เข้าสู่ระบบ6.หลบหน้าน้องสาวข้างบ้าน
รถยุโรปสีดำจอดนิ่งอยู่ที่หน้าร้านขายยาขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ศรัณย์หันมองร่างบางที่นั่งคุดคู้ข้างกาย มะปรางในตอนนี้ดูเปราะบางเหมือนแก้วที่พร้อมจะแตกสลาย สายตาของเธอเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย "รออยู่ในรถนะ พี่ไปไม่นาน" ศรัณย์เอ่ยเสียงนุ่ม เขาเปิดประตูลงไปเพียงครู่เดียว ก่อนจะกลับมาพร้อมถุงร้านยาและน้ำดื่มขวดใหม่ ศรัณย์แกะแผงยาเม็ดหนึ่งออกมาแล้วส่งให้เธอพร้อมน้ำ "ทานยานี่ซะ... ยาคุมฉุกเฉิน" เสียงทุ้มต่ำสะดุดไปนิดเมื่อต้องพูดคำนี้ "พี่ขอโทษที่ต้องให้ทาน แต่มันจำเป็นสำหรับเราในตอนนี้... ส่วนนี่เป็นยาแก้ปวดกับยาลดไข้ ทานดักไว้ก่อน เพราะเมื่อคืนเธอนอนน้อย ร่างกายอาจจะปรับสภาพไม่ทัน" มะปรางรับยามาถือไว้ มือสั่นเทาเล็กน้อย ความรู้สึกอัปยศแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอเมื่อเห็นประเภทของยา แต่มันก็คือความจริงที่เธอต้องยอมรับ... เธอรับยาเข้าปากแล้วดื่มน้ำตามเงียบ ๆ โดยไม่สบตาเขา ศรัณย์มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกผิดเต็มอก เขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะเธอเบา ๆ "พี่ไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้... แต่พี่สัญญาว่าจะจัดการทุกอย่างให้ถูกต้อง" แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมายังลานหน้าบ้านไม้ทรงไทยริมน้ำ รถยุโรปสีดำของศรัณย์จอดสนิท มะปรางก้าวลงจากรถด้วยท่าทางที่พยายามซ่อนความเหนื่อยล้า เสื้อสูทตัวใหญ่ของศรัณย์ที่คลุมไหล่เธอไว้ยิ่งทำให้เธอดูตัวเล็กและเปราะบาง ทว่า... ยังไม่ทันที่เท้าจะก้าวขึ้นบันไดเรือน เสียงแหลมสูงที่เจือความเย้ยหยันก็ดังขัดขึ้น “ตายจริง! มณีลดา“ วิยะดา ยืนเด่นอยู่บนชานเรือน ใบหน้าแต่งแต้มมาอย่างดีเหยียดสะยะยิ้ม แววตาจิกจ้องมองสภาพของมะปรางตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มประจบเมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงของศัลยแพทย์หนุ่มที่เดินตามลงมา “อุ๊ย! คุณหมอศรัณย์เองเหรอคะ ขอบคุณมากนะคะที่คุณหมออุตส่าห์เป็นธุระมาส่ง ‘ยัยเด็กใจแตก’ นี่ถึงบ้าน” วิยะดาเดินนวยนาดลงมา พลางทำท่าสะบัดพัดในมือ “ลำบากคุณหมอแย่เลยนะคะที่ต้องไปตามเก็บกวาดเด็กที่หนีเที่ยวจนค้างอ้างแรมกับผู้ชายข้างนอกแบบนี้ หายไปทั้งคืน... กลับมาในสภาพดูไม่ได้เลยนะยัยปราง!” มะปรางเม้มปากแน่นจนห่อเลือด น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาจุกที่อกเธอมองสบตาคุณน้าด้วยความน้อยใจ “คุณน้าคะ... ปรางไม่ได้...” “ไม่ต้องมาเถียง! เสื้อสูทนี่ก็ของใครล่ะ? ถ้าไม่ได้ทำเรื่องงามหน้า