Masukเสียงรองเท้าดังกระทบพื้นจนคนในที่ทำงานได้ยิน ผมสีแดงแป๊ดที่ทุกคนต่างหันมอง กระโปรงสั้นแถมยังแหกข้างพอได้เป็นอาหารตาของเหล่าพนักงานชายหัวงู ร่างระหงส์พร้อมเรียวขาที่ขาวอมชมพูไปทั้งร่าง ใบหน้าที่เติมแต่งด้วยเครื่องสำอางค์หนาเตอะ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอลดความมั่นใจลงได้
เสื้อสูทสีแดง พร้อมเกาะอกสีดำที่ปกปิดเฉพาะช่วงหน้าอกนั่น ไม่ใช่แค่พนักงานชายเท่านั้นที่มอง แต่พนักงานหญิงต่างก็จ้องมองเธออย่างไม่ละสายตา พร้อมเสียงซุบซิบ แต่เมื่อเธอนั่งลงและเบนหน้าขึ้นมองไปยังพวกพนักงานที่จับจ้องมาที่เธอ มีอะไรแปลก เธอก็แต่งตัวแบบนี้ทุกวัน พวกพนักงานก็มองเธอทุกวัน ช่างเถอะไม่อยากจะสนใจ เมื่อสายตาเชือดเฉือนมองไปยังพวกเขาทำให้พวกเขาต้องรีบนั่งลงและหลบสายตา ด้วยตำแหน่งอันสำคัญในบริษัทแห่งนี้ เลขาลิน หรือรมย์นลิน หัวหน้าเลขามือทอง งานทุกงานในนี้ หากใครทำไม่เรียบร้อยมีการตีกลับทุกงาน แม้ว่าเธอจะดูเปรี้ยวซ่า แต่ในการทำงาน ทุกคนจะต้องก้มหัวให้เธอ แม้แต่ไม้เอกตัวเดียว เธอก็ไม่ให้ปล่อยผ่าน เมื่อทุกอย่างปกติดีแล้ว เธอนั่งลงและนิ่งไปชั่วขณะ เมื่อคืนเธอทำบ้าอะไรลงไปนะ แต่ก็ดุเดือดดี เธอแสยะยิ้มขึ้นมา แต่ก็ต้องรีบซ่อนใบหน้าหมวยแซ่บไว้ เพราะวันนี้เป็นวันสำคัญ เจ้านายคนใหม่จะเข้ามาควบคุมกิจการ แทนคนเก่าที่เสียชีวิต เพื่อไม่ให้ทุกอย่างมีข้อบกพร่อง รมย์นลินรีบเรียกประชุมทีมเลขา ทุกอย่างต้องเพอเฟกซ์ที่สุด ไม่มีใครรู้ว่าคนที่จะมาเป็นใคร แต่เธอจะไม่ให้เจ้าของคนใหม่ต้องรู้สึกแย่เป็นอันขาด จุดบกพร่องทุกจุดเธอจะอุดรูรั่วให้หมด เมื่อทุกอย่างครบถ้วน และทำถูกใจเธอแล้ว ก็แค่รอต้อนรับเจ้านายใหม่ เอกสารที่สำคัญเธอเตรียมไว้พร้อม จากนั้นก็ลุกขึ้น เข้าไปสำรวจในห้องทำงานของเจ้าของใหม่ เดินสำรวจดูความสะอาด ผ้าม่านปิดเปิดได้ปกติ เอกสารที่เตรียมพร้อม ครบดั่งใจ จากนั้นเธอก็เดินออกมา รมย์นลินยกแขนขึ้นมองนาฬิกาที่ข้อมือบาง "ใกล้เวลาแล้วสิ" เธอพูดขึ้น แม้สีหน้าของเธอจะดูนิ่งเรียบปกติ แต่ในใจเธอก็ตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เจ้าของใหม่จะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงกันนะ ไม่รู้จะปกปิดอะไรหนักหนา เธอคิดและเดินกลับไปนั่งที่เดิมพร้อมเริ่มตรวจงาน