ANMELDENเวลาผ่านไปอีกครู่ใหญ่ รถบีเอ็มดับเบิลยูคันสีดำจึงแล่นเข้ามาจอดในบริเวณบ้านหลังใหญ่ คนขับเป็นชายร่างสูงรูปร่างสันทัดสวมสูทกับกางเกงสแล็กสีเข้มดูเรียบร้อย รูปหน้าเค้าโครงแบบชนชาติตะวันออกเปิดประตูลงมาจากรถ
“แม็กมาแล้วครับนาย”
เดนนิสวิ่งไปบอกนายทันทีตั้งแต่เห็นรถเคลื่อนเข้ามา
“อือ ฉันรู้แล้ว”
ก็แน่ล่ะสิ ในบ้านหรูขนาดนั้นก็ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัย รวมไปถึงกล้องวงจรปิดที่เขาสั่งให้คนติดไว้รอบบ้านด้วย
“เดี๋ยวฉันออกไป”
ไม่ถึงห้านาที ร่างสูงใหญ่ก็เดินตามหลังเดนนิสออกมาจากห้องทำงาน
“สวัสดีครับนาย”
แม็กทักทายราฟาเอลเสมือนหนึ่งคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แม็กทำงานที่บริษัทของชายหนุ่มมาห้าปีได้แล้ว เป็นเสมือนมือซ้ายของราฟาเอลเลยก็ว่าได้ สาเหตุที่แม็กได้เข้ามาทำงานในบริษัทต่างชาตินั้นก็เป็นเพราะว่า ธุรกิจที่ครอบครัวของเขาทำคือธุรกิจเกี่ยวกับการสร้างเรือยอช์ต (yatch) มีบริษัทลูกในหลาย ๆ เมืองที่มีพื้นที่ติดทะเลในสหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศในเอเชียรวมทั้งประเทศไทย ซึ่งก่อนหน้านี้บิดาของราฟาเอลได้ทำงานอย่างหนัก ลงทุนอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการทำธุรกิจเรือ ไม่ว่าจะเป็นเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ เรือเล็กให้เช่า เพื่อหวังที่จะให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ภายในระยะเวลาไม่นานบิดาของเขาก็ทำสำเร็จ ธุรกิจมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ จนมาถึงทุกวันนี้ที่มีอยู่เกือบทุกประเทศทั่วโลก การทุ่มเททำงานอย่างหนักของบิดาชายหนุ่มก็เพื่อภรรยาของตัวเอง มารดาของราฟาเอลยอมกลับมาอยู่กับครอบครัวด้วยเหตุผลใดนั้นเขาไม่อยากนึกถึงมันอีก ตลอดระยะเวลาที่บิดาของเขากำลังมุ่งมั่นสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับครอบครัวนั้น ชายหนุ่มคอยช่วยทำงานมาตลอด จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงได้ทำธุรกิจเก่งมาก ในบรรดานักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่ถูกจัดอันดับขึ้นทุกปีต้องมีชื่อของ ราฟาเอล โจเซฟ ติดอยู่เป็นลำดับต้น ๆ เสมอ และธุรกิจครอบครัวของเขาก็รวยติดอันดับหนึ่งในสิบของประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วย การที่เขาเปิดบริษัทลูกในหลาย ๆ ประเทศจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยคนในพื้นที่เข้ามาช่วยงาน