LOGINจูเลียแต่งตัวด้วยเสื้อคอเต่าสีดำ กางเกงสีครีม ดูราวกับนายแบบสุดฮอต แต่ซัมเมอร์ไม่คิดแบบนั้น
"อากาศหนาวมั้ง ใส่ไปเดินแคตวอล์กหรือไง"
"เอ่อ..."
จูเลียไม่ตอบโต้ ทำสีหน้าลำบากใจ ทั้งที่อากาศร้อนแต่ก็ยังจะแต่งตัวแบบนี้ พฤติกรรมและสีหน้านั้น ทำให้เพื่อนสาวรู้สึกผิดสังเกต
"อย่าบอกนะว่า"
แล้วหญิงสาวก็ดึงคอเสื้อลงมา จูเลียมีรอยจ้ำที่คอ
"หนักไปหน่อย"
เกย์หนุ่มเอ่ยแล้วหัวเราะเบาๆ
"หนักไปหน่อย นี่แกป้องกันบ้างไหม อย่าสนุกจนลืมป้องกัน ฉันต้องไปก่อนแกนะเว้ย"
"ไปเปยที่ไหน อยู่กันอีกนานแหละค่ะ เพื่อนสาว แล้วนี่แต่งตัวหวานๆ เป็นกับเขาบ้างไหม มีแต่เสื้อยืดกางเกงยีนส์"
"เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ก็จริง แต่แม่ทำตามแฟชั่นทุกระเบียบนิ้ว ดูเสื้อโอเวอร์ไซส์ กางเกงยีนส์ขาสั้น"
"ใส่สั้นให้ตะเข้ดูไง?"
"หึงเหรอคะ?"
"หึงจนจะอ้วกแล้วค่ะ โอ้ย ดีที่ฉันเป็นเกย์ แต่เอ๊ะ ถ้าแกหาให้ ฉันจะดีใจมากนะคะ"
เสียงตอบโต้ของเพื่อนทั้งสอง ดังจนทีมงานที่มารวมกันหันมาดูเป็นตาเดียว
เฮียโฮปแอบกระซิบถามเรื่องที่ยังสงสัยไม่หาย
"ไปถึงไหนแล้ว พ่อหนุ่มหน้ามนของเฮีย"
"ตีซี้เหมือนรู้จักกันมาสิบปีเลยนะคะ"
จูเลียกระแซะโฮป แอบหวงพื้นที่เพื่อนสนิทของตัวเองขึ้นมา เพราะรู้ว่าซัมเมอร์ชอบได้แต่ผู้หญิง ในขณะที่โฮปไม่มีเจตนาจีบ แต่อาจแย่งตำแหน่งเพื่อนซี้ของเขาได้
"ที่ฉันเล่าไง"
"อ่อ"
"ก็เธอส่งสติ๊กเกอร์ร้องไห้มา แต่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ เธอปฏิเสธหนูค่ะ"
เล่าเรื่องที่อีกฝ่ายรู้ แต่ปาร์คยังไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน จึงเงี่ยหูฟังเต็มที่ ราวกับฟังแล้วจะประสบความสำเร็จในชีวิต ในฐานะนายกสมาคมนักข่าวแห่งปี
"พูดตรงๆ นะ บางทีคนสองคนก็ใจตรงกันได้ แต่ใช่ว่าจะรอดทุกคู่ไป"
ปาร์คเป็นคนเอ่ยด้วยประสบการณ์ ภูมิใจที่ตัวเองปากคม เหมือนกระดาษที่ต้องโดนกรรไกรตัดถึงจะเป็นรูปร่างที่สวยงามขึ้นมาได้
"โห ทำร้ายจิตใจคนฟัง"
ซัมเมอร์ทำหน้างอ ในขณะที่จูเลียเงียบลงถนัดใจ เขาไม่เคยเชียร์ให้ซัมเมอร์กลับไปหาตามดาว เพราะคนสุดท้ายที่พังคือตามดาวเอง ราวกับรู้ความในใจเพื่อน ซัมเมอร์ก็เอ่ยออกมา
