หน้าหลัก / โรแมนติก / ร้อยคำรักปักกลางใจ / บทที่ 8 ความรู้สึกแตกหัก

แชร์

บทที่ 8 ความรู้สึกแตกหัก

ผู้เขียน: หรานเติงเติง
"ตกลงคุณอยากพูดอะไรกันแน่?"

จี้ซูยืนพิงตู้อเนกประสงค์พลางยกสองแขนขึ้นกอดอก

ทั้งที่สืบรู้ทุกอย่างแล้ว ยังจะมาพูดจาอ้อมค้อมกวนประสาทกันอยู่ได้

ทำไมเธอถึงไม่ยักรู้มาก่อนนะว่าผู้ชายคนนี้จะน่ารำคาญขนาดนี้?

"ถ้ามาเพื่อหาเรื่องชวนทะเลาะ ก็ขอโทษนะที่ฉันไม่มีแรงมาเถียงด้วย แต่ถ้ามาเพื่อยืนยันอะไรบางอย่าง คุณก็ได้เห็นไปหมดแล้ว"

มือของโจวฉงเซิ่นที่ถือแก้วน้ำอยู่ชะงักเล็กน้อย เขาไม่พูดอะไรไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางแก้วลง

"สัปดาห์หน้างานฉลองวันเกิดครบหกสิบปีของตาเฒ่า คุณต้องกลับไปที่บ้านใหญ่"

นี่คือการแจ้งให้ทราบงั้นเหรอ?

"ไม่ไป" จี้ซูปฏิเสธอย่างเด็ดขาด โดยไม่ต้องเสียเวลาคิดสักนิด

งานวันเกิดคุณพ่อโจว คนที่ไม่มีภูมิหลัง ไม่มีฐานะอย่างเธอจะไปทำไม? ไปฟังพวกผู้ใหญ่ตระกูลโจวพูดจาเหน็บแนมงั้นเหรอ? หรือให้ไปสวมบท 'คุณนายโจว' ผู้ว่านอนสอนง่ายที่วัน ๆ เอาแต่เดินตามหลังโจวฉงเซิ่นต้อย ๆ ต่อไป?

เดี๋ยวกลับไปก็คงไม่พ้นโดนโจวฉงเซิ่นทิ้งไว้กลางดงผู้ใหญ่ ปล่อยให้พวกป้า ๆ น้า ๆ วิพากษ์วิจารณ์เธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนปิดท้ายด้วยประโยคสรุปความที่ว่า "ไม่รู้จริง ๆ ว่าอาเซิ่นไปถูกใจเธอตรงไหน"

ตลอดสามปี ทุกครั้งที่กลับบ้านใหญ่ก็ต้องเจอแต่เรื่องพรรค์นี้ เธอเบื่อหน่ายจนทนไม่ไหวแล้ว

ไม่สู้เอาเวลานี้ไปวาดแบบร่างเพิ่มอีกสักสองสามแผ่นยังดีกว่า

"ปีนี้อารองกับภรรยาจะกลับมา ตาเฒ่ากำชับไว้ว่าทุกคนต้องมาให้ครบ"

อารองกับภรรยางั้นเหรอ?

จี้ซูเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

เธอจำสองคนนั้นได้ดี ตอนงานแต่งเคยเจอกันครั้งหนึ่ง พวกเขาทำหน้าบึ้งตึงตลอดงาน ขนาดสุราคารวะยังไม่ยอมดื่มด้วยซ้ำ

ได้ยินมาว่าพี่น้องรุ่นพ่อคู่นี้ไม่ค่อยลงรอยกันมาแต่ไหนแต่ไร ก่อนที่คุณปู่จะเสียชีวิตได้มอบบริษัทโจวกรุ๊ปให้กับพ่อของโจวฉงเซิ่น อารองของเขาโกรธจัดจนบินออกนอกประเทศ แม้แต่งานศพคุณปู่ก็ยังไม่ยอมกลับมา

ต่อมาพ่อของโจวฉงเซิ่นเกิดอาการเส้นเลือดในสมองตีบ โจวกรุ๊ปเกิดความสั่นคลอน โจวฉงเซิ่นที่เพิ่งเรียนจบจึงถูกผลักดันขึ้นรับตำแหน่งประธานอย่างกะทันหัน

