LOGINเราต่างล้วนเคยแอบรักใครสักคน ยามที่ลมพัดผ่านม่านจนพริ้วไหว 'พริมา' จับได้คาหนังคาเขาว่าแฟนนอกใจจึงเดินออกจากตรงนั้นมาทันที เพื่อนรักเลยช่วยปลอบใจด้วยการพากันไปเมาหัวราน้ำในงานปาร์ตี้ของบริษัท นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะทั้งคู่คบกันมาตั้งหลายปี ใคร ๆ ก็คิดว่าหญิงสาวคงเสียใจจนไม่เป็นผู้เป็นคนแน่ แต่ไม่นึกเลยว่าอาทิตย์ต่อมา พริมาจะควงหนุ่มคนใหม่มาทำงานด้วยเสียอย่างนั้น 'ภูดิศ' เฝ้ามองร่างบางนั่งกระดกน้ำสีอำพันตามลำพัง ดวงตาคมดูแพรวพราวพิกล จนเพื่อนรักที่สังเกตอยู่นานต้องบอกว่า "ชอบก็เข้าไปทักสิวะ น้องเขาเพิ่งเลิกกับผัววันนี้เอง" เออดี สมกับที่เป็นเพื่อนกันมานาน รู้ใจดีเหลือเกิน "นั่นไงผัวเขา ทำท่าเหมือนอยากเคลียร์กับพราวด้วยนะ ถ้ามึงยังลีลาอยู่...อ้าว ไวจริงเพื่อนกู" ก็ต้องไวสิ เรื่องอะไรจะชักช้าอยู่ล่ะ ในเมื่อเขา...
View Moreภูดิศใจร้อนมาก พอเข้าเช้าวันจันทร์ก็พาแฟนสาวไปจดทะเบียนสมรส เปลี่ยนสถานะเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายให้เรียบร้อยแต่คาดไม่ถึงว่าจะได้เจอนิธินันท์กับอิงฤดีที่นั่นด้วย ในมือถือเอกสารไว้ไม่ต่างกันเลย“อ้าว”“อุ้ย คือ...คุณภูขอให้เรามาเป็นพยาน...”“ไม่ต้องหาเรื่องแก้ตัวเลยย่ะ เปิดตัวได้สักทีนะเรา”พริมากอดแขนเพื่อนสนิทพากันเดินเข้าไปในสำนักงานเขต ทิ้งให้สองหนุ่มยืนมองคุมเชิงกันไปมาแม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่ทั้งคู่รับรู้ตรงกันว่าการแข่งขันได้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้วเย็นนี้ต้องรีบกลับไปผลิตทายาททันทีต่างคนต่างเซ็นเป็นพยานให้อีกคู่หนึ่ง เพียงไม่นานธุระก็เสร็จเรียบร้อย พอดีกับที่อธิปโทรตามให้รีบเข้าบริษัท“ไปไหนกันมา ทำไมที่แผนกบัญชีมีใครสักคน”บอสหนุ่มยืนกอดอกจ้องมองคนทั้งสี่ที่ดูมีพิรุธชอบกล“กูพาเมียไปจดทะเบียนสมรสมา”ภูดิศกอดคอพริมา ทำท่าทางอวดว่านี่คือภรรยาของตน อธิปเบะปากใส่เพื่อนก่อนหันไปหาหัวหน้าแผนกบัญชี“คู่นี้ก็เลยไปจดบ้างว่างั้น”“เปล่านะคะ ๆ” อิงฤดีรีบปฏิเสธพัลวัน“เราตั้งใจไปจดของเรากันเองครับ ไม่ได้แข่งกับใครจริง ๆ”นิธินันท์เอ่ยตอบแทน แต่นั่นกลับทำให้สีหน้าบอสหนุ่มยิ่งเคร่งข
