แชร์

บทที่ 3

ผู้เขียน: สว่างสดใส
หลังจากที่อูเจียงหนิงไปแล้ว คิ้วหนาของฟู่อวี้เฉินยังคงขมวดมุ่น

ผ่านไปสักพัก ประตูของห้องประธานก็ดังขึ้นอีกครั้ง

แต่คนที่มาไม่ใช่อูเจียงหนิง แต่เป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเด็กยันโตของฟู่อวี้เฉิน ฉินซือเย่

คนยังไม่ได้เข้ามา เสียงเอะอะก็ดังขึ้นมาก่อนแล้ว

“ให้ตายสิ ไม่รู้ว่าปู่ฉันเป็นบ้าอะไร จะให้ฉันไปดูตัวให้ได้! อวี้เฉิน นายว่า พวกเขาแต่ละคนเป็นบ้ากันไปหมดหรือเปล่า พวกเขาบ่นเรื่องสืบทอดทายาททั้งวันเลย! พ่อฉันไม่มีแรงเล่น แล้วฉันมีแรงหรือไง! ฉวยโอกาสตอนที่ยังหนุ่ม ฉันอยากใช้ชีวิตไปวัน ๆ อีกหลายปี ฉันไม่คิดจะแขวนคอบนต้นไม้บิดเบี้ยวเพียงต้นเดียวหรอก!”

เขานั่งลงบนโซฟา ดวงตาที่เรียวยาวของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจที่มีต่อการบังคับแต่งงาน

เมื่อสังเกตเห็นว่าฟู่อวี้เฉินไม่ได้พูดอะไรแม้แต่คำเดียว ฉินซือเย่ไม่พอใจ

เบ้ปากแล้วลุกขึ้นเดินไป “นี่ ยังไงนายก็ดีกว่านี่นา! เรื่องลำดับอาวุโส ในตระกูลฟู่มีแค่หลานชายนายเท่านั้นที่ถูกต่อว่าเพราะไม่ยอมสืบทอดวงศ์ตระกูล ไม่ใช่นาย”

“มีธุระงั้นเหรอ?”

ฟู่อวี้เฉินยังคงเย็นชา บนใบหน้าหล่อเหลาไม่มีความเปลี่ยนแปลงใด ๆ

ฉินซือเย่ส่งเสียงไม่พอใจ พลางกรอกตา “ฉันว่านะ นายอย่าเอาแต่ทำงานได้ไหม? หลายปีมานี้ ข้าง ๆ นายไม่มีผู้หญิงแม้แต่คนเดียว ว่ากันตามจริง นายไม่อึดอัดบ้างเหรอ? หรือว่า...ชอบลงมือเอง พึ่งพาตัวเอง? ถ้านายมีข้อสงสัยอะไรทางด้านอารมณ์ ลองพูดกับฉันก็ได้นะ เพื่อนรักอย่างฉันจะไขข้อสงสัยนายเอง!”

เมื่อเห็นฟู่อวี้เฉินหยิบเอกสารขึ้นมาอีกหนึ่งฉบับ ฉินซือเย่ก็รู้สึกว่าน่าเบื่อ จึงโบกมือ “น่าเบื่อจริง! ฉันไปแล้วนะ”

เขาก้าวเท้ากำลังจะจากไป จนเขาจะถึงประตูแล้ว

ทันใดนั้นเอง ฟู่อวี้เฉินก็เรียกเขาเอาไว้

“ฉันมีเพื่อนคนหนึ่ง มีอะไรอยากถามนิดหน่อย”

“หืม?” เมื่อฉินซือเย่ได้ยินคำเริ่มบทสนทนานี้ ดวงตาก็เป็นประกายในฉับพลัน รีบหันหน้าแล้วเข้าไปใกล้ในทันที “ลองขยายความมาซิ!”