อารองกลับมาเพื่อแย่งชิงอำนาจ รวมหัวกับคนกลุ่มใหญ่มาประท้วงกันถึงห้องทำงานชั้นบนสุด

และเพื่อที่โจวฉงเซิ่นจะได้มาซึ่งหุ้นที่คุณปู่ทิ้งไว้ จึงตัดสินใจรีบแต่งงานกับเธอ

เพราะงั้น เขาถึงกลัวว่าการหย่าร้างจะนำความยุ่งยากมาให้โดยไม่จำเป็น จึงลงทุนมาเกลี้ยกล่อมเธอด้วยตัวเองสินะ?

"แล้วฉันจะได้ประโยชน์อะไรล่ะ?" จี้ซูถามอย่างตรงไปตรงมา

โจวฉงเซิ่นไม่คิดว่าเธอจะถามตรงขนาดนี้ เขาหัวเราะเบา ๆ "คุณอยากได้อะไร? บ้าน รถ หรือว่าเส้นสาย?"

ในใจเขา เธอเป็นคนเห็นแก่ผลประโยชน์ขนาดนั้นเลยเหรอ?

จี้ซูมองเขาโดยไม่ลังเล ก่อนเน้นทีละคำ "หนังสือหย่า เซ็นซะ"

สิ้นประโยคนี้ ปลายนิ้วของโจวฉงเซิ่นที่กำลังเคาะพนักพิงโซฟาก็หยุดชะงักทันที ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงเล็กน้อย

ดวงตาประสานกัน ห้องนั่งเล่นเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงเข็มนาฬิกาเดินดังติ๊กติ๊ก

เขาหันไปมองเธอ คล้ายอยากค้นหาความรู้สึกประชดประชันจากแววตา แต่ในดวงตากลมโตคู่นั้นกลับมีเพียงความเด็ดเดี่ยวอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

นี่เธอแทบจะรอไปจากเขาไม่ไหว ชนิดที่ทนไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียวเชียวเหรอ?

หลายวันมานี้เพิ่งได้เจอกันแค่สามครั้ง แต่ทุกครั้งก็หนีไม่พ้นหัวข้อนี้

ทำหน้าเย็นชา คำพูดคำจาเชือดเฉือน ราวกับว่ามีความแค้นต่อกันหนักหนา

เขาไม่เข้าใจเลยว่า ตกลงแล้วเป็นเพราะอะไรกันแน่?

โจวฉงเซิ่นสูดหายใจลึก ขณะกดข่มความหงุดหงิดในใจ แสร้งทำเป็นผ่อนคลาย "ได้สิ รอให้งานจบเมื่อไหร่ เดี๋ยวผมเซ็นให้"

จี้ซูเลิกคิ้ว ด้วยนึกไม่ถึงว่าเขาจะตอบตกลงง่ายดายขนาดนี้

"เพื่อป้องกันไม่ให้คุณผิดสัญญา งั้นคุณเซ็นแล้วเอาไปฝากไว้กับทนายก่อนดีกว่า พอเสร็จเรื่องแล้วฉันจะไปเอาเอง"

"หึ" โจวฉงเซิ่นแค่นหัวเราะคล้ายกำลังโมโห พลางประชด "คุณกลัวผมกลับคำเหรอ?"

จี้ซูตอบกลับตามความจริง "ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้นี่"

เรื่องแบบนี้จะไม่มีหลักประกันไม่ได้ เกิดตอนหลังเขาไม่ยอมรับขึ้นมา แล้วเธอจะไปทวงสัญญากับใคร?

เขาลุกขึ้นยืน ก้าวเท้าเดินเข้าไปหา นัยน์ตาจับจ้องไปที่เธอ แววตาแฝงไว้ด้วยความรู้สึกขบขัน

"คงไม่ได้คิดจริง ๆ หรอกใช่ไหมว่าผมขาดคุณไม่ได้?"