จากนั้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้น "คุณลินคะ เจ้าของคนใหม่มาแล้วค่ะ" เสียงพนักต้อนรับโทรขึ้นมาบอก จากนั้นรมย์นลินก็ลุกขึ้นประสานงานทุกฝ่ายให้มารอต้อนรับ จนทุกคนไปตั้งแถวรอ เมื่อประตูเปิดขึ้น ก้าวขายาวๆพร้อมรองเท้ามันเลี่ยมเดินฝ่ากลางเข้ามาท่ามกลางพนักงานที่ยืนรอต้อนรับ ทุกคนรีบยกมือไหว้ตามประสาพบเจอเจ้านายใหม่ ใบหน้าที่คมสันต์ หล่อเนี๊ยบเดินก้าวเข้ามา รมย์นลินใจสั่นระทึก เมื่อคนที่ย่างกรายเข้ามานั้นคือเจ้านายใหม่ ที่เพิ่งจัดหนักกับเธอไปในตอนกลางดึกที่ผ่านมา ตอนนี้หัวใจของเธอเเทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ความมั่นใจในชีวิตที่มีมาทั้งหมดมันหดหายไปในตอนที่เห็นใบหน้านั้น เธอก้มหน้าลงมองพื้นอย่างไม่ตั้งใจ และไม่อาจจะสบตากับเขาได้ หากรู้ว่าเป็นเจ้านาย เมื่อคืนเธอคงไม่จัดหนักแบบนั้นแน่นอน ความกังวลเกิดขึ้นในใจ เมื่อต้องทำงานกับคนที่นอนด้วยกันตั้งแต่ยังไม่รู้จัก แถมยังมีหน้าไปจ่ายค่าตัวเขาอีก แต่ทว่า เมื่อเขาเดินผ่าน แม้แต่หันมามองเธอเขายังไม่ได้สนใจ รมย์นลินมองตามหลังเจ้านายใหม่อย่างอึ้งๆ แต่ต้องสะดุ้ง เมื่อน้องพนักงานคนหนึ่งสะกิดเธอ เมื่อเหล่าพนักงานสลายตัว "พี่ลิน คุณเลขา!" เสียงเรียกทำให้เธอหลุดจากภวังค์แห่งความคิดที่สับสนไปมา "เจ้านายใหม่เข้าห้องเเล้วค่ะ เค้าเรียกแล้ว" "อ่ะ อ่อ! " เธอตอบรับแค่นั้นแล้วเดินเข้าไป และหยุดอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเอง จากนั้นก็นั่งลง แต่ก็ไม่วายลอบหันไปมองเจ้านายใหม่ที่กำลังเดินสำรวจห้องทำงาน ไม่นานเสียงโทรศัพท์ที่โต๊ะก็ดังขึ้น "เข้ามาหาผมหน่อย" เสียงพูดผ่านปลายสายโทรศัพท์ดังขึ้น ทำเอารมย์นลินใจเต้นอย่างสุดขีด สถานการณ์วัดใจเธอก็ผ่านมามากแล้ว กับอีแค่เรื่องแค่นี้ทำไมเธอจะต้องตื่นเต้นด้วย ความคิดปลอบใจตัวเองดังขึ้น ไม่นานรมย์นลินก็ลุกขึ้น และเดินเข้าไป เมื่อประตูปิดลงอย่างช้าๆ รมย์นลินกลับยืนนิ่งแข็งเป็นหินอยู่ตรงประตู ใบหน้าเฟียสแซ่บ กลับดูเป็นกังวล เธอยืนนิ่งก้มหน้าอยู่ตรงนั้น ไม่นาน เสียงเจ้านายใหม่ กดรีโมทปิดม่านลงอย่างอัตโนมัติ นั่นทำให้รมย์นลินยิ่งดูเป็นกังวลไปใหญ่ เพราะอะไร เพราะกลัวว่าผู้คนจะล่วงรู้เรื่องของเธอกับเจ้านายใหม่นั่นเอง "มาแล้วเหรอครับ คุณลิน" เสียงเขาพูดขึ้น "อ่อ..