LOGINริมฝีปากอุ่นนุ่ม ร้อนทาบทับลงมาบนปากเธออีกครั้งเขาเริ่มขบเม้มแรงขึ้น ลิ้นรุกล้ำเข้ามาในโพรงปาดแล้วค่อยๆดูดดึงปลายลิ้นชิมความหวานในโพรงปาก สร้างความสยิวให้เธอจนรู้สึกแทบขาดใจ”อือ..อือ..“เธอหลุดครางเสียงแผ่ว
ร่างกายส่วนล่างบดเบียดที่ต้นขาของเธอ เธอรับรู้ได้ถึงความแข็งขัน มือหนาลูบไล้แผ่นหลังของเธอไล่ลงมาบีบเคล้นก้นงอนงาม ยิ่งเขาจูบแรงขึ้นน้ำหนักที่มือยิ่งแรงตามไปด้วย เธอร้อนไปทั้งตัวเบียดกายเข้าหาเขา“อือ..พี่หมอ..” เขาเลื่อนมือข้างหนึ่งมานวดเคล้นเต้างามยิ่งสร้างความวาบหวิวไปทั้งร่าง เขาถอนจูบและเลื่อนริมฝีปากมาครอบครองเต้างามกลมกลึง ยิ่งเพิ่มความเสียดเสียวให้เธอ เขาเลื่อนมืออีกข้างขยับมาลูบวนตรงกายสาวพร้อมขยี้ติ่งเสียวจนเธอเผลอครางออกมา “อือ..พี่หมอ..ศรัณย์”เธอหวีดร้องเหมือนขาดใจ “เจ็บนิดนึงนะ” นิ้วเรียวของเขารุกล้ำเข้ามาในร่องสาว เขาจูบซับเพื่อให้เธอคลายกังวลแล้วค่อยๆขยับนิ้วมือเข้า ออก เพื่อลดความเจ็บ ในช่องทางรักน้ำหวานยังคงไหลรินออกมาจนฉ่ำชื้น ศรัณย์เชยคางมนขึ้นมาเพื่อให้เธอหันมาสบตากับเขาตรงๆ ดวงตาคมกริบของเขาไหวระริก เต็มไปด้วยความรักที่ปิดบังไม่มิดและความโหยหาที่รอคอยมาแสนนาน “พี่ศรัณย์...” เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงสั่นพร่า ดวงตาที่คลอด้วยหยาดน้ำตาจ้องมองเขาด้วยความซาบซึ้ง “ขอบคุณนะคะ... ขอบคุณที่ช่วยปราง” มะปรางโน้มคอเขาลงมา แล้วมอบจูบที่เต็มไปด้วยความต้องการและความเปราะบางให้กับเขา ศรัณย์หลับตาลงรับจูบที่ไม่ประสีประสานั้นด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เขาเลือกที่จะทิ้งความเจ็บปวดไว้ข้างหลัง แล้วสนองตอบเธอด้วยความอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ “ถ้าเธออยากให้พี่ ช่วย พี่ก็จะช่วย...และพี่จะทำมันให้ดีที่สุด จนเธอ ไม่มีวันลืม” ศรัณย์ขยับกายเข้าบดเบียด ความปรารถนาที่สะสมมานานถึงจุดที่ไม่สามารถย้อนกลับได้อีกต่อไป เขาประคองเรียวขาคู่สวยให้แยกออก ก่อนจะแทรกตัวตนความแข็งแกร่งเข้าสู่ใจกลางความเป็นสาวที่แสนบอบบาง ความคับแน่นนั้นทำให้เขาต้องหยุดชะงักลงเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงต้านทานที่บ่งบอกถึงความบริสุทธิ์ "กึก..." มะปรางสะดุ้งสุดตัว ความเจ็บแปลบที่แล่นพล่านทำให้เธอต้องสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกสั่นกระเพื่อม น้ำตาเม็ดโตหยดลงที่หางตาด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่กึ่งขัดเขินกึ่งทรมาน