เขาเอ่ยต่อ "วางใจเถอะ เรื่องจบเมื่อไหร่ผมเซ็นแน่"

ใบหน้าของจี้ซูไร้ซึ่งความรู้สึกใด เสียงของเธอใสกระจ่าง "งั้นก็หวังว่าประธานโจวจะรักษาคำพูดนะคะ"

โจวฉงเซิ่นตวัดสายตามองค้อนเธอวงหนึ่ง ก่อนขมวดคิ้วเดินจากไป

เสียงปิดประตูดังสนั่นหวั่นไหว

จี้ซูมองไปที่โถงทางเข้าด้วยสีหน้ารำคาญใจ

บ้าบอจริง ๆ ต้องมีชีวิตที่ไม่สบอารมณ์ขนาดไหนกันนะ ถึงได้ลงทุนขับรถตั้งยี่สิบกิโลเพื่อมาโวยวายใส่เธอแบบนี้?

ป่วยจิต

แต่เพียงชั่วพริบตา ความโกรธของเธอก็มลายหายไป

เธอมองแก้วน้ำที่ยังดื่มไม่หมดบนโต๊ะหน้าโซฟา มุมปากขยับเล็กน้อย

เหตุผลที่เธอตอบรับคำขอของโจวฉงเซิ่น เรื่องให้เขาเซ็นหนังสือหย่าก็ส่วนหนึ่ง แต่ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งด้วยเช่นกัน

งานฉลองวันเกิดครบรอบหกสิบปีของคุณพ่อโจว ครอบครัวอารองบินกลับประเทศ งานนี้ต้องจัดใหญ่โตแน่นอน ถึงตอนนั้นบรรดาคุณนายไฮโซในจิงตูแปดเก้าส่วนก็คงมาร่วมงานกันหมด

ตามธรรมเนียมที่ผ่านมา โจวฉงเซิ่นจะต้องพาเธอไปเดินคารวะสุรา แล้วหลังจากนั้นก็ทิ้งเธอไว้กลางดงพวกคุณนาย

จี้ซูยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

กำลังกลุ้มใจอยู่พอดีว่าจะหาเวทีโปรโมตแบรนด์ได้ที่ไหน และตอนนี้โอกาสดีก็วิ่งมาหาแล้วไม่ใช่หรือ?

ช่างเหมาะสม มีเหตุผล และถูกเวลาเสียจริง

ภายในรถเงียบสงัด ไฟที่เปิดอยู่สาดส่องให้เห็นโครงหน้าของชายหนุ่มหล่อเหลาไร้ที่ติยิ่งขึ้น

โจวฉงเซิ่นวางมือทั้งสองข้างลงบนพวงมาลัย สายตามองทะลุรั้วเหล็กดัดไปยังบานประตูภายในลานบ้านเขม็ง

รอกระทั่งไฟชั้นหนึ่งดับลง เขาถึงได้ถอนสายตากลับมา

เขายื่นมือไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลบนเบาะผู้โดยสารด้านข้าง เวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว เขายังไม่เคยเปิดดูเลยสักครั้ง

โจวฉงเซิ่นแกะเชือกที่พันอยู่ออก แล้วหยิบเอกสารสองฉบับด้านในออกมา

[หนังสือข้อตกลงการหย่าร้าง]

ตัวอักษรพวกนี้ช่างบาดตาเสียจริง

ไม่เคยคิดเลยว่า โจวฉงเซิ่นคนนี้จะมีวันที่ถูกทิ้งจริง ๆ

เดิมทีตั้งใจมาคุยกับเธอดี ๆ อุตส่าห์มารออยู่ที่หน้าประตูตั้งสองชั่วโมง กว่าเธอจะเลิกงานกลับบ้าน

แต่ผลลัพธ์ล่ะ?

ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรสักคำ ก็โดนผู้หญิงคนนั้นยั่วโมโหจนแทบคลั่ง ทำตัวเหมือนไปกินรังแตนที่ไหนมา

เขาขมวดคิ้วเปิดดูหนังสือหย่า ตอนแรกนึกว่าเธอจะฉวยโอกาสขูดรีดเขาอย่างหนักเสียอีก แต่รายละเอียดทุกข้อในเอกสารกลับสมเหตุสมผลทุกประการ

สมกับที่เธอบอกไว้จริง ๆ ว่าจะเอาเฉพาะสิ่งที่ควรได้รับเท่านั้น

หน้าสุดท้ายของเอกสารมีตัวอักษรจากลายมือสวยงามปรากฏอยู่สองคำ

รอยหมึกแห้งสนิทไปนานแล้ว โจวฉงเซิ่นใช้ปลายนิ้วลูบไล้เบา ๆ ด้วยความเหม่อลอย

ตอนที่จี้ซูเซ็นชื่อลงไป ในใจเธอกำลังคิดอะไรอยู่นะ?

