LOGINเขาเล่นกับร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงของฉันทั้งคืน จนฉันไข้ขึ้น
ในตอนที่สติของฉันเริ่มเลือนลาง ก็เหมือนทั้งร่างถูกอุ้มลอยขึ้นมา มีเสียงคนหลายคนเดินไปเดินมาใกล้ๆ "รถพร้อมแล้วครับนาย" เสียงใครกัน? "เฮ้ย! พวกมึงเป็นใครวะ!" เอ๊ะ เสียงพี่วินนี่ เขากำลังดุใครนะ? "พราย..ตื่นเร็ว พวกมึงปล่อยแฟนกูนะโว้ย!" ฉันพยายามลืมตา แต่ไม่ไหว มีเสียงคุ้นๆของใครอีกคนพูดผ่านไปอย่างเยียบเย็นว่า "จัดการมันซะ" เป็นเสียงที่น่าขนลุกจนฉันต้องห่อตัวให้เล็กลง ควานหาความอบอุ่นที่โอบล้อมรอบตัวแล้วกอดไว้แน่น มีเสียงคล้ายปิดประตูรถ แล้วทุกอย่างก็เงียบลง ฉันซุกตัวเข้าหาความอบอุ่น แล้วหลับไปจริงๆ ..... เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งในห้องนอนหรูหรา ฉันเด้งตัวขึ้นมาอย่างตื่นตกใจ มองรอบตัวอย่างหวาดระแวงไปหมด ฉันรู้ได้ทันทีว่า ถูกไอ้เลวที่ข่มขืนฉันเมื่อคืนนั่นพาตัวมาที่นี่ ความกลัวทำให้ฉันรีบลุกออกไปที่หน้าต่าง มองออกไปด้านนอกเพื่อสำรวจว่าที่นี่มันคือที่ไหนกันแน่ ด้านนอกเป็นวิวสนามกอล์ฟเขียวกระจ่างสุดลูกหูลูกตา ความคิดด้านลบประมวลผลทันทีว่า ฉันคงถูกเขาพามาเป็นแคดดี้ คอยบริการลูกค้าหื่นๆอย่างแน่นอน ไม่ได้การละ ฉันสอดส่ายสายตาหาทางหนีทีไล่ แต่พอก้มลงมองตัวเองที่อยู่ในชุดคลุมบางๆ พอลองลูบไปที่ก้นของตัวเองก็พบว่า ไม่ได้ใส่กางเกงใน... โอ๊ย ฉันคงจะหนีทั้งชุดนี้แบบนี้ออกไปไม่ได้แน่ๆ ทางต่อไปฉันสำรวจหาตู้เสื้อผ้า คิดว่าถ้ามันไม่มีอะไรให้ฉันใส่ได้จริงๆ ฉันอาจจะต้องดึงผ้าปูที่นอนมาอะแดปใช้ไปก่อนก็ได้ โชคดีที่เมื่อเปิดตู้เสื้อผ้าที่อยู่ในห้องแต่งตัวข้างห้องนอน ในนั้นมีครบทุกอย่างที่ฉันต้องการ เสื้อผ้าใครก็ไม่รู้เต็มไปหมด ฉันรีบเลือกเร็วๆมาได้เป็นเสื้อยืดสีดำกับกางเกงผ้าขายาว และไม่ลืมหยิบชุดชั้นในติดมือมาเปลี่ยนด้วยเพื่อเพิ่มความมั่นใจ ต่อจากนั้นฉันโหย่งตัวไปที่ประตูห้อง เอาหูแนบกับประตูฟังเสียงด้านนอก ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำอย่างนั้นไปทำไม เพราะไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ฉันค่อยๆบิดลูกบิดสีทองที่ดูมีราคาแพง แง้มประตูออกช้าๆไม่ให้มีเสียงแล้วมองออกไป