"ฉันจะอยู่กับแกไปจนกว่าผมจะหงอกทั้งหัว เลิกคิดมากได้แล้ว ถ้ามันจบไม่สวย ฉันก็ยินดีจะจากไปเอง"
"เออ ได้ยินแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย"
จูเลียถอนหายใจ รู้เรื่องนี้กันเฉพาะพวกเขาสองคน ส่วนพี่ใหญ่ทั้งสองได้แต่มองตากันแล้วยักไหล่
"ฟังดูไม่ค่อยดีเลยแฮะ"
โฮปว่า เกือบจะเข้าใจว่าสองคนนี้มีเรื่องลับอะไร แต่ไม่ยอมบอกสักที ด้วยความที่ยังไม่สนิท จึงทำได้แค่เดาไปเรื่อย ก่อนเอ่ยออกมาอีก
"เรื่องอีเว้นท์จีบสาว ไอ้โฮปมันถนัดแหละ"
"สองคนนี้รู้จักกันเหรอคะ"
ซัมเมอร์อึ้ง ทำหน้าเหมือนเห็นจูเลียเพิ่มอีกคน แต่พี่ชายทั้งสองทำท่าสบายๆ ต่อการทักแบบนั้น
"เอ๊ย หรือว่า"
จูเลียตั้งข้อสังเกต คิดว่าสองคนนี้คู่กันหรืออย่างไร แต่ทำไมเรดาร์ของตัวเองจึงไม่ทำงาน หรือเธอจะใช้เรดาร์ทำงานแอ๊วผู้หนักไป
"เพื่อนในวงการนั้นแหละ แต่เข้ากันได้ เลยสนิทกัน"
ปาร์คเป็นคนตอบ เหมือนพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ ไม่สนใจจูเลียที่จ้องตาเป็นมัน อยากรู้เรื่องพี่ใหญ่สองคนนี้ แต่ไม่มีอะไรในกอไผ่ ไม่มีเรื่องให้ขุดคุ้ยใดๆ ทั้งนั้น
"ดีค่ะ คิดว่าจะต้องละลายพฤติกรรมอีกแล้ว"
"ไอ้ซัมเมอร์มันเป็นนักกิจกรรมค่ะ อุ้ย ครับ เรื่องเต้นแบบคนปกติมันทำไม่เป็น เพราะมันเต้นแบบคนบ้า ฮ่าๆๆๆ"
จูเลียกวนโมโห ส่วนซัมเมอร์ยกหมัดขึ้นมาอย่างโมโห เตรียมชก หากอีกฝ่ายไม่ยอมเลิกหรือถอนคำพูด
"อีกคำ ฉันตัดน้องชายแกทิ้งแน่"
"อุ๊ๆ อ๊าๆ ปาดัมๆ ปับปา"
ยั่วโมโหแล้วเดินลอยชายจากไป ซัมเมอร์เงยหน้าขึ้นฟ้า ถอนหายใจแรงให้พระอินทร์ ก่อนที่อกจะโล่งเพราะอภัยได้ง่ายๆ เธออยากให้วันนี้จบลงอย่างสวยงาม จึงไม่เล่นตามน้ำไปกับจูเลีย
พวกเขาเดินทางมาถึงจุดหมาย ภายนอกบ้านหลังนี้ไม่ต่างอะไรจากบ้านผีสิง ซัมเมอร์เดินตามเจ้าของบ้านเข้าไป เธอเกือบสะดุดล้มรากไม้ที่ผุดขึ้นกลางทางเดิน สายลมเย็นปะทะใบหน้าทุกคน เมื่อเดินเข้าไปในตัวบ้านก็พบว่าฝ้าเพดานตกลงมายังทางเดิน ซัมเมอร์เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า แล้วกระซิบกับทีมว่า
"ขนลุกเลย"
"ถ้าได้ตกแต่งสักหน่อย รับรองว่า จะกลายเป็นสวรรค์บนดินเลยครับ"
เจ้าของบ้านชมจนออกจะเกินจริงไปบ้าง เพราะได้ยินประโยคของผู้ซื้อ แต่หน้าที่ของเขาคือทำให้ขายบ้านได้ราคาที่สุด และเขาก็เตรียมแผนไว้แล้วว่าจะผลักภาระการจ่ายค่าโอนให้คนซื้อ