ถ้าเขาเปิดดูตอนที่หนังสือหย่าเพิ่งถูกส่งมาถึงบริษัท จากนั้นก็กลับบ้านไปคุยกับเธอ บางทีเรื่องราวคงไม่บานปลายถึงขั้นนี้

สาเหตุการหย่าร้าง : ความรู้สึกแตกหัก

"ความรู้สึกแตกหัก" โจวฉงเซิ่นแทบจะจ้องประโยคนี้จนทะลุเป็นรู

หึ!

จะแตกหักก็ต้องเป็นเธอที่แตกหักก่อนสิ เธอไปสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่นขนาดนั้น ใครจะไปรู้ว่ามีความลับกันมานานแล้วหรือเปล่า

พูดกันตามตรง ในเอกสารควรเพิ่มอีกข้อด้วยซ้ำว่า : ฝ่ายหญิงต้องชดเชยค่าเสียหายทางจิตใจให้ฝ่ายชายอันเกิดจากความผิดของตนเอง

เธอมีสิทธิ์อะไรมาขอหย่า ถ้าจะมีใครขอหย่า ก็ต้องเป็นเขาที่เป็นผู้เสียหายสิ

บังคับให้เขาเซ็นชื่อยังพอว่า แต่นี่ยังถึงขั้นไปหาทนายมาเลยเนี่ยนะ?

ความน่าเชื่อถือของเขามันย่ำแย่ขนาดนั้นเลยหรือไง?

โจวฉงเซิ่นพับหนังสือหย่า ก่อนจะยัดมันเข้าไปในช่องเก็บของฝั่งผู้โดยสารอย่างกระแทกกระทั้น

เครื่องยนต์สตาร์ทติด รถยนต์แล่นออกไป ในกระจกมองหลัง ภาพของบ้านหลังนั้นค่อย ๆ เล็กลงไปตามลำดับ

เขานึกถึงท่าทีรำคาญใจของจี้ซูเมื่อครู่อีกครั้ง ตลอดเวลาเธอไม่เคยทำหน้าดี ๆ ให้เขาสักนิด

เขาคิดว่าเธอจะเรียกร้องเส้นสายจากเขา ใช้การกลับบ้านใหญ่ไปแลกเปลี่ยนกับการโปรโมตแบรนด์เล็ก ๆ ของพ่อเธอ แต่คิดไม่ถึงเลยว่า สิ่งที่เธอต้องการกลับเป็นการให้เขาเซ็นหนังสือหย่า

ช่างใจร้ายจริง ๆ บทจะเปลี่ยนไปก็เหมือนเป็นคนละคนทันที

แสงไฟริมถนนสาดส่องกระทบเสี้ยวหน้าของเขาให้ดูสว่างวูบวาบ โจวฉงเซิ่นกำพวงมาลัยแน่น ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงจังหวะหนึ่ง

ก็แค่หย่าไม่ใช่หรือไง

คนอย่างโจวฉงเซิ่น ไม่ถึงกับต้องมานั่งเสียใจหรอก

สัญญาณไฟเขียวสว่างขึ้น เขาเหยียบคันเร่งจนมิด รถยนต์พุ่งทะยานออกไปราวลูกธนูหลุดจากแล่ง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 30 นี่หรือคือการช่วยของคุณ?

