Home / รักโบราณ / ริษยา / บทที่ 2 หยกขาวที่แตกเป็นเสี่ยง 2

Share

บทที่ 2 หยกขาวที่แตกเป็นเสี่ยง 2

last update publish date: 2026-09-23 00:09:53

บทที่ 2 หยกขาวที่แตกเป็นเสี่ยง 2

เช้าวันเซ่นไหว้ เสียงร้องตกใจของพ่อบ้านดังลั่นหอ

คทาหรูอี้หยกขาวแตกเป็นสามท่อนอยู่บนพื้น

เศษหยกกระจายเต็มพรมแดง ข้างกันนั้นมีปิ่นเงินลายกล้วยไม้ตกอยู่หนึ่งชิ้น พ่อบ้านจำได้ทันทีว่าเป็นปิ่นซึ่งชิงหรานใช้เป็นประจำ

คนทั้งจวนถูกเรียกมารวมกัน เยี่ยหวยอันเห็นของพระราชทานแตกหักก็โกรธจนมือสั่น "เมื่อวานผู้ใดเข้ามาที่นี่บ้าง"

พ่อบ้านไล่รายชื่อ ก่อนตอบว่า "คุณหนูใหญ่เป็นคนสุดท้ายขอรับ"

เหลียนจือหน้าซีด "เป็นไปไม่ได้เจ้าค่ะ เมื่อวานคุณหนูเพียงคัดบทสวดอยู่หลังฉาก ไม่เคยแตะต้องคทาหยกเลย"

จิ่งไหวหยิบปิ่นขึ้นมา "แล้วของชิ้นนี้มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร"

ชิงหรานแตะมวยผมของตน นางเพิ่งรู้ว่าปิ่นเงินหายไปตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ อาจเป็นตอนคุกเข่า อาจเป็นตอนอวี๋หนิงวางกล่องยา หรืออาจถูกผู้ใดดึงไปโดยที่นางไม่ทันสังเกต

"มีคนนำปิ่นของข้ามาวาง"

"ผู้ใดจะทำเช่นนั้น" ฟางซื่อถาม

"ผู้ที่ทำหยกแตก"

อวี๋หนิงซึ่งยืนอยู่ข้างมารดารีบเอ่ย "พี่หญิงอาจทำตกโดยไม่ตั้งใจก็ได้เจ้าค่ะ เมื่อวานเข่าท่านเจ็บ หากเสียหลักแล้วชนแท่นวาง..."

"แท่นอยู่ห่างจากโต๊ะคัดอักษรสามจั้ง" ชิงหรานตัดบท "ต่อให้ข้าล้มกลิ้งไป ก็ชนไม่ถึง"

"น้องกำลังช่วยแก้ต่างให้เจ้า!" ฟางซื่อกล่าวอย่างขุ่นเคือง

ชิงหรานหัวเราะ "ช่วยแก้ต่าง หรือช่วยย้ำว่าข้าอยู่ที่นี่เป็นคนสุดท้ายกันแน่"

ดวงตาของอวี๋หนิงแดงขึ้นทันที "พี่หญิงคิดว่าข้าใส่ร้ายท่านหรือเจ้าคะ"

"ข้ายังไม่ได้เอ่ยชื่อเจ้า"

หยาดน้ำตาร่วงจากหางตาของอวี๋หนิง จิ่งไหวจึงก้าวมาขวางน้องสาวไว้ "พอแล้ว หลักฐานอยู่ตรงหน้า เจ้ายังจะกัดน้องไม่ปล่อยอีกหรือ"

ชิงหรานหลุบตามองเศษหยก บริเวณรอยแตกมีคราบขี้ผึ้งใสบาง ๆ เกาะอยู่ คล้ายคทาถูกทำให้ร้าวไว้ก่อนแล้วจึงนำมาประกอบบนแท่น เพียงมีผู้แตะต้องเบา ๆ ก็จะแตกลงมาเอง

นางย่อตัวจะตรวจดู ทว่าเยี่ยหวยอันกลับตวาดห้าม

"อย่าแตะของพระราชทานอีก!"

"ท่านพ่อ บนรอยแตกมี..."

"คุกเข่า!"

