/ โรแมนติก / รังสิมันตุ์ไร้ใจ / ตอนที่ 7 | หนีไม่พ้น

공유

ตอนที่ 7 | หนีไม่พ้น

last update 최신 업데이트: 2025-12-30 15:07:50

"เริ่มใช้เสียมคล่องแล้วสินะเพลงขวัญ"

"ก็ปลูกข้าวโพดมาตั้งหลายวันแล้วนี่คะ ยังไงก็ต้องคล่องขึ้นบ้างแหละค่ะ ถ้าไม่พัฒนาเลยอาจจะโดนไล่ออกก็ได้"

เพลงขวัญก็ปาดเหงื่อบนหน้าผาก หลังจากที่ปลูกข้าวโพดจนสุดทางที่หัวหน้าได้กำหนดไว้ ซึ่งคนงานทุกคนที่ทำอยู่จุดเดียวกันต่างก็พากันไปนั่งพัก เพื่อเก็บแรงไว้ทำต่อรอบต่อไป

"พี่เฟิร์นคะ หนูสงสัยน่ะค่ะ ไร่กว้างขวางขนาดนี้แล้วจะเติบโตยังไงคะ เพราะพืชมันก็ต้องการน้ำเหมือนกันใช่ไหมล่ะคะ"

"สาเหตุที่ข้าวโพดปลูกได้แค่ปีละครั้งก็เพราะว่าต้องปลูกในช่วงที่ใกล้กับฤดูฝนนี่แหละ ถ้าไม่ใช่ช่วงนี้มันก็ไม่มีความหมายน่ะสิ เพราะข้าวโพดมันก็ต้องการน้ำอย่างที่เธอสงสัย ถึงต้องปลูกในช่วงฤดูฝนไง"

"อ๋อ...จริงด้วยสิคะ ช่วงนี้ก็ใกล้ฤดูฝนแล้วนี่นา"

"นั่นแหละ แล้วนี่มือเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นบ้างแล้วหรือยัง"

"มันเริ่มจะด้านแล้วล่ะค่ะ หนูคิดว่าอาจจะเป็นเพราะจับเสียมทุกวันก็เลยทำให้มือด้านไปแล้ว"

"เดี๋ยวพี่ว่ากลางเดือนก็จะทำโอทีด้วย"

"อ้าว? ที่นี่มีทำโอทีด้วยเหรอคะ"

"มีสิ ก็มีหลายคนที่ทำกันอยู่ทุกวัน อย่าบอกนะว่าเธอไม่รู้"

"หนูไม่รู้จริง ๆ ค่ะว่ามีทำโอทีด้วย ถึงว่าแหละค่ะถึงได้มีการตั้งเสาไฟเป็นระยะ ๆ เพราะว่ามีการทำโอทีในช่วงค่ำด้วยนี่เอง"

"นี่เธอใช่น้องใหม่หรือเปล่า" คนงานผู้หญิงกลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามาหาเพลงขวัญกับใบเฟิร์นที่กำลังนั่งคุยกันอยู่ระหว่างที่พักเบรก

"ใช่ค่ะ ฉันชื่อเพลงขวัญ มีอะไรหรือเปล่าคะ"

"หัวหน้าโซนที่ห้าสั่งมาน่ะ เดี๋ยวพวกเธอสองคนต้องแยกกันทำงานนะ เพราะพวกเธอสนิทกันก็เลยไม่รู้ว่าเด็กใหม่จะเป็นงานจริงๆ หรือเปล่า ก็เลยต้องให้คนอื่นช่วยดูว่าเธอจะทำได้ดีแค่ไหน"

"หมายความว่ายังไงล่ะมารี หมายถึงต้องยืนแยกกันทำงานและต้องอยู่ห่างกันตอนปลูกข้าวโพดแบบนี้รึเปล่า"

"ใช่ เดี๋ยวพวกฉันจะเป็นคนดูแลน้องใหม่เอง ส่วนเธอใบเฟิร์น เธอก็ไปทำส่วนของเธอตามปกตินะ"

"ทำไมต้องแยกด้วยล่ะ? ฉันก็สอนเพลงขวัญมาตั้งแต่แรกแล้วนะ แถมเพลงขวัญก็ไม่เคยกินแรงฉันด้วย แล้วตอนนี้เพลงขวัญก็ปลูกข้าวโพดได้คล่องขึ้นมากเหมือนคนงานคนอื่น ๆ แล้วเหมือนกัน"