ฟู่อวี้เฉินพิจารณาเรียบเรียงคำพูดสักพัก ลูกกระเดือกที่โผล่ออกมาขยับขึ้นลงตามเสียงของเขา

“เขา...กับผู้หญิงคนหนึ่ง มีความสัมพันธ์กันโดยไม่ตั้งใจ ก่อนนอนด้วยกัน ฝ่ายผู้หญิงคอยเอาใจใส่ แต่หลังจากนอนด้วยกันแล้ว ฝ่ายชายเสนอความรับผิดชอบ กลับถูกปฏิเสธ”

ฉินซือเย่ยังไม่ทันได้คิด หลังจากฟังก็รีบตบมือทันที แล้วให้ข้อสรุป

“ผู้ชายคนนี้ จะต้องทำเรื่องบนเตียงไม่ได้เรื่องแน่!”

“ถึงขั้นว่าแย่เลยละ ทำให้ก่อนนอนด้วยกับกับหลังนอนด้วยกัน ผู้หญิงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้!”

ฟู่อวี้เฉินขมวดคิ้ว ไม่ได้พูดอะไร

“นี่? ฉันว่านะอวี้เฉิน คน ๆ นี้คงไม่ใช่นายหรอกนะ?”

“ออกไป”

“ชิ ล้อเล่นก็ไม่ได้! ฉันรู้อยู่แล้วน่าว่าไม่ใช่นาย นายหลุดพ้นจากกิเลสตัณหาแล้ว คงจะไม่ใช่ยังไม่เคยใช้งานจนถึงตอนนี้หรอกนะ?”

ครั้งนี้ฟู่อวี้เฉินแทบจะไม่ต้องพูดเลย เขายกมือขึ้นแล้วชี้ไปที่ประตูห้องทำงานทันที

ฉินซือเย่รู้ว่าล้อเล่นจนเกินขอบเขตไปหน่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเพื่อนหัวโบราณคนนี้ ดังนั้นเขาจึงหดคอ แล้วรีบเผ่นออกไปอย่างรวดเร็ว

ประตูถูกปิดอีกครั้ง ห้องทำงานกลับมาเงียบสงบ

แต่ฟู่อวี้เฉินพบว่าเอกสารที่ถืออยู่ในมือ กลับอ่านยังไงก็ไม่เข้าสมอง!

เมื่อหวนคิดถึงเมื่อคืน...

อันที่จริง อูเจียงหนิงร้องว่าเจ็บอยู่หลายครั้ง

และดูเหมือนจะถึงขึ้นร้องไห้ด้วย ในน้ำเสียงแฝงไปด้วยเสียงสะอื้นเล็กน้อย

แต่ว่าตอนนั้นตนเองลิ้มรสเป็นครั้งแรก ยังไม่ได้หยุด

หรือว่า เป็นเพราะเรื่องนี้จริง ๆ เธอถึงไปเปลี่ยนมากขนาดนี้?

ยิ่งฟู่อวี้เฉินคิด สีหน้าก็ยิ่งเคร่งขรึม

หลัก ๆ คือเรื่องแบบนี้ เขาไม่สามารถอธิบายกับอูเจียงหนิงได้อย่างตรงไปตรงมา เมื่อคืนก็เป็นครั้งแรกของตัวเขาเหมือนกัน ไม่มีประสบการณ์ใด ๆ บวกเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ถึงไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึกของเธอ!

อีกทั้ง ไม่เพียงแต่ไม่สามารถอธิบายได้ ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วย

คงจะไม่ต้องนัดเธอออกไปคืนนี้อีกครั้ง แล้วพิสูจน์ด้วยตัวเองหรอกนะ?

เขาลุกขึ้นยืนอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย อยู่มีหลายปีขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกจริง ๆ ที่เจอกับสถานการณ์น้ำท่วมปาก!

......

เดิมทีอูเจียงหนิงไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย

แรงกดดันจากข้อตกลงของตระกูลฟู่ ทำให้ในตอนนี้สมองของเธอมีแต่...

การเข้าใกล้ฟู่เชียนเจ๋อ และหาโอกาสลงมือกับฟู่เชียนเจ๋อ

กลับมาที่ห้องทำงาน เธอโทรหาแพทย์เจ้าของไข้ของอูเหยียนอันเป็นอันดับแรก

“ผู้บริจาคลงนามแล้ว ทางเราได้เริ่มเตรียมการก่อนการบริจาคแล้ว! แต่ว่า...” หมอยังคงเตือนอย่างมีความรับผิดชอบว่า “เนื่องจากในทางกฎหมายไม่สามารถบังคับการบริจาคของผู้บริจาคได้ ดังนั้นถึงแม้จะยินยอมแล้ว แต่ก็เปลี่ยนใจได้ตลอดเวลา”

“คุณวางใจเถอะค่ะ พวกเขาน่าจะไม่เปลี่ยนใจหรอกค่ะ”

ถึงยังไงเงินมากมายขนาดนั้น ทั้งชีวิตของคุณลุงก็หามาไม่ได้หรอก!