เสียงนั้นดังสะเทือนหอเซ่นไหว้ ชิงหรานชะงักไปชั่วอึดใจ

"ข้าไม่ได้ทำ"

"ของสำคัญแตกอยู่ตรงหน้า ปิ่นของเจ้าอยู่ข้างกัน ยังจะปฏิเสธอีกหรือ" เยี่ยหวยอันเค้นเสียง "วันนี้เป็นวันบูชาบรรพชน เจ้ายังทำลายสิ่งมงคลเพราะโกรธที่ถูกลงโทษ นับวันจิตใจยิ่งต่ำช้า!"

"หากท่านพ่อเชื่อว่าข้าผิดอยู่แล้ว จะถามหาความจริงไปเพื่อสิ่งใด"

"เจ้ากล้าต่อปากต่อคำกับบิดาหรือ!"

ชิงหรานมองคนในครอบครัวทีละคน ไม่มีผู้ใดมองคราบขี้ผึ้ง ไม่มีผู้ใดถามว่าปิ่นหลุดจากผมนางได้อย่างไร ทุกคนเพียงรอให้นางก้มศีรษะ เพื่อพิสูจน์ว่าคำตัดสินที่พวกเขาปักใจไว้แต่แรกนั้นถูกต้องเสมอ

ในที่สุดนางก็คุกเข่าลงบนพื้นแข็ง

หัวเข่าที่บวมช้ำพลันเจ็บจนภาพตรงหน้ามืดวูบ ทว่านางยังยืดหลังตรง ดวงตาไม่หลบหนี

"ข้าคุกเข่าเพราะท่านเป็นบิดา ไม่ใช่เพราะข้ายอมรับผิด"

เยี่ยหวยอันโกรธจนกล่าวไม่ออก เขาสั่งกักบริเวณนางหนึ่งเดือนและตัดเบี้ยเลี้ยงครึ่งปี ก่อนให้พ่อบ้านเก็บเศษหยกไปหาช่างซ่อม

ผู้คนทยอยออกจากหอ อวี๋หนิงเดินผ่านชิงหรานเป็นคนสุดท้าย นางหยุดฝีเท้าแล้วก้มลงคล้ายจะประคองพี่สาว

"พี่หญิง เหตุใดต้องดื้อรั้นถึงเพียงนี้เจ้าคะ"

ชิงหรานมองปลายนิ้วของอีกฝ่าย บนเล็บนิ้วก้อยมีขี้ผึ้งใสติดอยู่จุดหนึ่ง

เล็กเสียจนผู้ไม่ตั้งใจย่อมมองไม่เห็น

อวี๋หนิงเห็นสายตานั้นก็รีบหดมือเข้าแขนเสื้อราวขวัญหนีดีฝ่อ ก่อนซ่อนความหวาดหวั่นนั้นไว้หลังม่านน้ำตาอย่างรวดเร็ว

ชิงหรานไม่ได้เปิดโปงนาง

เพราะรอยขี้ผึ้งเพียงจุดเดียวพิสูจน์สิ่งใดไม่ได้ และในจวนแห่งนี้ ต่อให้นางยกความจริงทั้งก้อนมาวางตรงหน้า ผู้คนก็ยังคงเลือกหลับตาข้างเดียวอยู่ดี

นางเพียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น

"ของที่แตกแล้วยังซ่อมได้ ทว่าเมื่อคนผู้หนึ่งเลือกเชื่อคำลวงซ้ำแล้วซ้ำเล่า วันหนึ่งต่อให้คุกเข่าอ้อนวอน ก็เรียกสิ่งที่เสียไปกลับคืนไม่ได้"

อวี๋หนิงเม้มริมฝีปาก ก่อนยืดตัวขึ้นและเดินจากไป

แสงอาทิตย์สายลอดผ่านบานหน้าต่าง กระทบเศษหยกชิ้นเล็กซึ่งตกค้างอยู่ใต้โต๊ะจนเปล่งประกาย มันยังคงขาวสะอาดไร้ตำหนิดุจไม่เคยผ่านเรื่องราวใด

หากแต่ไม่มีวันกลับเป็นคทาหรูอี้ชิ้นเดิมได้อีกแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 5 แสงดวงใหม่