มีหรือจะกลับมาสภาพนี้” วิยะดาหันไปหาศรัณย์อีกครั้ง “คุณหมออย่าไปถือสาแกเลยนะคะ เด็กมันไม่รักดี ปล่อยตัวปล่อยใจจนเสียคนไปแล้ว ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่คุณหมอช่วยพามาส่ง ไม่อย่างนั้นฉันก็ไม่รู้จะไปตามหาที่ไหน ศรัณย์ยืนนิ่ง ใบหน้าของเขาเรียบเฉยจนดูเย็นชา แววตาภายใต้กรอบหน้าคมเข้มนั้นนิ่งลึกเสียจนมะปรางใจเสีย เขาไม่ได้แก้ต่างแทนเธอ ไม่ได้อธิบายเรื่องยา หรือเรื่องที่เขาเป็นคนพาเธอไปโรงแรมเอง ศรัณย์เพียงแค่ปรายตาดูมะปรางแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปพูดกับวิยะดาด้วยเสียงทุ้มเรียบ “ผมทำตามหน้าที่ครับคุณน้า... เห็นคนรู้จักตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ผมก็แค่ช่วยเหลือตามสมควร” คำว่า ‘ตามหน้าที่’ และ ‘ตามสมควร’ เหมือนเข็มเล่มเล็ก ๆ ที่ทิ่มแทงหัวใจมะปรางจนเหวอะหวะ เธอเงยหน้ามองแผ่นหลังกว้างของเขาด้วยความรู้สึกผิดหวัง... ที่แท้เขาก็เห็นเรื่องเมื่อคืนเป็นแค่หน้าที่ “ถ้าส่งถึงที่หมายแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ มีเคสผ่าตัดที่โรงพยาบาลต่อ” ศรัณย์เอ่ยจบก็หันหลังกลับขึ้นรถทันที มะปรางมองตามรถที่ขับเคลื่อนออกจากรั้วบ้านไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเบา ๆ ของวิยะดาที่ดังอยู่ข้างหู “เห็นไหมยัยปราง... คนระดับคุณหมอศรัณย์ เขาเห็นแกเป็นแค่ภาระที่ต้องกำจัดทิ้งเท่านั้นแหละ อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย!” ช่วงบ่ายของวัน แชทไลน์กลุ่ม ผลไม้เปรี้ยวหวาน น้ำหวาน: "พวกแก... เมื่อคืนใครเป็นไงบ้างวะ ฉันตื่นมาปวดหัวตึ้บเลย มึนมาก เดินไปเข้าห้องน้ำกลับมาพวกแกหายไปไหนกันหมดไม่รู้ ฉันเลยเรียกแท็กซี่กลับบ้านเนี่ย"ใจเจ้ากรรมกลับนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่นอนหน้าแดงอยู่ในห้อง VIP กับวิศรุต และสัมผัสเร่าร้อนที่เขาช่วยทั้งคืนแม้จำได้ไม่หมดแต่ก็เขินจนหน้าร้อนผ่าว มะนาว: "ฉันก็เหมือนกัน เดินหาพวกแกไม่เจอเลยวนกลับไปเอารถ ขับกลับคอนโดนอนยาว เพิ่งตื่นเนี่ย เหนื่อยชะมัด" ทั้งๆที่ตื่นมาในห้องทำงานของ พายุ สภาพกระเซอะกระเซิงจนต้องรีบแอบหนีออกมาตอนเขาหลับและทิ้งเงินไว้ให้500บาท มิ้น: "เมื่อคืนพี่ธีร์มาเจอพอดีน่ะ พี่เขาเลยพากลับมาส่ง... ไม่มีอะไรนะ พี่เขาแค่เป็นห่วงเฉยๆ" แต่ความจริง: ไปจบที่คอนโดธีร์ และความสัมพันธ์พัฒนาอีกขั้น ขณะมะปรางกำลังนอนกำแผงยาคุมฉุกเฉินในมือ และพยายามลบภาพสายตาที่ศรัณย์มองเธอตอนที่ ลึกซึ้ง กันออกจากหัว อีกมือรีบกดข้อความรัวๆ "อ้อ... ของฉันพอดีเจอพี่หมอศรัณย์ เขาแวะไปแถวนั้นพอดี เจอฉันเดินโซเซอยู่หน้าคลับเขาเลยรับกลับมาส่งถึงบ้านน่ะ ไม่มีอะไรหรอก พี่หมอก็ทำหน้ายักษ์ด่าฉันตามปกติแหละ" ในขณะ ทุกคนรัวนิ้วพิมพ์ว่า "ไม่มีอะไร" ลงในจอสี่เหลี่ยม แต่ในใจกลับมี ใครบางคน เข้าไปจองพื้นที่และทิ้งรอยประทับไว้อย่างแน่นหนา มิ้น: 'ทำไมพี่ธีร์ต้องอ่อนโยนขนาดนั้นนะ...’ น้ำหวาน: 'ไอ้หมาแก่วิศรุต... จริง ๆ เขาก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดนี่หว่า แต่ก็น่าโมโหที่มาเห็นสภาพแย่ ๆ ของฉัน!' มะนาว: 'นายพายุ... ไอ้คนเผด็จการ! อย่าให้เจอนะ จะเอาพู่กันจิ้มตาให้เขียวเลย!' มะปราง: เธอมองข้อความที่ตัวเองพิมพ์ไปก่อนจะวางโทรศัพท์ลงข้างตัว น้ำตาเม็ดเล็กหยดลงบนหมอนอีกครั้ง 'ทำไมต้องเป็นพี่หมอ... ทำไมคนที่ได้ปรางไปต้องเป็นคนที่เห็นปรางเป็นแค่ภาระมาตลอด พี่หมอจะรู้บ้างไหมว่าการที่พี่จะรับผิดชอบด้วยการ หมั้น โดยที่ไม่ได้รักกัน มันเจ็บปวดยิ่งกว่าการที่พี่ทิ้งปรางไปเฉย ๆ เสียอีก... ปรางไม่อยากเป็นภาระของพี่ไปตลอดชีวิตหรอกนะ‘ ช่วงเย็นศรัณย์ ในชุดกาวน์สีขาวนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน แสงไฟจากหน้าจอสมาร์ทโฟนสว่างวาบซ้ำแล้วซ้ำเล่าสะท้อนอยู่ในดวงตาคมกริบที่แฝงไปด้วยความรุ่มร้อน เขากดโทรออกเป็นครั้งที่สิบของชั่วโมง... แต่ปลายสายยังคงเป็นเพียงสัญญาณว่างเปล่าที่ไม่มีคนรับ ศรัณย์ถอนหายใจยาวพลางโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างหงุดหงิด เขาหยิบขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันไลน์อีกครั้ง นิ้วเรียวยาวเลื่อนดูข้อความที่เขาพยายามส่งหาเธอตั้งแต่ช่วงบ่าย Sarun: ทานยาหรือยัง? Sarun: เป็นยังไงบ้าง ปวดหัวไหม? Sarun: มะปราง ตอบพี่หน่อย Sarun: 18:15 น. Read (อ่านแล้ว) “อ่านแต่ไม่ตอบงั้นเหรอ...” ศรัณย์พึมพำ น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความกังวลที่ผสมกับความโมโห เขารู้ดีว่ามะปรางกำลัง หลบหน้า เธอพยายามจะทำเหมือนเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เกิดขึ้น พยายามจะกลับไปเป็น น้องสาวข้างบ้าน ที่แสนเจียมตัวคนเดิม แต่สำหรับเขา... ทุกสัมผัสและทุกเสียงของเธอเมื่อคืนมันเปลี่ยนทุกอย่างไปหมดแล้ว เขาไม่ใช่พี่ชายที่แสนดีอีกต่อไป และเธอก็ไม่ใช่เด็กน้อยที่เขาจะปล่อยให้หลุดมือไปได้อีก ขณะเดียวกัน มะปรางนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง จ้องมองโทรศัพท์ที่สั่นสะเทือนอยู่บนฟูกด้วยหัวใจที่บีบคั้นจนเจ็บ หน้าจอโชว์ชื่อ ‘พี่หมอศรัณย์’ พร้อมข้อความแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาไม่หยุด เธอกดเข้าไปดู... เห็นคำถามที่แสดงถึงความห่วงใย แต่มันกลับทำให้เธอน้ำตาร่วง “พี่หมอถามเพราะหน้าที่... หรือถามเพราะอะไรปรางกันแน่” มะปรางเม้มปากแน่น