LOGINสัมผัสแสนหวานจากการจูบของเขา มันอ่อนโยนแต่ก็ทำเอาร่างเล็กนั้นรู้สึกวาบหวามไปในคราเดียวกัน
“เฟอร์...”
“หืม?” เลิกคิ้วมองหน้าเขา หลังจากที่ผลัดกันจูบอย่างดูดดื่มเมื่อสักครู่ พานทำให้หัวใจดวงนั้น มันสั่นไหวเมื่อได้ยินเสียงแหบพร่านั้นเรียกชื่อเธอ
บัดนี้สติของเธอมันแทบจะหลุดลอยไปไหนต่อไหนแล้ว ไม่มีความคิดที่จะยับยั้งชั่งใจ หรือแม้แต่จะปฏิเสธสัมผัสจากเขาเลย ในทางกลับกัน เธอเลือกที่จะตอบรับทุกสัมผัสของเขาอย่างเต็มใจ
“ขอได้ไหม...” เอ่ยขอด้วยเสียงหวานๆ สายตาเว้าวอน ออดอ้อนให้เธออนุญาตเพื่อขอความเห็นใจจากเธอ พร้อมกับจับมือเล็กไปลูบไล้ท่อนลำผ่านเนื้อผ้า ที่มันดันขึ้นมาไม่พอเพียงเท่านั้นกลับผงกหัวทักทายเธออีกด้วย
“ละ...แล้วแต่สิ...” เอ่ยตอบด้วยท่าทางเหนียมอายเล็กน้อยก่อนที่จะหลบสายตาแพรวพราวของเขาที่จ้องมองเธออย่างกับจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว ใบหน้าจิ้มลิ้มเริ่มร้อนผ่าวไปจนถึงใบหู และทันทีที่เธอตอบกลับมา เขาก็ดันร่างเล็กนอนราบไปกับโซฟา ตามด้วยขึ้นคร่อม จากนั้นก็โน้มใบหน้าเข้าไปซุกไซ้ สูดกลิ่นหอมเย้ายวนที่ซอกคอ
ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดไปตามผิวกาย ทำเอาร่างเล็กนั้นเสียวซ่าน และสั่นสะท้านไปกับสัมผัสที่แสนวาบหวาม พานทำให้ใจเธอสั่นไหว เต้นแรงไม่เป็นส่ำ แถมยังเอียงคอให้เขาได้เข้ามาซุกไซ้ ลากไล้ปลายจมูกตามอำเภอใจอีก
“อื้อ...”
เสียงหวานครางอื้ออึง พร้อมกับฝ่ามือเล็กทั้งสองข้างที่เผลอลูบไล้ไปที่แผ่นหลังของเขา ปลุกเร้าให้เขายิ่งรู้สึกกระสันมากขึ้นกว่าเดิม
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!!
เสื้อผ้าอาภรณ์บนกายถูกคนด้านบนค่อยๆ ปลดเปลื้องมันออกทีละชิ้น ทีละชิ้น จากนั้นก็โยนมันลงไปที่พื้น เพียงไม่นานภาพที่สวยงามที่สุด ที่มันดึงดูดสายตาหื่นกระหายของเขาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
“อึก” เสียงกลืนน้ำลายลงคอของคนด้านบน เขาจ้องมองเรือนร่างที่เปลือยเปล่า ขาวเนียน สะดุดตานั้นเนิ่นนาน จนคนถูกมองทำตัวแทบไม่ถูก ทำได้แค่กระแอม หวังเรียกสติของเขากลับมา เพราะตอนนี้อารมณ์ของเธอมันค้าง!!