    จี้ซูขับรถด้วยความเร็วสูงมาตลอดทาง เมื่อมาถึงคฤหาสน์ โจวฉงเซิ่นก็กำลังยืนอยู่หน้ากระจกบานสูงจรดเพดานไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่ตอนที่เธอพรวดพราดเข้ามา โจวฉงเซิ่นมีสีหน้าประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัดเธอไม่พูดพร่ำทำเพลง โยนภาพหน้าจอแฮชแท็กยอดนิยมนั้นใส่หน้าเขาทันทีโจวฉงเซิ่นขยับตัวยืนตรง รับโทรศัพท์มือถือมา เมื่อเห็นรายละเอียดบนนั้นชัดเจน คิ้วก็ขมวดเข้าหากันทันที “เกิดอะไรขึ้น?”น้ำเสียงที่จี้ซูใช้คาดคั้นนั้นเย็นเยียบจนทำให้คนฟังรู้สึกเสียวสันหลัง “ฝีมือคุณใช่ไหม?”โจวฉงเซิ่นหรี่ตา คล้ายกำลังทำความเข้าใจและย่อยคำพูดของเธอ“นี่คุณคิดว่าผมเป็นคนปล่อยข่าวเหรอ?” เขาแค่นหัวเราะด้วยความโกรธ “จี้ซู ในใจคุณ ผมเป็นคนแบบนั้นหรือไง?”จี้ซูจ้องมองเขา นิ่งเงียบไม่พูดจาสีหน้าของโจวฉงเซิ่นมืดทะมึน สายตาแห่งความเคลือบแคลงของเธอทำให้เขารู้สึกโกรธขึ้นมาจับใจ เขาพยายามสะกดอารมณ์ ขณะหันหน้าไปมองนอกหน้าต่าง“ผมแค่ช่วยฝากให้พวกเขาเก็บชื่อคุณไว้ในรายชื่อผู้เข้ารอบ แต่ผมยังไม่ต่ำช้าถึงขั้นชักนำกระแสสังคมไปโจมตีคุณหรอกนะ”ผมแค่ช่วยฝากให้...ดังนั้น เรื่องใช้เส้นสายมันก็เป็นความจริงงั้นสิ?ไม่รู้ทำไม ความมุ

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 29 หรือว่าจะเป็นเขา?

    จี้ซูขมวดคิ้ว สังหรณ์ใจไม่ค่อยดีนัก"เกิดอะไรขึ้น ค่อย ๆ พูดนะ"เสี่ยวจู : "มีคนแจ้งเบาะแสว่าพี่ใช้เส้นสาย แอบติดต่อกับกรรมการ ตอนนี้ใต้โพสต์ในเฟซทางการวุ่นวายไปหมดแล้วค่ะ"ปลายนิ้วของจี้ซูเกร็งแน่น รีบเปิดเฟซบุ๊กไปยังช่องคอมเมนต์ของเพจทางการทันที[จี้ซู? ใครเนี่ย ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน อยู่ดี ๆ ก็เข้ารอบซะงั้น][ได้ยินมาว่ามีคนคอยดันให้แหละ จุ๊ ๆ][อวี๋จือใช่ไหม? ขอแบนเลย แบรนด์แบบนี้จะทำของมีระดับออกมาได้ยังไง]คอมเมนต์ต่อจากนั้นยิ่งแล้วใหญ่ ต่างพากันเรียกร้องให้เธอถอนตัวจากการแข่งขัน บีบให้ผู้จัดงานออกมาชี้แจง และบอกให้เธอออกมาขอโทษพอหันไปดูเพจทางการของอวี๋จือก็ยิ่งถูกถล่มเละ ยอดคอมเมนต์พุ่งทะลุหมื่นบวกแล้วดูจากคอมเมนต์ที่ไปในทิศทางเดียวกัน ชัดเจนว่าเป็นฝีมือของทีมปั่นกระแสที่ถูกจ้างมาเสียงของเสี่ยวจูสั่นเครือดังลอดมาจากโทรศัพท์ "ทำยังไงดีคะพี่ซู แค่นาทีเดียวก็ปาไปเป็นสิบ ๆ คอมเมนต์แล้ว ยอดมันพุ่งไวเกินไปแล้วค่ะ"จี้ซูไม่ได้พูดอะไร ปลายนิ้วของเธอไถหน้าจอไปมา แววตาเริ่มเย็นชาขึ้นเรื่อย ๆเธอค้นหาจนพบต้นตอของการแฉ มันคือภาพหน้าจอที่มีคนส่งเข้ามาแบบไม่ระบุตัวตน อ้างว่าเธ

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 28 เรื่องราวที่คล้ายคลึงกัน