"ค่ารีโนเวทอีกเท่าไหร่นะคะ พี่ปาร์ค"
ซัมเมอร์ทำเป็นถามปาร์ค แล้วเขาก็เข้าใจในทันที
"หลายแสนอยู่นะครับ"
"ผมขายให้แบบมีส่วนลดก็แล้วกัน"
เจ้าของบ้านเหงื่อออกเมื่อคิดว่าบ้านหลังนี้ราคาตกลงมากกว่าที่คิด และเจ้าของคนใหม่แม้จะดูอายุน้อย แต่มีทีมงานมาด้วย ภาษีของเธอจึงดีกว่าเขา แต่แผนของหญิงสาวยังไม่หมดง่ายๆ ซัมเมอร์แอบเอานิ้วไปปัดจมูก คิดว่าตัวเองแสบได้ที่ แต่ จูเลียรีบเอามือของเธอลง เมื่อเจ้าของบ้านหันมามอง เพราะไม่อย่างนั้นแผนคงแตกไปแล้ว
"ต้นไม้ต้นนี้ เราต้องตัดราก ตัดกิ่ง แต่ซัมเมอร์ว่าขุดออกไปทั้งต้นเลยดีกว่า จะได้จบเรื่อง"
ในตอนนี้ซัมเมอร์พยายามกดราคาบ้านให้ต่ำลงมากที่สุด ก่อนที่จะเสนอราคาซื้อกับเจ้าของบ้าน
พวกเขาเขยิบเข้าไปอีกนิด ก่อนถึงบันได จู่ๆ ฝ้าเพดานก็ร่วงลงมาพร้อมเสียงโครมใหญ่ หญิงสาวกุมหัว เลือดซึมช้าๆ จากหน้าผาก ทุกคนชะงัก..เงียบกริบไปครู่ ก่อนเจ้าของบ้านจะวิ่งเข้ามาดูด้วยสีหน้าซีดเผือด
"เป็นอะไรไหมครับน้อง? งั้นไม่ต้องจ่ายค่าโอนแล้วกัน เดี๋ยวผมจัดการเอง"
ปาร์คเดินเข้ามาช้าๆ มองเลือดที่หัวซัมเมอร์ เขานิ่งไปก่อนจะพูดเสียงเรียบ
"ซัมเมอร์แน่ใจนะ ว่าพร้อมจะเสี่ยงกับบ้านหลังนี้?"
เจ้าของบ้านถูมือ อยากรีบขายบ้านทิ้ง ซึ่งทั้งหมดนี้ก็อยู่ในสายตาของซัมเมอร์ เธออมยิ้มที่เกมเป็นไปตามแผน เมื่อเจ้าของบ้านเดินไป ซัมเมอร์จึงกระซิบจูเลีย
"ใกล้ห้างมาก เดินทางห้านาทีถึง ตัวบ้านเป็นห้องโล่งๆ ไม่ต้องพังกำแพง รีโนเวทแล้วจะกลายเป็นออฟฟิศในฝัน"
"แหม ใช้จิตวิทยาอีกแล้วนะ เพื่อนสาว แกกดราคาบ้านจนเขาจะยกให้ฟรีแล้วเนี่ย"
ซัมเมอร์เดินออกมาหน้าบ้าน เห็นด้วยหางตาว่ามีคนจดจ้องเธออยู่ แต่ร่องรอยการติดตามหายไป ราวกับลบตัวตนได้อย่างปริศนา
ซัมเมอร์สงสัยว่าอีกฝ่ายเป็นนินจาหรือเปล่า แต่ไม่นานสายตาก็ประสานกับหญิงกลางคนคนหนึ่งที่ริมรั้วบ้าน
"แหม ชายสี่ หญิงหนึ่ง สวยด้วย ช่างหามามั่วจริงๆ นะ"
ซัมเมอร์รู้สึกโกรธจี๊ดขึ้นสมอง เหมือนหัวจะระเบิด แต่เธอหันมาระบายยิ้มให้ป้าข้างบ้าน เธอรู้ดีว่าต้องทำอะไรถึงจะเหมาะสม แผนการโลดแล่นในสมองแบบทันทีทันใด ไม่เสียแรงที่ได้รับฉายา 'คนเจ้าแผนการ'
"หมู่บ้านนี้ โจรเยอะไหมคะ?"