“อะแฮ่ม”
“โทษ...ก็เธอสวย...อดใจที่จะมองไม่ได้...” พูดอย่างตรงไปตรงมา ก่อนที่จะรีบพรมจูบไปตามลำคอระหง ไม่พอยังทิ้งรอยรักฝากไว้บนผิวขาวๆ นั้นอีก
“อ๊ะ...พะพาย...ฉันเจ็บ” คนถูกดูดดันไหล่เขาออก เมื่อถูกความเจ็บเล่นงาน
“อื้ม...ก็มันน่ามันเขี้ยว...” ขืนตัว แล้วโน้มลงไปดูดอีกครั้ง แต่ก็ถูกเธอดันตัวเขาไว้อีกเช่นเคย ด้วยความที่มันขัดจังหวะการเร้า จึงจับแขนทั้งสองข้างที่มันขัดขวางการปลุกปั่นอารมณ์ของเขาออกไปไว้ที่เหนือหัวด้วยมือเพียงข้างเดียวของเขา ก่อนที่จะเล้าโลมเธออีกครั้ง และทุกครั้งก็มักจะฝากรอยรักจางๆ ไว้ที่ผิวบอบบางเนียนใสนั้นแทบทุกส่วน
“อื้อ...อ๊ะ...อ๊าส์...” เสียงหวานๆ ครางกระเส่า ทันทีที่พะพายใช้ลิ้นหนาตวัดวนหยอกเย้าที่ยอดประทุมถันของเธอทั้งสองข้าง ทั้งลากเลีย ทั้งดูดมันอย่างตะกละตะกลามราวกับทารกหิวนมแม่ก็มิปาน
เมื่อซุกไซ้จนพอใจก็จูบซับลากปลายลิ้นลงมาจนถึงหน้าท้องแบนราบ ก่อนที่จะหยุดดูด และขบกัดมันเบาๆ ที่สะดือ สร้างความเสียวซ่านให้แก่คนตัวเล็กอยู่ไม่น้อย มันวูบวาบ ปั่นป่วนมวลท้อง ราวกับมีพายุขนาดย่อมหมุนวนอยู่ในท้องอย่างไงอย่างงั้น
“...อ๊ะ...พะ...พาย...” เรียกชื่อเขาแทบไม่เป็นสรรพ
“จ๋า...เธอ...” ตอบรับด้วยเสียงหวานๆ แหบพร่า ทว่ากลับปนเซ็กซี่ชวนให้คนฟังขนลุกซู่ไปในคราเดียวกัน
“จะ...ทำอะไร...” เอ่ยถามด้วยความสงสัยเพราะเขาเลื่อนลงไปเรื่อยๆ จนแทบจนถึงของสงวนของเธออยู่แล้ว
“กินเธอไง...” พูดจบก็จับขาเรียวแยกออกจากกัน และชันตั้งขึ้น จากนั้นก็ใช้สองมือจับข้อเท้าทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ แล้วก้มลงฉกชิมน้ำหวานที่ปริ่มๆ ของมาให้ได้ลิ้มลองเบาๆ และทันทีที่เรียวลิ้นของเขาสัมผัสไปตามร่องฉ่ำแฉะ สะโพกมนก็เด้งรับอย่างไม่รู้ตัว พร้อมกับความเสียวกระสันที่เล่นงานคนตัวเล็กอย่างจัง
“อ๊าส์...อื้อ...พะ...พาย...อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊ะ...” ทั้งร่อนใส่ ทั้งขยับหนี แต่ก็ถูกคนตัวโตนั้นตวัดลิ้นระรัวถี่ๆ จนคนถูกกระทำรักอยู่ไม่สุข มือเล็กที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ปัดป่ายหาที่ยึดเกาะอย่างสุดแสนทรมาน ทว่าความทรมานนี้กลับเป็นความทรมานที่โคตรจะเร้าใจ มันเร่าร้อน วูบวาบ แล้วก็สูบพลังของเธอไปค่อนข้างเยอะเหมือนกัน
แจ๊ะ แจ๊ะ แจ๊ะ!!
ลิ้นยังคงทำงานอย่างหนักหน่วงและเน้นทุกการเข้าออก และด้วยความพิเรนทร์จึงใช้นิ้วสอดและขยับร่วมไปด้วย ยิ่งทำให้คนตัวเล็กเสียวซ่านเข้าไปกันใหญ่
“อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊ะ...อื้อ...” และในที่สุดเธอก็เกร็งและกระตุกเอวถี่ๆ ในเฮือกสุดท้าย ก่อนที่จะเดินทางไปสู่ปลายทางแห่งสวรรค์ในเวลาต่อมา พร้อมกับน้ำหวานสีใสที่ไหลทะลักออกมาเช่นกัน แต่ไม่ว่าจะไหลออกมามากมายแค่ไหน พะพายกลับตวัดลิ้นเลีย และดูดดื่มมันไปจนหมดทุกหยาดหยดอย่างไม่คิดที่จะรังเกียจเธอเลย กลับชอบเสียด้วยซ้ำ นี่มันกลิ่นความรักชัดๆ ทั้งหอมหวานละมุนลิ้น บ่งบอกได้เลยว่าเจ้าตัวดูแลตัวเองเป็นอย่างดีแค่ไหน
“เฟอร์...”
“หืม?” ตอบรับทั้งที่ยังหายในหอบถี่ๆ ดวงตาปรือลอยไปไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้
“จะนอนแล้วเหรอ”
“อื้อ...เหนื่อยแล้ว...”
