LOGINดินค่อย ๆ จับตัวคุณให้นอนลง โซฟาตัวนี้ใหญ่พอที่จะให้ดินนั่งอยู่ข้างตัวคุณได้ เขาบิดผ้าแล้วเช็ดหน้าให้คุณก่อน เช็ดเรื่อยลงมาที่คอ แขนสองข้างโดยเว้นช่วงแผลเอาไว้
ลูบผ่านหน้าอกกว้างจนมาถึงกล้ามท้องลอนสวย ความเร็วในการเช็ดเริ่มช้าลงเรื่อย ๆ ตามพื้นที่ที่ผ่าน กระทั่งตอนนี้ผ้าเปียก ๆ ผืนน้อยจดจ่ออยู่กับขอบกางเกงผ้าตัวน้อย
“ตัวนี้พี่ต้องถอดด้วยมั้ย” คุณยกยิ้มเจ้าเล่ห์มองน้องไม่วางตา
กลิ่นดินได้สติ จึงรีบปฏิเสธ ไม่อย่างนั้นกลัวว่าฝันจะเป็นจริงเข้าจนได้ “ครับ? หา! อ๋อ ไม่ต้องครับ”
“อะไรกัน ใจลอยไปถึงไหนเนี่ย” คุณถามทั้งรอยยิ้มขำ
“ป่ะ เปล่าครับ ดิน เช็ดต่อนะครับ” เขาชุบน้ำแล้วบิดผ้าอีกครั้ง ลูบถูที่ช่วงต้นขาลงไป เขาเอาผ้าลูบแค่เฉพาะส่วนที่โผล่พ้นชายกางเกงลงมาเท่านั้น
“พี่คุณหิวมั้ยครับ เดี๋ยวดินทำอะไรให้กิน” เขาเช็ดตัวเสร็จแล้ว มองดูเวลาตอนนี้ดึกมากแล้ว ถ้าสั่งอาหารก็ไม่แน่ว่าจะมีร้านไหนส่ง
“หิวครับ แต่ห้องพี่ตอนนี้ไม่น่าจะมีของสด” ที่ผ่านมาคุณอยู่คนเดียวมาตลอด จึงไม่คิดทำอาหารกินเอง
“อืมมมม ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากที่ร้าน ถ้าผมสั่งอาหารจากที่ร้านให้คนมาส่งให้ได้มั้ยครับ” ถึงยังไงตอนนี้ที่ร้านก็ยังไม่ปิด แต่หากไม่มีใครว่างมาส่งกลิ่นดินก็คิดว่าจะไปเอาเอง
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ดินโทรหากล้าแล้วสั่งได้ตามใจเลยนะ” คุณบอก ก่อนจะหลับตาลงพักสายตาสักหน่อย ถึงแม้จะไม่ได้บาดเจ็บมาก แต่แผลแบบนี้อดไม่ได้ที่จะมีไข้ตามมาด้วย
ดินเดินไปหยิบผ้าห่มมาห่มให้คุณก่อนจะเดินออกไประเบียง ต่อสายหากล้า
“พี่กล้าครับ ผมดินเองนะครับ คือตอนนี้พี่คุณยังไม่ได้กินอะไรเลยครับ ผมรบกวนสั่งอาหารที่ร้านให้มาส่งได้มั้ยครับ”
[ได้ครับ คุณดินจะรับเป็นอะไรดีครับ]
“เอาเป็นข้าวต้มหมูสับครับ แต่ย้ำไม่ให้เขาใส่กระเทียมเจียวนะครับ พี่คุณเขาไม่ชอบกินกระทียม”
[ได้ครับ แล้วคุณดินทานอะไรดีครับ]
“อืมมม เอาเหมือนพี่เขาก็ได้ครับ จะได้ไม่ยุ่งยากพ่อครัว”
[ได้ครับ ผมรบกวนบอกเจ้านายด้วยนะครับ ว่าจัดการเรียบร้อยแล้วทั้งคนซื้อและคนขาย]
“รับทราบครับ เดี๋ยวผมบอกให้ ขอบคุณมากนะครับพี่กล้า”
คุณ เหวินเพียงแค่หลับตาแต่เขาไม่ได้หลับไปจริง ๆ น้องออกไปคุยนอกระเบียงแต่ก็ไม่ได้ปิดกระจกทำให้คุณได้ยินทุกอย่าง อดแปลกใจไม่ได้ว่าเรื่องที่เขาไม่กินกระเทียมน้องก็ยังรู้
“ดินรู้ว่าพี่ไม่กินกระเทียมเหรอ ได้ไง” คุณออกปากถามทันทีที่น้องวางสาย
“เอ่อ คือ ผมได้ยินพี่ ๆ ในครัวเขาพูดน่ะครับ” ดินตอบส่ง ๆ ไปก่อน เขาเองก็ลืมตัวตลอด คอยแต่จะคิดว่าคุณคนนี้คือคนเดียวกับคุณในฝัน
คุณได้แต่ครุ่นคิดกับตัวเองจนหัวคิ้วผูกเป็นปม ก็จริงที่พนักงานในครัวทุกคนจะรู้ แต่ถ้าน้องรู้เรื่องนี้มาจากพวกพนักงานแล้วทำไมถึงต้องฝากกล้าย้ำกับพ่อครัวด้วย
“คิดอะไรอยู่ครับ คิ้วย่นหมดแล้ว” ดินเอานิ้วชี้สองข้างคลึงที่กลางหน้าผาก คลายปมที่หัวคิ้วให้ ทุกการกระทำเป็นไปเองตามธรรมชาติด้วยความเคยชินจากในฝันอีกแล้ว
นวดคลึงไปยิ้มหวานไปจนคุณเผลอหลับตา ‘อย่าเครียดไปเลยนะขอรับ กระผมไม่เป็นอะไร เราจะผ่านทุกอย่างไปด้วยกันนะขอรับ’
ทั้งเสียงและภาพของคุณที่นอนให้ดินนวดหัวคิ้วอยู่บนตักฉายแวบเข้ามาในหัว คุณ เหวินลืมตาตื่นขึ้นทันที มองดูใบหน้าสวยที่ยังคงยิ้มให้เขา
“ดินอาจจะคิดว่ามันเร็วไป แต่... เรามาลองคบกันดูไหม” คุณออกปากขอทันที เขาไม่รู้หรอกว่าฝันพวกนี้นี่มันเรื่องอะไรกัน แต่ความรู้สึกกับดินชัดมากจนเขายากจะควบคุมแล้ว
ดินยกหลังมือขึ้นอังหน้าผากคนหล่อตรงหน้า ก่อนจะเอาสองมือจับแก้มทั้งสองข้างเขาไว้ “ตัวก็ไม่ร้อนนี่”
คุณจับมือน้องที่จับแก้มเขาไว้ “พี่พูดจริงนะครับ พี่รู้สึกว่าเราสองคนน่าจะมีอะไรที่เกี่ยวข้องกัน แล้วพี่ก็รู้สึกสนิทใจกับดินมาก ๆ เลย พี่อยากรู้เรื่องดินมากกว่านี้”
กลิ่นดินพ่นลมหายใจออก ค่อย ๆ พูดกับเขาอย่างใจเย็น “แต่คนคบกันมันก็ต้องชอบกันก่อนสิครับ แล้วเราเพิ่งรู้จักกันได้แค่ไม่กี่วันเอง พี่แน่ใจได้ไงว่าชอบดิน”