เพราะถ้าเขาไปคุยกับลูกน้องเองคงจะคุยกันไม่รู้เรื่อง ทางบริษัทแม่จึงได้ประกาศรับสมัครคนในพื้นที่มาช่วยทำงานซึ่งหนึ่งในผู้สมัครนั้นก็คือแม็ก แม็กเดินทางไป ๆ มา ๆ ระหว่างไทยกับอเมริกาบ่อยครั้ง เพราะต้องกลับไปดูงานที่ไทยและต้องกลับมารายงานผลให้ราฟาเอลทราบ เหตุที่แม็กไม่ย้ายกลับไปอยู่เมืองไทยเลยก็เพราะ เขายังต้องการเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานในต่างแดนอีกสักพักใหญ่ หรือเหตุผลที่แท้จริงก็คือ เขายังอยากเที่ยวในเมืองนอกอยู่นั่นเอง
“ว่าไง นายคงรู้เรื่องจากเดนนิสแล้วสินะ”
“ครับนาย”
“นายมีที่ไหนแนะนำบ้าง ไปกินครั้งก่อน ฉันก็ว่ามันอร่อยดี วันนี้เลยอยากลองกินอีกครั้ง และก็จะพาเดนนิสไปลองเมนูใหม่ด้วย”
“มีร้านนี้เลยครับ อยู่ในย่านตัวเมืองเลย อาหารอร่อยมากต้นตำหรับจากเมืองไทยเลยครับ และอีกอย่างพนักงานแจ่ม ๆ ทั้งนั้นครับนาย”
ประโยคหลังเขากระเซ้า ทำหน้าทำตากรุ้มกริ่มประกอบคำพูดให้เจ้านายสนใจมากขึ้นประสาหนุ่มเจ้าสำราญ
“ฉันแค่อยากไปกินข้าว ไม่คิดที่จะกินอย่างอื่น”
คนเป็นเจ้านายพูดเสียงเข้ม ใบหน้านิ่งไม่ได้มีท่าทีสนใจในสิ่งที่แม็กเสนอ ทำให้ลูกน้องทั้งสองก้มหน้าหลบแทบไม่ทันเมื่อเจ้านายไม่เล่นด้วย
“พร้อมแล้วก็ไปสิ รออะไรล่ะ”
“ครับ ๆ”
ไม่กี่วินาทีรถบีเอ็มดับเบิลยูของแม็กก็เคลื่อนทะยานออกนอกประตูรั้วบ้านอย่างรวดเร็ว ด้วยความที่เกรงว่าเจ้านายจะหงุดหงิดขึ้นมาอีกเมื่อชักช้า เฮ้อ...แม้จะอยู่ด้วยกันมานาน แต่สองลูกน้องคนสนิทก็ยังตามอารมณ์เจ้านายตัวเองไม่ทันอยู่ดี
เป็นเวลาเกือบหกโมงเย็นตามเวลาท้องถิ่น แต่ก็ยังมีแขกเข้ามารับประทานอาหารกันอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย จึงทำให้ในร้านบรรยากาศแลดูวุ่นวาย พนักงานเดินกันขวักไขว่ผสมผสานกับเสียงคนคุยกันจ้อกแจ้กจอแจหาฟังไม่ได้ศัพท์ พนักงานในร้านต้องวิ่งกันหัวหมุนเพื่อรีบบริการแขกให้ทั่วถึง แต่ละคนมีสีหน้าเหน็ดเหนื่อยเพลียกาย ไม่เว้นกระทั่งผู้จัดการร้านต้องคอยมาช่วยรับออร์เดอร์แขก ในใจพนักงานหลายคนอยากหมุนเข็มนาฬิกาให้ถึงสองทุ่มเร็ว ๆ จะได้หยุดทำงานเสียที
“เดี๋ยวฉันจะไปช่วยรับออร์เดอร์แขกโต๊ะนั้นก่อนนะ”
คุณเจมส์บอกลูกน้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการรับออร์เดอร์แขกหลายโต๊ะ ก่อนจะเดินเข้าไปหาแขกโต๊ะใหม่ที่พนักงานต้อนรับเพิ่งพาเข้ามานั่ง
“รับอะไรดีครับ”
คำถามเป็นภาษาอังกฤษดังขึ้น ในขณะที่คนถามก้มหน้าควักปากกาที่เหน็บอยู่ในเสื้อสูทเลยไม่ทันได้สังเกตใบหน้าแขกผู้มาใหม่ หากทันทีที่เงยหน้าขึ้น
“นังนีน่า!”