“เหนื่อยอะไร...แค่นอนครางเฉยๆ ...ลุกมาทำให้ฉันบ้างสิ...” ดูความหน้ามึนของมัน ไม่ใช่แค่พูดนะ แต่เขากลับดึงร่างเล็กให้ลุกขึ้น ก่อนที่จะปลดเข็มขัด รูดซิปกางเกงด้วยความรวดเร็ว จากนั้นก็ปามันลงพื้นไป ปล่อยให้เจ้ามังกรผงาดอวดความยิ่งใหญ่ต่อหน้าเธอ จนคนที่เกือบจะหลับถึงกับตาเบิกโพลง
“เฮือก...มะไม่เอา...” ส่ายหน้าค้านหัวชนฝา ทว่ากลับถูกพะพายจับหลังคอแล้วกดลงมาที่ท่อนลำของเขาอย่างเอาแต่ใจ
“ทำให้หน่อย...ทีฉันยังทำให้เธอเลย...” เสียงอ้อนกล่าว น้ำเสียงกับการกระทำโคตรจะสวนทางกันเลย การกระทำคือข่มขู่ชัดๆ
“ฉะ...ฉันต้องทำยังไง” คนอ่อนประสบการณ์ถาม พยายามใช้มือดันหน้าขาเขาและขืนตัวเอาไว้ แต่ได้บ้านี่ก็จะกดหัวเธอลงไปท่าเดียวเลย ใจเย็นๆ ไม่เป็นหรือไง ก็รู้อยู่ว่าเธอทำไม่เป็น
“เลีย...เหมือนเลียไอติมน่ะ...” เอ่ยบอก
“ตะ...แต่ฉันไม่ชอบกินไอติม...ฉันไม่เลีย...”
“เหมือนลูกอมก็ได้” ตอนแรกมีอารมณ์เสี้ยนนะ แต่ตอนนี้เริ่มมีอารมณ์อยากบวกกับเธอแล้ว ไม่รู้ว่าตั้งใจกวนหรือพูดจริง อันนี้ก็เริ่มไม่แน่ใจแล้ว แต่มันขัดหูเขาเนี่ย!!
“ฉันไม่กินลูกอม ของไม่มีประโยชน์...”
“เฟอร์...อย่ากวนประสาทฉัน...ฉันมีอารมณ์เสี้ยนดีๆ ก็ดีอยู่แล้ว...อย่าให้ฉันมีอารมณ์โมโหร่วมด้วยเลย”
“ฉะ...ฉันไม่ได้กวนประสาท...ก็ฉันไม่ชอบจริงๆ นี่” ช้อนสายตาขึ้นไปมองหน้าเขา โอ๊ย สายตาแบบนี้อีกแล้ว แพ้โว้ย...พะพายสบถในใจ สุดท้ายก็อดรนทนรอไม่ไหว ไว้ค่อยไปสอนทีหลังแล้วกัน ตอนนี้ไม่ไหวแล้วโว้ย ทำเอาเองก็ได้วะ ว่าแล้วก็จับคนตัวเล็กขึ้นมานั่งคร่อมบนตัก แล้วจับท่อนลำสอดเข้าไปในตัวของเธอ และทั้งคู่ก็ขย่มโยกกันอย่างเมามันบนโซฟา
“อ๊าส์...เฟอร์...บดๆ ...แรงๆ ...อื้อ...อย่างนั้น...” ครางเสียงกระเส่าพร้อมจับสะโพกมนโยกไปตามแรงปรารถนาของเขาและเธอที่สาดซัดใส่กันอย่างหนักหน่วง
“อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊าส์...พะพาย...ฉะ...ฉันปวดฉี่...” มือเล็กทั้งสองข้างจิกไปที่ไหล่ของเขา ในขณะที่เอวก็ควงร่อนใส่ลำรักเขาไม่พัก
“อ๊าส์...ปล่อยออกมาเลย...อ๊าส์...ซี๊ด...เฟอร์...เฟอร์...จะแตกแล้ว...อื้อ...” กระแทกสวนทุกการบดของเธอ และในที่สุดพะพายน้อยก็ได้ปลดปล่อยน้ำกามสีขาวขุ่นในกายเธออีกครั้ง ส่วนคนที่เสร็จรอบสองนั้นก็ทำได้แค่หายในพะงาบๆ พร้อมกับสองแขนที่โอบรอบลำคอของเขาเอาไว้เช่นเคย
แต่แทนที่เขาจะปล่อยให้เธอพัก เพราะเธอหมดเรี่ยวหมดแรงแล้ว แต่เขากลับจับเธอคว่ำ แล้วสอดใส่ความเป็นชายของเขาเข้าไปในตัวเธออีกครั้ง สองมือรั้งสะโพก ตามด้วยตอกอัดเข้าใส่เต็มแรงรักด้วยความเร็ว ราวกับเครื่องจักรที่อัดใส่เต็มสูบจนคนถูกตอกนั้นสั่นคลอนไปตามแรงที่เขาถาโถมใส่ไม่ยั้ง
ปั่ก ปั่ก ปั่ก ปั่ก ปั่ก!!
