Mag-log inวันนี้ผมบอกให้ไทม์มารับเพราะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นที่โรงเรียน
ย้อนกลับไปช่วงแรกที่ผมเข้าเรียนผมปิดแมสและสวมแว่นเป็นปกติ วันแรกทุกคนไม่เอะใจอะไรก็เข้าใจว่าผมไม่สบายและชวนผมคุยปกติพอนานวันเข้าหลายคนเริ่มเอะใจว่าทำไมผมไม่ยอมถอดแมสและสำคัญคือไม่ยอมไปกินข้าวด้วย เสียงซุบซิบนินทาต่างๆเริ่มหนาหูมากขึ้นๆว่าผมเป็นไอ่คนมืดมน อมทุกข์ หยิ่งหรือแม้กระทั่งบางคนถึงกับบอกว่าผมอัปลักษณ์ ในห้องเลยแบ่งออกเป็น2ฝ่ายคือเชื่อและไม่เชื่อ คนที่ไม่เชื่อก็พยายามจะเข้ามาเพื่อตีซี้แต่ผมเองที่ปิดกลั้นจนสุดท้ายเลยหาข้ออ้างว่าตัวเองเป็นวัณโรค วันต่อมาเสียงซุบซิบนินมาไม่ได้มีแค่ในห้องแต่กระจายไปทั่วโรงเรียน ทุกคนเลยไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ กันต์ม.6ห้อง3 ผมเลยมีฉายาไอ่กันต์วัณโรคตั้งแต่นั้นมา ผมรู้สึกแย่ในวันแรกแต่ถ้าเทียบกับสิ่งที่เจอมาถือว่าจิ๊บๆดีเสียอีกที่ไม่มีใครอยากเห็นหน้าตาไม่น่ามองนี้ เผลอๆถ้าถอดแมสออกอาจจะโดนหนักกว่าเดิมเหมือนที่ผ่านมาก็ได้ผมเลยคิดว่าดีแล้วที่เป็นแบบนั้น
เพราะงั้นผมถึงกลัวว่าวันนี้ไทม์จะโดนอะไรที่ เหมือนๆกันแล้วต้องรู้สึกแย่หรือเปล่า
บรื้นน บรื้นนน บิ๊กไบค์คันใหญ่ขับซิ่งมาแต่ไกลก่อนจะมาจอดตรงหน้า
พอมาถึงก็พยักหน้าเท่ๆให้ขึ้นรถ นี่ก็เลยไม่รอช้าสวมหมวกซ้อนท้ายอย่างว่าง่าย
ก่อนออกมาก็ไม่ลืมฝากเจ้าตูบไว้กับป้าพรรณเขาเป็นเจ้าของบ้านเช่าแถมยังรักหมาอีกต่างหากทีนี้เลยง่ายหน่อย เจ้าตูบช่วงนี้ไปอยู่กับป้าพรรณก่อนนะลูก
.
.
.
ก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียนก็เจอสายตาจากจากสาวๆใกล้ไกลทั่วทุกมุมจ้องตาเป็นมันเลยแถมเสียงซุบซิบยังไม่เหมือนซุบซิบเพราะมันดังจนก้องเข้ามาในหู
"คนนั้นไงๆที่เขาลือกันอ่ะ"
"ไหนๆ"
"ที่หล่อๆเดินกับพี่กันต์วัณโรคน่ะ" แม่งงอยากตบปากเด็กมันจังงวุ้ยย
"โหห สเปค เสร็จกูแน่"
"เห้ย!! ไปไหน"
สาวน้อยใจเด็ดเดินมาอย่างกล้าหาญ พี่ขอคารวะเลยใจน้องมันแน่มาก
"พี่ไทม์ใช่ไหมคะ" เอาแล้วน้องมันของจริง ผมมองหน้าไทม์ที่กำลังจ้องสาวน้อยหน้าตาน่ารักที่กำลังเดินมาตรงหน้าคิดว่าคงเป็นน้องใหม่ม.4ที่พึ่งเข้ามาเรียน
"..." ไทม์ไม่ตอบแต่ก้มหน้ามองทั้งยังเลิกคิ้วสงสัยว่าน้องคนนี้เป็นใคร ผมนี่ใจเต้นตุ้มๆต่อมๆแทนเลย
