LOGIN“...”
“ไม่ต้องให้อภัยฉันก็ได้...แต่ได้โปรดฟังความจริงจากปากฉันหน่อยได้ไหม”
“ฉันไว้ใจแกได้เหรอ”
“ได้สิ...” สายขิมตอบกลับพร้อมมองเฟอร์ด้วยสายตาเว้าวอน แต่ใครจะรู้ล่ะ เธออาจจะหลอกเธอให้เชื่อคำลวงอย่างที่เคยเป็นก็ได้
“งั้น...ฉันขออัดเสียงแกเอาไว้ด้วยได้ไหม...เป็นหลักฐานเผื่อว่าแกคิดไม่ซื่อกับฉัน” พูดพร้อมกับเดินไปหาที่นั่งใกล้ๆ
“อืม...เพราะยังไง...หลังจากนี้...ฉันก็คงไม่ได้อยู่รับรู้อะไรแล้ว” สายขิมยิ้มอ่อนให้กับโชคชะตาของตัวเองอย่างเวทนาใจ
“จะมาเรียกร้องความสนใจอะไรจากฉันอีก”
“ไม่ได้มาเรียกร้อง แค่มาลา” ยิ่งพูด ก็ยิ่งรู้สึกว่ามันไม่ปกติ ยัยนี่ต้องการอะไรจากเธอกันแน่ เฟอร์คิดอย่างชั่งใจ
“รีบๆ พูดมาเถอะ ฉันมีเรื่องที่ต้องทำอีกเยอะ” ยกมือขึ้นกอดอกแล้วเอนตัวพิงไปยังพนักพิงเก้าอี้ จากนั้นก็หันไปมองทางอื่น โดยที่หูก็รอฟังสิ่งที่สายขิมจะพูดต่อจากนี้
“ฉันขอโทษแกนะเฟอร์...ที่ก่อนหน้านั้นคิดไม่ดีกับแกแล้วหักหลังแกแบบนั้น...แต่ฉันรู้...ว่าสิ่งที่ฉันทำ...มันไม่ได้น่าให้อภัยเลย...แล้ววันนี้ที่ฉันมาพูดฉันไม่ได้มาขอโอกาสจากแก...ฉันแค่มาบอกความจริงทั้งหมดที่แกไม่รู้...แล้วก็มาบอกให้แกระวังตัวจากพวกอีกะทิ...”
“แกมาบอกฉันทำไม...เพื่อนรักแกไม่ใช่เหรอ” เฟอร์ฟาดกลับด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ก็นะคนมันแค้นฝังหุ่นนี่นา ไม่พูดเห็นทีจะอดไม่ได้
“คนแบบนั้น ฉันไม่เรียกว่าเพื่อนหรอก...แกต่างหาก...ที่เป็นเพื่อนฉัน” ประโยคหลังเสียงแผ่วเบา เพราะรู้ดีว่าสำหรับเธอแล้วคำว่าเพื่อนไม่เหมาะที่จะได้รับมันเลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้เธอได้รับบทเรียนอย่างสาสมแล้ว สมควรแล้วสำหรับคนทรยศเพื่อนแบบนี้
“ฉันไม่ใช่เพื่อนเธอ...” เฟอร์รีบชิ่งตอบกลับไป ด้วยใบหน้าที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนว่ารังเกียจสายขิมเอามากๆ
“ก็สมควรแล้วนี่เนอะ...” ก้มหน้ายอมรับชะตากรรม
“ไม่ต้องมาตีหน้าเศร้า...จะพล่ามอะไรก็รีบๆ พูดมา...ฉันไม่ได้มีเวลามากนักนะ” พูดด้วยท่าทีไม่แยแสอะไรทั้งนั้น
“จริงๆ แล้ว...วันนี้ฉันถูกวานจ้างให้มาตัดสายเบรกรถแก...อีกะทิไม่รู้มันเป็นบ้าอะไรมัน...แค้นอะไรแกนักหนาก็ไม่รู้...มันกะเอาแกตายเลย”
“แล้วแกตัดไปแล้วหรือยัง” จากที่หันไปมองทางอื่นก็รีบหันมองสายขิมด้วยสายตาคาดคั้น คิ้วเรียงสวยขมวดมุ่นเข้าหากันแล้วจ้องสายขิมตาเขม็ง
“ตัดไปแล้ว...ตะ...แต่ฉันโดนบังคับ...ฉันมีเหตุผล...แล้วฉันก็กำลังจะมาสารภาพกับแกทุกอย่างนี่ไง”รีบแทรกขึ้นก่อนเพราะกลัวว่าเฟอร์จะยิ่งมองเธอแย่ๆเข้าไปอีก
“แล้วมาบอกฉันทำไม”
“ก็เพราะฉันรู้สึกผิดกับแก...ที่ผ่านมา...ฉันอาจจะเป็นเพื่อนที่แย่สำหรับแกไปแล้ว...แต่แกจะเป็นเพื่อนคนเดียวของฉันตลอดไป...” แอบวูบไหวกับคำพูดของเธออยู่ไม่น้อย จริงอยู่ว่าเธอต้องการมิตรภาพ แต่ในเมื่อเธอเคยเจ็บกับคำว่าเพื่อน แล้วยิ่งเป็นเพื่อนตรงหน้าที่เคยทำกับเธออย่างเจ็บแสบ เธอก็ไม่อาจทำใจให้อภัยได้ลง “เรื่องพี่ปลื้ม...ฉันเองก็เป็นคนตัดสายเบรกรถของพี่ปลื้ม...จนพี่ปลื้มรถคว่ำ...”
“อีขิม!!” ยังไม่ทันที่สายขิมจะได้พูดจบ เฟอร์ก็แทรกขึ้นมาด้วยความโมโหทันที นั่นมันคนที่เธอเคยรักสุดหัวใจ แต่มันจะทำเขาเกือบตายเลย มันเลวร้ายเกินไปแล้ว
“จะด่าจะว่าฉันยังไงก็ได้...แต่ให้ฉันพูดให้หมดก่อนได้ไหม...วันนี้ฉันตั้งใจมาสารภาพกับเธอทั้งหมดนั่นแหละ”
“...” สุดท้ายเธอก็จำต้องยอมฟังสิ่งที่สายขิมจะพูดต่อ แม้ตอนนี้จะรู้สึกโมโหจนลมแทบออกหูแล้วก็ตาม
“วันที่ฉันทำ ฉันตั้งใจทำให้แกรู้สึกผิดที่สุด ที่เป็นต้นเหตุให้พี่ปลื้มรถคว่ำ ฉันมันไม่ดีเองที่อิจฉาแก ความอิจฉามันบังตาฉัน...จนเผลอทำเรื่องแย่ๆ กับแกไป ฉันขอโทษนะเฟอร์...แล้วฉันก็กลัวตำรวจจะจับฉันที่พยายามฆ่า...ก็เลย...”
“กลัวทำไม...ไม่มีใครรู้นี่ว่าแกทำ”
“รู้สิ...ก็อีกะทิมันอยู่ในเหตุการณ์...มันถ่ายคลิปฉันไว้ตอนที่ฉันสั่งให้คนไปตัดสายเบรกรถพี่ปลื้ม...แล้วมันก็ใช้คลิปนั้นแหละ...ดึงฉันออกมาจากแก...ดึงฉันไปเป็นพวกของมัน...และกดขี่ข่มเหงฉันสารพัด...แกไม่ต้องห่วงนะว่าสิ่งที่ฉันทำกับแก...แกจะเจ็บปวดแค่คนเดียว...เพราะหลังจากที่ฉันไปอยู่กับมัน...ฉันก็ได้รับกรรมอย่างสาสมแล้ว” มือเล็กกำเข้าหากันด้วยอารมณ์โกรธจัด แต่ก็พยายามฟังต่อถึงความเลวร้ายที่สายขิมทำกับเธอไว้
การกระทำของสายขิมมันทำให้เธอจมอยู่กับความรู้สึกผิดจนถึงทุกวันนี้ คิดว่าทุกอย่างเป็นเพราะเธอที่ทำให้ปลาบปลื้มเกือบตาย ด้วยเพราะแรงหึงของเด็กผู้หญิงโง่ๆ คนหนึ่งที่กระทำลงไปโดยไม่ได้ยั้งคิด หวังเพียงแค่จะให้เขาทะเลาะกันแล้วเลิกกัน ไม่เคยคิดที่จะให้เขาตายเลย
“กะทิ...มันขู่ฉันว่าหากไม่ทำตามที่มันสั่ง...มันจะเอาคลิปที่ฉันจ้างให้คนไปตัดเบรกรถพี่ปลื้มไปบอกตำรวจแล้วจับฉันเข้าคุก...ฉันเลย...ต้องทำตามที่มันสั่งทุกอย่าง...แล้วก็...แฟนมันแอบชอบฉัน...แล้วแฟนมันจะบอกเลิกมันเพื่อมาคบกับฉัน พอมันรู้...เลยโกรธฉัน ก็เลยจ้างเพื่อนๆ ของแฟนมัน...มารุมข่มขืนฉัน...แถมถ่ายคลิปฉันเก็บเอาไว้...ฮึก...” แทบช็อก ไม่คิดว่าสิ่งที่สายขิมต้องเจอหลังจากที่ออกจากเธอไปจะรุนแรงขนาดนี้ รุนแรงเกินความเป็นมนุษย์
“...”