“สวัสดีค่ะ ผู้จัดการ”
หญิงสาวที่ชื่อ นีน่า เอ่ยคำทักทายเป็นภาษาไทย เพราะเธอเองก็เป็นคนไทยคนหนึ่งที่เคยทำงานในภัตตาคารแห่งนี้ แต่การทำงานในนี้ไม่ใช่จุดประสงค์หลักของเธอหรอก และมันได้กลายเป็นอดีตไปแล้วเมื่อเธอเข้ามานั่งในร้านนี้พร้อมสามีฝรั่งที่คำนวณอายุแล้วน่าจะราว ๆ รุ่นพ่อของเธอได้
“ดูร้านวุ่น ๆ นะคะผู้จัดการ”
หญิงสาวเอ่ยถามยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตามองแลดูเย้ย
“ก็วุ่นน่ะสิยะ เพราะมีพนักงานบางคนมันได้ดิบได้ดีในการหาผัวฝรั่งแล้วก็พากันลาออกไปหมด ไม่บอกล่วงหน้าให้ที่ร้านเขาหาคนมาแทนได้เลย อีพวกนี้ระวังให้ดีนะ ถ้าผัวฝรั่งมันเขี่ยทิ้งขึ้นมาเมื่อไหร่แล้วซมซานกลับมาของานทำที่ร้านอีกละก็ ฉันจะเอาน้ำร้อนสาดไล่มันไปให้พ้นหน้าร้านฉันเลย”
คุณเจมส์ตอบกลับเป็นชุดในภาษาเดียวกันด้วยความอัดอั้นปนโมโห ก่อนจะสะบัดบ๊อบใส่แล้วเดินหนีไปยืนต้อนรับลูกค้าอยู่กับสิรี บอกตัวเองว่าไม่ยอมเสียศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงไปรับออร์เดอร์นังคางคกขึ้นวอหรอก
“เป็นอะไรคะคุณอา”
“ก็หันไปมองทางนู้นสิว่าใครมา”
สิรีขมวดคิ้วในเชิงสงสัยพลางชะเง้อหน้ามองไปทางโต๊ะที่ผู้จัดการร้านว่า
“นีน่า!”
“ก็ใช่น่ะสิ นังคางคกขึ้นวอ ดูสิมันพาใครมาด้วย มันพาแขกที่เคยมานั่งกินข้าวที่ร้านนี้มาด้วยในฐานะผัวของมัน หน็อย! ทำเป็นนั่งชูคอ ฉันเนี่ยอยากจะไล่ตะเพิดมันออกไปจากร้านนัก นัง นัง...ฮึ่ย!ไม่อยากจะด่าให้กระดากปาก”
“เอาน่าอาช่างเขาเถอะค่ะ เราก็พอทำกันได้พวกเรายังไหวอยู่ นี่อีกสองชั่วโมงก็จะปิดร้านละเดี๋ยวก็ได้พัก แล้วพรุ่งนี้ร้านปิดด้วยจะได้พักยาว ๆ เลยทนหน่อย เดี๋ยวก็มีพนักงานมาสมัครงานเพิ่มเองแหละน่า”
“ก็ฉันหมั่นไส้มันนี่”
สิรีส่ายหน้าถอนหายใจอ่อน เมื่อเห็นใบหน้าที่ยังอยู่ในอารมณ์โกรธของผู้เป็นอา
“เอ๊ะ ว่าแต่เห็นรษาบ้างไหมเนี่ย ฉันยังไม่เห็นมันเลยตั้งแต่เปิดร้าน”
“น่าจะบริการแขกในห้องวีไอพีอยู่นะคะ เมื่อกี้เห็นเดินออกมาจากห้องหนึ่ง”
“อ้อ”
ในระหว่างที่สองอาหลานกำลังคุยกันอยู่นั้น แขกพิเศษอีกกลุ่มที่โทร.มาจองห้องวีไอพีไว้ก็ปรากฏตัวขึ้น ร่างสูงของผู้ชายสามคนมีลักษณะเฉพาะตัวแตกต่างกันไปตามชาติพันธุ์กำลังเดินเข้ามาในร้าน นำมาด้วยชายหนุ่มผู้มีมาดเนี้ยบกว่าใคร ใบหน้าขรึมเข้มแบบหนุ่มละตินยิ่งทำให้ท่าทางเขาน่าเกรงขามในสายตาคนมองทุกย่างก้าวก่อนหยุดอยู่ตรงหน้าสิรี ดวงตาคมสีเทาขุ่นมองปราดเข้าไปข้างในร้านอย่างสำรวจตรวจตาบรรยากาศ คิ้วหนามุ่นลงทันใดครั้นเห็นว่าข้างในคนแน่นขนัดก่อนแม็กจะเข้ามาแทรกถามหญิงสาวที่ยืนมองตาค้างอยู่นั้น