เอ่ยถามอย่างพยายามผูกมิตร และดูเหมือนจะได้ผล เพราะป้าข้างบ้านไม่เพียงแต่รู้สึกว่าตัวเองมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ กลับยินดีที่จะแบ่งปันข้อมูลให้สาวน้อยด้วยซ้ำ
"ไม่เยอะจ้า ยามหน้าทางเข้าก็ดูแลดีนะ โชคดีที่เราเก็บค่าส่วนกลางได้ตลอด เลยมีเงินจ้างยาม"
"ป้าไม่ไปทำงานทำการเหรอคะ"
จูเลียแซะ แอบมองบนเมื่อไม่มีใครเห็น รังสีการเสือกเรื่องชาวบ้านทำให้จูเลียนึกไม่ชอบหน้า ในขณะที่ซัมเมอร์ก็รู้สึกแบบนั้น แต่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีกว่า
"อาชีพของป้าคือความเป็นแม่ เป็นภรรยา หรือที่เรียกว่าแม่บ้านค่ะ ไม่ทำงานก็เหมือนทำ"
เตรียมสู้กลับแบบหมัดต่อหมัด ซัมเมอร์ยกมือห้ามเพื่อนซี้ ที่ตอนนี้ไฟโกรธจุดติดแล้ว แต่หญิงสาวตั้งใจว่าจะทำบางสิ่งบางอย่าง ไม่รอให้จูเลียทำแผนเสีย เอ่ยออกมาน้ำเสียงเรียบ
"ป้าคงทำไม่ได้หรอก ใครจะไปรอบรู้ขนาดนั้น แล้วใครจะทุ่มเทเอาเวลาไปสอดส่องเรื่องเพื่อนบ้านได้ อย่าเลยค่ะ"
"ชิ นังหนู เชื่อมือป้าวรรณคนนี้เลย รับรองว่าจะดูบ้านเอ็งไม่ให้คลาดสายตาเลย"
"ทีนี้ก็ไม่ต้องติด CCTV ล่ะ"
ซัมเมอร์กระซิบเพื่อนซี้แผ่วเบา พร้อมรอยยิ้มแห่งชัยชนะ ส่วนผู้สังเกตการณ์อย่างปาร์คและโฮป ได้แต่มองด้วยความประทับใจ
ซัมเมอร์ตกลงซื้อบ้านในราคาถูกกว่าท้องตลาดเกือบครึ่งหนึ่ง เธอนัดเจ้าของบ้านไปเซ็นสัญญา ขณะเดียวกันก็มองไปรอบบ้าน เห็นของเกลื่อนกลาดแต่ไม่มีประโยชน์อะไร
"ก่อนไป เรามาย้ายเฟอร์นิเจอร์พวกนี้ทิ้งก่อน"
ซัมเมอร์ว่า แล้วพวกเขาช่วยกันยกไปจุดทิ้งขยะ ดวงอาทิตย์ตอนนี้อยู่ตรงกลางศีรษะ ทุกคนเหงื่อโซมกาย หน้าแดงจัดเพราะแดดเผา มีแต่ซัมเมอร์คนเดียวที่หน้าซีดเผือด จูเลียช่วยปกปิดเพื่อนสาวด้วยการชวนไปเข้าห้องน้ำ ก่อนปัดแก้มให้ดูมีเลือดฝาด
"ทำให้เนียนนะแก ฉันช่วยได้เท่านี้แหละ"
"ฉันจะไม่ไหวแล้ว ช่วยพาไปขึ้นรถหน่อย"
"เดี๋ยวเรียกแท็กซี่ให้นะ"
เอ่ยเมื่ออยู่ลับตาคน จากนั้นก็เดินอย่างอ่อนแรงออกมาจากห้องน้ำ แล้วหันไปทางปาร์คกับโฮป
"ซัมเมอร์มีธุระด่วน ขอตัวกลับก่อนนะคะ ไว้เจอกันนะพี่ๆ แน่นอน หนูไม่ลืมห้องนอนป๋าโฮป จะทำห้องตัดต่อต่างหากด้วย ส่วนอีกห้องจะทำไว้เป็นห้องนอนรับแขก เผื่อพวกเราคนไหนจะมาพักผ่อนนะคะ"
"ครับผม"
ทั้งสองตอบรับก่อนแยกย้าย
.