“เอ่อ เรื่องนั้น คือ...” ใจหนึ่งก็อยากบอก แต่อีกใจก็กลัวโดนน้องต่อยเอาที่ฝันอะไรแบบนั้น
“เห็นมั้ย เอาจริงพี่ก็ยังไม่แน่ใจเลย ผมเองก็ไม่รู้ใจตัวเองเหมือนกัน” ดินอธิบายต่อ
“แล้วเราต้องรู้จักกันกี่วันล่ะถึงจะเป็นคบกันได้”
“ไม่รู้ครับ ดินก็ยังไม่เคยคบใครมาก่อน แต่สองสามวันนี่ไม่ได้แน่ ๆ” ดินตอบทั้งยิ้มขำ
ถึงอย่างนั้นคุณก็ไม่ยอมง่าย ๆ “งั้น ระหว่างนี้เราเป็นคนคุยกันได้มั้ย แต่ดินเป็นคนคุยได้แค่กับพี่คนเดียวนะ”
“แล้วคนคุยนี่เขาต้องทำยังไงบ้างครับ” ดินถาม เขาเองก็อยากรู้ว่าฝันบ้า ๆ พวกนั้นมันจะเกี่ยวกับคนคนนี้จริงมั้ย ถ้าได้ใกล้ชิดกันกว่านี้บางทีอาจจะมีอะไรก็ได้
“ดินก็เป็นแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้แหละ พี่ก็จะเป็นตัวของตัวเอง แล้วเราก็มาลองดูกันว่าอะไรที่เข้ากันได้ ไม่ได้บ้าง แล้วค่อย ๆ ปรับเข้าหากัน ดีไหมครับ” เขาเสนอ
“ก็ฟังดูไม่ได้แย่ แต่แล้วมันต่างจากแฟนตรงไหน”
คำถามของดินทำเอาคุณคิดหนักอีกแล้ว ก่อนที่จะเลิกคิดแล้วตัดจบไปง่ายกว่า “เอาน่า ตามนี้แหละ เนอะ”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“พี่กล้ามาแล้ว รอแป๊บหนึ่งนะครับ” ดินรีบวิ่งไปอย่างอารมณ์ดี “มาแล้วครับพี่กล้า... เอ่อ คุณคเณศ”
“โอ๊ะ โอ หนุ่มหน้าสวยมาอยู่นี่ได้ไงคะ” คเณศถามทั้งรอยยิ้มกวน
“เอ่อ พี่คุณไม่สบายนิดหน่อยครับ แล้วพี่เขาอยู่คนเดียวเลย...” ดินคิดไม่ตกว่าจะบอกยังไงดี
“เลย...” คเณศถามย้ำไปอีก ก้มหน้ามามองใบหน้าสวยของหนุ่มน้อยที่ดูจะขึ้นริ้วสีเสียแล้ว
“กูขอให้น้องมาเฝ้าไข้กูเองแหละ ว่าแต่มึงเหอะมาทำไม” คุณ เหวินชิงตอบแทน นึกหงุดหงิดใจน้องชายที่ชอบมาไม่รู้เวล่ำเวลาอีกแล้ว
“มึงพูดกับคนที่มีน้ำใจเอาข้าวมาส่งให้แบบนี้ได้ไงวะ” คเณศส่งถุงข้าวต้มให้ดินไปจัดการ ส่วนตัวเองเดินเข้าไปดูไอ้คนป่วยนั่งวางท่าอยู่ตรงโซฟา
“แล้วนี้ป่วยเป็นอะไรถึงได้แก้ผ้าเป็นชีเปลือยแบบนี้ อย่าบอกนะว่ามึง... มึง” เขาชี้นิ้วหาพี่ชายตัวเองสลับกับชี้ไปหาดินทางในครัว “โอ๊ยยย!”