คุยกับหมอเกี่ยวกับอาการของน้องชายอีกไม่กี่ประโยค หลังจากวางสายแล้ว อูเจียงหนิงก็คิดที่จะทำงานให้เสร็จก่อน จากนั้นค่อยไปหาข้อมูลเรื่องของฟู่เชียนเจ๋อ

บางทีอาจเป็นเพราะสวรรค์สงสารเธอ นึกไม่ถึงว่าอูเจียงหนิงจะเห็นข้อเสนอแผนงานของทางฟู่เชียนเจ๋อจากในเอกสารโครงการที่ส่งเข้ามาใหม่

เธอมีกำลังใจขึ้นมาทันที เปิดเอกสารออก จากนั้นก็ใช้ความสามารถทั้งหมดที่มี พยายามหาส่วนที่มีปัญหาจากในนั้น แล้วรีบวิ่งไปที่แผนกโครงการทันที

“ขอถามหน่อยค่ะ ผู้จัดการฟู่อยู่ไหมคะ?”

เคาะประตูอยู่ชั่วครู่ ผู้ชายที่เหมือนผู้ช่วยคนหนึ่งชี้ไปที่สำนักงานส่วนตัว “อยู่ครับ ผมขอไปบอกผู้จัดการฟู่สักหน่อย”

“ค่ะ! ขอบคุณ!”

อูเจียงหนิงยืนอยู่หน้าประตูแผนกโครงการประมาณหนึ่งนาที ก็ถูกเชิญให้เข้าไป

ดูเหมือนฟู่เชียนเจ๋อจะกำลังพูดคุยเรื่องโครงการกับใครบางคนอยู่ คุยโทรศัพท์ไปด้วย ส่งสายตาให้อูเจียงหนิงนั่งลงรอก่อนด้วย

เธอทำท่าทางตกลง หลังจากนั่งแล้ว ก็มองไปรอบ ๆ ห้องทำงานของฟู่เชียนเจ๋ออย่างไม่ตั้งใจ

ที่นี่ มองดูแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นพื้นที่ของคนหนุ่มสาว

บนผนังมีภาพหมึกพิมพ์หลากสีสัน และยังมีกระดานโต้คลื่นชาแนลรุ่นลิมิเต็ดด้วย ไม่รู้ว่าด้านบนเป็นลายเซ็นของใคร

บนโต๊ะมีงานฝีมือหลายอย่าง มองแวบเดียวก็รู้ว่ามีราคา

เมื่อเทียบกับสำนักงานสไตล์มาตรฐานขาวดำเทาที่ไร้ชีวิตชีวาของฟู่อวี้เฉิน แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดจริง ๆ

ว่ากันว่าพวกเขาห่างกันแค่สามปี ทำไม่นิสัยถึงได้แตกต่างกันมากขนาดนี้!

“ขอโทษนะครับ ทางแผนกกฎหมายคุยกับผมเกี่ยวกับเรื่องสัญญา” ฟู่เชียนเจ๋อไม่ได้ที่นั่งเดิมเหมือนกับเจ้านาย แต่ลุกขึ้นเดินไปอยู่ข้าง ๆ อูเจียงหนิง น้ำเสียงอ่อนโยน “เลขาอูมาหาผมมีธุระเหรอครับ? ”

“ค่ะ!” เธอรีบหยิบเอกสารโครงการที่เขาส่งมาที่แผนกบริหารออกมา ชี้ไปที่ด้านบน “ผู้จัดการฟู่ น่าจะเป็นเพราะคุณเพิ่งจะกลับมาจากเมืองนอก ดังนั้นสูตรคำนวนเกี่ยวกับอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนของโครงการในประเทศจึงคลาดเคลื่อนเล็กน้อยค่ะ”