ค่ะ คือว่า ฉัน..ฉัน" รมย์นลินติดอ่างขึ้นมาทันที "ไม่ต้องแนะนำตัวแล้วก็ได้ครับ ผมคิดว่าเราคงรู้จักกันดี" เขาพูดขึ้น พร้อมเดินก้าวเข้ามาใกล้เธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ "เป็นคุณเองไม่ใช่เหรอที่จะจ่ายค่าตัวผม ทำไงดีล่ะ ผมอยากจะทวงค่าตัวของผมซะแล้วสิ " เขาก้มลงมาและพูดกระซิบข้างๆใบหูสีชมพูนิ่มของเธอ ที่มาพร้อมกับปลายจมูกแหลมตวัดไปมา รมย์นลินเงยหน้าขึ้น มองใบหน้าหล่อเหลานั่นอย่างชัดเจน จากนั้นนิ้วมือเรียวยาวของเขาก็ยกขึ้นไล้พวงแก้มที่แดงเถือกของรมย์นลินที่มันเย้ายวนสายตาของเขาไม่หยุดหย่อน "เจ้านายคะ คือว่า ฉัน...อุปส์" ริมฝีปากถูกประกบลงอย่างรุนแรงและเร่าร้อนอย่างกะทันทัน ร่างบางถูกร่างกายใหญ่ดันไปติดประตูห้องทำงานที่กำลังปิดอยู่ "ค่าตัวผมมันแพง ผมคิดว่าคุณจ่ายเท่าไหร่ก็คงจ่ายไม่หมดหรอก ค่อยๆใช้ผมไปทีละนิดก็แล้วกันนะ ตอนนี้ผมคิดดอกก่อน" เขาพูดขึ้น พร้อมมือเรียวยาวสอดเข้าไปใต้กระโปรงสั้นรัดรูป และสำรวจตรงนั้นที่เขาเพิ่งจะจัดการมา "นั่นไง น้ำเหนียวเยิ้มขนาดนี้ คุณจ่ายค่าตัวให้ผมเท่าไหร่ก็คงจ่ายไม่หมดสักทีหรอก ยอมรับเถอะว่าผมอร่อยจนคุณก็อดกลั้นไม่ได้" มือเรียวยาวสอดแทรกเข้าไปใต้กางเกงในตัวจิ๋วและขยี้มันจนรมย์นลินดิ้นไปมาเพราะเสียวสะท้าน จากนั้น สิ่งที่พึ่งจะคุ้นเคยสอดแทรกผ่านร่องกลางลำตัวพร้อมเสื้อเกาะอกตัวจิ๋วถูกรูดลงมาที่เอวบาง ขาอีกข้างถูกยกขึ้น และร่างกายถูกบดขยี้ด้วยท่อนเอ็นหนาใหญ่ที่พุ่งเข้าหาอย่างหิวกระหาย จากนี้เธอจะต้องทำยังไงดี เมื่อร่างกายของเธอมันไม่ยอมขัดขืนเขาเลยแม้แต่น้อย จบตอนที่4ร่างบางถูกซุกไซร้ไปทั่วด้วยริมฝีปากหนานุ่มของชายหนุ่มที่ดูเหมือนหื่นกระหาย รมย์นลินไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเธอจะรักและคิดถึงภูผามากมายขนาดนี้ อาจจะจริงอยู่เธอผ่านเรื่องเลวร้ายมามากมาย แต่ความรู้สึกที่ภูผามอบให้มันแตกต่างอย่างสิ้นเชิง หน้าอกถูกกลืนกินด้วยริมฝีปากหนา เขาทั้งดอมดมและดูดกลืนอย่างมิรู้อิ่ม เธอได้แต่ร้องครวญครางเพราะความเสียวสะท้าน เป็นเวลานานแล้วเหมือนกัน ที่เธอแหละเขาไม่ได้ใช้ช่วงเวลาแบบนี้ด้วยกันเลย เพราะเรื่องราวที่ผ่านมา เสื้อผ้าถูกปลดเปลื้องออกทั้งหมดอย่างไม่ทันได้รู้ตัว ส่วนแข็งขืน ถูกสอดประสานเข้ามาทางร่างกายของเธอ จากนั้นมันก็รุกล้ำขยับขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะจะโคน มีเพียงแค่เสียงครวญที่มาจากความเสียวสะท้านออกจากปากของหญิงสาว ริมฝีปากพัวพันรัดรึงกันอย่างหิวกระหาย ร่างบางพลิกขึ้นมานั่งคร่อมบนร่างของชายหนุ่ม และใช้โอกาสนี้ ทำรักกับเขาด้วยความคิดถึงและความรักอย่างลึกซึ้ง ความเสียวกระสันต์ซาบซึ้งเข้ามาในความรู้สึก เสียงร้องระงมลั่นไปทั่วทั้งห้องของเธอ บั้นท้ายงอนงามขย่มเร่งเร้าบนร่างของชายหนุ่มอย่างไม่กลัวเกรง เหมือนมีพลังขับเคลื่อนให้เธอขยับและส่ายไปมาจนฝ่ายชายรู้สึกเส
ในตอนเย็น รมย์นลินนั่งมองจอคอมพิวเตอร์ ในห้องพักของเธอ งานตอนนี้มันสุมรุมเร้าเธอมากมาย เธอต้องมาเสียหลักเพราะเรื่องเจ้านายบ้าบอนั่น ทำให้เธอเกือบจะต้องตกข้างทางไป อยู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ก๊อกๆๆ ก๊อกๆๆๆ "มาแล้วๆ " เธอพูดพร้อมลุกขึ้นไปเปิดประตู เพราะคิดว่าเป็นแมงปอผู้ช่วยเธอ เพราะพึ่งนัดให้เอาเอกสารมาให้ เธอจะจึงไม่ได้ส่องดูแต่เมื่อประตูเปิดขึ้นรมย์นลินกลับเบิกตากว้าง เมื่อดอกกุหลาบช่อใหญ่ถูกยื่นมาต่อหน้า และคนที่อยู่ด้านหลังดอกกุหลาบนั้นก็เป็นใครเสียไม่ได้ คุณภูผา "เจ้านาย" รมย์นลินพูดขึ้น และจะปิดประตู แต่มือหนานุ่มของเขากลับจับประตูไว้ไม่ให้มันปิดลงไป เขาจะไม่มีวันเสียเธอไปอีก "กลับไปเถอะค่ะ ฉันคิดว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วอีกอย่างคุณหญิงรุจิราแม่ของคุณก็มาหาฉันถึงที่นี่" เธอกล่าวขึ้นด้วยเสียงเรียบๆ ทำให้คนที่รับฟังอย่างภูผารู้สึกหน้าชาขึ้นมาในทันที หัวใจของเขาสั่นสะท้านคุณแม่ของเขาก็คงไม่ยอมแล้ววันนั้นคุณแม่ทำไมพูดเหมือนให้เขามีกำลังใจ "ผมไปไหนไม่ได้ ถ้าไม่มีคุณ ลินเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมเถอะ คุณก็รู้แล้วไม่ใช่หรือยังไงว่าผมกับชุตินินันท์ เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว
เมื่อทุกอย่างถูกคลี่คลายไปแล้ว ภูผารู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก แม้ชุตินันท์จะน่าสงสาร แต่ตอนนี้เขาก็มีคุณหมออีวานที่เข้ามาดูแล เหลือแค่ตัวเขาต้องตามหัวใจของรมย์นลินกลับมาให้ได้ เขาเดินกลับไปขึ้นรถพร้อมกับมารดา ในรถเงียบสนิท ไม่มีใครพูดอะไร แต่แล้วคุณหญิงรุจิราก็พูดขึ้น "พายัยเลขาสาวสวยของแก ไปพบแม่ด้วยนะ" คุณหญิงรุจิราพูดขึ้นพร้อมกับใบหน้าเรียบนิ่ง "ผมจะพาเขาไปได้ยังไงล่ะครับคุณแม่ ในเมื่อเขาปฏิเสธผมไปแล้ว" ภูผาตอบแม่ออกไป "ผู้หญิงอะไร จะมีแฟนรวยทั้งทีไม่รู้จะผูกมัดไว้ โง่หรือบ้ากันแน่" คุณหญิงรุจิราพูดขึ้น แต่ภายในใจเธอกลับรู้สึกดี ผู้หญิงคนนี้ถึงจะแต่งตัวเปรี้ยวปรี๊ด ดูเหมือนหญิงยามราตรี แต่ถ้าเป็นผู้หญิงพวกนั้นจริงๆ คงจะเป็นปลิงเกาะลูกชายไม่รู้จะปล่อยมือ แต่นี่กลับถอยห่างไม่สนใจอะไรเลย ยึดหลักความถูกต้องจนเกินไป คุณหญิงรุจิราคิด "ถ้าครั้งนี้แกโง่อีก แกก็ไปกินหญ้าหน้าบ้านก็แล้วกันนะ" คุณหญิงรุจิราพูดขึ้น ทำเอาภูผาก้มหน้าลงและอมยิ้ม "หมายความว่าคุณแม่จะยอม..." "ใครว่าฉันยอมยะ.." บทสนทนาจบลงมีเพียงเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นมาจากภูผา คุณแม่ก็เป็นคนแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรสินะ ตอน
"ชุ ผมอยากจะคุยเรื่องของเรา" ภูผาพูดขึ้น ชุตินันท์เงยหน้าขึ้นมองภูผานิ่ง ในสายตาของเขาตอนนี้ไม่มีเธออยู่แล้วจริงๆ ที่เขาทำดีกับเธอทุกวันนี้ ก็อาจจะเป็นเพราะถูกแม่ของเขาบังคับ และแค่เพียงสงสารเธอ ในใจเธอรู้ดีตลอดว่าภูผาจะพูดอะไรกับเธอ เพียงแค่ตอนนี้เธอยังไม่อยากรับฟัง "โอ้ยยย!" ชุตินันท์ร้องขึ้นมาอย่างเจ็บปวด และทรุดลงไปนั่งกับพื้น "ชุ คุณเป็นอะไร" ภูผาร้องเรียกและรีบเดินเข้าไปประคองชุตินันท์ในทันที "เจ็บมากเลยค่ะ " เธอได้แค่เพียงพูดออกมา "เดี๋ยวผมจะรีบเรียกรถพยาบาล" ภูผาพูดขึ้นดูท่าทางจะเป็นห่วง ... ในห้องพิเศษของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ภูผานั่งมองชุตินันท์ที่นอนหลับยังไม่รู้ว่าเธอจะลืมตาขึ้นมาเมื่อไหร่ เสียงประตูเปิดขึ้น คุณหญิงรุจิราเปิดประตูเข้ามา ภูผาได้แต่ยกมือบอกให้แม่ของตัวเองอย่าเสียงดัง เธอรีบเข้ามานั่งข้างๆภูผา "หนูชุเป็นยังไงบ้าง" คุณหญิงรุจิราถามลูกชายขึ้น "คุณหมอบอกว่าต้องเช็คอาการอย่างละเอียด " ภูผาตอบมารดาของตัวเองออกไปทางสายตามองไปยังคนที่นอนอยู่บนเตียง คุณหญิงรุจิราได้แต่ถอนหายใจและมองลูกชาย ที่เคยดื้อรั้นตอนนี้กลับดูเศร้าหมอง "ลูกรู้เหตุผลไหม ทำไมชุถึงทำแบบนั้น"