“คุณสิรีครับ โต๊ะที่ผมโทร.มาจองไว้ได้ห้องไหนหรือครับ นายผมมาถึงแล้ว”
แม็กโทร.จองโต๊ะไว้ล่วงหน้าเมื่อเขารู้ว่าจะพาเจ้านายมาทานอาหารที่นี่ เขาทราบดีว่านายเขาไม่ชอบที่ที่มีคนเยอะทั้งยังมีเสียงจอแจให้ระคายหู ในส่วนตัวแม็กนั้นก็มารับประทานอาหารไทยที่ร้านนี้อยู่บ่อย ๆ ทั้งติดใจในรสชาติอาหารบ้านเกิดและอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ แม็กแอบชอบสิรีหลานสาวเจ้าของร้าน ถ้าวันไหนที่แม็กไม่ได้ไปทำงานกับราฟาเอลเขาก็จะมานั่งทานอาหารและคุยเล่นกับเธอประจำ จนทำให้แม็กรู้จักกับพนักงานในร้านเกือบทุกคนรวมทั้งคุณเจมส์อาของสิรี ที่คอยเป็นไม้กันหมาระหว่างแม็กกับหลานสาวของตัวเองในทุกครั้ง
“อ้อ เชิญด้านนี้ค่ะ”
สิรีเดินนำแขกทั้งสามมายังห้องวีไอพีที่จัดไว้ สายตาก็แอบลอบมองเสี้ยวหน้าคมของบุรุษหนุ่มที่เธอเพิ่งเคยเห็นและรับรู้ว่าเป็นเจ้านายของแม็ก เจ้านายของแม็กคนนี้เป็นหนุ่มฝรั่งที่หล่อมากที่สุดเท่าที่เธอเคยพบเจอมา ครั้นดวงตาสีเทาทรงเสน่ห์คู่นั้นตวัดมองสบกับสิรีที่มองอยู่หญิงสาวก็กลับก้มหน้าหลบ ผิวแก้มร้อนผ่าวเพราะเขินอาย อาการเช่นนี้ไม่ได้เกิดกับสิรีคนเดียว หากหญิงสาวหลายคนที่นั่งทานอาหารอยู่ในร้าน เมื่อเห็นร่างสูงที่สะดุดตาของใครหลายคนเดินเข้ามาก็ต่างหันมาจับจ้อง เสียงกระซิบดังเข้ามาในหูเป็นภาษาท้องถิ่นว่า
... ‘ใช่รึเปล่า ใช่ราฟาเอล โจเซฟ คนที่กำลังดังเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง คนที่เป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์บ่อย ๆ รึเปล่านะเธอ’ ‘ฉันว่าใช่’ ‘ว้าย ตัวจริงเขาหล่อมากเลย มีแฟนรึยังนะ’
หากคนที่ถูกพูดถึงก็ไม่ได้แลสายตาหันไปมองเลยสักนิด ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่เฉย ๆ สองมือหนาสอดเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงผ้าเนื้อดีปล่อยให้แม็กเป็นคนจัดการทุกอย่างไป
“ห้องนี้แหละค่ะ” หญิงสาวเดินมาหยุดที่หน้าห้องพร้อมเปิดประตูให้
“อาหารที่สั่งไว้ เสิร์ฟได้เลยนะครับ”
“ค่ะ”
เธอพยักหน้ารับคำก่อนวิ่งหน้าแดงไปหาเพื่อนสาวที่เปิดประตูออกมาจากห้องวีไอพีอีกห้องพอดี
“รษา รษา”