เธอเลือกที่จะกดอ่านเพื่อให้เขารู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ แต่เธอไม่กล้าพิมพ์ตอบ เพราะคำพูดของเขารุ่งเช้าที่บอกว่า 'พี่เป็นผู้ชายคนหนึ่ง พี่คุมตัวเองไม่ได้' มันยังวนเวียนอยู่อย่างนั้น มันตอกย้ำว่าเขาทำไปเพราะ สัญชาตญาณ ไม่ใช่เพราะ หัวใจ “ปรางจะตอบพี่หมอได้ยังไง... ในเมื่อปรางไม่อยากเป็นแค่คนที่พี่ต้องรับผิดชอบ” มะปรางสะอื้นเบา ๆ ก่อนจะตัดสินใจกดปิดเสียงโทรศัพท์แล้วซุกหน้าลงกับหัวเข่ามะปรางยืนกำซองเอกสารแน่น รู้สึกประหม่า"คุณพ่อคะ... คือเรื่องที่ปรางขอไปเรียนต่อที่ปารีส ปรางเตรียมแผนการเรียนกับงบประมาณมาให้คุณพ่อพิจารณาค่ะปรางสัญญาว่าถ้าเรียนจบจะกลับมาช่วยงานที่บริษัทให้เต็มที่..." ก้องภพขมวดคิ้ว พลิกดูเอกสารผ่านๆ"ปารีสเหรอ? มะปราง... พ่อว่ามันไกลไปหน่อยนะ แล้วช่วงนี้โปรเจกต์ใหม่ของบริษัทก็กำลังยุ่ง พ่ออยากให้เราอยู่ที่นี่ช่วยเป็นหูเป็นตาให้พ่อมากกว่า" มะปรางหน้าเสียเล็กน้อย"แต่คุณพ่อคะ หลักสูตรนี้มันดีที่สุดในสายงานนี้ ปรางอยาก..." วิยะดาเปิดประตูเข้ามาด้วยรอยยิ้มกว้าง ในมือถือถ้วยรังนก"คุยอะไรกันอยู่คะเสียงดังเชียว อ๋อ... เรื่องที่หนูมะปรางจะไปเมืองนอกใช่ไหมคะคุณก้อง" ก้องภพขมวดคิ้ว"คุณ.. รู้เรื่องนี้ด้วยเหรอ?" วิยะดาวางถ้วยรังนกลงบนโต๊ะ แล้วเดินไปบีบไหล่มะปรางเบาๆ อย่างสนิทสนม"รู้สิคะ น่าจะสนับสนุนแกนะคะคุณก้อง เด็กสมัยนี้ถ้าไม่ได้ภาษาหรือประสบการณ์ต่างประเทศจะเสียเปรียบเอาได้ อีกอย่าง... มะปรางโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ให้แกไปเปิดหูเปิดตาบ้างเถอะค่ะ" มะปรางมองวิยะดาด้วยความแปลกใจและซึ้งใจ"คุณน้าวิ... ขอบคุณนะคะที่เข้าใจปราง" วิยะดายิ้มหวานให้มะปราง ก่อนจ
8หน้าที่ “พี่หมอ... อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ ปรางขอร้อง” มะปรางกระซิบเสียงสั่น พลางเหลือบมองไปทางห้องนอนของแม่พัชราด้วยความกังวล “คุณแม่หลับแล้วจริงๆ ถ้าพี่เข้าไปตอนนี้ท่านจะตกใจนะคะ” ศรัณย์นิ่งไปครู่หนึ่ง เขาลดกระเป๋าหมอในมือลงแต่ยังไม่ยอมถอยห่าง “ได้... ในเมื่อบอกว่าคุณป้าหลับ พี่จะไม่เข้าไปกวน แต่ในฐานะหมอเจ้าของไข้ พี่ต้องถามอาการโดยละเอียดจาก ‘คนดูแล’ หน่อยว่าที่คุณบอกว่าไม่สบาย... อาการเป็นยังไง?” เขารุกคืบเข้ามาจนมะปรางต้องถอยหลังไปจนติดราวระเบียงไม้ ลมพัดแรงจากแม่น้ำเจ้าพระยาทำให้กลิ่นดอกจำปีและกลิ่นน้ำหอมสะอาดจากตัวศรัณย์ตีรวนกันจนมะปรางมึนงง “ก็... ก็มีไข้นิดหน่อยค่ะ แล้วก็เพลียๆ” มะปรางก้มหน้าตอบ ไม่กล้าสบตาคมกริบคู่นั้น “เหรอครับ...” ศรัณย์แค่นยิ้มเย็น มือหนาข้างหนึ่งยันราวระเบียงไว้ กักตัวร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนกลายๆ “แต่แปลกนะ มะปรางลืมไปหรือเปล่าว่าพี่แวะมาดูคุณป้าเมื่อวานตอนบ่าย อาการท่านปกติดีทุกอย่าง ความดันเสถียร ผลเลือดไม่มีอะไรน่าห่วง... หรือว่าพัลส์ของคนไข้จะเปลี่ยนไปเพียงแค่ชั่วข้ามคืน?” มะปรางเม้มปากแน่นจนห่อเลือด เธอรู้ตัวแล้วว่าความแตกอย่างยับเยิน “พี่ให
