Masuk“เฟอร์...ไปดูหนังกัน...” ช่วงสายของอีกวันขณะที่ร่างสูงกำลังจะเดินไปอาบน้ำก็เอ่ยชวนเธอขึ้น
“ดูหนังเสร็จ...ไป...”
“ไปเอากันต่อ...” ยังไม่ทันที่เฟอร์จะได้ถามจบประโยคดีเลยพะพายก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน จุดประสงค์คือมุ่งมั่นมาก ไม่ได้พูดทีเล่นทีจริงใดๆ ทั้งนั้น เพราะในหัวเขาจ้องแต่จะยกซดเธออย่างเดียวเลย
“นี่ไอ้บ้าพะพาย เลิกหื่นสักทีได้ไหม”
“เอ้า...ก็แล้วเธออยากไปไหนล่ะ...ฉันก็นึกว่าเธออยากทำเหมือนฉันซะอีก”
“นายพัก5วันใช่ไหม”
“อืม...แต่ตอนนี้เหลือแค่4วันแล้ว”
“ฉันอยากไปเที่ยวอ่ะ...เราไปเที่ยวต่างประเทศกันไหมพะพาย” ออดอ้อนพร้อมกับเกาะแขนแล้วเอาหน้าถูไถเขา
“ไม่ทันหรอก จะไปเที่ยวต่างประเทศเธอมีพาสปอร์ตหรือยัง”
“ยัง...”
“กว่าจะไปทำ กว่าจะยื่นวีซ่าบางประเทศอีก วันที่เหลือของฉันไม่พอหรอก เอางี้ไหม...ไปต่างจังหวัดก่อน...แล้วถ้าอยากไปต่างประเทศจริงๆ เธอก็ไปทำพาสปอร์ตไว้แล้วเดี๋ยวค่อยไปกันวันหยุดยาว”
“ไม่ไปแล้วก็ได้...งั้นนายพักผ่อนเถอะ” ผลักตัวเขาออกทั้งที่เมื่อครู่ยังออเซาะเขาอยู่เลย ก็แอบนอยเขาหน่อยๆ ทั้งที่เขาเองก็ให้เหตุผลแล้วว่ามันไม่ทัน แต่เธอก็ยังงี่เง่า
“เฟอร์...เข้าใจหน่อยสิ...ไปต่างประเทศมันก็ยุ่งยากหน่อย...งั้นวันนี้เดี๋ยวพาไปทำพาสปอร์ตดีไหม รอบหน้าหยุดจะได้วางแผนไปกันใหม่”
“ไม่เอา...ไม่อยากไปแล้ว...” ยืนขึ้นแล้วเดินตึงตังไปยังห้องนอน แต่จังหวะที่กำลังจะก้าวขาเข้าห้องไปอยู่ๆ ก็เกิดรู้สึกหน่วงๆ ท้องขึ้นมากะทันหัน “อ๊ะ...” มือเล็กกุมท้องเอาไว้ พร้อมกับสองขาที่ชะงัก
“เป็นอะไร”
“ปะ...ปวดท้อง...”