“มีอะไร เรียกซะตกอกตกใจเชียว แล้วเป็นอะไร ทำไมหน้าแดงอย่างกับลูกตำลึงสุก เจอผู้ชายหล่อ ๆ มาอีกสิท่าหน้าแบบนี้” รษาล้ออย่างรู้ทัน
“แหม รู้ดีจริงนะสมแล้วที่เป็นเพื่อนกัน”
“ก็แน่ล่ะ เจอผู้ชายหล่อทีไรเธอก็เป็นอย่างนี้ทุกที ระวังคุณแม็กจะน้อยใจเอานะ...แล้วมีอะไรถึงเรียกฉัน”
“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก นี่เธอกำลังทำอะไรอยู่รึเปล่า”
“ไม่มีแล้ว เพิ่งเข้าไปทำความสะอาดห้องเสร็จพอดี”
“ดีเลย งั้นเธอช่วยไปบริการแขกวีไอพีห้องนู้นให้อีกหน่อยสิ”
เพื่อนสาวบอกพลางยกมือชี้นิ้วไปที่ห้องวีไอพีห้องแรก
“ทำไม มีอะไรพิเศษงั้นเหรอถึงให้ฉันไปทำ พนักงานไม่พอเหรอ”
“ก็ไม่มีหรอก พอดีวันนี้คุณแม็กมาทานข้าวอยู่ในห้องนั้น”
“แค่นั้นเหรอ แล้วทำไมเธอต้องให้ฉันไปเสิร์ฟด้วย ทำไมเธอไม่เข้าไปทำเองล่ะ”
คิ้วเรียวเลิกขึ้นถามอย่างสงสัย เพราะปกติถ้าแม็กมาทานข้าวสิรีก็จะบริการเอง แต่คราวนี้ทำไมต้องให้เธอไปทำด้วย
“ก็คราวนี้คุณแม็กพาเจ้านายเขามาด้วย แล้วเจ้านายเขาหล่อมากเลยล่ะ ฉันอายเจ้านายเขาน่ะแล้วก็กลัวไปทำอะไรเงอะงะต่อหน้าคุณแม็กด้วย นะ ๆ ๆ รษา ช่วยไปบริการพวกเขาแทนฉันหน่อยนะ”
สิรีกุมมือเพื่อนสาวบีบเบา ๆ ทำหน้าตาให้น่าเห็นใจ
“น้า รษานะ ไปเสิร์ฟห้องนั้นให้ฉันหน่อยนะ”
คนถูกขอยิ้ม โคลงศีรษะให้อย่างอ่อนใจ เธอไม่ได้เหนื่อยแต่หมั่นไส้ในท่าทางออดอ้อนออเซาะของสิรีต่างหาก ทำอย่างกับเด็กอ้อนขอกินขนมไปได้
“ก็ได้ ๆ นี่อายเพื่อนเขาหรือว่ากลัวคุณแม็กหึงกันแน่”
“ก็ทั้งสองอย่างแหละน่า ว่าแต่เธอยังไหวรึเปล่า ถ้าเหนื่อยเดี๋ยวฉันให้คนอื่นทำแทนก็ได้”
เมื่อนึกขึ้นได้ว่ารษาก็เพิ่งจะเข้าไปเสิร์ฟแขกห้องอื่นมาเหมือนกัน เธอจึงเกรงว่าหญิงสาวจะเหนื่อยจึงรีบถาม...
“ไม่เป็นไร ฉันไหว อีกแค่ชั่วโมงเดียวร้านก็ปิดแล้ว”
“เอางั้นเหรอ ก็ได้ อาหารทั้งหมดที่คุณแม็กสั่งกำลังมีคนไปยกมาแล้ว เธอแค่คอยดูว่าเขาจะเอาอะไรเพิ่มรึเปล่าแค่นั้นแหละจ้ะ”
“โอเค ได้เลย ห้องแรกนะ”
พูดจบร่างบางอ้อนแอ้นก็เดินมุ่งหน้าไปที่ห้องเป้าหมายตามปกติ โดยหารู้ไม่ว่าต่อจากวันนี้ไป ชีวิตของเธอกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล...รษาเอ๋ย
^
^
^