    ตอนพิเศษ 5 แสงดวงใหม่หิมะแรกโปรยลงเหนือนครหลวงอย่างแผ่วเบา ต่างจากพายุหิมะซึ่งเคยโหมกระหน่ำในปีก่อน ๆ คืนนี้เกล็ดหิมะร่วงลงช้า ๆ ราวกับฟ้าเองก็รอคอยด้วยใจเย็นเรือนหานอวี้สว่างไสวด้วยแสงตะเกียงตลอดคืนชิงหรานนอนอยู่บนเตียงมาตั้งแต่ยามพลบค่ำ ความเจ็บปวดมาเป็นระลอกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ หมอผดุงครรภ์สองคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เสิ่นซื่อกับมู่เหล่าฟูเหรินนั่งรออยู่นอกห้อง มือกำลูกประคำแน่นมู่เฉิงเยียนเดินวนไปมาหน้าประตูมาเกือบสี่ชั่วยามแล้ว"นั่งลงเถิด เจ้าเดินจนพื้นจะเป็นร่องแล้ว" มู่เหล่าฟูเหรินกล่าว"ข้านั่งไม่ได้" เขาตอบเสียงแหบเสิ่นซื่อยิ้มเล็กน้อยแม้สีหน้ายังกังวล "ตอนเจ้าเกิด บิดาเจ้าก็เดินวนเช่นนี้ทั้งคืนเหมือนกัน สุดท้ายเกือบเป็นลมก่อนหมอจะออกมาบอกข่าวเสียอีก""ท่านพ่อเป็นลมด้วยหรือ" เฉิงเยียนหยุดเดินกะทันหัน"เกือบ" เสิ่นซื่อกล่าว "บุรุษทุกคนเป็นเช่นนี้เมื่อรอคนที่ตนรักคลอดบุตร ไม่มีสิ่งใดน่าอาย"จากภายในห้อง เสียงชิงหรานร้องครางดังขึ้นเป็นระยะ มู่เฉิงเยียนกำมือแน่นทุกครั้งที่ได้ยิน"ท่านช่วยอะไรไม่ได้เลยหรือ" เขาถามหมอซึ่งเดินออกมาส่งน้ำร้อน"เรื่องนี้ต้องให้ฮูหยินน้อยใช้กำลังเองขอรับ

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 4 น้องสาวผู้เลือกความรักเอง

    ตอนพิเศษ 4 น้องสาวผู้เลือกความรักเองดอกท้อบานสะพรั่งทั่วนครหลวงเป็นปีที่สอง ลมอุ่นพัดกลิ่นหอมจากสวนดอกไม้ทั่วเมือง จวนจิ้งอันโหวคึกคักด้วยการเตรียมงานมงคลอีกครั้ง หากครั้งนี้ไม่ใช่งานแต่งของชิงหราน หากเป็นงานแต่งของมู่หว่าน น้องสาวผู้เคยยิงธนูให้คนทั้งงานเห็นเมื่อหลายปีก่อนเรื่องราวเริ่มต้นเมื่อครึ่งปีก่อน ในงานแข่งขันยิงธนูซึ่งจัดขึ้นนอกเมือง มู่หว่านลงแข่งโดยไม่บอกครอบครัว จนกระทั่งชื่อของนางถูกประกาศเป็นผู้ชนะอันดับสองรองจากบุรุษหนุ่มคนหนึ่งเพียงเท่านั้นชายผู้นั้นชื่อหลิวจิ่งหยาง บุตรชายแม่ทัพหลิว ผู้เคยสอนขี่ม้าให้มู่เฉิงเยียนเมื่อวัยเยาว์แทนที่จะดูแคลนคู่แข่งซึ่งเป็นสตรี เขากลับเดินตรงมาขอดูคันธนูของมู่หว่านด้วยความสนใจแท้จริง"ท่านดึงสายธนูหนักถึงเพียงนี้ได้อย่างไร" เขาถาม แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชม ไม่ใช่ความประหลาดใจแบบดูแคลนมู่หว่านซึ่งเคยชินกับสายตาเยาะเย้ยจากบุรุษหลายคนก่อนหน้านี้ ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนตอบตามตรง"ฝึกมาตั้งแต่อายุแปดขวบ"หลังจากวันนั้น หลิวจิ่งหยางเริ่มส่งจดหมายมาถามถึงเทคนิคการยิงธนู ก่อนพัฒนาเป็นการพบปะพูดคุยเรื่องอื่น ๆ มู่หว่านเก็บเรื่องนี้ไว้เงียบ ๆ น