"หนูชอบพี่ค่ะเป็นแฟนกันไหมคะ" ใจน้องมันได้เว้ยเห้ยสู้ๆยัยหนู ผมแอบลุ้นตามว่าไทม์จะพูดว่าไงรู้สึกตื่นเต้นแทนเพื่อนยังไงไม่รู้เพราะผมเองก็ไม่เคยโดนสารภาพมาก่อน เคยแต่บอกชอบและถูกมองด้วยสายตาเย็นชาอย่างไร้เยื่อใยกลับมา
"ไม่อ่ะ" แพร้ง!! เสียงหน้าแตก ไทม์ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย โอ้วววคนหล่อมันเป็นอย่างงี้นี่เองขนาดมีสาวน้อยน่ารักมาสารภาพตรงหน้าก็ยังไม่สนใจ
ไทม์จับมือผมแล้วเดินไปปล่อยให้สาวน้อยอึ้งอยู่ตรงที่เดิม เพื่อนของเธอเดินมาปลอบใจผมเห็นอย่างนั้นเลยชูมือสองนิ้วสู้ๆเป็นกำลังใจให้ คนเรามันมีก้าวแรกเสมอแม่หนูใจเด็ด
และนั่นก็เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของวันเพราะวันนี้ตลอดทั้งวันไม่ว่าจะไปไหนก็เจอแต่คนมาขอเบอร์มาจีบไม่เว้นแม้แต้กับผู้ชายด้วยกันเองแต่ดูเหมือนไทม์จะไม่ได้สนใจแถมยังทำหน้าลำคานตลอดเวลาผมเลยคิดไปถึงสมัยม.ต้นที่ชอบนที หรือนทีก็จะลำคานแบบนี้แต่ต่างกันตรงที่ว่าหนุ่มๆสาวๆที่มาจีบไทม์ดันสวยหล่อกันหมดน่ะสิถึงโดนปฏิเสธไปก็คงมีคนปลอบใจไม่เหมือนกับผมที่โดนสายตารังเกียจ...ช่างมันเถอะมันผ่านมาแล้ว
"วันนี้กินไรดี" ผมเอ่ยปากถามขณะที่ไทม์กำลังหยิบขวดน้ำออกจากตู้ในร้านค้า
"ฉันอะไรก็ได้ นายล่ะอยากกินไร"
"จะกินแซนวิชแฮมไข่กับนม"
"ไม่เบื่อเหรอ"
"ก็เบื่อนะ แต่ไม่อยากกินข้าวโรงอาหาร"
จู่ๆไทม์ก็ฉุกคิดขึ้นมาถึงสาเหตุที่กันต์ต้องปิดใบหน้าของตัวเองไว้ตลอดว่ามันคืออะไรแต่ก็ยังไม่กล้าพอที่จะถามออกไป
"วันนี้นายกินข้าวคนเดียวได้ไหม" เพราะวันนี้ที่ประจำของผมน่าจะไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่
จากที่คิดว่าไทม์น่าจะรู้สึกแย่กับข่าวลือแต่ดูเขาเข้มแข็งมากกว่าผมเสียอีกที่สำคัญยังดูไม่สนใจไรอีกด้วยเป็นประเภทโนสนโนแคร์ของจริง
"แล้วนายจะไปกินที่ไหน" เขาเอ่ยถาม
"ว่าจะไปกินที่ห้องน่ะ ช่วงนั้นไม่น่าจะมีใครอยู่"
"ฉันไปด้วย กินโรงอาหารมันน่าลำคาน"
"อ่ะ เอางั้นเหรอ"
ผมหยิบแซนวิชแฮมไข่กับนมจืดเหมือนอย่างเช่นทุกวันมา ส่วนของไทม์เป็นเบอร์เกอร์หมู4ชิ้นกับน้ำเปล่า กินเก่งมากใจพี่แกช่วงเย็นคงไม่ยัดอะไรลงไปได้แล้วมั้ง
พอเดินมาถึงในห้องก็ไม่มีใครอยู่จริงๆด้วยทางโล่งสบายส่วนใหญ่พักเที่ยงพวกผู้ชายจะไปเล่นบาสไม่งั้นก็บอล สมัยม.ต้นถึงผมจะอ้วนแต่เล่นบาสเก่งมากนะส่วนเพื่อนผู้หญิงก็คงไปนั่งเมาท์ที่ไหนสักแห่งหรือไม่ก็อ่านหนังสือกันอยู่ห้องสมุด