มือบางเผลอจิกปลายเล็บลงบนไหล่แกร่งเพื่อระบายความคับแน่นที่เกิดขึ้นภายใน "ไม่เป็นไรนะปราง... ไม่ต้องเกร็ง พี่อยู่นี่แล้ว" ศรัณย์กระซิบเสียงพร่าพลางเกลี่ยน้ำตาให้เธออย่างทะนุถนอม เขาโน้มตัวลงจูบซับปลอบขวัญ ริมฝีปากบางเผยออกยอมรับสัมผัสร้อนแรงที่สอดแทรกเข้ามาอย่างนุ่มนวล มือหนาบีบเค้นดอกบัวคู่งามอย่างแผ่วเบาเพื่อปลุกเร้าอารมณ์กระเจิดกระเจิงให้กลับมาสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว เมื่อความอ่อนนุ่มเริ่มปรับยืดหยุ่นยอมรับการมีอยู่ของเขา ศรัณย์จึงค่อยๆ ดันตัวตนเข้าหาจนสุดทางรัก "ปราง... พี่รักปรางนะ" เขากระซิบพลางซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่น สะโพกแกร่งเริ่มขยับขับเคลื่อนในจังหวะที่นุ่มนวลทว่าหนักแน่น เน้นย้ำทุกสัมผัสให้ตราตรึงลงไปในความทรงจำ จากความเจ็บปวดในตอนแรกค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรัญจวนใจที่แสนวิเศษจนมะปรางกลั้นเสียงครางไว้ไม่ไหว "อื้อออ... พี่ศรัณย์ ปราง... ปรางเสียว" จังหวะรักเริ่มทวีความร้อนแรงเมื่อพายุอารมณ์โหมกระหน่ำ ศรัณย์ถาโถมกายเข้าใส่ตามสัญชาตญาณรัก ร่างบางสั่นสะท้านตอดรัดความแข็งแกร่งไว้แน่นก่อนจะเกร็งกระตุกเบาๆ เมื่อความสุขสมเดินทางมาถึงขีดสุด สมองของมะปรางขาวโพลนราวกับล่องลอยอยู่ในม่านเมฆขาว ศรัณย์กอดร่างที่อ่อนระทวยไว้แน่น ปล่อยหยาดธารความรักให้ไหลรินหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเธอ เขาจูบซับเหงื่อตามกรอบหน้าด้วยความรักใคร่สุดหัวใจ ฤทธิ์ยาหรือจะสู้ฤทธิ์รักที่ซ่อนเร้นมานานปี บทบรรเลงแห่งความสิเน่หาจึงดำเนินต่อไปครั้งแล้วครั้งเล่าภายใต้แสงดาวที่โอบล้อมคนทั้งคู่ไว้ในอ้อมกอดของกันและกัน แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่าน กระทบเข้ากับเปลือกตาบางที่บวมช้ำ มะปราง ค่อยๆ ลืมตาขึ้นด้วยความรู้สึกหนักอึ้งเหมือนมีหินถ่วงไว้ที่อก ความทรงจำเมื่อคืนไหลย้อนกลับมาเป็นฉากๆ... ทั้งแสงสี เสียงเพลงที่อื้ออึง และสัมผัสอันเร่าร้อนจากผู้ชายที่เธอแอบรักมาทั้งชีวิต "อื้อ..." หญิงสาวขยับกายหมายจะลุก แต่ความเจ็บแปลบที่กึ่งกลางลำตัวทำให้เธอต้องนิ่วหน้า หยาดน้ำตาเม็ดแรกไหลซึมออกมาอย่างห้ามไม่ได้ "จะรีบไปไหนครับ..." เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้นข้างใบหู ศรัณย์ ขยับตัวลุกขึ้นมองเธอ สายตาที่เคยเฉยชาและมั่นคงบัดนี้สั่นไหวด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก "พี่หมอ... ทำไมทำแบบนี้" มะปรางรวบผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้าอกที่สั่นกระเพื่อม น้ำตาเริ่มพรั่งพรูออกมาจนมองหน้าเขาไม่ชัด "ปรางโดนยา... ปรางไม่มีสติ แต่พี่หมอมี! พี่เป็นหมอนะคะ... ทำไมไม่ช่วยปรางด้วยวิธีอื่นที่มัน... ที่มันไม่ต้องจบลงแบบนี้!" ศรัณย์ถอนหายใจยาวพลางลุกขึ้นพิงหัวเตียง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน "วิธีอื่นมันเอาไม่อยู่ มะปรางก็เห็น... และที่สำคัญ พี่ก็เป็นแค่ 'ผู้ชาย' คนหนึ่งนะปราง พี่เห็นคนที่พี่... คนที่พี่ดูแลมาตลอดอยู่ในสภาพนั้น พี่ก็คุมตัวเองไม่ได้เหมือนกัน" มะปรางเม้มปากแน่นจนห่อเลือด คำว่า "รัก" ที่เธอโหยหาอยากได้ยิน เขากลับเลี่ยงไปใช้คำว่า "ดูแล" มันเจ็บยิ่งกว่าตอนที่เขานิ่งเฉยเสียอีก "พี่หมอจะบอกว่ามันคือ 'อุบัติเหตุ' ใช่ไหมคะ? โอเคค่ะ... ปรางเข้าใจ" เธอแค่นยิ้มทั้งน้ำตาที่อาบแก้ม "งั้นเราก็ลืมมันไปเถอะค่ะ ลืมว่ามันเคยเกิดขึ้น... ถือว่าปรางฟาดเคราะห์ไปก็แล้วกัน!" "ลืมเหรอ?" ศรัณย์คว้าข้อมือเล็กไว้ทันควัน แรงบีบนั้นย้ำเตือนว่าเขาเองก็กำลังโกรธ "มะปรางคิดว่าคนอย่างพี่ทำแล้วจะยอมให้มันผ่านไปเฉยๆ หรือไง? พี่จะรับผิดชอบปราง พี่จะไปคุยกับพ่อเราเอง" "ไม่! ปรางไม่ต้องการความรับผิดชอบที่มาจากความสงสาร!" มะปรางสะบัดมือออกสุดแรง เสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจดังระงมไปทั่วห้อง "ถ้าพี่ไม่ได้รักปราง ก็อย่าเอาโซ่ที่ชื่อว่าความรับผิดชอบมาล่ามปรางไว้เลย... ปรางไม่อยากเป็นเมียที่ได้มาเพราะความผิดพลาด... ปรางไม่อยากมีจุดจบเหมือนแม่!" คำพูดนั้นเหมือนตบหน้าศรัณย์อย่างแรงจนหน้าหัน ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทั้งห้องมีเพียงเสียงสะอื้นของหญิงสาวที่บาดลึกเข้าไปในใจคนฟัง มะปรางรีบคว้าเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไปทันที ทิ้งให้หมอหนุ่มนั่งนิ่งอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกผิดที่ท่วมท้น... เขารักเธอ รักจนไม่รู้จะบอกอย่างไร แต่เขากลับเริ่มต้นมันด้วยวิธีที่ผิดที่สุด... และทำลายหัวใจคนที่เขาอยากปกป้องที่สุดด้วยมือของเขาเอง ’ปรางพี่..