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 3 ปีใหม่ใต้ชายคาเดียวกัน

    ตอนพิเศษ 3 ปีใหม่ใต้ชายคาเดียวกันปลายฤดูหนาว รัชศกเทียนอันปีที่ยี่สิบเอ็ด หิมะตกหนักที่สุดในรอบสิบปีปกคลุมนครหลวงจนขาวโพลนทั่วเมือง เสียงประทัดเริ่มดังขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ ป้ายกระดาษแดงถูกแปะไว้ทุกประตูบ้าน กลิ่นอาหารมงคลลอยออกจากครัวทุกหลังคาเรือน วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่า คืนซึ่งครอบครัวทุกครัวเรือนจะรวมตัวกันกินอาหารมื้อใหญ่ที่สุดของปีจวนจิ้งอันโหวเต็มไปด้วยเสียงเอะอะตั้งแต่ยามเช้า บ่าวไพร่วิ่งขวักไขว่ทำความสะอาดครั้งใหญ่ ป้ายคำอวยพรใหม่ถูกแปะทับป้ายเก่า โคมแดงหลายร้อยดวงถูกแขวนเรียงตามระเบียงชิงหรานยืนอยู่กลางเรือนครัวใหญ่ ตรวจรายการอาหารมงคลซึ่งต้องมีครบทุกอย่างตามธรรมเนียม ปลาทั้งตัวหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ที่เหลือกินเหลือใช้ทุกปี เกี๊ยวทองหมายถึงเงินทองไหลมา ผักกาดขาวหมายถึงโชคลาภบริสุทธิ์"คุณหนู...ไม่ ฮูหยินน้อย" แม่ครัวใหญ่เปลี่ยนคำเรียกกลางประโยค "ปลาต้องเก็บไว้กินวันรุ่งขึ้นด้วยใช่ไหมเจ้าคะ เพื่อให้ปีนี้เหลือกินเหลือใช้""ถูกต้อง" ชิงหรานพยักหน้า นางเคยเห็นธรรมเนียมนี้มาตั้งแต่เด็ก แม้ไม่เคยได้นั่งร่วมโต๊ะอย่างเต็มใจนักยามเย็น ทุกคนมารวมกันที่โต๊ะกลมใหญ่กลางโถง มู่เหล่าฟ

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 2 ดวงดาวคู่กลางฟากฟ้า

    ตอนพิเศษ 2 ดวงดาวคู่กลางฟากฟ้าท้องฟ้ายามค่ำใสกระจ่างผิดปกติ ไร้เมฆบดบังแม้แต่กลุ่มเดียว ดาวนับพันดวงส่องแสงเต็มฟากฟ้า สองดวงสว่างที่สุดลอยอยู่คนละฟากของทางช้างเผือกดาวทอผ้ากับดาวเลี้ยงวัว คืนนี้เป็นคืนเจ็ดเดือนเจ็ด คืนซึ่งตำนานเล่าว่านกกางเขนนับล้านจะบินมาต่อเป็นสะพานให้คู่รักทั้งสองได้พบกันเพียงหนึ่งครั้งในรอบปีร้านผ้าชิงหรานปิดร้านเร็วกว่าปกติหญิงคนงานทุกคนเปลี่ยนเป็นชุดใหม่ ถือเข็มด้ายมารวมกันที่ลานกลาง ตามธรรมเนียมโบราณซึ่งสตรีจะร้อยด้ายผ่านรูเข็มเจ็ดรูใต้แสงจันทร์ ผู้ที่ร้อยผ่านครบก่อนถือว่าได้รับพรความชำนาญจากดาวทอผ้า"คุณหนูต้องร่วมด้วยเจ้าค่ะ" เฉียวซื่อยื่นเข็มให้ชิงหราน "ท่านคือคนที่สอนพวกเราทุกอย่าง สมควรได้พรมากที่สุด"ชิงหรานรับเข็มมาถือ "ข้าไม่เชื่อว่าพรจากดาวจะทำให้ฝีมือดีขึ้น""เช่นนั้นเหตุใดยังถืออยู่""เพราะสนุกดี" นางยอมรับตรง ๆ จนคนรอบข้างหัวเราะอาฝูซึ่งเวลานี้ช่วยดูแลบัญชีร้านผ้าเดินผ่านมาพร้อมโคมกระดาษ เขาโตขึ้นมากจนชิงหรานแทบจำเด็กชายผอมบางเมื่อสามปีก่อนไม่ได้"ฮูหยินน้อย" เขาค้อมกาย "ข้าทำโคมสำหรับคืนนี้เสร็จหมดแล้วครับ""ฝีมือเจ้าดีขึ้นมากนะ" ชิงหรานรับโคมม

