Masuk"เด็กใหม่คนนั้นน่ะออกมาสิ"
"ไม่ต้อง!"
"ขอโทษด้วยนะครับพ่อเลี้ยงเขม เดี๋ยวผมจะตักเตือนให้มากกว่านี้"
"ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นแหละ เดี๋ยวฉันจะกลับแล้ว ออกรถได้" ใบเฟิร์นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันมาพูดกับเพลงขวัญด้วยความดีใจ
"ดีนะเนี่ยที่พ่อเลี้ยงเขมเขาไม่เอาเรื่องเธอน่ะ งั้นเรากลับที่พักกันเถอะ ไปรับของขวัญกัน"
"ค่ะ"
หลังจากที่เพลงขวัญรับของขวัญกลับมาที่ห้องแล้ว เพลงขวัญก็รีบต่อสายไปหาเวียงพิงค์ทันที
"นี่เวียงพิงค์ ถ้าเราทำสัญญาที่ไร่แล้วเราไม่สามารถออกได้แล้วใช่ไหม"
"ไม่ได้แล้วน่ะสิ ก็ทำสัญญาไปแล้วนี่นา ทำไมล่ะ? หรือว่าเธอไม่ไหวงั้นเหรอ"
"ก็ไม่เชิงหรอก แค่ลองถาม ๆ ดูน่ะ"
"มันยากแล้วน่ะสิ สัญญามันก็ระบุแล้วนี่นาว่าหนึ่งปี แล้วนี่จะทำยังไงดีล่ะ"
"ไม่ ๆ ฉันแค่ลองถามดูเฉย ๆ ไม่ได้คิดจะออกตอนนี้หรอกนะ"
"อ๋อ...โล่งอกไปที ก็นึกว่าเธอทำงานไม่ไหวแล้วเพราะเพิ่งทำวันแรกเอง แล้วเป็นยังไงบ้างล่ะงานหนักมากไหม แต่ฉันก็ไม่น่าถามเลยเนอะ งานมันก็ต้องหนักอยู่แล้วสิ"
"ฉันแค่ถามดูก่อนนะ ไม่ได้จะออกตอนนี้หรอก"
"โอเค ถ้าเธอมีอะไรหรือติดขัดอะไรก็บอกฉันได้ตลอดเลยนะ เดี๋ยวฉันจะปรึกษาลุงให้"
"ขอบใจมากนะเวียงพิงค์ ช่วยได้มากเลยล่ะ"
"แล้วนี่ของขวัญทำอะไรอยู่ล่ะ"
"วันนี้ที่ไร่เขาเรียกคนงานให้ลงไปต้อนรับพ่อเลี้ยงเขมน่ะ เพิ่งจะขึ้นมาที่ห้องนี่แหละ"
"แล้วนี่เป็นไงมั่ง ทำงานวันแรก"
"ก็ค่อนข้างหนักอยู่นะ แต่ก็คงมีแต่ต้องอดทนเท่านั้นแหละ เพื่อเจ้าตัวเล็ก"
"ยังไงฉันก็ขอเป็นกำลังใจให้เธอ สู้ ๆ นะ"
"ขอบใจมากนะเวียงพิงค์ งั้นเดี๋ยวฉันขอตัววางสายก่อนนะ เดี๋ยวจะพาของขวัญไปนอนแล้วล่ะ"
"โอเค ไว้คุยกันนะ" หลังจากที่วางสายแล้ว เพลงขวัญก็รู้สึกเครียดเป็นอย่างมาก ที่ต้องมาเจอกับผู้ชายที่ไร้เหตุผลอีกเป็นครั้งที่สองแบบนี้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าการที่เธอทำงานที่นี่จะเป็นผลดีกับตัวเองหรือเปล่า แต่ก็คิดว่าไม่มีทางอย่างแน่นอน