.
ซัมเมอร์อยู่ในชุดนอนเรียบร้อย พิมพ์หาเพื่อนออนไลน์ของเธออย่างว่องไว ไนท์เองก็กำลังว่าง หลังสตรีมเกมเสร็จ แม้จะเหนื่อยอ่อน แต่ก็ตอบคำถามเธอทันทีทันใด
<Sunnyraknaka> : บ้านอะนะ อย่างกับบ้านผีสิง ต้องซ่อมใหม่ทั้งหมด แต่ใช้เวลาไม่นาน พื้นกระเบื้องก็พัง ฝ้าเพดานก็พัง เฟอร์นิเจอร์ใช้ไม่ได้เลย ความจริงอยากทำสไตล์มินิมอล แต่ว่าต้องใช้เวลาครึ่งปีเป็นอย่างน้อย เลยยอมๆไปก่อน
<คืนนี้ยังอีกยาวไกล> : เล่าซะเห็นภาพเลย ซื้อหรือเช่าอะ?
<Sunnyraknaka> : ซื้อ
<คืนนี้ยังอีกยาวไกล> : แสดงว่ารวยนะเนี่ย
<Sunnyraknaka> : 555+ ป๋าเอง ป๋ามันสายเปย์ มาเจอกันไหม? เราอยากให้เธอดู ตอนรีโนเวทบ้านเสร็จนะ
<คืนนี้ยังอีกยาวไกล> : ส่งรูปมาก็ได้นะ เราไม่ค่อยว่าง จะเจอกันก็ลำบาก
<Sunnyraknaka> : ไนท์ เราขอดูหน้าเธอได้ไหม
<คืนนี้ยังอีกยาวไกล> : ไม่ได้ รู้แค่ว่าเราไม่เปิดหน้าง่ายๆ ขนาดตอนสตรีมเกมยังปิดหน้าเลย
<Sunnyraknaka> : โอเค แต่ถ้าเราต้องตายจริงๆ เราจะดีใจที่ได้เห็นหน้าเธอก่อนไปนะ
น้อยใจ แต่ความรู้สึกดีๆ กำลังก่อตัวในใจของซัมเมอร์จนเธอสับสน เหมือนแบ่งใจให้ตามดาวและไนท์อีกคน เธอเลือกไม่ถูกว่าใครสำคัญกว่ากัน รู้แต่ว่าใจเต้นให้ทั้งสองคน
ใจของไนท์กระตุกกับคำพูดตัดพ้อ แต่เธออยากรักษาความเป็นส่วนตัว และเธอกับซันนี่ยังรู้จักกันไม่นานเท่าไหร่ เธอเลยตอบไปแบบนั้น
<Sunnyraknaka> : ไนท์รู้ไหม เวลาที่เราใช้ชีวิตปกติ เราไม่เคยบอกใครนะว่าเรารวย แถมเรายังทำงานที่โฮมรันด้วย
<คืนนี้ยังอีกยาวไกล> : เอ๊ะ เหมือนกันเลย เราสองคนเหมือนมีดวงสมพงษ์กันเลยนะ
<Sunnyraknaka> : ถ้าไม่มีคนที่เราชอบ เราว่าจะจีบเธอแล้วเนี่ย ไม่ว่าเราจะชอบใช้จิตวิทยาแค่ไหน แต่เราไม่ใช้ไปจีบคนอื่นเลยนะ
<คืนนี้ยังอีกยาวไกล> : ค่ะ คุณคนดี
<Sunnyraknaka> : อ๊ะ!