***รษาชะตาจะเป็นไงน้า
“คุณรษาครับ คุณรษา” หญิงสาวหันไปตามเสียงเรียก“คุณจอห์น”“ขึ้นรถสิครับ คุณจะไปไหน เดี๋ยวผมไปส่ง”จอห์นที่บังเอิญขับรถผ่านมาพอดีเสนอตัว“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกำลังจะกลับบ้าน” เธอปฏิเสธ“ขึ้นรถเถอะครับ เดี๋ยวผมไปส่งคุณที่บ้าน” เขายังตื้อ“อากาศหนาวแบบนี้อยู่ข้างนอกนาน ๆ ไม่ดีนะครับ ขึ้นรถดีกว่าผมไปส่งเองกว่ารถจะมาเดี๋ยวคุณหนาวตายพอดี” จอห์นพูดให้เธอกลัวนิด ๆ หญิงสาวคิด ใช่อากาศวันนี้อุณหภูมิต่ำลงจริง ๆ เธอเองก็หนาวไปหมดทั้งตัวแล้ว อย่าลืมสิรษาตอนนี้เธอไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วนะ“ก็ได้ค่ะ”สิ้นเสียงคำตอบรับของรษา จอห์นก็ลงจากรถมาเปิดประตูให้หญิงสาวขึ้นรถไปกับเขาทันที“ผมกำลังจะเข้าบริษัทพอดี ไปรอรับรียาเห็นวันนี้มีประชุมผู้บริหารอีกรอบ”จอห์นบอก ที่เขาไปบริษัทก็อาจจะเพราะเหตุผลนี้กระมังหญิงสาวคิด“ค่ะ” เธอไม่พูดอะไรมาก“ว่าแต่คุณรษามาที่โรงพยาบาลทำไมเหรอครับ”จอห์นเห็นว่าเธอเดินออกมาจากโรงพยาบาล“เอ่อ ฉันแค่ไม่สบายนิดหน่อยน่ะค่ะ อากาศเปลี่ยนแปลง บางวันร้อน บางวันหนาวมาก เลยปรับตัวไม่ทัน”หญิงสาวแก้ตัว จอห์นชวนหญิงสาวคุยไปตลอดทาง เธอเองก็ตอบคำถามเขาไปตามมารยาทเท่านั้นห้องเล็กในโรงแรม“จอ
เป็นเวลาบ่ายแก่ ๆ รษาลืมตาขึ้น อากาศเย็นนิด ๆ มีผ้าห่มอุ่น ๆ ทำให้หญิงสาวนอนหลับสบาย แต่…เอ๊ะ ตอนที่เธอนอนไม่ได้มีผ้าห่มนี่ แล้วผ้าห่มมันมาจากไหนนะ หรือว่า...รษารีบลุกขึ้น เธอได้ยินเสียง จุ๊บจั๊บ เหมือนคนดูดนิ้วและซี้ดปากเป็นระยะ รษายืนตะลึงงงงันกับภาพที่เห็น เขานั่งกินมะม่วงและของดองอีกหลายอย่างเลย หญิงสาวเดินเข้ามาใกล้“คุณราฟ” เธอเรียกชื่อเขาเบา ๆ แต่ก็พอที่จะทำให้อีกฝ่ายได้ยินและหันหน้ามา“เอ้า ตื่นซะทีนะ นึกว่าจะนอนยันเช้าวันพรุ่งนี้เลย”ปากคอยังเราะรายเหมือนเดิมกับเรื่องประชดประชันเนี่ย เขาหันไปมองเธอแวบเดียวก็หันไปสนใจกับของกินตรงหน้าต่อ“คุณซื้อของพวกนี้มากินเหรอคะ” เธอถามเขา“เปล่า ฉันให้แม็กซื้อมาให้” เขายังไม่หยุดกิน“กินมาก ๆ เดี๋ยวท้องเสียนะคะ ของเปรี้ยวทั้งนั้น” เธอบอกอย่างเป็นห่วงเขา“ไม่เห็นจะเปรี้ยวตรงไหนเลย เธอลองกินดูสิ นี่มะม่วงแม็กบอกว่ามันเปรี้ยวมากฉันกินแล้วไม่เห็นเปรี้ยวเลย ลองกินดู”เขาพูดพร้อมยื่นชิ้นมะม่วงให้กับเธอ หญิงสาวรับมาและกัดมันดูนิดเดียว“อื้อฮือ มันเปรี้ยวมากเลยค่ะ เปรี้ยวจนกินแบบเปล่า ๆ ไม่ได้”เธอพูดตาหลับปี๋เพราะความเปรี้ยวจากมะม่วง ชายหนุ่มส่าย