พอปรับความเข้าใจกับแฟนสาวเรียบร้อย ภูดิศก็ขึ้นไปคุยกับน้องสาวบ้าง แต่กลับเจออธิปอยู่ในห้องทำงานเพียงลำพัง“อ้าว เดมี่ล่ะ”“กูสั่งให้ลงไปช่วยเก็บกวาดที่ห้องบัญชี”“เออ ให้แก้ไขปัญหาด้วยตัวเองก็ดี จะได้รู้ว่าไม่ควรทำ”“มึงไม่กลัวเธอลงไปทะเลาะกับพราวเหรอ”“ไม่หรอก กูคุยกับพราวเข้าใจแล้ว” ภูดิศทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างที่โซฟา “กูห่วงเดมี่มากกว่า สงสัยจะทะเลาะกับแม่มาอีกแล้ว คงต้องให้หลบอยู่ที่ไทยสักระยะ”อธิปพับกระดาษใบหนึ่งเก็บใส่ลิ้นชักชั้นบนสุด ตาแอบมองเพื่อนสนิทที่นั่งทำหน้านิ่วคิ้วขมวด“กูจะให้น้องมึงมาเป็นผู้ช่วย”“จริงเหรอ ถ้าได้อย่างนั้นก็ดีสิ”“มึงจะไม่ถามเหรอว่ากูทำไปทำไม”“ไม่ล่ะ ถ้ามึงยอมช่วยเดมี่กูก็พอใจแล้ว”“แต่งานผู้ช่วยของกูมันหนักนะเว้ย เลิกงานก็ไม่เป็นเวลา ต้องตามกูไปทุกที่ ขนาดผู้ชายยังลาออกกันไปหมด”“ก็ลองให้เธอทำดูก่อน ถ้าไม่ไหวค่อยเลิก มึงโอเคไหมล่ะ”“ถ้างั้นก็ตกลงตามนี้”“เออ ขอบใจมึงมาก”สีหน้าภูดิศสบายใจขึ้นเยอะ เพราะตอนอยู่ต่างประเทศก็มีอธิปนี่แหละที่เดมี่ดูจะเกรงใจบ้าง คงพอช่วยอบรมสั่งสอนได้อยู่“ถ้าเดมี่ทำตัวงอแงมึงก็ลงโทษได้เลยนะ”“มึงพูดเองนะ”อธิปถามย้ำ ภูดิศจึ
“ว่าไงนะ”“คุณภูพูดขอยายพราวแต่งงานแล้ว อิงก็เลยคิดว่าในเมื่อคู่ที่เพิ่งคบกันแค่เดือนกว่ายังคิดไปถึงขั้นนั้นได้ แล้วทำไมพวกเราถึงจะก้าวไปอีกขั้นไม่ได้”นิธินันท์รีบตบไฟเลี้ยวเข้าจอดข้างทาง ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วเอี้ยวตัวไปกอดแฟนสาวไว้แน่น“ขอบคุณครับที่คิดฝากชีวิตไว้กับพี่ พี่สัญญาว่าจะดูแลเราให้ดีที่สุด”“อิงต่างหากที่ต้องขอบคุณ นอกจากพี่นันท์แล้วคงไม่มีใครทนกินไข่เจียวกรอบในไหม้นอกของอิงหรอกค่ะ”“พูดถึงเรื่องนี้...พราวยังเปิดคอร์สสอนเราทำกับข้าวอยู่ไหม”“พี่นันท์!”“ตัวพี่น่ะไม่เท่าไหร่หรอก สงสารก็แต่ลูก”“นี่คิดไปถึงไหนแล้วคะ”“ถึงตอนทำลูกไงครับ”“คนหื่น!”ร่างบางเอ็ดเข้าให้อีกรอบ แต่คนตัวโตก็หาได้เกรงกลัว กดจูบกดหอมจนน้ำลายเปียกหน้าแฟนสาวไปหมด“ถ้าอิงอยากจัดงานแต่งแบบไหนก็บอกได้เลยนะ พี่อาจทำได้ไม่หรูหราอะไรนัก แต่พี่ก็ตั้งใจว่าจะไม่ทำให้เราต้องอายใคร”“ไม่ต้องหรอกค่ะ เราจดทะเบียนกันเฉย ๆ ก็ได้ เก็บเงินค่าจัดงานไว้เลี้ยงลูกดีกว่า”“ไปถามพ่อแม่ก่อนไหม พี่อยากให้เกียรติเราเต็มที่ เพราะชาตินี้พี่จะแต่งงานแค่ครั้งเดียว”“อิงเคยถามแล้ว พ่อกับแม่บอกว่าให้พี่ไปผูกข้อมือที่บ้านก็พอ ไม่ต้องใ