ด้านนอกเป็นทางเดินพื้นหินอ่อน เมื่อลองชะโงกออกไปแล้วไม่เห็นใครทำให้ฉันกล้าที่จะก้าวเท้าออกไปด้วยใจระทึก ฉันเดินๆหยุดๆเหมือนพวกสายลับในทีวี ที่ๆฉันอยู่มันโอ่อ่าหรูหรามากคล้ายกับคฤหาสน์ หรือไม่ก็โรงแรมห้าดาวที่ฉันก็ยังไม่แน่ใจนัก เมื่อเห็นบันไดวนประดับด้วยราวเหล็กอิตาลี่ มีแชนเดอเลียห้อยระย้าส่องแสงเป็นประกายราวกับดวงดาวระยิบระยับหรูหราอลังการ ถ้าเป็นเหตุการณ์ปกติฉันคงยกโทรศัพท์มาถ่ายเซลฟี่ให้ตัวเองเก็บไว้ไม่ต่ำกว่าสิบรูปอย่างแน่นอน ฉันก้าวลงบันไดไปจนไปถึงด้านล่าง ก็เห็นผู้ชายใส่ชุดสูทสีดำหลายคนกำลังเดินมาทำให้ต้องวิ่งหลบเข้าไปในห้องที่ใกล้ที่สุดเพื่อซ่อนตัว เพื่อให้พวกเขาเดินผ่านไปก่อน ในตอนที่กำลังจะหลบออกไปอีกครั้ง หูก็ได้ยินเสียงคนในห้องกำลังพูดกัน "ได้ตัวแล้ว แต่ป่วยอยู่" เสียงของเขา! ฉันรีบซ่อนตัวกับช่องเล็กๆที่เป็นเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินทันที หัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่มนึกเวทนาตัวเองชะมัดที่จะหลบห้องไหนไม่หลบ ดันมาหลบในห้องที่ตัวร้ายอยู่พอดี แล้วหูก็ได้ยินสิ่งที่เขากำลังสนทนากับใครอีกคน "ก็เพราะนายเล่นแรงน่ะสิ เอาตายไปหลายคนแล้ว เบาได้เบานะโว้ย" "หุบปากเถอะ" ฉันเอามือปิดปากตัวเองเมื่อได้ยินคำว่า 'เอาตายไปหลายคนแล้ว' เขาซาดิสม์ถึงขั้นเอาผู้หญิงจนตายเลยเหรอเนี่ย น่ากลัวเกินไปแล้ว "นั่นแน่ คนนี้แตะไม่ได้ ท่าจะเด็ดจนคุณอเล็กซ์ของเราหวงก้างขึ้นมาเลยนะ อยากเห็นหน้าซะแล้วสิ" "เก็บปากไว้กินข้าวเถอะจาคอป กลับไปได้แล้ว" "ไล่กันเฉยเลย อยากขึ้นไปฟัดเด็กใหม่อีกรอบล่ะสิ ฉันรู้น้า.." "จาคอป!!" "โอเค ได้ๆ ฉันไปก็ได้ ไม่เห็นต้องไล่เลย ..นี่ ..ถ้าเบื่อแล้วส่งมาให้ลองชิมหน่อยนะ ว่าจะเด็ดจริงหรือเปล่า ฮ่าฮ่าฮ่า..." ฉันพยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด เมื่อผู้ชายที่ชื่อจาคอปกำลังจะเดินมา แต่.. "โอ๊ะ..โอ.. สาวน้อย กำลังหลบใครอยู่ หืม" ฉันเบิกตาจ้องมองชายร่างสูงหน้าตาหล่อจัดแต่ดูเจ้าชู้ร้ายกาจ ทั่วทั้งตัวแผ่รังสีอันตรายจนน่ากลัว เขามองจ้องฉันทั้งตัวราวกับเห็นอาหารอันโอชะ เขาเร็วมาก เพียงก้าวเดียวก็ดึงฉันออกมาจากซอกตู้ที่หลบอยู่ มือของเขาแข็งมากเพราะจับฉันแน่นจนเจ็บ "โอ้โห นี่คนหรือนางฟ้า ไม่เห็นของสวยๆงามๆขนาดนี้มาซักพักแล้ว ..