คุณหยิบผ้าขนหนูที่ดินบิดไว้หมาดแล้วฟาดใส่น้องชายตัวดี “หัวมึงมีแต่เรื่องอกุศล กูไม่ใช่มึงนะจ้องจะแดกเขาท่าเดียว”
“ทำเป็นพูดดี ตัวมึงเองเอาเขาไปฝันจนเสร็จครบทุกท่าแล้วมั้ง”
“ไอ้เณศ!” คุณรีบยกมือปิดปากน้องชายตัวดี
คเณศเอามือพี่ชายออก “เออ ๆ กูไม่พูดแล้วก็ได้” เขาขยับตัวเอนหลังพิงพนักพิง “เฮียณินรู้เรื่องที่มึงโดนแทงแล้วนะ เขาเลยบอกให้กูมาดู”
“ป๊าม๊าล่ะ”
“ป๊าม๊ายังไม่รู้ แต่คงปิดไม่ได้นาน”
“อืม”
“อ้อ จับตัวคนเอายามาปล่อยได้แล้วนะ มันไม่ยอมบอกว่าใครส่งมาแต่กูจำคนหนึ่งในนั้นได้” คเณศบอก ถึงเขาจะเป็นคนขี้เล่นแต่เวลาที่ต้องจริงจังเขาเองก็เนี๊ยบไม่ต่างจากพี่ชายนักหรอก
คุณหันไปมองหน้าน้องชาย คิ้วหนาขมวดมุ่น สายตาของเขายิ่งเข้มดุกว่าที่เคย “ใครวะ?” เขาออกปากถามด้วยน้ำเสียงเข้ม
“ลูกน้องไอ้ยศ”
“มึงบอกเฮียณินไปยัง”
“ยัง” แต่เรื่องนั้นคเณศไม่ได้สนใจไปกว่าเรื่องไอ้คนที่แทงพี่ชายเขา “ไอ้คุณ คนที่แทงมึงนี่ดูยังไงแม่งก็ไม่มีแรงจูงใจเลยนะ แถมมันยังรู้จักมึงแล้วก็กลัวมึงมากด้วย กูถามใครก็ไม่มีใครรู้ว่าทำไมมันต้องแทงมึง”
“อุบัติเหตุน่ะ ปล่อยมันไปเหอะ แค่ย้ำอย่าให้มันมาเล่นยาในร้านอีกก็พอ ถ้าเจออีกครั้งก็บอกมันไม่ต้องมาเหยียบที่ร้านอีก” คุณตอบปัด ๆ เรื่องที่ถูกแทง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องไปที่จริงก็ไม่ได้เป็นความลับอะไรหรอก แต่จะให้เขาบอกน้องตัวเองว่าโดนแทงเพราะเอาตัวเข้าไปขวางทางมีดไว้เอง แทนที่จะปัดมีดออกไปให้พ้นตัวทั้งที่เขาทำได้สบาย ๆ ก็รู้สึกอายตอนนั้นเขาตกใจที่ดินตกเป็นเป้าจนหลงลืมไปหมดแล้ววิชาป้องกันตัวที่เรียนมา เอาจริงจากระยะห่างณ.ตอนนั้น เขากระโดดถีบหรือเตะมือของไอ้เด็กนั่นมีดก็หลุดแล้ว ไม่มีใครต้องมาเจ็บตัวด้วยซ้ำดีแค่ไหนที่ปลายมีดมันปักที่ต้นแขน อีกทั้งปลายมีดไม่ได้ยาวมากแผลจึงไม่ลึกเท่าไหร่ ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าป่านนี้เขาจะฟื้นแล้วหรือยัง“ข้าวต้มมาแล้วครับ คุณเณศทานด้วยกันนะครับ ดินแบ่งมาเป็นสามถ้วยเลย” กลิ่นดินบอกทั้งรอยยิ้ม ในมือถือถาดใส่ชามข้าวต้ม 3 ถ้วยมาด้วย“อะไรกัน เรียกไอ้คุณว่าพี่คุณได้ แต่เรียกพี่ว่าคุณเณศเนี่ยนะ พี่เกิดห่างจากมันแค่ 15 นาทีเองนะ” คเณศตัดพ้อเล็กน้อย“อ้าว แล้ววันนั้นไม่เห็นเป่าเค้กเลยละครับ” ดินถาม เขามัวแต่อึ้งที่รู้ว่าเขากับคุณเกิดวันเดือนปีเดียวกันจึงไม่เห็นจ