“เมื่อคืนทำแรงไปเหรอ...” ถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง จากนั้นก็ช้อนตัวเธอไปวางไว้บนเตียง แอบกวนๆ อยู่เหมือนกัน แต่จริงๆ ก็รู้อยู่แล้วว่าเธอเป็นอะไร “วันนี้รอบเดือนเธอน่าจะมา...” พูดปุ๊บก็ทำเอาใจของเฟอร์พองโตขึ้นมาเสียดื้อๆ นี่เขารู้ได้ไง
“นะ...นายรู้ได้ไง”
“ฉันบันทึกเอาไว้ ไม่งั้นเมื่อวานจะใส่ยับเหรอ...เพราะรู้ไงว่าวันนี้เธอจะเป็นเมนส์”
“ไอ้บ้าเอ๊ย!!” ยกมือขึ้นทำเหมือนจะทุบเขา แต่ก็ต้องหยุดการกระทำลงเมื่อรู้สึกจี๊ดขึ้นมาที่ท้องน้อย จนต้องดึงกลับไปกุมท้องตัวเองแทน
“แล้วที่ฉันไม่หงุดหงิดเธอกลับ ก็เพราะรู้ไงว่าอารมณ์เธอแปรปรวน...นอนพักผ่อนก่อน...เดี๋ยวไปเอาชามาให้จิบ” แม้จะแอบเสียดายอยู่หน่อยๆ ที่กลับมาพักรอบนี้แต่เธอดันเป็นประจำเดือน ถึงอย่างไรก็เถอะมันก็เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ ก็เลยรีบจัดหนักจัดเต็มทดแทนไปแล้วเมื่อวาน ส่วนหลังจากนี้ก็คงต้องดูแลคนอารมณ์แปรปรวนด้วยความใจเย็น
ถึงกับน้ำตาคลอ เอาเข้าจริงๆ แม้ว่าพะพายจะจ้องเอาเปรียบเธออยู่บ่อยๆ แต่เชื่อไหม เธอมักจะแพ้ความใส่ใจของเขาที่ทำให้เธอเสมอ เป็นผู้ชายที่คุณสมบัติแฟนครบถ้วนเลย ทั้งหล่อ รวย กล้วยเท่าแขน แถมยังดูแลเธอดีด้วย บ่อยครั้งก็มักจะปากเสีย ชอบบ่น แต่ก็ให้อภัยได้เพราะความน่ารักของเขานี่แหละ
“เก็บน้ำตาไว้คลอตอนโดนฉันตอกเถอะ...อะ...จิบชาอุ่นๆ ซะ” ว่าแล้วก็ยื่นแก้วชาไปให้เธอ ไม่วายพูดจากวนประสาทเธออีก ทำเอาร่างเล็กหุบยิ้มแทบจะทันที
“เลิกพูดจาน่าเกลียดแบบนี้สักทีได้ไหม” ฟังแล้วขัดใจชะมัด แล้วปากเสียๆ ของเขาชอบไปพูดต่อหน้าคนอื่น คนอะไรหน้ามึนจริงๆ
ตลอด5วันที่พะพายได้พัก เขาก็คอยดูแลเอาใจใส่เฟอร์ตลอด ราวกับว่าพักมาเพื่อดูแลคนป่วยทางอารมณ์อย่างเธอโดยเฉพาะ แม้จะทะเลาะกันทุกวัน แต่เชื่อไหมก็ไม่ได้ทำให้ทั้งคู่รักกันน้อยลงเลย มีแต่จะรักกันมากขึ้นและยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ
และแล้วเวลาพักของเขาก็หมดลง ความสุขที่ได้อยู่ด้วยกันมักผ่านไปไวเสมอ การติดต่อกับเขาก็ไม่ค่อยเหมือนคนทั่วไป เพราะหลังจากที่เขาต้องไปทำหน้าที่ของตัวเอง อยู่บนเครื่องก็ไม่ได้มีเวลามาตอบข้อความหรือส่งข้อความมารายงานเธอเลย แอบเหงาอยู่เหมือนกัน
“ไปทำงานแล้วนะ...แล้วห้ามไปเดตกับคนของพ่อเธออีกนะเข้าใจไหม ไม่งั้นรู้ใช่ไหมว่าถ้ากลับมาจะเจออะไร”
“อื้ม...ฉันก็พยายามเลี่ยงนัดป๊า”
“ฉันรู้ว่าเธอทำได้แค่นั้นแหละ...แต่ถ้ารักกัน...ช่วยพยายามอีกนิดได้ไหม” นี่เป็นน้ำเสียงที่จริงจังของพะพาย แอบใจสั่นอยู่เหมือนกันกับคำพูดของเขา
“ฉันรู้ว่าฉันขี้ขลาด ฉันไม่กล้าพอที่จะต่อกลอนกับป๊า แต่ฉันก็กำลังพยายามอยู่นะพะพาย”
“ถ้าเราเลิกกันอีกครั้งเพราะความลังเลของเธอ หลังจากนี้ฉันไม่ขอให้โอกาสเธอแล้วนะ” พะพายกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังอีกครั้ง แววตาของเขาตอนนี้ไม่มีวี่แววของความขี้เล่นอย่างก่อนหน้านี้หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย และเธอรู้ดีว่าหากเธอพลาดอีกครั้ง พะพายต้องหลุดมือเธอไปแน่ๆ
“พะพาย...ฉันรักนายนะ...” เอื้อมมือไปดึงมือเขามากุมไว้แล้วค่อยๆ เงยหน้าไปมองหน้าเขา ผู้ชายที่เธอมอบตัวและหัวใจให้โดยที่ไม่คิดเลยว่าจะหลงรักเขา
“ฉันก็รักเธอ...” ยกมือข้างที่จับกระเป๋าลาก แล้วประคองใบหน้าของเธอเอาไว้ ก่อนที่จะบอกรักกลับไป
“ตั้งใจทำงานนะ...แล้วฉันจะรอนายกลับมา”
“อื้ม...อีกสองสามวันก็กลับมาแล้ว...ห้ามดื้อ...เดี๋ยวเอาน้ำหอมฝรั่งเศสมาฝาก”
“พะพาย...” ร่างสูงที่กำลังจะหมุนตัวไปเปิดประตูห้องชะงักอีกครั้งเมื่อถูกเรียก
“หืม?”