ดีต่อใจจัง ชื่ออะไรครับคนสวย" ฉันที่กลัวจนตัวสั่นแข้งขาเหมือนจะอ่อนแรงลงเมื่อสบสายตาเจ้าชู้เปล่งประกายชั่วร้าย เขาดูคุกคามน่าหวาดผวาจนฉันต้องพยายามออกแรงดึงมือออกจากการจับของเขา แต่สุดท้ายเขาก็ยอมปล่อยมือออกเพราะถูกใครอีกคนปัดออกไป "ไสหัวไปได้แล้ว จาคอป" ฉันมองตาโฮสต์ ที่รู้แล้วว่าเขาชื่อ อเล็กซ์ พูดเสียงเย็นใส่อีกคน "โอ๊ะ หรือว่าจะเป็นคนนี้ มิน่าล่ะถึงหวงนักหวงหนา แนะนำให้รู้จักก่อนสิ สวัสดีครับคนสวย ผมจาคอปแล้วคุณ..." ผู้ชายที่ชื่อจาคอปก้มลงมองสำรวจฉันทั้งตัว สายตาแวววาวจดจ้องหน้าฉันนิ่งจนฉันอยากวิ่งหนีสายตานั่นไปให้ไกล มันเป็นสายตาของนักล่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อทันทีที่มีโอกาส "ถ้านายยังไม่ไป สัญญาที่เอามาฉันจะโยนทิ้งเดี๋ยวนี้!" "อย่าใจร้ายสิ ฉันไปก็ได้" เขาสบตากับฉันอีกครั้งก่อนจะบอกลาอย่างคนเจ้าชู้ว่า "บ๊ายบายนะครับคนสวย หวังว่าจะได้เจอกันอีกนะครับ" ชายที่ชื่อจาคอปยักคิ้วเจ้าชู้ให้ฉันอีกที และทิ้งสายตาคล้ายเสียดายก่อนถึงยอมออกไปจากห้อง ฉันที่หัวใจยังเต้นแรงไม่หายเพราะความกลัว ก็ถูกวงแขนแข็งแกร่งของอเล็กซ์อุ้มลอยขึ้นมาทันควัน จนฉันร้องอย่างเสียขวัญทันที "ว้าย.." "จะไปไหนครับ" ฉันหันไปสบตากับเขา เมื่อได้เห็นเขาอยู่กลางแสงไฟสว่างไม่ใช่มืดมิดเหมือนเมื่อคืน เขาดูดีจนฉันตาพร่าไปเลย ผมที่ดำสนิทขับใบหน้าคมคายของเขาให้ขาวสว่าง ดวงตาคมดุเป็นเอกลักษณ์ จมูกโด่งรับกับเรียวปากสีเข้ม เสน่ห์บางอย่างรายล้อมรอบตัวทำให้เขาดูเหมือนเจ้าชายขี่ม้าขาวในนิทานเลยด้วยซ้ำ "คุณ.." ฉันออกเสียงได้แค่นั้น เมื่อเขาอุ้มฉันเดินลึกเข้าไปในห้องอย่างใจเย็น เขาวางฉันลงบนโซฟารับแขก มือเรียวก็ยกขึ้นแนบมาที่แก้มและซอกคอของฉัน สัมผัสเบาๆจากเขาทำให้ฉันวูบวาบหน้าแดงร้อนขึ้นมา "ตัวไม่ร้อนแล้ว แต่ทำไมแก้มแดง หิวรึยังครับ" ฉันทำตัวไม่ถูกกับท่าทางเอาใจใส่ของเขา เลยได้แต่นิ่งไว้ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเมื่อคืน ทำให้ฉันรู้ว่าคนๆนี้เป็นพวกหน้าเนื้อใจเสือ เวลาเขายิ้มแต่การกระทำกลับดุดันน่ากลัว เพราะฉะนั้นห้ามไปขัดใจคนประเภทนี้เด็ดขาด แค่ฉันหนีไปกบดานจนเลยเวลา ทำให้ผิดสัญญาไปแค่วันเดียว เขาก็ตามมาคิดบัญชีทันทีจนตอนนี้ฉันก็ยังไม่รู้ว่า เขารู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นั่น เมื่อคืนฉันก็ถูกเขาเอาคืนทั้งต้นทั้งดอกจนแทบซมซาน เมื่อกี้นี้ยังแอบได้ยินว่ามีผู้หญิงอีกหลายคนก่อนหน้านี้ ที่เขาก็เอาจนตายคาเตียงไปแล้วหลายคน นี่มันน่ากลัวที่สุดเลย เขาต้องเป็นพวกโรคจิตแน่ๆ ฉันต้องเอาตัวให้รอด จึงพยายามแย้มยิ้มเอาใจเขาไปก่อน "พรายยังไม่ค่อยหิวค่ะ แต่..แต่ก็พอทานไหว" ฉันพยายามเลือกคำตอบแบบกลางๆ เพราะไม่รู้ใจเขา เมื่อสบตาคมๆที่มองมาอย่างอ่อนเชื่อมลง ฉันก็รู้ว่าตอบถูกแล้ว "พรายยิ้มแล้วน่ารักจังเลยครับ พี่อยากกินพรายแทนซะแล้วสิ" ฉันร้องในใจว่า ไม่ได้ แต่ก็ต้องยอมให้เขาไซ้จมูกโด่งๆลงมาที่ข้างแก้ม ทำได้แต่กัดฟันทนไม่ตบหน้าเขาไปซะก่อน เขาตัวใหญ่กว่า แรงก็เยอะกว่า เมื่อคืนฉันลองสู้ด้วยแล้วและรู้ซึ้งดีถึงวิธีการเอาคืนที่รุนแรงของเขา ถ้าไม่อยากเจ็บตัวฉันก็ต้องอดทนไว้ เมื่อแค่หอมแก้มมันคงไม่พอสำหรับเขา ริมฝีปากสีเข้มก็เข้าครอบครองเรียกร้อง สุดท้ายฉันก็ต้องยอมให้เขาจูบอยู่อย่างนั้น รสชาติเรียวลิ้นหอมสดชื่นของเขา อย่างน้อยถึงจะต้องทนแต่ก็เป็นการทนที่ไม่แย่จนเกินไปล่ะนะ อืมมม เสียงครางอย่างพึงพอใจของเขาทำให้ฉันกำมือแน่นจนตัวสั่น ไม่กล้าผลักเขาออกไป แต่เหมือนเขาจะสังเกตได้ว่าฉันตัวสั่นเลยกอดฉันไว้ "หนาวหรือครับ" ฉันพยักหน้า แล้วก็ส่ายหน้า เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากตอบไปแล้ว ถ้าบอกไม่หนาว เขาก็จะเอาเปรียบฉันต่อ แต่ถ้าบอกว่าหนาว เขาจะเลิกจูบฉันหรือเปล่าล่ะ หึ หึ มีเสียงหัวเราะเบาๆจากเขา แล้วก้มลงจูบไล่ไปที่ซอกคอบอบบางตรงจุดชีพจรของฉัน ที่เต้นแรงจนแทบจะระเบิดอยู่แล้ว เขาแลบลิ้นไล้เลียวนรอบตรงนั้นแล้วพูดเสียงพร่าว่า "ใจเต้นแรงขนาดนี้ ตื่นเต้น หรือว่า กลัว ..หืม?" "...!?" **********ดะ เดี๋ยวก่อน ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ?นี่ไม่ใช่นิยายสุขนิยมแล้วนะ แต่กลายเป็นนิยายสายลับดราม่า นางคงพยายามจะทำให้ฉันตกใจให้ได้เลยใช่มั้ยเนี่ย"อเล็กซ์พาคุณมาที่นี่ เพื่อทีจะบีบให้แม่ของคุณยอมคืนเอกสารลับทั้งหมด และตอนนี้แม่ของคุณก็ยอมแล้ว แต่มีเงื่อนไขหนึ่งข้อ"ฉันพยักหน้าหงึกหงัก ทำเป็นเชื่อไปตามที่นางเล่า"เงื่อนไขนั้นก็คือ ให้คุณคลอดลูกชายออกมาให้ได้ เพื่อสืบทอดสายเลือดของตระกูลไทระ ให้คงอยู่ต่อไป"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง นางก็พยายามผูกเรื่องให้ได้น่าสนใจอยู่เหมือนกันนะ"อย่างนั้น ฉันซึ่งก็คือ ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลไทระ ก็ต้องคลอดเด็กผู้ชายออกมาคนนึง เพื่อให้ตระกูลนี้มีทายาทสืบต่อไปใช่มั๊ยคะ ส่วนคนที่จะทำให้ฉันตั้งท้องจะเป็นใครก็ได้ใช่หรือเปล่า"ยัยตุ๊กตาทำหน้าจริงจังมากตอนตอบว่าใช่"คุณจะท้องกับใครก็ได้ค่ะ แต่เมื่อคุณคลอดเด็กคนนั้นออกมา ทางองค์กรผู้ควบคุมกฎก็จะฆ่าทั้งคุณและลูกทันทีที่หาตัวเจอ""อ้าว แล้วจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อสุดท้ายฉันก็ต้องตายอยู่ดี""มีสิคะ ถ้าคุณเป็นผู้หญิงของอเล็กซ์ ตระกู
"เธอไปได้คลิปนั้นมาจากไหน ?"ฉันโพล่งถามอย่างระแวงทันที เรื่องลับมากขนาดนั้น พิมกับพี่วินจะถ่ายคลิปไว้ทำไม หรือถ้าถ่ายไว้จริงๆ ทำไมยัยนี่ถึงมีได้ล่ะฉันมองนางอย่างเคลือบแคลงสงสัยจริงๆ"ก็ไม่ยากหรอกค่ะ เพราะโรงแรมที่พวกเขาไปแอบพรอดรักกัน เป็นโรงแรมที่ฉันรู้จักพอดีสิคะ"โรงแรมที่ไหนแอบถ่ายคลิปลูกค้า ฉันไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดมันต้องมีการวางแผนมาก่อน!"โกหก ฉันไม่เชื่อเธอหรอก"ฉันต่อว่าเสียงดัง แล้วจ้องตาใสๆคู่นั้นอย่างค้นคว้าครั้งที่แล้วยัยนี่ก็บอกเองว่า เป็นคนเอารูปของฉันให้อเล็กซ์ดู ทำให้เขาสนใจฉันครั้งนี้ก็ยังมาบอกว่า เป็นคนเอาคลิปลับของสองคนนั่นส่งให้อเล็กซ์อีกนางมีแผนอะไรกันแน่!ฉันชี้หน้ายัยตุ๊กตาแล้วว่า"เรื่องบ้าทั้งหมดนี่ ฉันว่าเธอต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแน่ๆ บอกมานะว่าทำแบบนี้ทำไม!?""อย่าเพิ่งโมโหสิคะ ใจเย็นๆก่อน นี่ฉันทำเพื่อคุณทุกอย่างเลยนะคะ"ยัยตุ๊กตาพยายามบอกให้ฉันใจเย็นๆ ด้วยท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่ตอนนี้อารมณ์ฉันมันขึ้นจนเย็นไม่ไหวแล้ว