เมื่อฟู่เชียนเจ๋อได้ยินว่าเป็นเรื่องของงาน ก็หุบยิ้มแล้วจริงจังขึ้นมา

ในที่สุดอูเจียงหนิงก็หาโอกาสที่จะแสดงตัวตนออกมา ดังนั้นจึงอธิบายสถานการณ์ของอุตสาหกรรมการลงทุนในปัจจุบันทีละน้อย รวมถึงอัตราผลตอบแทนต้องหักออกจากมูลค่าความเสี่ยง จากนั้นถึงจะสามารถคำนวนขอบเขตได้ค่อนข้างแม่นยำ

“ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อทำการตรวจสอบสถานะขององค์กร จะต้องตรวจสอบสิทธิบัตรของอีกฝ่ายให้ชัดเจนว่าเป็นในนามของนิติบุคลหรือไม่ ข้อกำหนดเกี่ยวกับสิทธิบัตรภายในประเทศกับต่างประเทศไม่เหมือนกัน”

ฟู่เชียนเจ๋อฟังแล้วพยักหน้าซ้ำ ๆ “ที่เลขาอูเตือนนั้นถูกแล้ว ผมไม่เคยคิดถึงเลยจริง ๆ”

อูเจียงหนิงฉวยโอกาสรีบเอาคิวอาร์โค้ดไลน์ของตัวเองออกมา “ถ้าผู้จัดการฟู่ไม่รังเกียจละก็ พวกเราเพิ่มข้อมูลติดต่อกันไหมคะ? ต่อไปถ้ามีเรื่องอะไร คุณสามารถถามฉันได้ตลอดเวลา!”

เธอรู้ว่าแบบนี้มันกะทันหันมาก แต่ว่าเวลามีจำกัด

แต่เพื่อไม่ให้เปิดเผยเจตนาที่ชัดเจนของตัวเองมากเกินไป อูเจียงหนิงจึงแกล้งทำตัวไม่ถูกในภายหลัง และเก็บโทรศัพท์ของตัวเองกลับไป

“เอ่อ! ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้คิดเป็นอย่างอื่นเลย เพียงแค่คิดว่าคุณเคยช่วยฉันไว้ ฉันกำลังคิดว่าจะช่วยคุณแบบไหนได้บ้าง ตอนแทนคุณให้มากกว่านี้ เลยลืมเรื่องระยะห่างระหว่างเพศตรงข้ามไปชั่วขณะ...”

วินาทีต่อมา ฟู่เชียนเจ๋อยกยิ้ม เอาโทรศัพท์ของตนเองส่งไปที่มือของเธอ

“แค่แชตจะพอได้ยังไงครับ บันทึกเบอร์โทรของคุณไปด้วยเถอะ”
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รักวุ่น ๆ ของคุณเลขา   บทที่ 30

    “ประ ประธานฟู่?”“คุณเต็มใจย้ายตำแหน่ง?”สมองของอูเจียงหนิงในเวลานี้เหมือนนาฬิกาที่สปริงหลุด หยุดทำงานไปในทันที!ลำคอของเธอเกร็งฉับพลัน ไม่รู้ว่าตัวเองควรพยักหน้าหรือส่ายหน้าดีดวงตาของฟู่อวี้เฉินราวกับเหวลึก เอาแต่จ้องอูเจียงหนิง แต่ไม่พูดอะไรสักคำ…หลังจากนั้นเกือบหนึ่งนาที ในที่สุดเขาก็เอ่ยปาก“ออกไป”……อูเจียงหนิงกับฟู่อวี้เฉินเริ่มสงครามเย็นกันแล้วพูดให้ถูกคือ เขาเย็นชาใส่ เธอทำหน้างงหลังจากเกิดเหตุการณ์ย้ายตำแหน่งในช่วงบ่าย ฟู่อวี้เฉินก็ไม่เคยพูดกับอูเจียงหนิงสักคำ แม้แต่ตอนประชุมผู้ถือหุ้น เขาก็เรียกผู้ช่วยโครงการไปเอาเอกสารแทนที่จะเรียกเธอในที่สุดอูเจียงหนิงก็ทนรอจนเลิกงาน เธอคิดเอาไว้ว่า รอกลับถึงบ้านค่อยลองหยั่งเชิงเขาดู แต่เมื่อเธอออกจากบริษัท และนั่งรถไฟใต้ดินกลับถึงวิลล่า เมื่อเปิดประตู ก็พบว่าฟู่อวี้เฉินทำอาหารเย็นเสร็จ และยกมาวางไว้บนโต๊ะอาหารแล้วไม่รู้ว่าเขากินหรือยังนะ แต่ตัวเขาอยู่ในห้องทำงานแล้ว!ประเด็นคือวันนี้อูเจียงหนิงทำเรื่องที่ผิดต่อเขาไว้ ดังนั้นหัวใจของเธอจึงกระสับกระส่ายเธอค่อยๆ เดินย่องไปแอบฟังที่ประตูห้องทำงาน…อืม ฟู่อวี้เฉินน่าจะกำล