"แล้วฉันจะรู้ไหมล่ะ ก็นี่มันเป็นคำสั่งจากเบื้องบนไง หรือเธอจะปฏิเสธล่ะ ถ้าอย่างงั้นเธอก็เตรียมตัวโดนไล่ออกได้เลยนะเฟิร์น เพราะนี่เป็นคำสั่งมาจากเลขาคนสนิทของพ่อเลี้ยงเขมอีกทีน่ะสิ"

"พี่เฟิร์นไม่ต้องพูดอะไรหรอกค่ะ ถ้าเขาว่ามาแบบนั้นก็อย่าขัดเลยนะคะ คือว่าหนูทำเป็นแล้วจริง ๆ อย่างที่พี่เฟิร์นพูดเพราะได้พี่เฟิร์นช่วยสอนไว้เยอะ หนูคิดว่าถึงทำกับใครก็ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ"

"แน่ใจหรือเปล่าว่าไหวน่ะเพลงขวัญ"

"แน่ใจมาก ๆ เลยค่ะ อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลยนะคะ เดี๋ยวพี่เฟิร์นจะโดนหางเลขไปด้วย"

"ฟังไว้นะเฟิร์น ดูเด็กใหม่ก็ยังรู้เรื่องเลย แล้วต่อไปคนที่จะต้องดูแลเด็กใหม่ก็คือฉันนี่แหละ ถ้าบอกว่าเป็นคำสั่งของพ่อเลี้ยงเธอก็คงจะเข้าใจแล้วนะ"

"เอาแบบนั้นก็ได้ ถึงจะไม่เข้าใจก็เถอะเพราะปกติเวลามีเด็กใหม่มาก็ไม่เห็นจะต้องทำแบบนี้เลย ก็แค่แปลกใจเท่านั้นแหละ"

"ถ้าข้องใจอะไรก็ไปถามเจ้าของไร่เองเลยสิ ก็เข้าไปถามพ่อเลี้ยงที่คฤหาสน์ด้วยตัวเองเลยไป"

"อย่าถึงขั้นนั้นเลยค่ะ พอดีว่าพี่เฟิร์นคงจะเป็นห่วงเพราะว่าฉันเป็นเด็กใหม่อยู่ แต่ถ้าไม่เป็นการรบกวนพวกพี่มากเกินไป ฉันก็ต้องขอฝากตัวด้วยนะคะ"

"เดี๋ยวอีกสิบนาทีก็จะหมดเวลาพักแล้ว เดี๋ยวเธอก็ตามมาฉันด้วยล่ะ จะว่าไปก็มาตอนนี้เลยก็ได้นะ เพราะมันก็ใกล้จะถึงเวลาออกงานแล้วเหมือนกัน เดี๋ยวก็เสียเวลาเดินไปมาอีก"

"เอาแบบนั้นก็ได้ค่ะ พี่เฟิร์น งั้นหนูขอตัวก่อนนะ เดี๋ยวเจอกันตอนกลับห้องค่ะ"

"พอถึงเวลาเลิกงานแล้วก็ไม่ต้องรอหรอก เธอกลับไปก่อนเลยเฟิร์น เพราะฉันได้รับคำสั่งจากหัวหน้ามา บอกว่าให้ช่วยเทรนเด็กใหม่จนกว่าจะคล่อง"

"งั้นพี่เฟิร์นก็กลับไปที่ห้องก่อนได้เลยนะคะ ไม่ต้องรอหนูหรอกค่ะ ค่อยเจอกันที่ห้องเลยดีกว่า"

"ยังไงก็ระวังตัวด้วยนะเพลงขวัญ" ใบเฟิร์นก็รีบเข้าไปกระซิบกับเพลงขวัญทันที

"มีอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมถึงทำหน้าตาวิตกกังวลจัง"

"พี่ไม่แน่ใจน่ะสิว่าสิ่งที่พี่คิดจะเป็นแบบนั้นไหม แต่พี่กลัวเหลือเกินเพราะกลุ่มผู้หญิงพวกนั้นก็ไม่ธรรมดานะ เคยกดดันให้น้องใหม่หลายคนออกไปตั้งมากมายแล้ว"