"แม่จ๋า แม่จ๋า" ของขวัญก็เอามือไปแตะที่เข่าของมารดา ก่อนจะจ้องไปที่มารดาด้วยความสงสัย "แม่จ๋าทำอะไยอยู่คะ"
"ขอโทษนะลูก พอดีว่าแม่คิดอะไรเพลินไปหน่อย แล้วนี่ของขวัญง่วงหรือยังคะ"
"หนูง่วงแย้วค่ะ"
"โอเคค่ะ งั้นเรามานอนกันนะคะ แต่ก่อนอื่นต้องทำอะไรก่อนนะ"
"แปรงฟันค่ะแม่จ๋า"
"เก่งมากค่ะ ต้องแปรงฟันก่อนนอนทุกวันนะคะ แม่เตรียมแปรงฟันไว้ให้หนูแล้ว เราออกไปแปรงฟันด้วยกันดีกว่าค่ะ"
"แม่จ๋า ที่นอนของหนูสวยไหมคะ"
"ที่นอนของหนูน่ารักมากเลยค่ะ แถมยังเป็นลายตุ๊กตาและก็นุ่มอีกต่างหาก คืนนี้หนูคงจะนอนฝันดีแน่เลยใช่ไหมคะ"
"ถ้าแม่จ๋ากอดหนูด้วยถึงจะนอนฝันดีค่ะ"
"แม่ก็กอดหนูทุกคืนอยู่แล้วนี่คะ หนูก็ต้องฝันดีทุกคืนเลยใช่ไหม"
"แม่จ๋า วันนี้หนูเย่นกับเพื่อนด้วยค่ะ หนูมีเพื่อนเย่นแย้วนะ"
"แล้วเพื่อนชื่ออะไรคะ"
"ไม่ยู้จักค่ะ"
"อ้าว? งั้นเหรอลูก วันหลังของขวัญก็ต้องถามชื่อของเพื่อนด้วยนะคะ"
"ค่ะแม่จ๋า"
"งั้นเราไปแปรงฟันกันดีกว่าค่ะ จะได้เข้านอนกันนะคะ"
"ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงได้มาทำงานที่ไร่ของฉัน"
"ผมก็ไม่ทราบเลยครับพ่อเลี้ยง พอดีหัวหน้าที่คุมโซนแปดเป็นคนรับเธอเข้ามาครับ จะให้ผมไปเรียกตัวมาไหม"
"คนที่รับเข้ามาไม่ได้ผิดหรอก มันผิดที่นายนั่นแหละสิงห์ นี่ฉันบอกให้แบล็กลิสต์ผู้หญิงคนนี้ทั่วเชียงใหม่ แต่ดันไม่แจ้งแบล็กลิสต์รายชื่อในไร่ของฉันเนี่ยนะ นายทำผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงเลยนะสิงห์"
"ผมขอโทษครับพ่อเลี้ยง ผมก็ไม่คิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะมาสมัครงานที่ไร่ของพ่อเลี้ยงด้วย"
"แล้วที่ให้ไปดูมา ได้เรื่องหรือยัง"
"ครับ พอดีว่าเธอเพิ่งเข้ามาสมัครงานเมื่อสองวันก่อน ตอนนี้ก็ประจำอยู่ไร่โซนที่ห้า แล้วก็มีคนที่ตามมาด้วยอีกหนึ่งคนครับ"
"อยู่สองคน? แต่ในข้อมูลทำไมให้พักอยู่ที่พักของผู้หญิงล้วนล่ะ ถ้าอยู่สองคนผัวเมียก็ต้องอยู่อีกอาคารสิ"
"เปล่าครับพ่อเลี้ยง อีกคนไม่ใช่สามีครับ แต่เป็นลูกสาว"
"ลูกสาวงั้นเหรอ?"