  • รักวุ่น ๆ ของคุณเลขา   บทที่ 29

    “งั้นแสดงว่าแค่เธอยอม นายก็จะให้ฉันเป็นเลขานายใช่ไหม?”ลีน่าแอบบิดเบือนประเด็นเล็กน้อย หวังคว้าโอกาสให้ตัวเอง!จัดการฟู่อวี้เฉินนั้นไม่ง่าย แต่จัดการเลขาของเขา น่าจะไม่ได้ยากขนาดนั้นมั้ง! เป็นแค่เรื่องที่ต้องเสียเงินเพิ่มอีกหน่อยเองเธอคิดเอาไว้แล้วว่า ผู้หญิงที่อยู่รอบตัวอวี้ฟู่เฉิน คงไม่มีใครที่ไม่หวั่นไหวหรอก! แต่เชื่อว่าไม่นานพวกเธอก็จะเข้าใจเองว่า นอกเหนือจากเรื่องงานแล้ว ฟู่อวี้เฉินไม่มีทางมีความสัมพันธ์อย่างอื่นกับพวกเธอ!ตอนนี้ยังสามารถได้เงินจากเธอก้อนหนึ่ง และถอนตัวอย่างเงียบๆ คิดว่าน่าจะเกลี้ยกล่อมได้ไม่ยากขณะที่ฟู่อวี้เฉินกำลังจะเอ่ยปาก ทันใดนั้น ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากข้างนอก…“ประธานฟู่ ฉันเองค่ะ”พูดถึงใคร ใครก็มาพอดีอูเจียงหนิงที่ไปงีบมาแล้ว มาส่งเอกสาร“เข้ามา”เมื่อได้ยินเสียงท่านประธานของตัวเอง เธอจึงจะเปิดประตู และรายงานโดยตรงตามความเคยชิน “ประธานฟู่ เอกสารการสอบทานธุรกิจที่คุณต้องการ ฉัน…หามาครบแล้วค่ะ”ที่เสียงของอูเจียงหนิงชะงัก เป็นเพราะสังเกตเห็นว่ามีคนอื่นอยู่ในห้องทำงานประธานผู้หญิงนี่จะโทษว่าเธอเห็นเรื่องธรรมดาเป็นเรื่องแปลกไม่ได้นะ เพร