"แล้วทำไมคนพวกนั้นถึงได้มีสิทธิ์ทำอะไรขนาดนั้นเลยล่ะคะ"

"ก็เพราะว่าเป็นญาติกับหัวหน้าที่คุมโซนนี้น่ะสิ แถมยังชอบกินแรงคนอื่นด้วย เวลาทำก็จะข่มขู่ให้คนอื่นทำในส่วนของตัวเองแทน ยังไงก็ต้องระวังตัวด้วยนะ พี่ไม่รู้ว่ายัยพวกนั้นจะมาไม้ไหน"

"ขอบคุณนะคะที่คอยบอกหนูและเป็นห่วง แต่หนูจะระวังตัวให้ดีค่ะ"

"คุณมารีจะพาฉันไปที่ไหนเหรอคะ"

เพลงขวัญไม่ได้ไปทำงานอย่างที่คิด เพราะจู่ ๆ ก็ถูกนำตัวขึ้นรถตู้ของไร่แล้วขับออกจากไร่ไปทันที แต่ก็ยังเห็นพื้นที่ไร่ที่กว้างขวางทั้งสองข้างทางไกลสุดลูกหูลูกตา ซึ่งเป็นพื้นที่ของไร่รังสิมันตุ์ทั้งหมด

"เดี๋ยวไปถึงก็รู้เองนั่นแหละ เพราะนี่มันเป็นคำสั่งจากเบื้องบน" มารี เป็นคนงานในไร่โซนที่ห้า ซึ่งคนงานในโซนที่ห้าต่างก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของมารีมากนัก เพราะเธอมีญาติที่เป็นหัวหน้าคนงานที่คุมงานในโซนนี้อยู่ มารีจึงชอบเบ่งและใช้ชื่อของลุงตัวเองเป็นข้ออ้างในการอู้งานประจำ

"เบื้องบนเหรอคะ"

"เธออยู่เงียบ ๆ ไปเถอะ เดี๋ยวก็เข้าใจเอง"

รถตู้ก็พาเพลงขวัญไปจอดอยู่ในรั้วบ้านขนาดใหญ่ที่อยู่ติดกับพื้นที่ไร่รังสิมันตุ์ แต่จะเรียกว่าบ้านก็คงไม่ถูกนัก ซึ่งที่นี่ควรจะเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่า เพราะนอกจากบริเวณพื้นที่คฤหาสน์จะกว้างขวางรายล้อมไปด้วยน้ำตกและสวนดอกไม้ตกแต่งแล้ว ยังมีพื้นที่นั่งเล่น พื้นที่สระว่ายน้ำขนาดใหญ่และพื้นที่ใช้สอยอื่น ๆ อีกมากมาย ถึงคฤหาสน์หลังนี้จะอยู่ท่ามกลางไร่ที่กว้างขวางจนสุดลูกหูลูกตา แต่คฤหาสน์หลังนี้กลับถูกตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นที่ผสมความเป็นยุโรปเข้าไปด้วย ราวกับว่าได้ยกบ้านจากต่างประเทศมาตั้งไว้ที่นี่เลยทีเดียว

เพลงขวัญก็รู้แล้วว่าทำไมเธอถึงต้องมาอยู่ที่นี่ เพราะก่อนที่เธอจะผ่านเข้ามาตรงนี้ เธอก็เห็นป้ายขนาดใหญ่ที่เขียนว่า บ้านรังสิมันตุ์ อย่างเต็มตา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องเจอกับอะไรบ้าง หรือวันนี้อาจจะเป็นวันทำงานวันสุดท้ายของเธอก็ได้

"ยังไงก็อย่าพึ่งโดนไล่ออกเลยเถอะ เพราะเราไม่มีเงินเหลือแล้วนะ"

"พวกเธอทั้งหมดออกไปได้ละ" เพลงขวัญก็ถูกส่งตัวเข้าไปในห้องทำงานหรูของเจ้าของไร่ ก่อนจะหันไปมองตามผู้คนที่ค่อย ๆ เดินออกไปจนหมด แล้วประตูห้องทำงานก็ถูกปิดลง

"สวัสดีค่ะพ่อเลี้ยง" เพลงขวัญก็ทำตัวไม่ถูกแต่ก็ต้องทักทายและยกมือไหว้ไป เพราะตอนนี้เขาเป็นถึงเจ้านายของเธอ ซึ่งเธอจะยืนอยู่เฉย ๆ โดยไม่ทำอะไรเลยก็คงจะไม่เหมาะสมแน่