"ครับ"
"แต่ยัยนี่เซ็นสัญญาไว้หนึ่งปีนะ ถ้าเซ็นสัญญาแล้วก็ไล่ออกไม่ได้น่ะสิ"
"ผมขอโทษนะครับพ่อเลี้ยง เพราะไม่คิดว่าเธอจะมาสมัครงานที่นี่เหมือนกัน แต่ถ้าพ่อเลี้ยงยังไม่เซ็นอนุมัติก็ยังถือว่าไม่ใช่คนงานในไร่อย่างเต็มตัวนะครับ"
"งั้นนายก็ไปหาทางจัดการซะ ทำยังไงก็ได้เพื่อให้ยัยนั่นออกจากไร่ของฉันให้เร็วที่สุด สำหรับคนที่ฉันไม่ชอบหน้าแล้ว แม้แต่ในพื้นที่ไร่ ฉันก็ไม่อยากให้มาเหยียบด้วยซ้ำ"
"แต่ว่าพ่อเลี้ยงไล่ออกเลยไม่ได้เหรอครับ"
"นี่นายคิดว่าฉันจะสามารถไล่คนงานออกโดยที่ไม่มีความผิดอะไรเลยได้รึไง ถึงได้บอกให้นายไปจัดการอยู่นี่น่ะ"
"นั่นสิครับ ที่คนงานโดนไล่ออกก็เพราะทำผิดกฎ อ๋อ... ผมคิดออกแล้วครับ งั้นก็ต้องให้ผู้หญิงคนนั้นทำผิดกฎของเราให้ได้"
"กว่าจะฉลาดนะนาย ฝากจัดการด้วย ฉันให้เวลานายแค่หนึ่งสัปดาห์เท่านั้น แล้วก็รีบจัดการเฉดหัวออกยัยนั่นไปให้พ้นจากไร่ของฉันด้วย เพราะถ้าฉันไม่ชอบใครแล้วก็อย่าได้มาปรากฏตัวให้เห็นแม้แต่หางตา"
"นั่นสิครับ ก็เล่นไม่ไว้หน้าพ่อเลี้ยงขนาดนั้น ผมยังไม่เคยเห็นใครกล้าทำแบบนี้กับพ่อเลี้ยงเลยด้วยซ้ำ"
"นายออกไปได้แล้ว ฉันจะพักผ่อน"
"ครับพ่อเลี้ยง"
"แม่จ๋า หนูปวดท้อง"
"อดทนอีกนิดนะคะ เดี๋ยวก็จะมีคนออกมาจากห้องน้ำแล้วค่ะ อดทนก่อนนะคะคนเก่ง"
"หนูปวดท้อง"
"อดทนก่อนนะคะลูก ทนอีกนิดไหวไหมลูก" ของขวัญก็พยักหน้าพลางเม้มปาก แต่ก็อดทนเพราะมารดาเป็นคนบอกให้อดทน เพราะถ้าเป็นคำขอของมารดาแล้ว ไม่ว่าอะไรของขวัญก็ทำให้ได้ทุกอย่าง
ถึงแม้จะมีห้องน้ำจำนวนมากแต่คนที่อาศัยอยู่ก็มีมากเช่นกัน ถ้าต้องการจะเข้าห้องน้ำเวลาไหน บางครั้งก็ไม่สามารถทำอย่างที่ใจต้องการได้ ซึ่งการอยู่ร่วมกันจำนวนมากก็ทำให้เธอกับลูกใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ด้วยความลำบากไม่น้อย
"ห้องน้ำว่างแล้วล่ะลูก ไปเข้ากันค่ะคนเก่ง"
ห้านาทีต่อมา
"แม่จ๋า หนูอึเสร็จแย้วค่ะ"
"ได้เลยค่ะ เก่งมากเลยค่ะลูกสาวแม่ อดทนได้ดีมากเลยค่ะ หนูเก่งมากเลยลูก"
เพลงขวัญก็มองดูบุตรสาวด้วยความสงสารจับใจ พลางกลั้นน้ำตาที่เกือบซึมออกมา รู้สึกเสียใจที่ตัวเองไม่มีความสามารถมากพอที่จะดูแลลูกสาวให้ดีกว่านี้ได้ รู้สึกเสียใจที่ทำให้ลูกสาวต้องมาลำบาก ทั้ง ๆ ที่ตัวเองตัดสินใจจะเลี้ยงดูอย่างดีที่สุดแท้ ๆ แต่ก็ยังทำให้เด็กคนหนึ่งมีชีวิตที่สุขสบายไม่ได้ ซึ่งบางครั้งเธอก็อดคิดไม่ได้ว่าเธอดีพอที่จะเป็นมารดาของใครได้หรือยัง