<คืนนี้ยังอีกยาวไกล> : เกิดอะไรขึ้น
ซัมเมอร์เงียบหายไปพักหนึ่งจนไนท์ถามหาอีกครั้ง
<คืนนี้ยังอีกยาวไกล> : เป็นอะไรอะ ซันนี่?
<Sunnyraknaka> : เลือดกำเดาไหลอะ
<คืนนี้ยังอีกยาวไกล> : จริงดิ? เงยหน้าไว้
<Sunnyraknaka> : ขอตัวนะ สงสัยวันนี้จะทำงานหนักไปหน่อย
แล้วความกังวลทั้งหลายก็ก่อตัวอีกครั้ง ซัมเมอร์มองเลือดกำเดาจำนวนมากไหลออกมา กลิ่นเลือดคลุ้งในความรับรู้ของซัมเมอร์ จนเธอนึกสงสัยว่า เลือดมากมายเหล่านี้มาจากไหน ทั้งที่ตัวเธอเล็กเท่านี้
เธอหัวเราะเบาๆ อย่างท้าทายโชคชะตา ก่อนน้ำตาจะไหลด้วยความน้อยใจ น้ำตาและเลือดผสมกันเป็นหนึ่งเดียว หญิงสาวเนื้อตัวเปื้อน เธอเอามืออุดปาก ไม่อยากให้ใครได้ยินเสียงแห่งความอ่อนแอที่ดังออกมา
จูเลียแต่งตัวด้วยเสื้อคอเต่าสีดำ กางเกงสีครีม ดูราวกับนายแบบสุดฮอต แต่ซัมเมอร์ไม่คิดแบบนั้น "อากาศหนาวมั้ง ใส่ไปเดินแคตวอล์กหรือไง" "เอ่อ..." จูเลียไม่ตอบโต้ ทำสีหน้าลำบากใจ ทั้งที่อากาศร้อนแต่ก็ยังจะแต่งตัวแบบนี้ พฤติกรรมและสีหน้านั้น ทำให้เพื่อนสาวรู้สึกผิดสังเกต "อย่าบอกนะว่า" แล้วหญิงสาวก็ดึงคอเสื้อลงมา จูเลียมีรอยจ้ำที่คอ "หนักไปหน่อย"
ซัมเมอร์ประกาศรับสมัครช่างกล้องและช่างตัดต่อคลิปทางเว็บบอร์ด ที่มีมืออาชีพด้านนี้มารวมตัวกัน ไม่นานก็มีคนมาสมัครงานกับเธอ แต่มีเพียงคนละตำแหน่งเท่านั้น หญิงสาวถอนหายใจ กระนั้นก็ไม่อิดออดเรียกเจ้าตัวมาสัมภาษณ์ที่ร้านกาแฟใกล้บ้าน ชายคนแรกมาสมัครเป็นช่างกล้อง ผิวสีแทน ตัวสูงใหญ่ ดูเหมือนบอดี้การ์ดมากกว่า แต่ถ้าตัวไม่ใหญ่ก็อาจแบกอุปกรณ์หนักๆ ไม่ไหว ซัมเมอร์สลัดความคิดแล้วเดินไปนั่งด้วย เธอรู้สึกประหม่าหน่อยๆ เพราะเขาอายุราวสามสิบปี แกกว่าเธอนับทศวรรษ แสงแดดยามบ่ายลอดผ่านกระจกทำให้ทั้งสองคนหรี่ตามองกัน ราวกับว่าไม่ไว้ใจในการปรากฎตัวของอีกคน บรรยากาศอึดอัดนั้น ทำให้ฝ่ายอายุมากกว่าเป็นคนทำลายลง