"เจอกันครั้งที่สามแล้วสินะ"

"คะ? ครั้งที่สาม? แต่เราเพิ่งเจอกันครั้งนี้กับตอนที่อยู่ในผับนี่คะ" เพลงขวัญก็เพิ่งนึกออกว่าตัวเองก็เคยบังเอิญเจอเขาอีกครั้งเมื่อตอนที่เธอแจกใบปลิวอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า

"เรื่องนั้นช่างมันเถอะ แต่ก็เอาจนได้นะ บังเอิญอะไรขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อเลยว่าเธอจะมาสมัครงานที่ไร่ของฉันได้ โซซัดโซเซมาถึงที่นี่คงจะสมัครงานที่ไหนไม่ได้เลยล่ะสิ หึ!"

"พะ...พ่อเลี้ยงรู้ได้ยังไงเหรอคะว่าฉันสมัครงานที่ไหนไม่ได้เลยน่ะค่ะ"

"ฉันรู้ทุกอย่างนั่นแหละ แล้วทำไมฉันจะไม่รู้ในเรื่องที่ตัวเองเป็นคนทำล่ะ เธอไม่แปลกใจเลยหรือไงว่าที่ไม่มีใครรับเธอเข้าทำงานมันเป็นเพราะอะไรน่ะ"

"เอ่อ...หรือว่าที่ฉันสมัครงานที่ไหนไม่ได้เลย ยะ...อย่าบอกนะคะว่าเป็นเพราะพ่อเลี้ยง ไม่จริงใช่ไหมคะ"

"แต่เธอก็ยังดวงแข็งนะ นี่ขนาดฉันอุตส่าห์ทำให้เธอหมดหนทางทำมาหากินได้แล้วเชียว แต่ก็ยังโผล่หน้ามาที่นี่ได้อีก เธอนี่มันฆ่าไม่ตายจริง ๆ"

"ระ...เรื่องจริงเหรอคะเนี่ย ฉันก็สงสัยอยู่ว่าทำไมถึงสมัครงานที่ไหนไม่ได้เลย ทำไมถึงต้องทำกันขนาดนี้เลยล่ะคะ นี่ฉันไปทำอะไรให้คุณโกรธแค้นถึงขนาดนั้น ถึงกับต้องทำลายชีวิตกันขนาดนี้เลยเหรอคะ" เพลงขวัญกลั้นใจพูดออกมาเสียงสั่นหลังจากที่รู้ความจริง แต่ก็ต้องกลั้นน้ำตาไว้อย่างสุดกำลัง

"เธอกล้ามากนะที่มาหักหน้าคนอย่างฉัน แล้วเป็นคนแรกที่ทำให้ฉันต้องขายหน้าต่อผู้คนมากมายขนาดนี้ แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่เธอควรได้รับ คิดว่าถ้าออกไปจากที่นี่แล้วเธอจะไปทำมาหากินที่ไหนต่อได้อีกล่ะ ฉันจะเป็นหมอดูทำนายอนาคตของเธอต่อจากนี้ให้เอง ว่าชีวิตเธอหลังจากที่ออกไปจากไร่ฉัน ถ้าไม่ไปเป็นขอทานก็คงอดตายแน่ ๆ"