ขอโทษ‘มะปรางยืนกำซองเอกสารแน่น รู้สึกประหม่า"คุณพ่อคะ... คือเรื่องที่ปรางขอไปเรียนต่อที่ปารีส ปรางเตรียมแผนการเรียนกับงบประมาณมาให้คุณพ่อพิจารณาค่ะปรางสัญญาว่าถ้าเรียนจบจะกลับมาช่วยงานที่บริษัทให้เต็มที่..." ก้องภพขมวดคิ้ว พลิกดูเอกสารผ่านๆ"ปารีสเหรอ? มะปราง... พ่อว่ามันไกลไปหน่อยนะ แล้วช่วงนี้โปรเจกต์ใหม่ของบริษัทก็กำลังยุ่ง พ่ออยากให้เราอยู่ที่นี่ช่วยเป็นหูเป็นตาให้พ่อมากกว่า" มะปรางหน้าเสียเล็กน้อย"แต่คุณพ่อคะ หลักสูตรนี้มันดีที่สุดในสายงานนี้ ปรางอยาก..." วิยะดาเปิดประตูเข้ามาด้วยรอยยิ้มกว้าง ในมือถือถ้วยรังนก"คุยอะไรกันอยู่คะเสียงดังเชียว อ๋อ... เรื่องที่หนูมะปรางจะไปเมืองนอกใช่ไหมคะคุณก้อง" ก้องภพขมวดคิ้ว"คุณ.. รู้เรื่องนี้ด้วยเหรอ?" วิยะดาวางถ้วยรังนกลงบนโต๊ะ แล้วเดินไปบีบไหล่มะปรางเบาๆ อย่างสนิทสนม"รู้สิคะ น่าจะสนับสนุนแกนะคะคุณก้อง เด็กสมัยนี้ถ้าไม่ได้ภาษาหรือประสบการณ์ต่างประเทศจะเสียเปรียบเอาได้ อีกอย่าง... มะปรางโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ให้แกไปเปิดหูเปิดตาบ้างเถอะค่ะ" มะปรางมองวิยะดาด้วยความแปลกใจและซึ้งใจ"คุณน้าวิ... ขอบคุณนะคะที่เข้าใจปราง" วิยะดายิ้มหวานให้มะปราง ก่อนจ
8หน้าที่ “พี่หมอ... อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ ปรางขอร้อง” มะปรางกระซิบเสียงสั่น พลางเหลือบมองไปทางห้องนอนของแม่พัชราด้วยความกังวล “คุณแม่หลับแล้วจริงๆ ถ้าพี่เข้าไปตอนนี้ท่านจะตกใจนะคะ” ศรัณย์นิ่งไปครู่หนึ่ง เขาลดกระเป๋าหมอในมือลงแต่ยังไม่ยอมถอยห่าง “ได้... ในเมื่อบอกว่าคุณป้าหลับ พี่จะไม่เข้าไปกวน แต่ในฐานะหมอเจ้าของไข้ พี่ต้องถามอาการโดยละเอียดจาก ‘คนดูแล’ หน่อยว่าที่คุณบอกว่าไม่สบาย... อาการเป็นยังไง?” เขารุกคืบเข้ามาจนมะปรางต้องถอยหลังไปจนติดราวระเบียงไม้ ลมพัดแรงจากแม่น้ำเจ้าพระยาทำให้กลิ่นดอกจำปีและกลิ่นน้ำหอมสะอาดจากตัวศรัณย์ตีรวนกันจนมะปรางมึนงง “ก็... ก็มีไข้นิดหน่อยค่ะ แล้วก็เพลียๆ” มะปรางก้มหน้าตอบ ไม่กล้าสบตาคมกริบคู่นั้น “เหรอครับ...” ศรัณย์แค่นยิ้มเย็น มือหนาข้างหนึ่งยันราวระเบียงไว้ กักตัวร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนกลายๆ “แต่แปลกนะ มะปรางลืมไปหรือเปล่าว่าพี่แวะมาดูคุณป้าเมื่อวานตอนบ่าย อาการท่านปกติดีทุกอย่าง ความดันเสถียร ผลเลือดไม่มีอะไรน่าห่วง... หรือว่าพัลส์ของคนไข้จะเปลี่ยนไปเพียงแค่ชั่วข้ามคืน?” มะปรางเม้มปากแน่นจนห่อเลือด เธอรู้ตัวแล้วว่าความแตกอย่างยับเยิน “พี่ให