เพลงขวัญก็อุ้มของขวัญออกมาจากห้องน้ำ ก่อนจะพาลูกสาวล้างมือให้สะอาด พลางมองดูคนตัวเล็กที่กำลังขยี้มือด้วยสบู่ด้วยความตั้งใจ
"แม่จ๋า หนูย้างมือเสร็จแย้วค่ะ"
"เก่งมากเลยค่ะ"
"แม่จ๋า ผ้าเช็ดมืออยู่ไหนคะ"
"เดี๋ยวเอาผ้าเช็ดหน้าของแม่ก็ได้ลูก แล้วนี่ใครสอนให้หนูเช็ดมือด้วยผ้าละคะ ปกติแม่จะเป็นคนเช็ดให้ตลอดนี่นา"
"ป้ายูนสอนค่ะ บอกว่าเวลาย้างมือแย้ว ต้องเช็ดมือให้สะอาดค่ะ"
"ป้ายูนสอนหนูเหรอคะลูก เก่งมาก ๆ เลยค่ะ"
"แม่จ๋าชมหนูหยอคะ"
"ใช่ค่ะก็หนูเก่งมากเลยนี่คะ ถ้าหนูเก่งแม่ก็จะชมหนูให้เยอะ ๆ เลยค่ะ แล้วนี่หิวหรือยังเอ่ย อยากจะไปหาป้ายูนหรือยังคะ"
"แม่จ๋าจะไปทำงานแย้วหยอคะ"
"ใช่ค่ะลูก วันนี้ก็ไปอยู่กับป้ายูนนะคะ แล้วแม่สอนว่ายังไงนะคะลูก"
"ไม่ดื้อ ไม่งอแง เชื่อฟังป้ายูนค่ะ"
"เก่งมาก ๆ ค่ะ แล้วแม่จะไปรับตอนเย็นนะคะ เดี๋ยววันนี้แม่จะซื้อขนมมาฝากหนูด้วย เพื่อเป็นรางวัลให้เด็กดี ดีไหมคะ"
"เย้...หนูยักแม่จ๋าที่สุดเยย"
"แม่จ๋า มีน้ำหย่นมาจากฟ้าเยอะเยยค่ะ""อันนี้เขาเรียกว่าน้ำฝนนะคะลูก""น้ำฝนหยอคะ""ใช่ค่ะลูก อันนี้เรียกน้ำฝนค่ะ แต่ถ้าน้ำฝนที่ตกรวมกันเยอะ ๆ แบบนี้เขาเรียกว่าฝนตกนะคะ""แย้วเยาจะกลับกันยังไงคะแม่จ๋า""ก็คงต้องรอให้ฝนหยุดตกก่อนนะจ๊ะลูก เพราะถ้าเราตากฝนอาจจะทำให้เป็นหวัดและไม่สบายค่ะ""แย้วถ้าฝนไม่หยุดตก เยาจะทำไงคะแม่จ๋า""ถ้าไม่หยุดก็ต้องรอจนกว่าจะหยุดค่ะ เพราะแม่จะไม่ยอมให้หนูตากฝนเด็ดขาดเลยลูก ถ้าหนูไม่สบายขึ้นมา แม่ต้องรู้สึกผิดแน่ ๆ เลย งั้นเราก็นั่งรออยู่ที่นี่สักพักนะคะ"เพลงขวัญก็เดินเข้าไปในตัวคฤหาสน์อีกครั้งพร้อมกับบุตรสาว แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเจ้าของไร่กำลังเดินมาตรงนี้พอดี"นี่เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านฉันทำไมอีก แค่ให้มานวด ไม่ได้มีอภิสิทธิ์ที่จะเดินเข้าออกบ้านนี้เมื่อไหร่ก็ได้นะ อย่าคิดว่าแม่ฉันให้ท้ายหน่อยแล้วเธอจะถือวิสาสะทำอะไรได้ตามใจชอบได้ล่ะ ออกไปเดี๋ยวนี้เลย! นี่มันบ้านฉัน คนงานอย่างเธอมีสิทธิ์อะไรมาทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของกัน""ขอโทษค่ะพ่อเลี้ยง ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ นะคะ ฉันจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ ของขวัญลูก เราออกไปกันเถอะค่ะ""ไหนแม่จ๋าบอกว่าไม่ควรตากฝนนี่คะ