  • รักวุ่น ๆ ของคุณเลขา   บทที่ 28

    “ข้ออ้าง! ต้องเป็นข้ออ้างแน่ๆ!” ฉินซือเย่กัดฟันอย่างผิดหวังในตัวเขา “อวี้เฉิน นายลองมองลีน่าดีๆ อีกที! ฉันกล้าพูดเลยว่า ในโลกนี้แทบไม่มีผู้หญิงคนไหนที่สวยกว่าเธออีกแล้ว นายแน่ใจเหรอว่าไม่เอา?”ฟู่อวี้เฉินหมดคำจะพูดแล้วเขาถอยหลังสองสามก้าว เว้นระยะห่างจากอีกฝ่ายเล็กน้อย “นายว่างจนจับคู่ให้คนอื่นมั่วไปหมดแบบนี้ ฉันควรโทรหาลุงฉินไหม?”เมื่อฉินซือเย่ได้ยินแบบนี้ ก็รีบส่ายหน้าทันที “อย่าๆๆ! นายดูนายสิ ล้อเล่นกันแค่นี้ นายชอบเล่นแรงตลอดเลย!”เขายังจะกล้าพูดต่อซะที่ไหนล่ะ?ได้แต่รีบดึงฟู่อวี้เฉินกลับมา แล้วพูดกับลีน่าด้วยรอยยิ้ม “พวกเธอน่าจะมีเรื่องงานต้องคุยกัน ฉันไปก่อนนะ! ทางโน้นมีเพื่อนเรียกฉันไปดื่มน่ะ!”ลีน่าพยักหน้า “โอเค แต่นายจำไว้นะ ดื่มแล้วอย่าขับรถ”“ไม่ต้องห่วง ฉันน่ะ เคารพกฎจราจรที่สุดแล้ว!”หลังจากเธอยิ้มอย่างจนปัญญา ก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองฟู่อวี้เฉินนี่แหละผู้ชายที่แม้จะผ่านไปหลายปี เธอก็ยังลืมไม่ได้…ทุกครั้งที่เขาปรากฏตัว หัวใจของเธอก็เต้นเร็วจนเกินจะควบคุม!ฟู่อวี้เฉินเปิดประตูห้องทำงาน แล้วพูดด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำ “เชิญ”ลีน่าเดินตามเข้าไป จากนั้นตั้งใจมองไปที่

  • รักวุ่น ๆ ของคุณเลขา   บทที่ 27

    อูเจียงหนิงหันไปยกเก้าอี้มานั่งลงตรงหน้าโต๊ะ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับฟู่เชียนเจ๋อ ก่อนจะโบกมือและพูด “แต่ละคนมีไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ไม่แต่งงานก็ไม่เป็นไรค่ะ”“แล้วคุณล่ะ?”ฟู่เชียนเจ๋อยื่นตะเกียบให้เธออย่างเป็นธรรมชาติอูเจียงหนิงรับไว้ แล้วยิ้มบางๆ “บอกตรงๆ แบบไม่กลัวคุณหัวเราะเยาะเลยนะ ตอนนี้ฉันอยากทำงานอย่างเดียว ยังไม่เคยคิดเรื่องอื่น! แต่ถ้าให้เดาจากสถานการณ์ของฉันในตอนนี้ ฉันก็น่าจะไม่แต่งงานค่ะ”นี่เป็นเรื่องจริงไม่ใช่คำพูดที่เธอพูดเพื่อเอาใจเขาเพราะต่อให้น้องชายของเธอได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูก หมอก็บอกแล้วว่า อาจมีโอกาสกลับมาเป็นได้อีกทุกเมื่อ!ไม่ว่าจะรักษาแบบประคับประคอง หรือหาคนบริจาคไขกระดูกต่อไป ทั้งหมดล้วนเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อยเลยลองถามดูสิ ในบรรดาผู้ชายธรรมดา จะมีสักกี่คนที่ยินดีช่วยแฟนเลี้ยงน้องชายของเธอ? พอถึงเวลา เธอคงถูกตราหน้าว่าเป็น “ผู้หญิงแบกน้องชาย” เป็นแน่อูเจียงหนิงไม่อยากลำบากคนอื่น และไม่มีทางทอดทิ้งน้องชาย ดังนั้นความรักเอย การแต่งงานเอย สำหรับเธอแล้ว มันเลื่อนลอยเกินเอื้อมชีวิตบีบคั้นเธอจนไม่มีเวลาคิดเรื่องพวกนี้“คุณ…มีปัญหาส่วนตัวอะไรหรือเปล่า?