คนป่วยรู้สึกตัวตื่นตอนเช้ามืดวันถัดมา ความรู้สึกแรกคือคันปากยิบ ๆ และหายใจไม่สะดวกเท่าไรนัก แต่ก็ยังดีกว่าตอนก่อนจะหมดสติไปภูดิศกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เห็นเสาน้ำเกลือก็แน่ใจแล้วว่าตัวเองอยู่ที่โรงพยาบาล ดังนั้นเงาตะคุ่ม ๆ ที่ฟุบอยู่ข้างเตียงก็ต้องเป็นสุดที่รักของเขาแน่นอนไม่รู้ว่าพริมาได้หลับไปตอนกี่โมง ภูดิศจึงปล่อยให้เธอนอนพักผ่อนไปดวงตาคมจ้องมองคนหลับสนิทไม่วางตา เจ้าของดวงหน้าหวานที่เขาแอบชอบมาตั้งแต่เริ่มแตกเนื้อหนุ่ม ต่อให้ย้ายไปอยู่ต่างประเทศมาหลายปีก็ยังไม่ลืม เพราะไม่มีใครทำให้ใจเขาเต้นแรงได้เท่าเด็กแว่นข้างบ้านคนนี้อีกแล้วนึกไปก็น่าขำ ที่เขาฝึกเล่นกีต้าร์ก็เพื่อเรียกร้องความสนใจจากน้องน้อย แต่ดันได้ความรำคาญมาเสียอย่างนั้นยังดีที่อย่างน้อยมันก็ทำให้เธอจดจำเขาได้เช่นกันตอนนั้นเองอีกคนก็รู้สึกตัวตื่น พอเห็นว่าเขานอนลืมตาอยู่ก็รีบควานหาแว่นมาสวมก่อนลุกขึ้นยื่นหน้าเข้าไปดูใกล้ ๆ“พี่ภูฟื้นแล้ว ดีจังค่ะ”“เด็กขี้แย พี่ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย” ภูดิศยกมือจะช่วยเช็ดน้ำตาให้คนรัก แต่เธอกลับจับมือเขาไปกุมไว้“พี่ทำให้พราวตกใจมากเลย ทำไมถึงดื่มแอลกอฮอล์ล่ะคะ”“มีคนสลับแก้วของพี่น่ะ ไ
และก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ภูดิศหัวเสียมากที่พริมารีบร้อนทิ้งบ้านไป ที่สำคัญคือไม่โทรบอกเขาสักคำยังไม่ทันปิดประตูรั้วดี คนตัวโตก็ทนไม่ไหวพูดระบายออกมา“รู้ไหมว่าพอกลับมาเจอสภาพบ้านพี่ตกใจแค่ไหน ทำให้พี่เป็นห่วงเราแทบบ้า”“พราวขอโทษค่ะที่ไม่ได้โทรบอก มันกะทันหันจริง ๆ”“กะทันหันหรือไม่ได้คิดถึงพี่กัน
ภาพโฟโต้ชูทเซทนั้นได้ผลตอบรับดีมาก ทางลูกค้าจึงขอเร่งให้ถ่ายทำโฆษณาตัวจริงทันทีช่วงนี้ภูดิศเลยงานยุ่งวุ่นวายมาก เพราะดูแลทั้งโปรเจคที่นอนและโปรเจคของเล่นที่เพิ่งเข้ามาใหม่นี่ยังไม่นับโปรเจคเล็ก ๆ ยิบย่อยที่รับเป็นที่ปรึกษาอีก จนโดนอธิปพูดแซวอยู่บ่อย ๆ ว่าคิดจะเก็บตังไว้เลี้ยงเมียกี่คนกันแน่ชายหน
หลังจากเตรียมตัวเตรียมใจมาสักระยะหนึ่ง ในที่สุดก็ถึงวันถ่ายงานสักทีแม้จะเป็นเพียงภาพที่ใช้ในช่องทางออนไลน์เบื้องต้น แต่ก็ถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์แรกเห็นของแบรนด์ การทำงานจึงต้องละเอียดรอบคอบไม่ต่างจากโปรเจคหลักแต่ทีมงานของบริษัทเคยผ่านโปรเจคใหญ่ ๆ มาแล้วนับไม่ถ้วน ย่อมมีความเป็นมืออาชีพอยู่แล้ว ห
ทางสองคนนี้ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย พอกลับถึงบ้านได้ก็รีบกินมื้อเย็นให้เรียบร้อย ก่อนจะพากันขึ้นไปเปลี่ยนที่นอนเก่าเป็นที่นอนใหม่“อา ดีจัง”แค่ลูบเบา ๆ ก็ทำให้พริมาพร่ำเพ้อแล้ว พอทิ้งตัวลงนอนก็หลับตาพริ้มทำสีหน้าฟินสุดใจมันช่างนุ่มเด้งคืนตัวดี ไม่ยุบยวบ และนั่นนี่อีกมากสมกับคำโฆษณาจริง ๆ ที่สำคัญคื