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 1 เรือนหอที่แท้จริง

    ตอนพิเศษ 1 เรือนหอที่แท้จริงปลายฤดูใบไม้ผลิ รัชศกเทียนอันปีที่ยี่สิบเอ็ด ค่ำคืนหลังวันที่หนังสือหย่าถูกฉีกเป็นเสี่ยง ดวงจันทร์เต็มดวงลอยเด่นเหนือจวนจิ้งอันโหว แสงนวลส่องผ่านกิ่งไห่ถังซึ่งเพิ่งผลิดอก กลิ่นหอมอ่อนลอยปนกับไอฝนที่เพิ่งหยุดตก เรือนหานอวี้เงียบสงบผิดปกติ ราวกับแม้แต่สายลมยังแผ่วเบาลงเพื่อไม่รบกวนค่ำคืนนี้ชิงหรานเดินกลับจากห้องน้ำอุ่นแล้วชะงักอยู่หน้าประตูห้องนอนภายในเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ผ้าม่านสีแดงเข้มถูกแขวนใหม่ทับผ้าม่านสีเรียบซึ่งใช้มาตลอดปี เทียนมังกรหงส์คู่หนึ่งจุดอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง เปลวไฟทอแสงกระทบดอกไม้สดซึ่งจัดวางเต็มห้อง ผ้าคลุมเตียงปักลายดอกไห่ถังคู่ เข้าชุดกับลวดลายซึ่งนางเคยปักเองในงานสกุลหลัวเมื่อหลายปีก่อนบนโต๊ะเล็กข้างเตียงมีสุรามงคลสองถ้วยวางเรียงคู่"เหลียนจือ" ชิงหรานเรียกด้วยเสียงเบาสาวใช้โผล่หน้ามาจากมุมห้อง ยิ้มจนตาหยี "คุณหนู ชอบหรือไม่เจ้าคะ""นี่...""วันแต่งจริงของท่านไม่มีสิ่งเหล่านี้เลยสักอย่าง" เหลียนจือกล่าว น้ำเสียงเจือความสะเทือนใจ "ตอนนั้นบ่าวได้แต่มองอยู่ข้างนอกโดยทำอะไรไม่ได้ เวลานี้ท่านแต่งงานด้วยหัวใจตนเองแล้ว บ่าวจึงคิดว่าอย่า

  • ริษยา   บทที่ 50 แสงที่ไม่ต้องยืมจากผู้ใด

    บทที่ 50 แสงที่ไม่ต้องยืมจากผู้ใดปลายฤดูใบไม้ผลิ รัชศกเทียนอันปีที่ยี่สิบสอง แสงอรุณทอดเหนือกำแพงนครหลวงสีทองอ่อน สายหมอกบนคลองตะวันออกค่อย ๆ จาง เรือสินค้าล่องผ่านเงาสะพานท่ามกลางเสียงระฆัง ดอกไห่ถังบานเต็มสองฝั่งถนน กลีบสีชมพูปลิวตามลมเข้าสู่ลานร้านผ้าชิงหรานซึ่งเปิดประตูกว้างตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างวันนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งปีนับจากนางวางกี่หลังแรกในคลังร้างป้ายไม้หน้าประตูได้รับการขัดใหม่ แต่ไม่ได้เปลี่ยนเป็นทองคำตามคำแนะนำของพ่อค้า ชิงหรานยังคงเก็บเนื้อไม้สีเข้มกับอักษรสีครามไว้ดังเดิม ใต้ป้ายมีหญิงหลายคนยืนรับค่าแรงประจำเดือน เฉียวซื่ออ่านรายชื่อทีละคนด้วยตนเอง ลายมือไม่งามนักแต่ชัดเจนร้านผ้าขยายจากกี่สิบสองหลังเป็นสามสิบหลัง คนงานกว่าหกสิบคน บางคนพักในเรือนหลัง บางคนรับงานกลับไปทำที่บ้าน สตรีซึ่งเคยลงชื่อไม่ได้ เวลานี้ตรวจจำนวนไหมและคำนวณค่าแรงเอง บุตรสาวคนโตของเฉียวซื่อเรียนอักษรจนช่วยคัดรายการสินค้า ส่วนบุตรสาวคนเล็กกำลังฝึกวาดลายดอกไม้ชิงหรานเดินตรวจผ้าซึ่งจะส่งไปเมืองเหอจง ผืนหนึ่งมีด้ายหลวมตรงชาย นางไม่ได้ตำหนิทันที เพียงเรียกคนปักมาดูว่าหากปล่อยไว้ เมื่อซักสามครั้งรอยจะกว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status