อีกวันหนึ่ง ซัมเมอร์นั่งหน้าโน๊ตบุ๊คตัวเก่ง ห้องนอนของเธอจัดเป็นระเบียบ มีผ้าห่มลายดาว หมอนรูปดวงจันทร์ หากปิดไฟตอนนี้จะเห็นดาวที่สะท้อนแสงอยู่บนเพดาน มีกรอบรูปเล็กๆ ริมโต๊ะข้างเตียง เป็นภาพครอบครัวยิ้มแย้ม บนโต๊ะทำงานที่เธอนั่งอยู่ตอนนี้กำลังเปิดคอมอยู่ เธอเข้าสู่ระบบไปยังเว็บบอร์ดที่คนไทยนิยมมากที่สุด เธอตั้งกระทู้ว่า ถ้ารู้ตัวว่ากำลังจะตาย จะทำอะไรก่อนตาย โดยมีเวลาเหลือเพียงสามเดือนเท่านั้น แม้จะไม่ใช่ความจริงทั้งหมด แต่เธอก็ส่งคำถามที่ใกล้เคียงกับตัวเองออกไป เวลานั้นเป็นเวลาหกโมงเย็น คนส่วนใหญ่เลิกงานแล้ว คำตอบมากมายพรั่งพรูกันเข้ามา : ขอทำบุญก่อนตายค่ะ : ขอทำตามความฝัน : จะตายจริงดิ? หรือแค่คอนเทนต์เรียกแขก : อยากทำอะไรก็ทำ ทำไมต้องถามคนอื่น ถามตัวเองสิ : หาสามีก่อนตายค่ะ : ตอนนี้จะทำอะไรไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าเธออยากทำอะไรต่างหาก ถ้าหาคำตอบไม
หลังจากคุยกับจูเลียเสร็จ ซัมเมอร์พาร่างอ่อนแรงของตัวเองกลับมาบ้านของเธอ พ่อทิ้งทาวน์โฮมหลังเล็กริมชานเมืองไว้ให้ครอบครัว ทำให้พวกเธอไม่ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรเพื่อหาค่าเช่าให้พอแต่ละเดือน และบ้านหลังนี้ยังมีสภาพแวดล้อมที่ดี มีคนดูแลส่วนกลางสม่ำเสมอ ดังนั้นครอบครัว 'ตั้งจิตดี' จึงอยู่ได้ไม่ลำบากนัก ซัมเมอร์มีน้องชายและแม่อีกคน แต่สองแม่ลูกจะเข้ากันได้ดีกว่า เธอจึงเหงาไปบ้าง แต่จูเลียก็ทำให้เธอไม่เป็นไรมากนัก วินเทอร์เกิดคนละฤดูกับพี่สาว ส่วนหน้าตาสองพี่น้องจัดว่าสวยหล่อไปคนละแบบ น้องชายหล่อได้แม่ ส่วนซัมเมอร์สวยได้พ่อ แต่ที่น้องชายกินไม่ขาด คือท่าทางราวกับชนชั้นสูงของซัมเมอร์ ไม่ว่าเธอจะมีอิริยาบทไหน ก็ดูน่าจดจำไปหมด และนั่นทำให้หญิงสาวรวมทั้งชายหนุ่มหลายคน ลืมเธอไม่ได้ ซัมเมอร์กำลังจะเดินเข้าบ้าน เธอเพิ่งเรียนเสร็จ ในหัวอื้ออึงไปด้วยบทเรียนอันหนักสมอง แต่เสียงพูดคุยจริงจังดังมาจากห้องนั่งเล่น ทำให้ซัมเมอร์ได้ยินโดยไม่ต้องแอบฟัง เธอหยุดอยู่กับที่ ถอดรองเท้าแล้วยกขึ้นบนชั้นวางอย่างไม่เร่งรีบ พร้อมๆ กับได้ยิ