รษา ตื่นเช้าขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย เวียนหัวเล็กน้อย เธอค่อย ๆ ลากตัวเองลงจากเตียงไปยังห้องน้ำ สองมือควานหาที่ยึดเกาะระหว่างทางที่เดินไป จับตู้บ้าง ลิ้นชักบ้างเพื่อพยุงตัวเธอให้ถึงห้องน้ำ“นี่เราเป็นอะไรไปนะ ทำไมมันรู้สึกเวียนหัวอย่างนี้เนี่ย” รำพันกับตัวเอง หรือว่าหมู่นี้เขารักเธอหนักเกินไปจนร่างกายเธอรับไม่ไหวแล้ว พอมาถึงอ่างล้างหน้า หญิงสาวเปิดน้ำล้างหน้าตัวเองหวังจะให้น้ำเย็น ๆ ช่วยลดอาการวิงเวียนที่เป็นอยู่ จากนั้นก็อาบน้ำชำระคราบเหนียวหนึบของคนตัวใหญ่เมื่อคืนที่ฝากเอาไว้เลอะเทอะไปหมด ทั้งที่ต้นขาและส่วนนั้นออก หญิงสาวเดินออกมาจากห้องน้ำเพิ่งสังเกตว่าเขาไม่อยู่อีกแล้ว สายตามองไปที่หัวเตียงมีกระดาษแผ่นเล็ก ๆ สีเหลืองติดอยู่พร้อมข้อความเขียนว่า...‘เข้าบริษัท เดี๋ยวกลับมา’...คนที่ไม่อยู่บอกเธอถึงสาเหตุการหายตัวไปของเขาในตอนเช้า หลังจากราฟาเอลตื่นเขาได้เห็นข้อความจากแม็กในโทรศัพท์ บอกว่าตอนแปดโมงมีประชุมกับลูกค้าคนสำคัญเป็นถึงตัวแทนจากภาคเอเชีย ซึ่งถ้าเจ้าของบริษัทไม่มาประชุมด้วยตัวเองอาจจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของบริษัทไม่น้อย หญิงสาวเดินลงมาข้างล่างพบเจ้าร็อกกี้นอนอยู
บ้านซาตาน กิจวัตรประจำวันก่อนนอนของเขาและเธอเป็นดั่งเช่นทุกวัน คือกินข้าวเย็นเสร็จขึ้นห้องอาบน้ำเตรียมนอน โดยหญิงสาวอาบน้ำก่อนและนอนก่อนเขาแทบทุกคืน ซึ่งหมู่นี้รษาชอบนอนเร็วหัวถึงหมอนปุ๊บเธอก็หลับทันทีทั้งที่บางวันเธอได้แอบหลับกลางวันมาบ้าง แล้วทำไมตอนกลางคืนถึงยังง่วงนอนได้นะ ราฟาเอลเดินออกมาจากส่วนห้องแต่งตัว มีเพียงกางเกงบ็อกเซอร์เท่านั้นที่เขาใส่ ชายหนุ่มมองไปยังคนที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงด้วยอารมณ์เคือง ๆ นิดหน่อย“หึ คิดว่าหลับแล้วเธอจะรอดงั้นเหรอรษา คืนนี้ฉันต้องลงโทษเธอให้ได้ โทษฐานที่เธอกล้าขัดคำสั่งฉัน”เสียงคำรามของซาตานถึงคนที่นอนหลับอยู่ ไม่รอช้าเขากระโดดขึ้นไปบนเตียงราวกับเด็กหวังจะให้อีกฝ่ายตกใจตื่นแต่ก็หาเป็นผลไม่เธอยังคงหลับสนิทเช่นเดิมไม่สะทกสะท้าน แม่คนนี้ไปอดหลับอดนอนมาจากที่ไหนนะเขาทำขนาดนี้แล้วเธอยังไม่รู้สึกตัวอีก แต่ถึงจะนอนหลับสนิทแค่ไหนถ้าเขาต้องการเธอก็ต้องตื่น ว่าแล้วเขาก็ไม่รอช้า ดึงผ้าห่มที่ปกคลุมร่างกายเธอออกเผยให้เห็นทรวงอกที่เต่งตึงภายใต้ชุดนอนบางเบาเพียงตัวเดียวตั้งท้าทายเขา เห็นแค่เพียงนี้เขาก็แทบอดใจไม่ไหวแล้ว มือหนาลูบไล้ไปมาอย่างแผ่วเบาจ