"หันหลังให้หน่อย" ผมเดินเข้าไปในห้องก่อนจะหลบมุมอยู่หลังห้องเลือกมุมที่อยู่ใกล้ชั้นหนังสือฯเพราะเวลามีคนมาจะได้มองไม่เห็นผม
ไทม์เดินมานั่งข้างๆแล้วยอมหันหลังให้แต่โดยดีเขาไม่ได้เซ้าซี้ถึงเหตุผลหรืออะไรทั้งนั้นมันเลยทำให้ผมรู้สึกสบายใจ
ผมพิงแผ่นหลังกว้างๆของไทม์ เราหันหลังชนกันก่อนจะเริ่มแกะกินมื้อเที่ยงของวันนี้
"หน้ามีทองคำติดหรือไง ยุ่งยากจริงๆ" เขาบ่นอุบอิบแต่ก็หันหลังให้โดยที่ไม่หันมามอง
"ง่ำๆๆ ทำไมถึงไม่รับรักใครเลยล่ะ" ผมถามขณะที่กำลังเขี้ยวแซนวิชในปาก
"ก็ไม่ได้ชอบใคร"
"ถามหน่อยสิถ้าเกิดมีผู้ชายที่อ้วนแล้วก็ขี้เหร่มาสารภาพกับนาย นายจะทำไงเหรอ"
"ก็ปฏิเสธไป"
"เพราะเขาขี้เหร่เหรอ"
"ไม่ได้มองตรงนั้นนะที่ปฏิเสธเพราะแค่ยังไม่ชอบใคร"
"ขี้เหร่ก็ไม่รังเกียจเหรอ?"
"ไม่นะ สิทของเขา"
"สวยก็ไม่เอา หล่อก็ไม่ชอบ ขี้เหร่ก็ปฏิเสธอีก แล้วนายชอบคนแบบไหนอ่ะ"
"ก็ไม่แบบไหน แค่ไม่มองตรงนั้นถ้าชอบก็จะจีบเอง"
"อ๋ออ งี้เองแล้วถ้าชอบคนขี้เหร่ก็จะจีบเหรอ"
"ก็บอกว่าไม่ได้ดูตรงนั้นไง!!" เริ่มขึ้นเสียง
"อือ เข้าใจแล้ว" จู่ๆผมก็คิดขึ้นมาว่าถ้าผมจะเปิดเผยใบหน้านี้ให้เห็น เป็นไทม์คงจะไม่เป็นไร
"ไทม์ แล้วถ้าฉันหน้าตาดูไม่ได้เลยแย่มากล่ะยังอยากเป็นเพื่อนกันอยู่ไหม"
"เกี่ยวไร นายเป็นเพื่อนฉันจะหน้าเป็นยังไงก็เรื่องของนาย"
"ไทม์ หันหน้ามาหน่อยสิ" ผมคิดว่าถ้ามีคนได้เห็นใบหน้านี้แม้เพียงสักคนก็ยังดี อยากมีเพื่อนที่สามารถเปิดอกคุยกัน ไปเที่ยว กินข้าวดูหนังใช้ชีวิตแบบปกติเหมือนคนอื่นบ้าง
เขาหันมาจ้องมองผม ผมหลับตาหยิบแว่นออกจากใบหน้า
ภายใต้กรอบแว่นตาเผยให้เห็นดวงตาแมวกลมโตขนตางอลเรียงสวยไทม์มองดูสายตานั่นอย่างตั้งใจแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรรู้แค่ว่ามันสวยน่ามอง
"นายน่าจะใส่คอนแทคเลนส์แทนแว่น ตานายสวยมาก" เขาพูดมันด้วยความจริงใจ
"จริงเหรอ" ผมตกใจเล็กน้อยที่ได้ยินคำชมแต่ก็แอบยิ้มจนแก้มปริภายใต้แมสดำที่สวมทับอยู่ไม่เคยมีใครชมมาก่อนเลยก็เลยแอบเขิลอยู่หน่อยนึง หน่อยเดียวจริงจริ๊งงง"พรุ่งนี้จะใส่คอนแทคมานะ"