    เมื่อเห็นเขายังคงไม่พูดอะไร คุณพ่อโจวจึงคร้านกล่าวต่อ เพียงเสริมประโยคสุดท้ายขึ้นมาว่า"ฉันไม่สนหรอกนะว่าแกจะทำยังไง แต่สรุปก็คือห้ามหย่า ตระกูลโจวไม่อนุญาตให้เกิดเรื่องแบบนี้เด็ดขาด"เหมือนกับคุณแม่ในตอนนั้นไม่มีผิดโจวฉงเซิ่นปรายตามองพ่อโจวด้วยความไม่สบอารมณ์เล็กน้อย ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกไปเมื่อเฉิงคุนเห็นเช่นนั้น ก็รีบค้อมตัวทำความเคารพ แล้วเดินตามโจวฉงเซิ่นออกจากบ้านใหญ่บนรถ โจวฉงเซิ่นมองออกไปนอกหน้าต่าง คิ้วขมวดมุ่นอดรู้สึกตลกไม่ได้เมื่อนึกถึงคำพูดที่ตาเฒ่าสั่งสอนเขาเมื่อครู่นี้ตาเฒ่าวิจารณ์ว่าเขาเย็นชา ไม่รู้จักหนักเบา แล้วตัวตาเฒ่าเองล่ะไม่ได้เป็นแบบนั้นหรือไงปีนั้นตอนที่คุณตาถูกศัตรูใส่ร้าย คุณแม่ขอร้องให้ช่วย ตาเฒ่ากลับบอกว่า "ตอนนี้โจวกรุ๊ปกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น จะให้มาทำลายอนาคตตัวเองเพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ได้หรอก"แถมยังกักบริเวณเธอ ไม่ยอมให้เงินใช้ พร้อมประกาศกร้าวว่าหากแม่ของเขากล้าทำให้เรื่องของตระกูลไช่มากระทบถึงราคาหุ้นของโจวกรุ๊ป เขาก็ไม่รังเกียจที่จะราดน้ำมันลงบนกองไฟเพิ่มเข้าไปอีกต่อมาตระกูลไช่มีเรื่องฟ้องร้องจนต้องประกาศล้มละลาย คุณตาทนรับความสะ

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 27 จี้หรงจื่อ นายสบายดีไหม?

    เขามองดูดวงตาของเธอที่ยังคงบวมเป่งอยู่เล็กน้อย น้ำเสียงแข็งกระด้าง "ที่ตาบวมก็เพราะเมื่อวานร้องไห้มาสินะ"จี้ซูยิ้มแห้ง ไม่ได้ตอบอะไรเขาถามขึ้น "ในใจเธอยังมีเขาอยู่อีกเหรอ?"มือที่ถือช้อนของจี้ซูชะงักไปเล็กน้อย แพขนตาสั่นไหวในใจยังมีเขาอยู่อีกไหมเหรอ?เธอคิดว่า บางทีตั้งแต่ตอนที่เขายอมยกหมอผ่าตัดของพ่อเธอไปให้คนอื่น เธอก็คงหมดหวังในตัวเขาโดยสมบูรณ์แล้วจี้ซูส่ายหน้า "น่าจะไม่มี ฉันไม่อยากข้องแวะอะไรกับเขาอีกแล้ว"หากบอกว่าในใจไม่รู้สึกหวั่นไหวเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ เธอยังคงอยู่ในช่วงค่อย ๆ ดึงตัวเองออกมาการตัดใจจากเขาเป็นเพียงแค่เรื่องของเวลาเท่านั้นพอคิดถึงเรื่องการแข่งขัน เธอก็นึกถึงสายตาของเจียงรุ่ยที่มองมาตอนอยู่ในสนามแข่งขึ้นมาได้"เจียงรุ่ยคนนั้น เหมือนจะเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เผยนะ""ใช่ ตระกูลเจียงน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับสามีของอาจารย์เผย เธอก็เลยถูกอาจารย์เผยปั้นมากับมือเลยละ"ก่อนหน้านี้ตอนที่จี้ซูขอให้เขาช่วยตามหาอาจารย์เผยจือหรง เขาก็ได้สืบเรื่องราวพร้อมกับทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของคนรอบข้างมาบ้าง เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าการประกวดในครั้งนี้จะมีลูกศิษย์ของท่านปรมาจา