ในครัว… สองสาวเข้ามาเตรียมทำอาหารไทยกันอยู่ในครัวสองคน ทิ้งให้ชายหนุ่มอยู่ข้างนอกด้วยกันตามลำพัง“รียาดีใจจังเลยค่ะ ที่คุณรษายอมสอนรียาทำอาหารไทย” เธอขอบคุณรษาอีกครั้ง“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าคุณอยากทำดิฉันก็ยินดีสอน แต่คงไม่อร่อยเท่าแม่ครัวมืออาชีพหรอกนะคะ แค่พอกินได้เท่านั้น”“ใครบอกล่ะคะ คุณรษาทำอาหารอร่อยมาก รียาทานมาแล้ว”มารียายิ้ม“แล้ววันนี้ คุณรษาจะทำอะไรคะ” รียาถามถึงเมนูที่คุณครูจะสอนทำ“อืม อาหารขึ้นชื่อของคนไทย ต้มยำกุ้งดีไหมคะ”“ดีค่ะ รียาก็ชอบกิน” รษาพามารียาเตรียมวัตถุดิบที่มีอยู่ออกมาจัดสรรเป็นเมนูอาหารไทยประมาณสามสี่อย่าง สองสาวคุยกันอย่างถูกคอมีเสียงหัวเราะดังออกมาบ้างจากในครัวเป็นระยะ ส่วนชายหนุ่มสองคนที่นั่งอยู่ด้านนอกนั้นไม่มีใครสนใจใครเลยมีเพียงใช้สายตาเท่านั้นที่หันไปมองกันบ้าง จอห์นชะเง้อมองเข้าไปในครัวหลายครั้งเพื่อหวังจะเห็นรษา การกระทำนั้นไม่อาจรอดพ้นสายตาคมดั่งเหยี่ยวของราฟาเอลไปได้ ถ้าจอห์นคิดจะทำอะไรกับรษาแล้วล่ะก็เขาไม่เอามันไว้แน่ ถึงจะเป็นสามีของญาติก็ตาม ถ้าบังอาจมายุ่งกับผู้หญิงของเขาแล้วล่ะก็รับรองไม่ได้ตายดีแน่ (เฉพาะคนนี้เท่านั้นนะ)“อ
บนคอนโดสูงแห่งหนึ่งในเมืองแคลิฟอร์เนีย“จอห์นคะ โซเฟียคิดถึงคุณจังเลยค่ะ คุณไม่โทร.หาโซเฟียตั้งหลายวันแล้ว โซเฟียโทร.หาคุณก็ไม่ค่อยจะรับ”โซเฟียโทร.หาจอร์นอีกครั้ง หวังว่าเขาจะรับสายเธอ หลังจากวันนั้นเธอก็ติดต่อเขาไม่ค่อยได้เลย เธออ้อนฝ่ายชายทันทีเมื่อเขารับโทรศัพท์เธอ“ผมก็คิดถึงคุณโซเฟีย ตอนนี้งานผมยุ่งมากเลย เลยไม่ได้รับโทรศัพท์คุณน่ะ”“โซเฟียคิดถึงคุณมากเลยค่ะ คุณมาหาโซเฟียหน่อยได้ไหม เราเจอกันที่เดิมก็ได้นะคะ จอห์นขา โซเฟียคิดถึงคุณจริง ๆ นะคะ”โซเฟียออดอ้อนพร้อม ๆ กับมีเสียงจากปลายสายฝ่ายชายแทรกขึ้น“จอห์น คุยกับใครอยู่เหรอคะ”มารียาเดินเข้ามาหาสามี เมื่อเห็นว่าเขากำลังคุยโทรศัพท์กับใครบางคนอยู่ ซึ่งเธอเดาว่าคงไม่ใช่ลูกค้าแน่นอน“เอ่อ โซเฟียแค่นี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมติดต่อกลับไป”เมื่อได้ยินเสียงของภรรยาตัวจริงจอห์นก็รีบตัดบทจากปลายสายทันที“จอห์น เดี๋ยวสิคะ จอห์น จอห์น โธ่เว้ย!!!” โซเฟียเรียกเขาซ้ำหลายครั้ง แต่ก็ไร้ผลเมื่อปลายสายได้กดตัดสายไปเรียบร้อยแล้ว โทรศัพท์เครื่องแพงจึงถูกปาลงที่เตียงนุ่ม เธอสบถออกมาอย่างเสียอารมณ์ เมื่อถูกอีกฝ่ายปฏิเสธการพบเจอ“คุณคุยกับใครอยู่เ