  • รักวุ่น ๆ ของคุณเลขา   บทที่ 26

    [หัวหน้าทีมโครงการพิเศษ-ฟู่เชียนเจ๋อ : ไม่ต้องห่วง ผมไม่ให้อาเล็กรู้เรื่องนี้ ก็ได้แล้วไม่ใช่เหรอ?]อูเจียงหนิงคิดไม่ถึงว่าจะมี ‘ลาภลอย’ แบบนี้ด้วย ถ้าเธอยังปฏิเสธอีก ไม่เท่ากับทิ้งโอกาสที่ฟ้าประทานเหรอ!เธอตอบฟู่เชียนเจ๋อกลับไปว่าโอเคอย่างไม่ลังเลทันทีหลังจากการประชุมช่วงเช้าจบลง ฟู่อวี้เฉินก็ไปคุยเรื่องบริษัทสาขาต่างประเทศกับบรรดาผู้ถือหุ้นแล้ว อูเจียงหนิงเคลียร์งานบนโต๊ะจนเสร็จ หลังจากนั้นโทรหาเฉิงซิน“ทางเหยียนอันเป็นไงบ้าง? วันนี้เธอได้ไปเยี่ยมไหม?”“สบายใจได้เลย ช่วงวันทำงานของเธอ ฉันไปทุกวัน! และยังได้ถามหมอเจ้าของคนไข้ของเขาเป็นพิเศษ เกี่ยวกับเรื่องการปลูกถ่ายไขกระดูกด้วย! จนถึงตอนนี้ ครอบครัวน้าชายเธอให้ความร่วมมือดีมาก” เฉิงซินอดไม่ได้ที่จะบ่น “พอรับเงินแล้ว ท่าทีก็เปลี่ยนไปจริงๆ!”อูเจียงหนิงเม้มปาก ไม่อยากพูดถึงครอบครัวน้าชาย “ฉันหวังแค่ว่าเหยียนอันจะหายดี”เฉิงซินถอนหายใจ “ใช่แล้ว ภารกิจของเธอมีความคืบหน้าบ้างไหม? มีโอกาสรุกฟู่เชียนเจ๋อบ้างไหม?”เงินชดเชยสองร้อยล้าน เธอถึงกับปาดเหงื่อแทนเพื่อนสนิท!“ตอนนี้พวกเราถือว่าเป็นเพื่อนกันมั้ง อีกทั้ง…รอบตกไข่ของฉันในเดือ

  • รักวุ่น ๆ ของคุณเลขา   บทที่ 25

    ผลจากการปลดปล่อยทั้งคืนคือ…วันรุ่งขึ้น ขณะที่อูเจียงหนิงมาทำงาน เธอรู้สึกเหมือนถูกสูบพลังชีวิตออกไปจนหมด!ปวดเอว ขาชา เสียงแหบแล้วหันมาดูฟู่อวี้เฉินในตอนประชุมช่วงเช้า เขากลับอยู่ในสภาพที่อิ่มเอมเปรมปรีดิ์ แม้แต่เสียงพูดก็ยิ่งทุ้มและมีพลังขึ้นหลังจากฟังผู้บริหารระดับสูงรายงานการดำเนินงานจนจบ เขาชำเลืองมองอูเจียงหนิงแวบหนึ่ง หลังจากนั้นใช้ซอฟต์แวร์ภายในของบริษัทบนโน้ตบุ๊คส่งข้อความให้เธอ[ประธานกรรมการบริหาร-ฟู่อวี้เฉิน : ถ้าง่วงมาก ไปนอนพักในห้องพักผ่อนของผมได้นะ]ไม่นานนัก บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของอูเจียงหนิงก็มีข้อความนี้เด้งขึ้นเธอรีบกวาดมองรอบตัวทันที เมื่อพบว่าไม่มีใครสนใจเธอ จึงจะคลิกเปิดเพื่อตอบกลับ[เลขาประธาน-อูเจียงหนิง : ไม่เป็นไรค่ะประธานฟู่ แบบนี้มันดูไม่ดี]แม้ห้องพักผ่อนของอวี้ฟู่เฉิน ก็อยู่ส่วนในของห้องทำงานประธาน ถ้าเขาไม่อนุญาต ไม่มีใครเข้าไปได้แต่…ปัญหาคือ ในสายตาของฟู่อวี้เฉินนั้น ฟู่เชียนเจ๋อเป็นหลานชายแท้ๆ ไม่ใช่คนนอกสักหน่อย!ถ้าหากเธอไปนอน ตอนตื่นเดินออกจากห้องพักผ่อนส่วนตัวของประธาน แถมยังเจอฟู่เชียนเจ๋อที่อยู่ข้างนอกพอดี! นั่นคงเป็นหายนะระดับนรก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status