ดินค่อย ๆ จับตัวคุณให้นอนลง โซฟาตัวนี้ใหญ่พอที่จะให้ดินนั่งอยู่ข้างตัวคุณได้ เขาบิดผ้าแล้วเช็ดหน้าให้คุณก่อน เช็ดเรื่อยลงมาที่คอ แขนสองข้างโดยเว้นช่วงแผลเอาไว้ลูบผ่านหน้าอกกว้างจนมาถึงกล้ามท้องลอนสวย ความเร็วในการเช็ดเริ่มช้าลงเรื่อย ๆ ตามพื้นที่ที่ผ่าน กระทั่งตอนนี้ผ้าเปียก ๆ ผืนน้อยจดจ่ออยู่กับขอบกางเกงผ้าตัวน้อย“ตัวนี้พี่ต้องถอดด้วยมั้ย” คุณยกยิ้มเจ้าเล่ห์มองน้องไม่วางตากลิ่นดินได้สติ จึงรีบปฏิเสธ ไม่อย่างนั้นกลัวว่าฝันจะเป็นจริงเข้าจนได้ “ครับ? หา! อ๋อ ไม่ต้องครับ”“อะไรกัน ใจลอยไปถึงไหนเนี่ย” คุณถามทั้งรอยยิ้มขำ“ป่ะ เปล่าครับ ดิน เช็ดต่อนะครับ” เขาชุบน้ำแล้วบิดผ้าอีกครั้ง ลูบถูที่ช่วงต้นขาลงไป เขาเอาผ้าลูบแค่เฉพาะส่วนที่โผล่พ้นชายกางเกงลงมาเท่านั้น“พี่คุณหิวมั้ยครับ เดี๋ยวดินทำอะไรให้กิน” เขาเช็ดตัวเสร็จแล้ว มองดูเวลาตอนนี้ดึกมากแล้ว ถ้าสั่งอาหารก็ไม่แน่ว่าจะมีร้านไหนส่ง“หิวครับ แต่ห้องพี่ตอนนี้ไม่น่าจะมีของสด” ที่ผ่านมาคุณอยู่คนเดียวมาตลอด จึงไม่คิดทำอาหารกินเอง“อืมมมม ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากที่ร้าน ถ้าผมสั่งอาหารจากที่ร้านให้คนมาส่งให้ได้มั้ยครับ” ถึงยังไงตอนนี้ที่ร้านก็ยังไ
“ต่อไปก็อย่าคิดเอายาเข้ามาในร้านอีก ไม่งั้นกูจะบอกให้เขาแปะรูปพวกมึงไว้ว่าห้ามเข้า” ดินยืนชี้หน้าใส่กลุ่มวัยรุ่นอีกสามคน“ถุ้ยยย เป็นแค่ลูกกระจ๊อกทำไมกูต้องกลัวมึงด้วย” วัยรุ่นคนหนึ่งเอ่ยดินเห็นว่าคนหนึ่งในพวกมันลุกขึ้นยืน ทำท่าจะเข้ามาสู้ต่อ “พอเถอะ มึงก็รู้ว่าสู้กูไม่ได้จะรั้นให้เหนื่อยทำไม”“เก่งแค่ไหน มึงก็สู้ไอ้นี่กูไม่ได้หรอก” ดินมัวแต่สนใจจะสู้กับคนตรงหน้า จนไม่เห็นว่าอีกคนแอบลอบมาทางข้างหลังพร้อมกับมีดพกฉึก!