이 책을.
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 14 | ติดฝน

    "แม่จ๋า มีน้ำหย่นมาจากฟ้าเยอะเยยค่ะ""อันนี้เขาเรียกว่าน้ำฝนนะคะลูก""น้ำฝนหยอคะ""ใช่ค่ะลูก อันนี้เรียกน้ำฝนค่ะ แต่ถ้าน้ำฝนที่ตกรวมกันเยอะ ๆ แบบนี้เขาเรียกว่าฝนตกนะคะ""แย้วเยาจะกลับกันยังไงคะแม่จ๋า""ก็คงต้องรอให้ฝนหยุดตกก่อนนะจ๊ะลูก เพราะถ้าเราตากฝนอาจจะทำให้เป็นหวัดและไม่สบายค่ะ""แย้วถ้าฝนไม่หยุดตก เยาจะทำไงคะแม่จ๋า""ถ้าไม่หยุดก็ต้องรอจนกว่าจะหยุดค่ะ เพราะแม่จะไม่ยอมให้หนูตากฝนเด็ดขาดเลยลูก ถ้าหนูไม่สบายขึ้นมา แม่ต้องรู้สึกผิดแน่ ๆ เลย งั้นเราก็นั่งรออยู่ที่นี่สักพักนะคะ"เพลงขวัญก็เดินเข้าไปในตัวคฤหาสน์อีกครั้งพร้อมกับบุตรสาว แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเจ้าของไร่กำลังเดินมาตรงนี้พอดี"นี่เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านฉันทำไมอีก แค่ให้มานวด ไม่ได้มีอภิสิทธิ์ที่จะเดินเข้าออกบ้านนี้เมื่อไหร่ก็ได้นะ อย่าคิดว่าแม่ฉันให้ท้ายหน่อยแล้วเธอจะถือวิสาสะทำอะไรได้ตามใจชอบได้ล่ะ ออกไปเดี๋ยวนี้เลย! นี่มันบ้านฉัน คนงานอย่างเธอมีสิทธิ์อะไรมาทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของกัน""ขอโทษค่ะพ่อเลี้ยง ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ นะคะ ฉันจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ ของขวัญลูก เราออกไปกันเถอะค่ะ""ไหนแม่จ๋าบอกว่าไม่ควรตากฝนนี่คะ

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 13 | พ่อเลี้ยงเย็นชากับหนูน้อยช่างสงสัย

    "แม่จ๋า เยามาเที่ยวที่นี่อีกแย้วหยอคะ""ใช่ค่ะลูก หนูชอบหรือเปล่าคะ""แต่ว่าตอนนั้นแม่จะย้องไห้ด้วย แม่จ๋าจะเป็นอะไยไหมคะ""แม่ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะลูก แม่สอนว่ายังไงนะคะ ถ้ามาที่คฤหาสน์หลังนี้ต้องยกมือไหว้คุณนายกับพ่อเลี้ยงใช่ไหมคะ เพราะทั้งสองคนเป็นผู้มีพระคุณของเรา เพราะฉะนั้นแล้วระหว่างที่แม่ทำงานอยู่ หนูต้องนั่งรอที่โซฟาตรงนี้ได้ไหมคะ""ได้ค่ะแม่จ๋า หนูจะนั่งยอแม่จากตรงนี้ไม่เดินไปไหนเยยค่ะ""ดีมากค่ะคนเก่ง งั้นเดี๋ยวแม่เข้าไปนวดให้คุณนายก่อนนะคะ อ้อ...แล้วหนูก็อย่าเดินไปแตะต้องของมีค่าในบ้านหลังนี้นะลูก เราอย่าไปแตะต้องเพราะมันไม่ใช่ของเรานะคะ ถ้าเกิดว่ามันหลุดมือหรือเสียหายขึ้นมา เราไม่มีเงินมาจ่ายให้เขานะลูก""ได้ค่ะแม่จ๋า หนูจะไม่ดื้อค่ะ""ดีแล้วค่ะ ถ้าหนูไม่ดื้อและเชื่อฟังตามที่แม่บอก เดี๋ยวแม่จะพาหนูมาที่นี่ทุกครั้งเลย แต่ถ้าหนูดื้อ วันหลังแม่ก็จะไม่พาหนูมาที่นี่อีกแล้วนะคะ แล้วแม่ก็จะฝากหนูไว้กับป้าเฟิร์นแทน""หนูจะไม่ดื้อค่ะ ก็หนูอยากอยู่กับแม่จ๋า""ค่ะลูก งั้นแม่ไปก่อนนะคะ นั่งรออยู่ตรงนี้นะลูก ส่วนนมอยู่ในกระเป๋านะคะ ถ้าหนูหิวก็เอามาดื่มรอแม่นะคะของขวัญ"เด็กหญิงตัวเล็กก็

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 12 | พยาบาลจำเป็น

    "จริงเหรอคะที่ว่าพี่ยูนป่วย""ใช่...พี่ป่วยมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ เมื่อวานทั้งวันพี่ก็รู้สึกไม่สบายตัวอยู่ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเป็นหนักขนาดนี้ ต้องขอโทษด้วยนะที่ต้องมาป่วยแบบนี้น่ะ" พะยูน เป็นคนงานที่ผันตัวมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กเพราะหลังจากมีบุตรก็ต้องเลี้ยงเอง ซึ่งมีสามีที่ทำงานในไร่ จึงรับจ้างทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กของคนงานในไร่ด้วย"ไม่เป็นไรเลยค่ะ เรื่องเจ็บป่วยมันช่วยไม่ได้อยู่แล้ว""ส่วนลูกของพี่ก็จะให้ไปนอนห้องของป้าไปก่อนน่ะ ไม่รู้ว่ากี่วันถึงจะหาย แต่พี่ว่าจะขอพักไปก่อนสักสามวัน แล้วนี่เพลงขวัญจะเอายังไงดีล่ะ ช่วงสามวันนี้ถ้าพี่พัก แล้วใครจะเลี้ยงของขวัญให้""นั่นสิคะ เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงก็ต้องไปทำงานแล้วด้วย หนูเตรียมตัวไม่ทันเลยค่ะว่าจะเอายังไงดี แถมเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ด้วย ถ้าลาเพื่อเลี้ยงของขวัญก็คงจะดูไม่ดีแน่ พี่ยูนพอจะแนะนำอะไรได้ไหมคะ""ความจริงเราสามารถเอาเด็กไปที่ไร่ได้นะ เพียงแต่ว่ามันจะร้อนแค่นั้นเอง ถ้าเด็กไม่ดื้อ ไม่วิ่งไปยุ่งกับเราระหว่างที่ทำงานด้วยก็คงไม่เป็นไรหรอก เพราะยังไงก็มีคนที่คอยดูแลในส่วนของอาหารกลางวันอยู่แล้วนี่ ยังไงก็สามารถฝากแม่ครัวที่โรง

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 11 | จะอดทนได้นานแค่ไหน

    สี่ปีก่อนเพลงขวัญกับรมิตาเป็นน้องใหม่ปีหนึ่งในคณะพยาบาลศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งสองคนรู้จักกันเพราะบังเอิญพักอยู่ที่หอพักเดียวกันและอยู่ข้างห้องกันด้วย ทั้งสองคนก็มักจะไปมาหาสู่กันตลอด เวลาจะไปไหนก็ไปด้วยกันเสมอ จึงค่อนข้างสนิทกันพอสมควร"ขวัญ...แย่แล้วล่ะ""มีอะไรหรือเปล่าขิม ทำไมเธอถึงทำสีหน้าแบบนั้นล่ะ เรื่องแย่อะไรของเธอ เป็นเรื่องใหญ่หรือเปล่า เธอบอกฉันมาได้ไหม""แย่แล้วล่ะขวัญ ฉะ...ฉันท้อง""เดี๋ยวนะ จะล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย มีอะไรจะพูดก็รีบพูดมา แต่ไม่ต้องอำกันแรงแบบนั้นก็ได้นะ""ฉันไม่ได้พูดเล่นนะขวัญ ฉันท้องจริง ๆ""อะไรกัน นี่เธอพูดจริงเหรอ" เพลงขวัญก็รีบจ้องตาของเพื่อนเพื่อหาความผิดปกติในสายตาคู่นั้น แต่กลับมีแต่ใบหน้าที่แสดงความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ราวกับไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นกันเลย "นะ...นี่เธอเอาจริงเหรอ นี่เธอท้องจริง ๆ เหรอขิม แต่เราเพิ่งเรียนปีหนึ่งเองนะ เทอมสองเรายังเหลือเวลาอีกแค่สี่เดือน เราก็จะจบปีหนึ่งกันแล้วนะขิม นี่มันอะไรกันน่ะ""ฉันพลาดเองแหละเพราะคิดว่าคงไม่มีอะไรก็เลยไม่ได้ป้องกัน จนตอนนี้ฉันท้องได้สองสัปดาห์แล้ว พอดีเมื