"แม่จ๋า เยามาเที่ยวที่นี่อีกแย้วหยอคะ""ใช่ค่ะลูก หนูชอบหรือเปล่าคะ""แต่ว่าตอนนั้นแม่จะย้องไห้ด้วย แม่จ๋าจะเป็นอะไยไหมคะ""แม่ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะลูก แม่สอนว่ายังไงนะคะ ถ้ามาที่คฤหาสน์หลังนี้ต้องยกมือไหว้คุณนายกับพ่อเลี้ยงใช่ไหมคะ เพราะทั้งสองคนเป็นผู้มีพระคุณของเรา เพราะฉะนั้นแล้วระหว่างที่แม่ทำงานอยู่ หนูต้องนั่งรอที่โซฟาตรงนี้ได้ไหมคะ""ได้ค่ะแม่จ๋า หนูจะนั่งยอแม่จากตรงนี้ไม่เดินไปไหนเยยค่ะ""ดีมากค่ะคนเก่ง งั้นเดี๋ยวแม่เข้าไปนวดให้คุณนายก่อนนะคะ อ้อ...แล้วหนูก็อย่าเดินไปแตะต้องของมีค่าในบ้านหลังนี้นะลูก เราอย่าไปแตะต้องเพราะมันไม่ใช่ของเรานะคะ ถ้าเกิดว่ามันหลุดมือหรือเสียหายขึ้นมา เราไม่มีเงินมาจ่ายให้เขานะลูก""ได้ค่ะแม่จ๋า หนูจะไม่ดื้อค่ะ""ดีแล้วค่ะ ถ้าหนูไม่ดื้อและเชื่อฟังตามที่แม่บอก เดี๋ยวแม่จะพาหนูมาที่นี่ทุกครั้งเลย แต่ถ้าหนูดื้อ วันหลังแม่ก็จะไม่พาหนูมาที่นี่อีกแล้วนะคะ แล้วแม่ก็จะฝากหนูไว้กับป้าเฟิร์นแทน""หนูจะไม่ดื้อค่ะ ก็หนูอยากอยู่กับแม่จ๋า""ค่ะลูก งั้นแม่ไปก่อนนะคะ นั่งรออยู่ตรงนี้นะลูก ส่วนนมอยู่ในกระเป๋านะคะ ถ้าหนูหิวก็เอามาดื่มรอแม่นะคะของขวัญ"เด็กหญิงตัวเล็กก็
"จริงเหรอคะที่ว่าพี่ยูนป่วย""ใช่...พี่ป่วยมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ เมื่อวานทั้งวันพี่ก็รู้สึกไม่สบายตัวอยู่ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเป็นหนักขนาดนี้ ต้องขอโทษด้วยนะที่ต้องมาป่วยแบบนี้น่ะ" พะยูน เป็นคนงานที่ผันตัวมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กเพราะหลังจากมีบุตรก็ต้องเลี้ยงเอง ซึ่งมีสามีที่ทำงานในไร่ จึงรับจ้างทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กของคนงานในไร่ด้วย"ไม่เป็นไรเลยค่ะ เรื่องเจ็บป่วยมันช่วยไม่ได้อยู่แล้ว""ส่วนลูกของพี่ก็จะให้ไปนอนห้องของป้าไปก่อนน่ะ ไม่รู้ว่ากี่วันถึงจะหาย แต่พี่ว่าจะขอพักไปก่อนสักสามวัน แล้วนี่เพลงขวัญจะเอายังไงดีล่ะ ช่วงสามวันนี้ถ้าพี่พัก แล้วใครจะเลี้ยงของขวัญให้""นั่นสิคะ เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงก็ต้องไปทำงานแล้วด้วย หนูเตรียมตัวไม่ทันเลยค่ะว่าจะเอายังไงดี แถมเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ด้วย ถ้าลาเพื่อเลี้ยงของขวัญก็คงจะดูไม่ดีแน่ พี่ยูนพอจะแนะนำอะไรได้ไหมคะ""ความจริงเราสามารถเอาเด็กไปที่ไร่ได้นะ เพียงแต่ว่ามันจะร้อนแค่นั้นเอง ถ้าเด็กไม่ดื้อ ไม่วิ่งไปยุ่งกับเราระหว่างที่ทำงานด้วยก็คงไม่เป็นไรหรอก เพราะยังไงก็มีคนที่คอยดูแลในส่วนของอาหารกลางวันอยู่แล้วนี่ ยังไงก็สามารถฝากแม่ครัวที่โรง
สี่ปีก่อนเพลงขวัญกับรมิตาเป็นน้องใหม่ปีหนึ่งในคณะพยาบาลศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งสองคนรู้จักกันเพราะบังเอิญพักอยู่ที่หอพักเดียวกันและอยู่ข้างห้องกันด้วย ทั้งสองคนก็มักจะไปมาหาสู่กันตลอด เวลาจะไปไหนก็ไปด้วยกันเสมอ จึงค่อนข้างสนิทกันพอสมควร"ขวัญ...แย่แล้วล่ะ""มีอะไรหรือเปล่าขิม ทำไมเธอถึงทำสีหน้าแบบนั้นล่ะ เรื่องแย่อะไรของเธอ เป็นเรื่องใหญ่หรือเปล่า เธอบอกฉันมาได้ไหม""แย่แล้วล่ะขวัญ ฉะ...ฉันท้อง""เดี๋ยวนะ จะล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย มีอะไรจะพูดก็รีบพูดมา แต่ไม่ต้องอำกันแรงแบบนั้นก็ได้นะ""ฉันไม่ได้พูดเล่นนะขวัญ ฉันท้องจริง ๆ""อะไรกัน นี่เธอพูดจริงเหรอ" เพลงขวัญก็รีบจ้องตาของเพื่อนเพื่อหาความผิดปกติในสายตาคู่นั้น แต่กลับมีแต่ใบหน้าที่แสดงความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ราวกับไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นกันเลย "นะ...นี่เธอเอาจริงเหรอ นี่เธอท้องจริง ๆ เหรอขิม แต่เราเพิ่งเรียนปีหนึ่งเองนะ เทอมสองเรายังเหลือเวลาอีกแค่สี่เดือน เราก็จะจบปีหนึ่งกันแล้วนะขิม นี่มันอะไรกันน่ะ""ฉันพลาดเองแหละเพราะคิดว่าคงไม่มีอะไรก็เลยไม่ได้ป้องกัน จนตอนนี้ฉันท้องได้สองสัปดาห์แล้ว พอดีเมื