เอาล่ะอย่างน้อยไทม์บอกว่าตาสวย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าสวยแบบไหนเพราะตลอด4ปีผมไม่เคยส่องกระจกแล้วก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องในช่วงซัมเมอร์ทุกเทอม
ปิดเทอมที่ทุกคนไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนกันแต่ผมพาเจ้าตูบไปวิ่งเล่นช่วงเย็นแทน
"เห้ยมึง!! ได้ข่าวเปล่าว่าไทม์ห้องเราเยดุมาก" เเจน!!! เสียงแจนและเสียงเท้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆในขณะที่ผมกำลังจับสายคล้องหูเตรียมจะเปิดแมสและไทม์ที่กำลังตั้งใจมองแต่ก็ต้องหยุดไว้ก่อน
ผมใส่แว่นตากลับคืนที่เดิมก่อนจะชวนไทม์ไปนั่งโต๊ะเรียนประจำที่(เรียกสั้นๆว่านั่งที่)แต่ไทม์ชักผมกลับคืนทั้งยังทำปากชูๆให้ผมเงียบๆ...เพื่อออ!!!
"นายจะทำไร" ผมกระซิบกระซาบ
"ชู่ววว" นิ้วชี้แตะที่บ้านตัวเองเป็นสัญญาณให้ผมเงียบๆ
"ข่าวลือมันจะจริงป่าววะ" เสียงกี้กำลังใกล้เข้ามาด้วย
"เห็นลือกันว่าไทม์โครตเด็ด ง่ายด้วยนะ" พิงค์พูดเสริมพร้อมทั้งก้าวเข้ามาในห้อง
"แต่ที่กูเห็นไม่น่าใช่นะ เห็นไม่สนใจใครเลยหรือว่าเก๊ก?" กี้พูดขึ้น
"ถ้าอยากรู้มึงลองชวนไปที่ห้องดู" แจมเสริม
"เห้ยมึง เอาจริงดิ" กี้ทำเสียงตกใจแบบไม่ทันคิดว่าเพื่อนตัวเองจะเป็นขนาดนี้
"แค่แกล้งๆป่ะ ลองดูแต่ถ้าได้จริงกูไปเอง" ประโยคแรกทำกี้โล่งใจ แต่ประโยคหลังทำให้กี้รู้ว่าเพื่อนตัวเองเริ่มร่าน
"สัส กูไปด้วย" พิงค์พูดเสริมผมได้แต่คิดว่าโหห สาวๆห้องนี้แม่งสุด
ผมถึงได้รู้ว่าข่าวลือมันกระจายแบบใส่สีใส่ไข่เตลิดเปิดโปงไปหมดแล้ว ให้ตายสิ
กลับมาปัจจุบันนทียังคงจ้องผมเนิ่นนานโดยเฉพาะดวงตาเขามองอย่างพิจารณาก่อนจะเบิกตากว้างทำหน้าเหมือนนึกอะไรออกแล้วโผล่เข้ากอดผมจนผมตกใจ"เจอสักที...ขอโทษ..ขอโทษที่ทำตัวเย็นชาใส่มาตลอด..ขอโทษที่ทอดทิ้งนายไว้ลำพังนะต่อไปฉันจะไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว" ตอนแรกคิดว่าเขาจะตกใจแต่ไม่ใช่ เขากลับโผล่เข้ากอดด้วยหัวไหล่ที่สั่นไหวเบาๆเหมือนกำลังร้องไห้ราวกับสำนึกผิดและบอกเหตุผลถึงการย้ายมาเรียนที่นี่เพราะอยากจะพูดว่าคำว่าขอโทษให้ได้ "จะโกรธจะเกลียดก็ได้แต่ฉันขอโทษนายด้วยจริงๆกับสิ่งที่ฉันเคยทำ" ในตอนนั้นที่นทีเจออีกฝ่ายครั้งแรกคือเขากำลังโดนกลั่นแกล้งอย่างหนักตอนแรกก็ยืนมองอยู่เฉยๆแล้วคิดว่า 'ทำไมไอ่คนซื่อบื่อนั่นถึงไม่ยอมตอบโต้อะไรเลยสักที' จนตนทนไม่ไหวจึงต้องเข้าไปช่วย