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 10 | คำขอโทษ

    "คนนี้คือใครเหรอคะพี่เฟิร์น""คนนี้เป็นแม่ของพ่อเลี้ยงน่ะ""คือฉันเพิ่งโดนไล่ออกค่ะ ต้องเก็บข้าวของให้หมดภายในพรุ่งนี้ แต่ว่าฉันจะมาขอร้องพ่อเลี้ยงว่าจะขอทำงานที่นี่ต่อไปได้ไหมคะ คือฉันขอโอกาสทำงานที่นี่ต่อได้ไหม ไม่อย่างนั้นฉันจะต้องแย่แน่ ๆ ถ้าแค่ตัวฉันเองคนเดียว ฉันยังไม่ห่วงเลยค่ะ แต่ฉันยังมีลูกอีกคนที่ต้องดูแลด้วย ถ้าเกิดว่าไม่ได้ทำงานที่นี่ต่อ ฉันก็จะไม่มีรายได้แน่ ๆ ค่ะ""อะไรนะเพลงขวัญ เธอโดนไล่ออกงั้นเหรอ""ใช่พี่เฟิร์น ถึงหนูจะเซ็นสัญญาแล้วก็เถอะ แต่ว่าเอกสารชุดนั้นมันยังไม่ได้เซ็นรับรองจากเจ้าของไร่น่ะสิ เพราะเจ้าของไร่ต้องเซ็นอนุมัติด้วย แต่พ่อเลี้ยงบอกว่าจะไม่อนุมัติแล้วไล่หนูออก แล้วให้หนูเก็บของออกภายในวันพรุ่งนี้ หนูก็เลยมาดักรอที่หน้าคฤหาสน์เพื่ออยากจะขอร้องพ่อเลี้ยงอีกสักครั้งน่ะค่ะ""นี่มันอะไรกันตาเขม คนงานทำอะไรผิดหรือเปล่า ทำไมถึงต้องไล่ออกแบบนี้ด้วยล่ะ""ก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอกครับม้า แต่ว่าผมแค่ไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้มาเหยียบที่ไร่ของเราอีกแค่นั้นเอง""อะไรกัน นี่ลูกไม่มีเหตุผลเลยนะ ถ้าเกิดว่าลูกจะไล่หนูคนนี้ออก ก็บอกเหตุผลที่มันฟังขึ้นมาให้ฟังก่อนสิ""แต่นี่มันเป็น

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 9 | เพราะมีกันอยู่แค่นี้

    แสงตะวันก็เริ่มลับขอบฟ้า ส่วนเพลงขวัญก็ยังไม่ย่อท้อเพื่อรอโอกาสว่าพ่อเลี้ยงเจ้าของไร่จะออกมาจากคฤหาสน์ตอนไหน แต่จนถึงพลบค่ำก็ยังไร้วี่แวว เพลงขวัญก็ยังรอด้วยความอดทน ตอนนี้เธอไม่ได้คิดถึงศักดิ์ศรีหรืออะไรแล้ว เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือปากท้องของบุตรสาวมากกว่า"ของขวัญจะเป็นยังไงบ้างนะ อย่าพึ่งงอแงนะลูก อยู่กับป้ายูนไปก่อนนะคะ"บนท้องฟ้าก็เริ่มปกคลุมไปด้วยความมืดมิด แถมยังไร้แสงดาวเพราะมีเมฆหมอกสีดำมาปกคลุมไปทั่วพื้นที่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ว่าฝนจะตกลงมาในอีกไม่ช้านี้"เอ๊ะ? นั่นมันพี่เฟิร์นกับของขวัญนี่ ทำไมถึงขับมอเตอร์ไซค์มาที่นี่ล่ะ แล้วทำไมถึงขับเข้าไปในคฤหาสน์ของพ่อเลี้ยงด้วย แย่แล้ว...ต้องรีบตามเข้าไปแล้ว"เพลงขวัญมองดูใบเฟิร์นที่ขับรถจักรยานยนต์เข้าไปต่อ หลังจากที่คุยกับพนักงานรักษาความปลอดภัยเสร็จแล้ว ส่วนเพลงขวัญก็รีบเดินเข้าไปที่บริเวณหน้าคฤหาสน์อีกครั้ง"ฉันขอเข้าไปข้างในนะคะ พอดีว่าเมื่อกี้เพื่อนกับลูกสาวของฉันเพิ่งขับมอเตอร์ไซค์เข้าไปน่ะค่ะ""เชิญครับ"เพลงขวัญก็รีบวิ่งเข้าไปในคฤหาสน์แต่ก็ไม่ได้ดั่งใจมากนัก เพราะสภาพร่างกายที่เหนื่อยล้าและขาดน้ำ จึงทำให้เธอทำได้เพีย

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 책을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 책을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status