รมย์นลิน รีบตรงไปที่ห้องน้ำ เพราะสุดท้ายแล้วความเข้มแข็งของเธอมันใช้ไม่ได้ผลกับใจของเธอเลยแม้แต่น้อย เมื่อเข้าไปเธอรีบปิดประตูห้องน้ำและใช้สองมือปิดหน้าร้องไห้ออกมาอย่างสะอึกสะอื้นเพราะน้อยใจในโชคชะตาของตัวเองที่ต้องมาผิดหวังกับความรักซ้ำๆ นี่สินะความรักที่สวยงาม เธอร้องไห้อยู่ตรงนั้นสักครู่ไม่นานเธอก็เปิดประตูออกมาและรีบล้างหน้าเพื่อกลบเกลื่อนรอยบวมช้ำใต้ตาจากนั้นก็หยิบแป้งพัฟในกระเป๋าเสื้อออกมาปกปิดความเสียใจของเธอ เธอกลับเข้าไปทำงานอีกครั้งแต่ครั้งนี้ชุตินันท์ได้กลับไปแล้วเพราะเธอรู้สึกอ่อนเพลีย ตอนนี้การทำงานทุกอย่างเข้มข้นเธอเข้าไปประชุมและต้องพบกันกับภูผา เขาพยายามเข้าหาเธอมาโดยตลอด แต่เธอได้พูดกับชุตินันท์ไปแล้วเธอจึงถอยออกมาคงไว้แค่เรื่องงานเพียงเท่านั้น "เดี๋ยวก่อนลิน" ภูผาพูดขึ้น รมย์นลินรีบสะบัดแขนออกจากมือหนานุ่มที่ดึงเธอไว้ "ปล่อยค่ะ ฉันไม่อยากให้ใครมาเห็นเราสองคนสนิทสนมกันอีกแล้วค่ะ ต่างคนต่างอยู่เถอะค่ะ" รมย์นลินพูดขึ้น "ต่างคนต่างอยู่ได้ยังไงเรายังไม่เลิกกันเลย " ภูผาพูดขึ้น "เจ้านายค่ะ ที่ผ่านมาฉันขอบคุณที่คุณสนใจ เข้ามาเป็นสิ่งสวยงามในชีวิตของฉันแม้จะไม่นานมาก
เสียงดนตรีดังอึกทึกไปมาภายในสถานที่บันเทิงที่เธอมาเป็นประจำ เหล้าถูกยกขึ้นดื่มหลายๆแก้ว เธอรู้สึกเจ็บปวดในหัวใจจนป่านนี้แล้วภูผายังไม่ติดต่อเธอมาเลย เธอได้แต่ยิ้มทั้งน้ำตา ในขณะเดียวกันก็มีผู้ชายมากหน้าหลายตามาขอนั่งดื่มกับเธอ แต่เธอไม่มีอารมณ์เมื่อสติเริ่มไม่อยู่กับตัว เธอคิดว่าควรจะกลับไปพักผ่อนดีกว่า ในใจของเธอไม่ได้สนุกอีกต่อไปแล้วกับสถานที่แห่งนี้ รมย์นลินกลับมาที่ห้องพักของตัวเอง เธอวางกระเป๋าและค่อยๆนั่งลงไปบนที่นอนอย่างช้าๆน้ำตาไหลรินลงมาพร้อมความมึนตึงหลังจากที่ไปดื่ม แต่เธอก็ไม่ได้โวยวายอะไร เพียงแค่คิดว่าความรักดีๆที่เธอได้รับ มันเป็นแค่ตัวแทนของใครบางคนเพียงเท่านั้น ความหลังครั้งเก่าค่อยๆผุดขึ้น เหมือนแผลในใจมันแปลกแตกและมีเลือดไหลออกมาทำให้เธอหวนคิดไปถึงครั้งที่เธอรักกับอินทัช ผู้หญิงวัยใสที่หลงไหลไปกับคำพูดชวนฝันของอินทัช เธอคิดว่าอินทัชจะเป็นรักเดียวของเธอ แต่กลับไม่ใช่ เมื่อแต่งงานกันเข้าไปแล้ว กลับมีแม่และครอบครัวของเธอ ที่จ้องแต่จะรังเกียจและทำร้ายเธอ ไม่ต่างจากอินทัช ที่เจ้าชู้หูกระต่าย ไม่เคยสนใจใยดี เพราะความรักในตัวอินทัชอย่างมากมาย เธอยอมเสียสละชีวิตการทำงานข