แต่ฝ่ายที่โดนต่อยยับกลับเป็นตัวเขาเองเพราะพวกนั้นคนเยอะกว่า แต่ตลกที่ว่าไอ่คนที่เขาบอกว่าซื่อบื่อกลับเป็นคนมาอุ้มเขาหนีไปเสียดื้อๆ ทั้งๆที่ต่อยยังไม่หนำใจเลยด้วยซ้ำ'ฮิๆ ขอบคุณนะ' ในตอนที่กันต์กล่าวขอบคุณ นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาพึ่งเห็นคนที่มีแววตาสวยและยิ้มสดใจเหมือนโลกทั้งใบเป็นสีชมพู และเขาก็เผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆที่โดนรังแกม
จิ๊บๆ เสียงนกร้องเป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่กึกก้องเข้ามาในโสตประสาทขณะที่ผมกำลังเคลิ้มหลับในห้วงแห่งความฝันเฮือกก ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำอันน่าอดสู นี่กูทำอะไรลงไปวะเนี่ย ก่อนจะส่ายหัวอย่างไม่น่าเชื่อ"ไม่จริงๆๆ มันไม่ใช่ความจริงใช่ไหม บอกทีว่ามันไม่จริ้งง ฮือๆๆ"ผมกระชากหมอนตบ ป้าบๆๆ ลงบนเตียงอย่างบ้าคลั่ง ไอ่บ้าๆๆๆตายซะ ตายซะะะ กูเนี่ยตายซะฮืออแล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะทีนี้ผมเดินเข้ามาในห้องน้ำก่อนส่องกระจกดูสารรูปตัวเอง คอมีรอยจ้ำแดงจิ๊ดนึง ส่วนหัวนมมีรอยฟันกัด ถ้าหลบหน้าหมอนั่นก็ต้องรู้อีกแล้วตามมาอีกตามเคย สรุปไม่มีประโยชน์อยู่ดี แล้วทำไมตอนทำไม่คิดเยอะๆให้ตายเถอะ เรื่องจูบในห้องน้ำก็ยังไม่ได้ถามนี่ยังจะมาซาบาเฮ้กันอีกกูจะบ้า"หวัดดีไทม์พอดีเมื่อคืนเราเมามากก็เลยเผลอตัวไปหน่อย" ไอ่บ้าเมาเหี้ยไร แดกแต่นม"ไม่ได้ๆเอาใหม่...หวัดดี เรื่องเมื่อคืนขอโทษนะ" แล้วจะขอโทษเรื่องอะไร กูไม่ผิด "โอ้ยๆๆ ไม่รู้ๆๆๆ ถ้าเจอหน้าก็แค่หวัดดีแค่นั้นพอ จบ! อย่าคิดมากทำตัวให้เป็นธรรมชาติ"ร่างเล็กกำลังทะเลาะกับตัวเองในกระจกมองดูลำคอและร่างกายก่อนจะเหลือบไปมองปากที่บวมเจ่อของตัวเองและใช้มือแ
"ขอนะ" สิ้นเสียงประโยคไทม์โน้มใบหน้าเข้ามาหาผมเรื่อยๆ นัยน์ตาคู่คมยังคงสบตาผมอยู่ตลอดจนกระทั่งริมฝีปากของเราสัมผัสกันผมตะลึงค้างตัวเกร็งแข็งทื่อไปหมดก่อนจะหลับตาปี๋ไม่กล้าสบตาหัวใจเต้นแรงโครมครามแทบจะระเบิดออกมา"อ้าปากหน่อย" เขาพูดทั้งที่ปากของเรายังคงสัมผัสกันอยู่แบบนั้น ผมเผยอปากตามคำสั่งโดยไม่รู้ตัวจู่ๆเรียวลิ้นก็สอดแทรกมาในโพรงปากตวัดโลมเลียจนเกิดเสียงเฉอะแฉะไปทั่วห้อง