“อะ..โอ๊ย ..โอย..ยย” ฉันร้องครางอย่างเจ็บปวด เมื่อความเจ็บจากการถูกเขาทับ และขยับตัววุ่นวายทำให้ทั่วร่างประท้วงว่าให้อยู่นิ่งๆ ได้แล้ว ตัวฉันเริ่มสั่นจนน้ำตาคลอคลองขึ้นมา แล้วพยายามส่งสายตาขอความเห็นใจจากเขาออกไป ทำให้สายตาดุดันของอเล็กซ์ถึงยอมอ่อนลงและขยับออกจากตัวฉันลงไปด้านข้าง ฉันใช้โอกาสนี้ร้องโอดโอยเพิ่มอีกหน่อย เพื่อหลอกให้เขาสงสารเห็นใจฉันอีกนิด และไม่มาหาเรื่องฉันที่นอนเจ็บอยู่ “ยังเจ็บอยู่หรือครับ” ฉันพยักหน้าเบาๆ เป็นการยืนยัน แถมบีบน้ำตาให้ไหลออกมาได้อีกสองเม็ด แล้วแกล้งทำท่าออดอ้อนออเซาะเขาอย่างเอาตัวรอดว่า “ฮืออ..พรายฝันร้ายค่ะ น่ากลัวมากเลย” สายตาเคลือบแคลงใจของเขาที่หรี่ลงมองมา คล้ายกับกำลังประเมินว่า ฉันแกล้งทำหรือเปล่า “งั้น เดี๋ยวพี่นวดยาให้นะครับ” นวดตรงไหน? ตรงก้นเหรอ...ไม่มีทาง! “มะ ไม่เป็นไรค่ะ พรายดีขึ้นแล้ว ยังไม่ต้องทายาหรอกค่ะ” ฉันรีบปฏิเสธเขาทันที แต่... “พรายไม่ต้องอายพี่หรอกครับ มากกว่านี้ พี่ก็เห็นมาหมดแล้ว เดี๋ย
เขาว่าคนเรา แข่งอะไรแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนา มันแข่งกันไม่ได้ฉันได้แต่นึกน้อยใจในวาสนาของตัวเองจนต้องนอนคว่ำร้องไห้กระซิกๆกับความโชคร้ายของตัวเองตอนนี้ฉันกลายเป็นคนพิการโดยสมบูรณ์แบบแล้วช่วงล่างตั้งแต่เอวลงไป ไม่สามารถขยับซี้ซั้วได้แม่แต่นิดเดียว แค่นอนหายใจรวยรินเบาๆ ก็ต้องระมัดระวังไม่ให้กระเทือนถึง...จุดนั้น...ด้วยไอ้เลว !ไอ้วิปริต !ไอ้คนไม่ใช่คน !ฉันได้แต่สาปแช่งคนที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้อยู่ในใจ จนตอนนี้ฉันต้องมานอนคว่ำ เพื่อปล่อยให้ช่องทางด้านหลังไม่ให้ถูกกระทบกระเทือนไปมากว่านี้ และสามารถเยียวยาตัวเองให้กลับมาหายเป็นปกติได้ในเร็ววันเมื่อครู่ หมอที่มาดูอาการร่อแร่ของฉัน เอาแต่ยิ้มแบบมีลับลมคมในและพูดเสียงดังมากให้อเล็กซ์ฟังว่าอาการไม่เป็นอะไรมาก หมั่นทายาเช้า เย็น แล้วกินยาบำรุง ไม่เกินสามสี่วันก็จะดีขึ้นเองหมอตรวจผิดหรือเปล่า?ฉันต้องทนอับอายเปิดก้นให้หมอผู้หญิงแก่ๆ ท่าทางอย่างกับหมอตำแยดูก้นของฉันฟรีๆ แล้ววินิจฉัยว่าอาการของฉันมันแค่บาดเจ็บเล็กน้อยได้ยังไงตอ