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 26 อย่าไปรบกวนพวกเขา

    ครึ่งชั่วโมงต่อมา การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นผู้เข้าแข่งขันต่างทยอยขึ้นเวทีตามลำดับการจับสลาก มีผลงานหลากหลายรูปแบบ ทั้งสไตล์จีนร่วมสมัย กี่เพ้าประยุกต์ และชุดเลียนแบบโบราณขนานแท้ ซึ่งระดับฝีมือมีทั้งดีและแย่ปะปนกันไปทางด้านโต๊ะกรรมการ คิ้วของศาสตราจารย์เฉาเก๋อขมวดมุ่นและคลายออกเป็นระยะ บางครั้งเขาก็ก้มหน้าลงเขียนตัวอักษรไม่กี่คำในตารางคะแนนเมื่อถึงตาของเจียงรุ่ย ด้านล่างเวทีก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเธอจูงมือเดินนำนางแบบขึ้นมาบนเวที นางแบบสวมใส่ชุดกี่เพ้าสีม่วงกลีบบัว ปักลวดลาย "ร้อยผีเสื้อดอมดมบุปผา" ด้วยงานปักซูซิ่วตลอดทั้งชุด ฝีเข็มประณีตเสียจนแทบมองไม่เห็นรอยต่อด้วยตาเปล่าศาสตราจารย์เฉาเก๋อพยักหน้าเล็กน้อย ในที่สุดมุมปากก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาบ้างคาดว่าคงรู้สึกว่าในที่สุดก็มีผลงานที่พอจะเข้าตาเสียทีตอนที่เจียงรุ่ยเดินลงจากเวทีและผ่านข้างกายของจี้ซูไป สายตาของเธอก็หยุดที่จี้ซูอยู่ครู่หนึ่ง มุมปากยกตัวขึ้นเป็นรอยยิ้มแฝงความหมายลึกซึ้งหลังจากนั้นก็มีผู้เข้าแข่งขันขึ้นมาอีกสองสามคน จี้ซูดูแล้วรู้สึกว่าค่อนข้างดีทีเดียว มีการใช้โทนสีสะดุดตา และตัดเย็บโดยผสมผสานองค์ปร

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 25 อย่าให้เธอรู้

    ภายในห้องทำงานเงียบสงัดจนทำเอาผู้คนรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งตัวเสียชีวิตแล้ว?โจวฉงเซิ่นตัวแข็งทื่อ ดวงตาสีเข้มจ้องมองเฉิงคุนที่อยู่ตรงประตู ความรู้สึกจุกแน่นตีรวนขึ้นมาในอกจนแทบหายใจไม่ออก“ไม่ใช่ว่า อาการทรงตัวดีหรอกเหรอ?”เฉิงคุนไม่รู้จะตอบอย่างไรดี “บางที คุณหมออาจหมายความว่า อาการแย่มาตลอด ก็เลยเรียกว่าทรงตัวครับ”นี่มันคำพูดบ้าบออะไรกัน?ตกลงว่าอาการพ่อเธอแย่มาตลอดใช่ไหม?ปลายนิ้วที่กำโทรศัพท์มือถือของเขาสั่นระริกเล็กน้อย พยายามหาเหตุผลมาแก้ตัวให้กับตนเอง“พ่อเธอป่วยหนักทำไมถึงไม่มีใครบอกฉัน?”เฉิงคุน : “ตอนนั้นคุณพ่อของคุณหนูซางฮวยกำลังผ่าตัด ท่านประธานเป็นคนสั่งเองว่าห้ามมีเรื่องอะไรมารบกวน ถ้าคุณผู้หญิงโทรมา ก็ให้บอกว่าท่านประธานยุ่งอยู่ครับ”โจวฉงเซิ่นค่อย ๆ หลับตาลง สูดลมหายใจลึกตอนนั้น จี้ซูอารมณ์เสียจนควบคุมตัวเองไม่ได้เพราะโดนแย่งคิวผ่าตัด ส่วนคุณลุงซางที่อยู่ต่างประเทศก็กำลังผ่าตัดเหมือนกัน แถมโปรเจกต์งานก็ยังมีปัญหา เขาจึงยุ่งหัวหมุนแทบไม่ได้พักในแต่ละวันตอนกลางวันต้องไปรับมือกับพวกชาวต่างชาติที่บริษัทสาขา พอกลับมาที่โรงพยาบาลก็ยังต้องคอยดูแลความรู้สึกของซางฮ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status