นิ้วทั้งห้าถูกกำเข้าหาฝ่ามือตัวเองแน่นด้วยความเกร็งสัมผัสที่ส่งมาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆเรียวลิ้นไล่ต้อนตวัดเลียด้านในปากจนผมหายใจไม่ทันได้แต่นิ่งครางอื้ออึงในลำคอพอเห็นว่าตัวเองเคลื่อนไหวอยู่ฝ่ายเดียวก็ทำให้รู้ว่านี่เป็นจูบแรกของอีกฝ่าย ไทม์ใช้มือประคองคออย่างเบามือและเอียงคอหาองศาที่จูบถนัดก่อนค่อยๆเปลี่ยนจากสัมผัสรุนแรงเมื่อครู่เป็นสัมผัสที่นุ่มนวลอ่อนโยนแทนให้คนตรงหน้าตามทันร่างเล็กยังคงแข็งทื่อแต่พอสัมผัสเปลี่ยนไปเขาก็เริ่มตามทันและหาจังหวะตวัดลิ้นกลับไป เขาเริ่มดุนดันลิ้นตัวเองให้สำรวจในปากของฝ่ายตรงข้ามบ้างอีกฝ่ายตกใจเล็กน้อยแต่ก็ตอบรับสัมผัสที่ร่างเล็กมอบให้และสอดประสานกลับไปพอเห็นว่าอีกฝ่ายเรียนรู้เร็วร่า
ปริบๆเปลือกตานวลเปิดขึ้นช้าๆก่อนจะเห็นภาพคนตรงหน้าที่จดจ้องตาไม่กระพริบ"ไทม์!!" ผมตกใจรีบกระเด้งตัวขึ้นอุส่าหลบหน้ามาทั้งวัน มาอยู่นี่ที่ได้ไงเนี่ย"หลบหน้าฉันทำไม" พูดด้วยน้ำเสียงดุ"ปะ...ป่าวไม่ได้หลบ" ผมเฉไฉรีบส่ายมือ"โกหก" เห็นอยู่ชัดๆว่าหลบ"ก็นาย..." จะให้พูดว่าไรอ่ะ ก็เขาจูบผมที่ห้องน้ำแล้วจะให้มองหน้ากันติดได้ไง"โกรธที่ฉันทำแบบนั้นกับนายเหรอ""ไม่ได้โกรธก็แค่..." "แค่?""รู้สึกแปลกๆ" ผมหลบตาพูดในหัวปรากฏภาพในห้องน้ำขึ้นมาอีกครั้งจนรู้สึกเขินสองแก้มค่อยๆขึ้นสีแดงระเรื่อไปจนถึงใบหูผิวหน้าที่ขาวยิ่งทำให้เห็นชัดว่าคนตัวเล็กกำลังเขิน ไทม์เห็นอย่างนั้นก็แอบยิ้มในใจแล้วแกล้งแหย่เล่น"แปลกยังไงหรอ?" เขาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้"..." ผมไม่กล้าสบตาจะให้บอกได้ยังไงว่าหัวใจมันเต้นแรงจนเหมือนจะระเบิดออกมาแล้วเอาแต่คิดถึงเรื่องนั้นซ้ำๆน่ะ เดี๋ยวได้โดนหาว่าเป็นโรคจิตพอดี ผมเลยบ่ายเบี่ยงกลับไปโดยการเอามือสองข้างปิดหูแล้วพูดว่า"ไม่รู้ๆๆๆๆๆ" จากนั้นก็เนียนๆลุกขึ้นเดินออกมา'ขืนอยู่ต่อมีหวังหัวใจได้ระเบิดจริงๆแน่'แต่เขาดันลุกเดินตามมาด้วยนี่สิทั้งยังพยามจะมากอดคอผมอีก ผมเลยได้แต่เบี่ยงตัวหลบไปม
ตึก ตึก ตึก ฝีเท้ารีบเร่งจูงข้อแขนไว้เน้นให้สาวเท้าเดินตามไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม แต่ถึงอย่างนั้นก็มาถึงจุดหมายที่คิดไว้ นั่นคือป่าหลังโรงเรียนเป็นที่ที่ต้องผ่านตึกล้างเข้าไปลึกๆถึงจะเจอ ด้านในเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่เขียวขอุ่มและยุงชุมเต็มไปหมดโดยรอบมีเสียงนก