7ความรับผิดชอบ ตรวจร่างกาย หลังผ่านคืนวุ่นวายมาได้ 2 วัน หนุ่มๆ ก็นัดเจอกันในสภาพที่แต่ละคนมี รอยความเครียด และรอยรักปรากฏอยู่บนหน้า วิศรุตเอาแต่นั่งจ้องโทรศัพท์ ดูรูปโปรไฟล์ไลน์ของน้ำหวานวนไปวนมา "พวกมึง... กุว่ากุเป็นโรคติดต่อว่ะ วันก่อนกุเรียกเด็กที่คลับมา กุกลับรู้สึกหยึยๆ เข้าใกล้ใครไม่ได้เลย ในหัวแม่งมีแต่กลิ่นน้ำหอมยัยแมวเปรี้ยวนั่น... รสชาติของน้ำหวานนี่มันแซ่บจนกุกินคนอย่างอื่นไม่ได้เลยเหรอวะ" พายุไม่ได้พูดอะไร แต่เขาควัก ธนบัตร 500 บาทกับ กระดาษโน้ต ออกมาวางบนโต๊ะเสียงดังปัง! จนเพื่อนๆ สะดุ้ง "พวกมึงดู... ยัยนั่นหลอกด่ากูว่าเป็นผู้หญิงขายบริการยังไม่พอ ยังทิ้งตังค์ไว้ให้กู 500 เป็นค่าตัว! เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าตบหน้ากูด้วยเงินห้าร้อยแบบนี้มาก่อน... ยัยมะนาว! อย่าให้กูเจอตัวนะ กูจะคิดดอกเบี้ยให้ท่วมตัวเลย!" พายุเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่ในสายตาคือความแค้นที่ปนความหลงใหล ธีร์นั่งยิ้มกริ่มอย่างมีความสุขที่สุดในกลุ่ม "พวกมึงก็ใจเย็นๆ กันหน่อยสิ... ดูอย่างกูสิ ดูแลน้องมิ้นอย่างดี คืนนั้นกูไม่ให้น้องกลับบ้านหรอก สภาพนั้นอันตรายจะตาย" วิศรุตหันมาแขวะ "ดูแลดีจนต้องไปกว้านซื้
6.หลบหน้าน้องสาวข้างบ้าน รถยุโรปสีดำจอดนิ่งอยู่ที่หน้าร้านขายยาขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ศรัณย์หันมองร่างบางที่นั่งคุดคู้ข้างกาย มะปรางในตอนนี้ดูเปราะบางเหมือนแก้วที่พร้อมจะแตกสลาย สายตาของเธอเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย "รออยู่ในรถนะ พี่ไปไม่นาน" ศรัณย์เอ่ยเสียงนุ่ม เขาเปิดประตูลงไปเพียงครู่เดียว ก่อนจะกลับมาพร้อมถุงร้านยาและน้ำดื่มขวดใหม่ ศรัณย์แกะแผงยาเม็ดหนึ่งออกมาแล้วส่งให้เธอพร้อมน้ำ "ทานยานี่ซะ... ยาคุมฉุกเฉิน" เสียงทุ้มต่ำสะดุดไปนิดเมื่อต้องพูดคำนี้ "พี่ขอโทษที่ต้องให้ทาน แต่มันจำเป็นสำหรับเราในตอนนี้... ส่วนนี่เป็นยาแก้ปวดกับยาลดไข้ ทานดักไว้ก่อน เพราะเมื่อคืนเธอนอนน้อย ร่างกายอาจจะปรับสภาพไม่ทัน" มะปรางรับยามาถือไว้ มือสั่นเทาเล็กน้อย ความรู้สึกอัปยศแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอเมื่อเห็นประเภทของยา แต่มันก็คือความจริงที่เธอต้องยอมรับ... เธอรับยาเข้าปากแล้วดื่มน้ำตามเงียบ ๆ โดยไม่สบตาเขา ศรัณย์มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกผิดเต็มอก เขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะเธอเบา ๆ "พี่ไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้... แต่พี่สัญญาว่าจะจัดการทุกอย่างให้ถูกต้อง" แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงม
ริมฝีปากอุ่นนุ่ม ร้อนทาบทับลงมาบนปากเธออีกครั้งเขาเริ่มขบเม้มแรงขึ้น ลิ้นรุกล้ำเข้ามาในโพรงปาดแล้วค่อยๆดูดดึงปลายลิ้นชิมความหวานในโพรงปาก สร้างความสยิวให้เธอจนรู้สึกแทบขาดใจ”อือ..อือ..“เธอหลุดครางเสียงแผ่ว ร่างกายส่วนล่างบดเบียดที่ต้นขาของเธอ เธอรับรู้ได้ถึงความแข็งขัน มือหนาลูบไล้แผ่นหลังของเธอไล่ลงมาบีบเคล้นก้นงอนงาม ยิ่งเขาจูบแรงขึ้นน้ำหนักที่มือยิ่งแรงตามไปด้วย เธอร้อนไปทั้งตัวเบียดกายเข้าหาเขา“อือ..พี่หมอ..” เขาเลื่อนมือข้างหนึ่งมานวดเคล้นเต้างามยิ่งสร้างความวาบหวิวไปทั้งร่าง เขาถอนจูบและเลื่อนริมฝีปากมาครอบครองเต้างามกลมกลึง ยิ่งเพิ่มความเสียดเสียวให้เธอ เขาเลื่อนมืออีกข้างขยับมาลูบวนตรงกายสาวพร้อมขยี้ติ่งเสียวจนเธอเผลอครางออกมา “อือ..พี่หมอ..ศรัณย์”เธอหวีดร้องเหมือนขาดใจ “เจ็บนิดนึงนะ” นิ้วเรียวของเขารุกล้ำเข้ามาในร่องสาว เขาจูบซับเพื่อให้เธอคลายกังวลแล้วค่อยๆขยับนิ้วมือเข้า ออก เพื่อลดความเจ็บ ในช่องทางรักน้ำหวานยังคงไหลรินออกมาจนฉ่ำชื้น ศรัณย์เชยคางมนขึ้นมาเพื่อให้เธอหันมาสบตากับเขาตรงๆ ดวงตาคมกริบของเขาไหวระริก เต็มไปด้วยความรักที่ปิดบังไม่มิดและความโหยหาที่รอคอยมาแส
ภายในรถสปอร์ตคันหรูเต็มไปด้วยความอึดอัดที่แทบจะระเบิดออกแสงไฟจากข้างทางที่พาดผ่านเข้ามาเป็นระยะ เผยให้เห็นร่างเล็กที่กระสับกระส่ายอยู่บนเบาะข้างคนขับ มะปรางพยายามขดตัวเข้าหาความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ มือบางจิกกำเบาะแน่นจนสั่นเทา เหงื่อเม็ดใสผุดซึมเต็มกรอบหน้าและลำคอระหงจนเส้นผมเปียกชื้น แก้มของเธอแดงซ่าน ลมหายใจที่พ่นออกมาแต่ละครั้งร้อนผ่าวจนคนข้างกายรู้สึกได้ ศรันย์จ้องมองถนนเบื้องหน้าด้วยแววตาเคร่งเครียด มือที่กุมพวงมาลัยบีบแน่นจนเส้นเลือดหลังมือปูดโปน เขาเหลือบมองมะปรางด้วยความสงสารและโกรธแค้นคนที่ทำกับเธอแบบนี้ แต่สิ่งที่เขารู้ดีที่สุดในตอนนี้คือ เขาพามะปรางกลับบ้านไม่ได้ ถ้าสภาพของเธอถูกพบเห็นในคฤหาสน์ เรื่องนี้จะกลายเป็นไฟลามทุ่งที่แผดเผาทุกอย่าง รวมถึงเกียรติของเธอด้วย เขาจึงตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าสู่โรงแรมหรูที่ใกล้ที่สุด จัดการจองห้องพักในนามส่วนตัวอย่างรวดเร็วเพื่อเลี่ยงความวุ่นวาย เมื่อถึงห้องพัก ศรันย์ประคองร่างที่แทบจะไร้เรี่ยวแรงของมะปรางให้นอนลงบนเตียงกว้าง เขาเร่งมือจัดการทุกอย่างตามที่สติที่เหลืออยู่จะนึกได้ “ดื่มน้ำหน่อยนะมะปราง... ทานยานี่เข้าไปด้วย มันจะช่ว