"คนนี้คือใครเหรอคะพี่เฟิร์น""คนนี้เป็นแม่ของพ่อเลี้ยงน่ะ""คือฉันเพิ่งโดนไล่ออกค่ะ ต้องเก็บข้าวของให้หมดภายในพรุ่งนี้ แต่ว่าฉันจะมาขอร้องพ่อเลี้ยงว่าจะขอทำงานที่นี่ต่อไปได้ไหมคะ คือฉันขอโอกาสทำงานที่นี่ต่อได้ไหม ไม่อย่างนั้นฉันจะต้องแย่แน่ ๆ ถ้าแค่ตัวฉันเองคนเดียว ฉันยังไม่ห่วงเลยค่ะ แต่ฉันยังมีลูกอีกคนที่ต้องดูแลด้วย ถ้าเกิดว่าไม่ได้ทำงานที่นี่ต่อ ฉันก็จะไม่มีรายได้แน่ ๆ ค่ะ""อะไรนะเพลงขวัญ เธอโดนไล่ออกงั้นเหรอ""ใช่พี่เฟิร์น ถึงหนูจะเซ็นสัญญาแล้วก็เถอะ แต่ว่าเอกสารชุดนั้นมันยังไม่ได้เซ็นรับรองจากเจ้าของไร่น่ะสิ เพราะเจ้าของไร่ต้องเซ็นอนุมัติด้วย แต่พ่อเลี้ยงบอกว่าจะไม่อนุมัติแล้วไล่หนูออก แล้วให้หนูเก็บของออกภายในวันพรุ่งนี้ หนูก็เลยมาดักรอที่หน้าคฤหาสน์เพื่ออยากจะขอร้องพ่อเลี้ยงอีกสักครั้งน่ะค่ะ""นี่มันอะไรกันตาเขม คนงานทำอะไรผิดหรือเปล่า ทำไมถึงต้องไล่ออกแบบนี้ด้วยล่ะ""ก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอกครับม้า แต่ว่าผมแค่ไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้มาเหยียบที่ไร่ของเราอีกแค่นั้นเอง""อะไรกัน นี่ลูกไม่มีเหตุผลเลยนะ ถ้าเกิดว่าลูกจะไล่หนูคนนี้ออก ก็บอกเหตุผลที่มันฟังขึ้นมาให้ฟังก่อนสิ""แต่นี่มันเป็น
แสงตะวันก็เริ่มลับขอบฟ้า ส่วนเพลงขวัญก็ยังไม่ย่อท้อเพื่อรอโอกาสว่าพ่อเลี้ยงเจ้าของไร่จะออกมาจากคฤหาสน์ตอนไหน แต่จนถึงพลบค่ำก็ยังไร้วี่แวว เพลงขวัญก็ยังรอด้วยความอดทน ตอนนี้เธอไม่ได้คิดถึงศักดิ์ศรีหรืออะไรแล้ว เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือปากท้องของบุตรสาวมากกว่า"ของขวัญจะเป็นยังไงบ้างนะ อย่าพึ่งงอแงนะลูก อยู่กับป้ายูนไปก่อนนะคะ"บนท้องฟ้าก็เริ่มปกคลุมไปด้วยความมืดมิด แถมยังไร้แสงดาวเพราะมีเมฆหมอกสีดำมาปกคลุมไปทั่วพื้นที่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ว่าฝนจะตกลงมาในอีกไม่ช้านี้"เอ๊ะ? นั่นมันพี่เฟิร์นกับของขวัญนี่ ทำไมถึงขับมอเตอร์ไซค์มาที่นี่ล่ะ แล้วทำไมถึงขับเข้าไปในคฤหาสน์ของพ่อเลี้ยงด้วย แย่แล้ว...ต้องรีบตามเข้าไปแล้ว"เพลงขวัญมองดูใบเฟิร์นที่ขับรถจักรยานยนต์เข้าไปต่อ หลังจากที่คุยกับพนักงานรักษาความปลอดภัยเสร็จแล้ว ส่วนเพลงขวัญก็รีบเดินเข้าไปที่บริเวณหน้าคฤหาสน์อีกครั้ง"ฉันขอเข้าไปข้างในนะคะ พอดีว่าเมื่อกี้เพื่อนกับลูกสาวของฉันเพิ่งขับมอเตอร์ไซค์เข้าไปน่ะค่ะ""เชิญครับ"เพลงขวัญก็รีบวิ่งเข้าไปในคฤหาสน์แต่ก็ไม่ได้ดั่งใจมากนัก เพราะสภาพร่างกายที่เหนื่อยล้าและขาดน้ำ จึงทำให้เธอทำได้เพีย