“อ๊ะ...พะพาย...มะ..ไม่ไหวแล้ว...พอแล้ว”
“พอได้ไง...ฉันยังไม่หนำใจเลย...อาส์...ซี๊ด...โคตรฟิน...เสียวอะเฟอร์...ท่านี้โคตรได้...อ๊าส์”
เพี๊ยะ!!
กัดปากระบายความเสียวกระสัน และฟาดไปที่ก้นขาวๆ จนขึ้นรอยมือด้วยความหมั่นไส้ ตามด้วยบีบเคล้นไปตามอารมณ์สวาทที่สาดซัดเข้าใส่เขาอย่างหนักจนไม่อาจต้านความต้องการนี้ได้
ปั่ก ปั่ก ปั่ก ปั่ก!!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นลั่นห้องเคล้าคลอกับเสียงครางของทั้งคู่ ที่มันประสานเสียงกันจนไม่รู้ว่าเสียงไหนมันดังกว่ากัน นี่ถ้าห้องไม่เก็บเสียง มีหวังคงดังลั่นคอนโด ผู้คนคงต้องแตกตื่นคิดว่ามีใครฆ่ากันตายแน่ๆ
บทรักสวาทถูกบรรเลงขึ้นบทแล้วบทเล่า ทำเอาคนถูกบรรเลงถึงกับนอนหอบหายใจจนตาลอย ไม่รู้ว่าเขาไปเอาเรี่ยวเอาแรงมาจากไหนเยอะแยะ ถึงได้กระหน่ำใส่เธอรัวๆ ไม่คิดจะให้เธอพักเลย
“เป็นไง...เร้าใจปะ...” จูบไปที่หัวไหล่เธอเชิงกวน แล้วถามด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาทตามสไตล์เขา ซึ่งตอนนี้เธอไม่มีแรงจะด่าเขาหรอก แค่มีแรงหายใจตอนนี้ก็นับว่าบุญแค่ไหนแล้ว
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า
“ลุก...ฉันบอกให้ลุกไง!!...” ดึงแขนของสายขิมอีกครั้งด้วยความหงุดหงิดสุดท้ายสายขิมก็จำใจที่จะเดินตามแรงดึงของเฟอร์ แต่แล้วจังหวะที่กำลังจะเดินข้ามไปที่ลานจอดรถโซนที่เธอจอดนั้น อยู่ๆ ก็มีรถคันหรูเหยียบคันเร่งเสียงดัง พร้อมกับออกตัวพุ่งมาทางเธอและสายขิมด้วยความรวดเร็วบรึ่น บรึ่น!!“กรี๊ดดดดด”พลั๊ก อ
“...”“ไม่ต้องให้อภัยฉันก็ได้...แต่ได้โปรดฟังความจริงจากปากฉันหน่อยได้ไหม”“ฉันไว้ใจแกได้เหรอ”“ได้สิ...” สายขิมตอบกลับพร้อมมองเฟอร์ด้วยสายตาเว้าวอน แต่ใครจะรู้ล่ะ เธออาจจะหลอกเธอให้เชื่อคำลวงอย่างที่เคยเป็นก็ได้“งั้น...ฉันขออัดเสียงแกเอาไว้ด้วยได้ไหม...เป็นหลักฐานเผื่อว่าแกคิดไม่ซื่อกับฉัน” พูดพร
“เฟอร์...ไปดูหนังกัน...” ช่วงสายของอีกวันขณะที่ร่างสูงกำลังจะเดินไปอาบน้ำก็เอ่ยชวนเธอขึ้น“ดูหนังเสร็จ...ไป...”“ไปเอากันต่อ...” ยังไม่ทันที่เฟอร์จะได้ถามจบประโยคดีเลยพะพายก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน จุดประสงค์คือมุ่งมั่นมาก ไม่ได้พูดทีเล่นทีจริงใดๆ ทั้งนั้น เพราะในหัวเขาจ้องแต่จะยกซดเธออย่างเดียวเลย“นี่
เมื่อทนต่อความอับอายไม่ไหว จึงจำต้องลากเขากลับคอนโด และด้วยเพราะมีเรื่องให้คิดเยอะช่วงนี้ ทั้งที่พ่อเธอเอาแต่ทาบทามหาคู่ให้ ทั้งระแวงเรื่องพะพาย เพราะช่วงนี้ห่างกัน เลยทำให้เธอลืมไปเลยว่าวันนี้คือวันครบรอบ1ปีที่เธอคบกันกับเขาแกร๊ก แอ๊ด!!“พะพาย...” ร่างเล็กอุทานชื่อของเขาอย่างเหลือเชื่อ เมื่อทันที