ความยาวส่วนปลายมีดราวสองนิ้วปักเข้าไปที่ต้นแขนแกร่งข้างซ้าย สายตาคมเหลือบขึ้นมองเจ้าของมีดที่ตอนนี้ตกใจกลัวจนหน้าซีด“ฮะ เฮียเหวิน” เจ้าของมีดลนลานวิ่งไปรวมกลุ่มกับเพื่อน“รู้จักกูด้วยเหรอ” คุณเอาแขนที่ว่างอีกข้างจับข้อมือดินไว้แล้วดึงให้มายืนหลบหลังเขา“ผะ ผม ผมไม่ได้ตั้งใจนะเฮีย ไอ้เหี้ยนี่มันกวนตีนผมก่อน” ไอ้คนที่เอามีดปักแขนคุณชี้ไปที่ดิน“มึงเรียกใครไอ้เหี้ย” คุณเดินเข้าไปหาเจ้าของมีด ใช้มือข้างที่ไม่เจ็บยกขึ้นฟาดใส่ปากมันจนเลือดกบปาก “คุณดิน ต่อไปมึงเจอเขาที่ไหนก็ให้เรียกแบบนี้”เสียงเข้มดุทรงอำนาจตวาดเสียงกร้าวด้วยความโกรธ ทำเอานักเลงกลุ่มนั้นปากสั่นมือสั่นเป็นลูก
“มึงไม่คิดว่าเป็นตัวมึงเมื่อในอดีตมั่งเหรอ” เขตแดนถามออกมาหลังจากที่ฟังเรื่องราวจากเพื่อน เขาไม่ใช่คนสายมูหรือชอบดูหมออะไร แต่เรื่องกรรมเก่าการเวียนว่ายตายเกิดอะไรแบบนี้เขาพอจะเชื่ออยู่“มึง เชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ” คเณศถาม“ก็นะ ของแบบนี้มันก็อยู่คู่คนไทยมานมนานไม่ใช่เหรอวะ” เขตแดนหันไปตอบเพื่อน“แล้วถ้าไม่เอาความรู้สึกของมึงคนในฝันล่ะ มึงในตอนนี้รู้สึกไงกับน้องมัน” คเณศเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจังขึ้น เมื่อเห็นว่าพี่ชายดูท่าจะอาการหนัก“ก็นี่แหละที่กูคิด ที่กูเครียดอยู่ตอนนี้” เขาถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะหันไปที่เขตแดน “แล้วมึงล่ะเป็นอะไร เมื่อคืนกูเห็นมึงหิ้วแฟนคลับนัมเบอร์วัน ที่มาเฝ้ามึงร้องเพลงทุกคืนไปนี่”“เออ” เขตแดนตอบสั้น ๆ“แล้วยังไง ไม่เด็ดเหรอวะ หรือว่าน้องมันคิดจะแบล็คเมลล์” คเณศเบนเข็มไปต่อที่เพื่อนรักอีกคนทันที “หรือน้องมันจับมึงกด”“พ่องสิ” เขตแดนยกมือขึ้นอยากจะฟาดเพื่อนสักปาบ ติดที่มันอยู่ไกลมือไปหน่อย“ไอ้สัด นั่นพ่อกูด้วย” คุณขยับตัวลุกจากพนักพิงโซฟา มานั่งคุยกันดี ๆ “แล้วไง มันต่างจากทุกทีตรงไหนมึงถึงต้องมานั่งถอนหายใจกับกูเนี่ย”“เล่าไปมันก็ฟังดูเหี้ยยังไงชอบกล” เข