7ความรับผิดชอบ ตรวจร่างกาย หลังผ่านคืนวุ่นวายมาได้ 2 วัน หนุ่มๆ ก็นัดเจอกันในสภาพที่แต่ละคนมี รอยความเครียด และรอยรักปรากฏอยู่บนหน้า วิศรุตเอาแต่นั่งจ้องโทรศัพท์ ดูรูปโปรไฟล์ไลน์ของน้ำหวานวนไปวนมา "พวกมึง... กุว่ากุเป็นโรคติดต่อว่ะ วันก่อนกุเรียกเด็กที่คลับมา กุกลับรู้สึกหยึยๆ เข้าใกล้ใครไม่ได้เลย ในหัวแม่งมีแต่กลิ่นน้ำหอมยัยแมวเปรี้ยวนั่น... รสชาติของน้ำหวานนี่มันแซ่บจนกุกินคนอย่างอื่นไม่ได้เลยเหรอวะ" พายุไม่ได้พูดอะไร แต่เขาควัก ธนบัตร 500 บาทกับ กระดาษโน้ต ออกมาวางบนโต๊ะเสียงดังปัง! จนเพื่อนๆ สะดุ้ง "พวกมึงดู... ยัยนั่นหลอกด่ากูว่าเป็นผู้หญิงขายบริการยังไม่พอ ยังทิ้งตังค์ไว้ให้กู 500 เป็นค่าตัว! เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าตบหน้ากูด้วยเงินห้าร้อยแบบนี้มาก่อน... ยัยมะนาว! อย่าให้กูเจอตัวนะ กูจะคิดดอกเบี้ยให้ท่วมตัวเลย!" พายุเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่ในสายตาคือความแค้นที่ปนความหลงใหล ธีร์นั่งยิ้มกริ่มอย่างมีความสุขที่สุดในกลุ่ม "พวกมึงก็ใจเย็นๆ กันหน่อยสิ... ดูอย่างกูสิ ดูแลน้องมิ้นอย่างดี คืนนั้นกูไม่ให้น้องกลับบ้านหรอก สภาพนั้นอันตรายจะตาย" วิศรุตหันมาแขวะ "ดูแลดีจนต้องไปกว้านซื้
6.หลบหน้าน้องสาวข้างบ้าน รถยุโรปสีดำจอดนิ่งอยู่ที่หน้าร้านขายยาขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ศรัณย์หันมองร่างบางที่นั่งคุดคู้ข้างกาย มะปรางในตอนนี้ดูเปราะบางเหมือนแก้วที่พร้อมจะแตกสลาย สายตาของเธอเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย "รออยู่ในรถนะ พี่ไปไม่นาน" ศรัณย์เอ่ยเสียงนุ่ม เขาเปิดประตูลงไปเพียงครู่เดียว ก่อนจะกลับมาพร้อมถุงร้านยาและน้ำดื่มขวดใหม่ ศรัณย์แกะแผงยาเม็ดหนึ่งออกมาแล้วส่งให้เธอพร้อมน้ำ "ทานยานี่ซะ... ยาคุมฉุกเฉิน" เสียงทุ้มต่ำสะดุดไปนิดเมื่อต้องพูดคำนี้ "พี่ขอโทษที่ต้องให้ทาน แต่มันจำเป็นสำหรับเราในตอนนี้... ส่วนนี่เป็นยาแก้ปวดกับยาลดไข้ ทานดักไว้ก่อน เพราะเมื่อคืนเธอนอนน้อย ร่างกายอาจจะปรับสภาพไม่ทัน" มะปรางรับยามาถือไว้ มือสั่นเทาเล็กน้อย ความรู้สึกอัปยศแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอเมื่อเห็นประเภทของยา แต่มันก็คือความจริงที่เธอต้องยอมรับ... เธอรับยาเข้าปากแล้วดื่มน้ำตามเงียบ ๆ โดยไม่สบตาเขา ศรัณย์มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกผิดเต็มอก เขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะเธอเบา ๆ "พี่ไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้... แต่พี่สัญญาว่าจะจัดการทุกอย่างให้ถูกต้อง" แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงม
ริมฝีปากอุ่นนุ่ม ร้อนทาบทับลงมาบนปากเธออีกครั้งเขาเริ่มขบเม้มแรงขึ้น ลิ้นรุกล้ำเข้ามาในโพรงปาดแล้วค่อยๆดูดดึงปลายลิ้นชิมความหวานในโพรงปาก สร้างความสยิวให้เธอจนรู้สึกแทบขาดใจ”อือ..อือ..“เธอหลุดครางเสียงแผ่ว ร่างกายส่วนล่างบดเบียดที่ต้นขาของเธอ เธอรับรู้ได้ถึงความแข็งขัน มือหนาลูบไล้แผ่นหลังของเธอไล่ลงมาบีบเคล้นก้นงอนงาม ยิ่งเขาจูบแรงขึ้นน้ำหนักที่มือยิ่งแรงตามไปด้วย เธอร้อนไปทั้งตัวเบียดกายเข้าหาเขา“อือ..พี่หมอ..” เขาเลื่อนมือข้างหนึ่งมานวดเคล้นเต้างามยิ่งสร้างความวาบหวิวไปทั้งร่าง เขาถอนจูบและเลื่อนริมฝีปากมาครอบครองเต้างามกลมกลึง ยิ่งเพิ่มความเสียดเสียวให้เธอ เขาเลื่อนมืออีกข้างขยับมาลูบวนตรงกายสาวพร้อมขยี้ติ่งเสียวจนเธอเผลอครางออกมา “อือ..พี่หมอ..ศรัณย์”เธอหวีดร้องเหมือนขาดใจ “เจ็บนิดนึงนะ” นิ้วเรียวของเขารุกล้ำเข้ามาในร่องสาว เขาจูบซับเพื่อให้เธอคลายกังวลแล้วค่อยๆขยับนิ้วมือเข้า ออก เพื่อลดความเจ็บ ในช่องทางรักน้ำหวานยังคงไหลรินออกมาจนฉ่ำชื้น ศรัณย์เชยคางมนขึ้นมาเพื่อให้เธอหันมาสบตากับเขาตรงๆ ดวงตาคมกริบของเขาไหวระริก เต็มไปด้วยความรักที่ปิดบังไม่มิดและความโหยหาที่รอคอยมาแส
ภายในรถสปอร์ตคันหรูเต็มไปด้วยความอึดอัดที่แทบจะระเบิดออกแสงไฟจากข้างทางที่พาดผ่านเข้ามาเป็นระยะ เผยให้เห็นร่างเล็กที่กระสับกระส่ายอยู่บนเบาะข้างคนขับ มะปรางพยายามขดตัวเข้าหาความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ มือบางจิกกำเบาะแน่นจนสั่นเทา เหงื่อเม็ดใสผุดซึมเต็มกรอบหน้าและลำคอระหงจนเส้นผมเปียกชื้น แก้มของเธอแดงซ่าน ลมหายใจที่พ่นออกมาแต่ละครั้งร้อนผ่าวจนคนข้างกายรู้สึกได้ ศรันย์จ้องมองถนนเบื้องหน้าด้วยแววตาเคร่งเครียด มือที่กุมพวงมาลัยบีบแน่นจนเส้นเลือดหลังมือปูดโปน เขาเหลือบมองมะปรางด้วยความสงสารและโกรธแค้นคนที่ทำกับเธอแบบนี้ แต่สิ่งที่เขารู้ดีที่สุดในตอนนี้คือ เขาพามะปรางกลับบ้านไม่ได้ ถ้าสภาพของเธอถูกพบเห็นในคฤหาสน์ เรื่องนี้จะกลายเป็นไฟลามทุ่งที่แผดเผาทุกอย่าง รวมถึงเกียรติของเธอด้วย เขาจึงตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าสู่โรงแรมหรูที่ใกล้ที่สุด จัดการจองห้องพักในนามส่วนตัวอย่างรวดเร็วเพื่อเลี่ยงความวุ่นวาย เมื่อถึงห้องพัก ศรันย์ประคองร่างที่แทบจะไร้เรี่ยวแรงของมะปรางให้นอนลงบนเตียงกว้าง เขาเร่งมือจัดการทุกอย่างตามที่สติที่เหลืออยู่จะนึกได้ “ดื่มน้ำหน่อยนะมะปราง... ทานยานี่เข้าไปด้วย มันจะช่ว