เวลาหมูจะถูกเชือด มันคงจะรู้สึกอย่างนี้นี่เองหัวใจเต้นรัวเร็วราวกับจะทะลุออกมาจากอกให้ได้ และกรีดร้องเหมือนคนบ้า"กรี๊ด ! อย่านะ อย่าทำนะ!"สะโพกฉันถูกจับยกขึ้นในท่าบังคับให้คลานเข่าขึ้นมาเหมือนหมาสี่ขา ข้อมือทั้งสองข้างถูกรัดแน่นด้วยเข็มขัดหนังของเขาที่คล้องเกี่ยวฉันไว้กับหัวเตียงจนดิ้นหนีไปไหนไม่ได้เขาบีบสะโพกของฉันไว้แน่นจนเจ็บ และแนบตัวตนของเขาเข้ามาราวกับเป็นการทักทายร่างสูงใหญ่ของเขาโน้มลงมาแนบชิดเป็นเนื้อเดียวกับแผ่นหลังเปลือยเปล่าของฉัน ที่เพิ่งถูกเขาฉีกเสื้อผ้าจนขาดครึ่ง ทิ้งตัวร่องแร่งกับต้นแขนทั้งซ้ายขวาลิ้นชุ่มชื้นของเขาแลบไล้เลียที่หลังใบหูขาวนุ่มจนเกิดความรู้สึกเสียววาบไปทั้งตัวมือของเขาข้างหนึ่งจับล็อกสะโพกผายไว้แน่นไม่ให้ขยับ ส่วนอีกข้างก็เข้ากอบกุมหน้าอกนุ่มฟูอวบใหญ่ล้นมือ คอยบีบขยำเล่นวนไปวนมา"พี่อเล็กซ์ ปล่อยพรายนะคะ พรายจะไม่ดื้ออีกแล้ว"ฉันที่พยายามควบคุมความสติแตกกรีดร้องโวยวายก่อนหน้านี้ เปลี่ยนมาเป็นอ้อนวอนเขาดีๆอีกครั้งแต่เขากลับจับแก่นกายที่ร้อนระอุเข้าถูไถกับกล
หลังจากยัยมานามิคู่หมั้นของอเล็กซ์กลับไป ฉันลองประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดในหัวอีกครั้งจนสมองแทบแตก และก็สรุปได้คร่าวๆว่าข้อแรก อเล็กซ์และยัยตุ๊กตา เป็นคู่หมั้นกัน แต่จากที่นางพูดมา ถ้ามันเป็นเรื่องจริง เขาสองคนไม่ได้รักกันข้อสอง คนที่อยากมีลูก คือ อเล็กซ์ข้อสาม ฉันคือคนที่เขาเลือกให้มาอุ้มท้องลูกของเขาข้อสี่ ....ทำไมต้องเป็นฉันล่ะฉันวงชื่อตัวเองไว้ในใจ และคิดว่า ปริศนาทั้งหมดมันอาจจะอยู่ที่ตัวฉันเอง และมีเพียงอเล็กซ์เท่านั้นที่จะตอบได้ว่าทำไมป้าแม่บ้านที่ฉันหมายตาจะแอบฉกโทรศัพท์ เอาขนมของว่างมาเสริฟให้ช่วงบ่าย ตอนที่นางวางถาดลงมา ฉันแกล้งลุกขึ้นจนชนป้าแกจนล้ม ไม่พอยังผลักถาดที่มีน้ำหวานให้คว่ำใส่ตัวป้าจนเลอะเทอะไปหมด"ว้ายตายแล้ว ขอโทษนะคะป้า เลอะเทอะหมดเลย"ป้าแกก็ตกใจจนเงอะงะไปในทันที ฉันแกล้งช่วยพยุงป้าแม่บ้านขึ้นมาแล้วแอบล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ากระโปรงของป้าแก เอาซ่อนไว้ในตัวอย่างเงียบเชียบป้าแม่บ้านพูดภาษาญี่ปุ่นเหมือนจะพยายามขอโทษฉันแล้วรีบเก็บกวาดทำความสะอาดฉันเดินเลี่ยงออกมาจากห้องร