หมับ!!
“รีบกลับมานะ...” เธอพุ่งเข้าไปสวมกอดเขาเอาไว้ เป็นการกระทำที่ทำให้พะพายใจฟูไม่น้อยเลย จากนั้นก็กอดตอบ พร้อมกับก้มลงไปจุมพิตที่หน้าผาก
“ไม่ต้องคิดมากเรื่องของเรานะ ฉันรู้ว่าเธอไม่กล้า แต่ถ้าใจเธอยังอยากไปต่อกับฉัน ฉันจะสู้เพื่อเธอเอง ขอแค่เธอไม่ปล่อยมือฉันก็พอ”
“ขอบคุณนะ...” ผละกอดออกแล้วยืนมองเขาเปิดประตูออกจากห้องไป รู้สึกสบายใจที่เขาเข้าใจเธอ แม้บางครั้งบางคราจะขี้บ่นไปหน่อย แต่ทุกคำเขาก็ล้วนเป็นห่วงเธอและหวังดีกับเธอทั้งนั้น
ช่วงสาย
ร่างเล็กนอนเปื่อยอยู่ที่ห้องแทบไม่ได้ไปไหน จะมีก็แต่เสียงโทรศัพท์ของตัวเองที่ดังขึ้นทุกๆ หนึ่งชั่วโมง แล้วเธอก็มักจะเมิน เพราะรู้ว่าหากรับสายนั้น เธอก็คงจะปฏิเสธไม่ได้อีกแน่ๆ และปลายสายนั่นก็คือพ่อของเธอนั่นเอง ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไร คะยั้นคะยอให้เธอไปดูตัวไม่เว้นแต่ละวัน
“เฮ้อ...หรือควรบอกป๊าไปตรงๆ ดี...แล้วถ้าบอกไปตรงๆ ...ฉันจะถูกป๊าดุไหมนะ...” ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียดก็เลยลุกไปอาบน้ำแล้วออกไปช็อปปิ้งให้หายเครียดดีกว่า
@เอสพลาน่ามอล
“เฟอร์...” เสียงหนึ่งเรียกเฟอร์ให้หันไปสนใจ ขณะที่เธอกำลังเดินเลือกกระเป๋าอยู่ แต่เมื่อหันไปแล้วเห็นว่าเป็นเสียงของสายขิม อดีตเพื่อนรักของเธอ เฟอร์มองเพียงนิดแล้วก็ทำเมินแล้วเดินหนีไปที่อื่นทันที
“เฟอร์...ช่วยฟังฉันหน่อยได้ไหม...” แต่สายขิมก็ยังคงเดินตามมาติดๆ พยายามเรียกเธอแล้วเว้าวอนเธอด้วยสายตา
“ฉันไม่อยากคุยกับคนทรยศ...ถอยไปฉันจะซื้อของ” เฟอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา จากนั้นก็เดินผ่านสายขิมไปอีกรอบ
“ช่วยฟังคำอธิบายของฉัน...เป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม” คำว่าครั้งสุดท้ายของสายขิมทำเฟอร์ชะงักไปเล็กน้อย ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองหรือเปล่า เพราะคำว่าสุดท้ายของสายขิมนั้น มันทำหัวใจเธอหวั่นกลัวแปลกๆ
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า