เสียงแมลงบินก้องไปทั่วให้ความรู้สึกค่อนข้างหลอนเลยทีเดียว เป็นที่ที่ปกติจะไม่ค่อยมีใครย่างกรายเข้ามาเว้นแต่พวกหนีเรียนที่มักจะมาปีนกำแพงข้ามไปเที่ยวอยู่บ่อยๆ เพราะถ้าเดินตรงไปอีกเรื่อยๆลึกเข้าไปจนสุดป่าก็จะเจอกำแพง สามารถปีนออกนอกโรงเรียนไปเที่ยวและกลับเข้ามาโดยที่ไม่มีใครรู้ได้ แต่ติดที่ว่าต้องทายากันยุงมาด้วยเพราะที่นี่ยุงชุมมาก"ปล่อย มันเจ็บ" ผมพยายามสะบัดมือที่อีกฝ่ายจับไว้แน่นแต่ก็ไม่ยอมหลุดสักที"รู้ไหมฉันรอนายหลังตึกล้างทุกวันเลย" โจพูดขึ้นทั้งยังยกยิ้มเจ้าเล่ห์"แม่นาคก็ไม่ใช่ จะรอทำไม" ผมตอบกลับแบบไร้ อารมณ์สุดๆ"ก็เพราะมึงทำกูแสบมากเลยไงคนสวย" เขาแสยะยิ้มก่อนจะกระชากมือที่จับไว้อย่างแรงจนผมเซถลาเข้าไปในอ้อมกอดตามด้วยการรัดผมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย"กูทำไรมึง ปล่อยยย!!" ผมตะคอกใส่พยามยามดีดดิ้นให้หลุดจากพันธนาการแต่ดูเหมือนย
ผลั่ก!! ไทม์ผลักผมเข้ามาในห้องน้ำสาธารณะที่โรงเรียนก่อนที่ตัวเองจะเข้ามาแล้วจัดการปิดประตู"เดี๋ยวจะทำอะ..อุบ" ไม่ทันได้พูดจบริมฝีปากเขาก็เข้าครอบงำจนผมตกตะลึงเบิกตากว้างลำตัวเกร็งจนไม่กล้ากระดิกไปไหน ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนผมไม่ทันตั้งตัว สมองผมกำลังประมวลสถานการณ์ตอนนี้แล้วได้คำตอบว่า 'นี่มันเกิดอะไรขึ้น'เขาถอนริมฝีปากออกช้าๆก่อนจะจ้องหน้าผมที่ตอนนี้นิ่งเงียบเป็นเป่าสาก"อืม อร่อยจริงด้วย" แล้วเขาก็พูดออกมาหน้าตาเฉยในขณะที่ผมกำลังสับสนวุ่นวายทะเลาะกับสมองตัวเองอยู่เงียบๆ 'เมื่อกี้อะไร จูบเหรอ ไม่มันเรียกแตะปาก ทำทำไม เขาแค่อยากลิ้มรสไอติม หรือไม่มีเงินซื้อเลยต้องทำแบบนี้ ห๊ะ ไม่จริงมั้งแท่ง15บาทเอง'"นะ..นายจนเหรอ" พูดอะไรออกไปวะเนี่ย"หืม" เขาเลิกคิ้วเหมือนกำลังงงว่าผมกำลังพูดอะไรที่ไม่เข้ากับสถานการณ์ตอนนี้เอาซะเลย"ฮ่ะๆ..เดี๋ยว..ไปซื้อ..ไอติมให้นะ..ฮ่ะๆ" ผมแค่นเสียงหัวเราะพูดจาตะกุกตะกักเป็นคำๆเกร็งจนทำตัวไม่ถูก นี่พูดไรออกไปวะ หยุดดิ้ก่อนจะยื่นมือไปเพื่อปลดกลอนประตูแต่ยังไม่ทันได้ทำก็ถูกไทม์จับมือไว้เสียก่อนอึก..น้ำลายอึกใหญ่กลืนลงคอ นี่เขาจะทำอะไร"อยากลองกินไอติมรสอื่นไ







![รรร...ก็แค่ตกกระไดพลอยโจน [mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)