"นี่ถ้าฉันไม่ออกสาว คนคงเข้าใจว่าฉันพาเมียมาฝากท้อง และเมียฉันก็แพ้ท้องหนักซะด้วย" "พูดอะไรให้เกียรติฉันบ้าง ฉันเพิ่งยี่สิบ" "แค่อยากให้ยิ้มเฉยๆ" จูเลียยิ้มมุมปากอย่างหล่อเหลา แต่ไม่อาจทำให้ซัมเมอร์ใจกระตุกได้เท่าที่ตามดาวทำ กระบวนการตรวจของโรงพยาบาลรัฐ ทำให้เวลาของสองเพื่อนต่างเพศหายไปค่อนวัน บัดนี้ทั้งสองคนมานั่งหน้าหมอชายวัยห้าสิบ ผมขาว ทำหน้าลำบากใจหลังแว่นตา "ผมอยากให้คุณนาราทราบว่า นี่เป็นผลการตรวจเบื้องต้น ถ้าคุณนาราไม่สบายใจ อยากได้ความเห็นของแพทย์คนที่สอง หรือเปลี่ยนโรงพยาบาล ผมก็เข้าใจนะครับ" "ดิฉันอยากทราบว่า ผลตรวจร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอคะ?" ซัมเมอร์รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหมอมาจากที่ไกลๆ สติเธอรางเรือนเพราะผ่านสมรภูมิคนไข้มาตลอดทั้งวัน หมอไม่ตอบในทันที แต่ถอนหายใจครั้งใหญ่ จนหัวใจพวกเขาหล่นไปที่ตาตุ่ม "ครับ คุณเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน หรือ Acute Leukemia ครับ" "ลูคีเมีย?" ซัมเมอร์พึมพำ
"ขอโทษนะคะ มาทำงานวันนี้เป็นวันแรกค่ะ" ซัมเมอร์เงยหน้ามองเสียงขึ้นจมูกอย่างคุ้นหู ใบหน้าเรียวเล็กนั้นออกจะน่ารักเกินกว่าจะเรียกว่าสวย อย่างไรเสีย ไม่ว่าจะมองกี่ครั้ง เธอก็ไม่เคยเบื่อเลย "ซัมเมอร์!" "ตามดาว!" ซัมเมอร์แอบมูอยู่ในใจขอให้คนตรงหน้าไม่ยิ้ม แต่ราวกับสิ่งศักสิทธิ์จะรู้งานกามเทพของตนเอง ท่านทำให้เธอยิ้ม ยิ้มให้กับคนรักเก่าของเธอ รักที่ไม่ว่าผ่านมานานแค่ไหน เธอก็ไม่เคยลืม ไม่รู้ว่าเป็นนิสัยที่ยอมให้คนอื่นง่ายๆ ผิวพรรณขาวผุดผาด เสียงหัวเราะเล็กๆที่แสนน่ารัก หรือใบหน้าที่เห็นแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ทุกที เธอไม่เคยรู้ว่าเป็นเพราะเหตุผลข้อไหน หรือเพราะทุกข้อรวมกัน ทำให้ใจซัมเมอร์ดังกึกก้องอยู่อย่างนี้ "บังเอิญจัง" ซัมเมอร์เป็นฝ่ายเอ่ยก่อน เพราะรู้ว่าต้องง้างปาก ตามดาวถึงจะยอมพูด "..." "ไม่เจอกันตั้งนาน ยังร่าเริงได้อีกเนอะ" แทนจะพูดจาดีๆ เธอกลับประชด ในขณะที่ใจจริงแล้วไม่อยากทำอย่างนั้น ส่วนตัว ซัมเมอร์ได้แต่สงส







![เพียงชั่ววูบเดียว [MPREG]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)