ดินยังจำคำสอนของแม่ได้ หากเราจะเอาชนะคนที่ใจร้อน คนเสียงดังโวยวายให้ได้ เราต้องใจเย็นเข้าสู้ คนเสียงดังโวยวายกลัวที่สุดคือคนนิ่ง ใจเย็น พูดจามีเหตุผล“พี่รีบน่ะ แล้วเป็นไงกันบ้างกล้าพาดูถึงไหนแล้ว” คุณรีบเปลี่ยนเรื่องทันที“พี่คุณครับ เราเพิ่งแยกกันสักห้านาทีได้มั้งครับ เวลาแค่นี้จะให้ไปได้ไกลแค่ไหนครับ แค่แนะนำให้รู้จักคนในทีมยังไม่ถึงไหนพี่ก็เข้ามาแล้ว” กลิ่นดินค่อย ๆ บอกอย่างใจเย็น“อ้อ... ก็จริง” เป็นครั้งแรกที่คุณหน้าเจื่อนลง วางหน้าไม่ถูกต่อหน้าลูกน้อง เอาว่าตั้งแต่เกิดมาก็เป็นคนนิ่งขรึม ไม่สนใจใครมาตลอดแต่กับดินที่เพียงเจอครั้งแรกในฝัน เขาก็รู้สึกได้เลยว่าต้องยอมคนคนนี้ทุกอย่าง ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะเป็นตามที่ฝัน กระทั่งได้เจอกันเมื่อวานยิ่งพบ ยิ่งเจอ ยิ่งได้พูดคุยกันก็ยิ่งรู้สึกรักทั้งที่ตัวจริงไม่มีความหวาน ความน่ารักอย่างในฝันสักนิด“พี่คุณกลับห้องทำงานก่อนเถอะครับ นะ” ดินฉีกยิ้มหวานช้อนสายตาขึ้นมองอ้อนเขาตรงคำว่านะทุกการกระทำของทั้งสองคนอยู่ในสายตาคนสนิทอย่างกล้า เป็นครั้งแรกที่กล้าเห็นว่าเจ้านายโดนน็อคจนนิ่งสนิทไป เหมือนเห็น KO. ตัวใหญ่แปะอยู่เต็มหน้าของเฮียเหวินอยากยกมือ
รอยยิ้มสดใสน่ารักที่ส่งไปให้กล้า ทำเอาคิ้วของคุณกระตุก ความรู้สึกหวงของตัวเขาในฝันถูกส่งมาถึงเขาคนนี้อีกแล้วสินะพอเห็นกล้ายกมือขึ้นรับไหว้ทักทายน้องกลับทั้งรอยยิ้มกว้าง รังสีอำมหิตของคุณก็แผ่ออกไปอย่างช่วยไม่ได้ ดีว่ากล้าสัมผัสมันได้ หันมามองหน้าเจ้านายก็เข้าใจจึงหุบยิ้มทันทีเมื่อวานตอนที่เห็นเจ้านายเสียท่าให้เด็กคนนี้แล้วอุ้มเข้าห้องไป เขาคิดว่าเจ้านายอาจจะแค่นึกสนุก อยากจะเล่น ๆ หรือเปล่าทว่าพอเห็นรังสีอำมหิตที่แผ่ออกขนาดนี้ ไหนจะสั่งให้มือขวาอย่างเขาคอยเฝ้าดูเด็กคนนี้ให้อีก ตอนนี้กล้าคิดว่าเข้าใจแล้ว ความมั่นคงในหน้าที่การงานของกล้า คงขึ้นอยู่กับความปลอดภัยของเด็กคนนี้สินะ “เอ่อ ยินดีครับน้อง...” สายตาเขาเหลือบมองอาการของเจ้านาย คิ้วขมวดแบบนั้นกล้าถึงกับกลืนน้ำอึกใหญ่ “ยินดีที่ได้ร่วมงานครับคุณดิน” “โห่พี่กล้า เรียกดินเฉย ๆ ก็ได้ครับ หรือจะเรียกไอ้ดิน น้องดินได้หมด” กลิ่นดินรีบบอก น้ำเสียงติดอ้อนเล็กน้อยเขาใช้มันบ่อย ๆ เวลาอยากให้คนที่โตกว่าเอ็นดู “พี่ เอ่อ เอ้ย ผมถนัดแบบนี้มากกว่าครับ แต่คุณดินเรียกผมได้ตามสะดวกนะครับ”







