเจ๋อเป็นหลานชายแท้ๆ ไม่ใช่คนนอกสักหน่อย!ถ้าหากเธอไปนอน ตอนตื่นเดินออกจากห้องพักผ่อนส่วนตัวของประธาน แถมยังเจอฟู่เชียนเจ๋อที่อยู่ข้างนอกพอดี! นั่นคงเป็นหายนะระดับนรก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status