“ฉันทรมานทั้งกายและใจ อึดอัดมาเป็นปีๆ ไม่กล้าที่จะบอกกับใคร วันนี้ที่ฉันมา...ฉันไม่ได้มาขอโอกาส ฉัน...แค่มาเตือนแกแล้วก็มาลา” พูดพร้อมกับยัดแฟลชไดรฟ์ใส่มือเธอ หวังใช้หลักฐานนี้มัดตัวกะทิ
“มะ...หมายความว่ายังไง”
“...”
“ฉันถามว่ามันหมายความว่ายังไง!!” เฟอร์ตะคอกเสียงถาม ทั้งที่ในใจของเธอมันรู้คำตอบอยู่แล้วว่าที่สายขิมจะสื่อนั้นมันคืออะไร
“หลักฐาน...ที่มันทำไม่ดี...บวกกับคลิปเสียงที่มันเคยพูดเกี่ยวกับแกเพื่อข่มขู่ฉันอยู่ในนี้หมดแล้ว...แล้ว...ฉันก็ทนอยู่ต่อไปไม่ได้หรอก...ฉันท้อง...แล้วฉันก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกในท้องของฉันมันคือลูกของใคร...” เฟอร์มองหน้าสายขิมด้วยความตกใจ ใบหน้าสวยๆ ก่อนหน้านี้ หลงเหลือไว้เพียงความหมองเศร้า ตามใบหน้ามีร่องรอยช้ำจางๆ ไม่ใช่แค่ใบหน้าแต่ตามร่างกายของเธอเองก็ด้วย
“แก...โดนพวกมันทำร้ายร่างกายเหรอ...ทำไมไม่แจ้งตำรวจ...”
“มันหวังบีบบังคับฉัน...ไม่ให้เหลือทางรอด ถ้าฉันไม่ทำตามที่มันสั่ง มันก็จะให้คนมารุมฉันอีก...แล้วก็ขู่จะเอาเรื่องของฉันไปแจ้งตำรวจ...”
“จิตใจมันทำด้วยอะไร มันเป็นบ้าไปแล้วหรือไง...ฉันจะพาแกไปแจ้งตำรวจ...” พูดพร้อมกับลุกขึ้นแล้วดึงแขนสายขิมให้ลุกตาม แต่สายขิมกลับขืนตัวเอาไว้ แล้วส่ายหน้าเบาๆ
“ไม่ต้องหรอก...รถคันนั้น...แกหวงไหม...ถ้าไม่หวงฉันจะเป็นคนขับเอง”
“อย่าคิดอะไรโง่ๆ ...” เฟอร์แค่นเสียงมองหน้าสายขิมด้วยความหัวร้อน เธอรู้ว่ายัยบ้านี่คิดจะทำอะไร คงคิดจะตายแทนเธองั้นสิ คิดบ้าอะไรอยู่ คิดว่าทำแบบนี้แล้วเธอจะให้อภัยงั้นเหรอ
โกรธที่เธอทำมันก็อีกเรื่อง แต่เรื่องความเป็นความตาย ใครกันอยากจะให้เกิดขึ้น แม้ว่าเธอจะเกลียดสายขิมไปแล้ว แต่เธอก็ไม่ได้อยากให้สายขิมตาย
“ถือว่าชดใช้...”
“ต่อให้แกตาย...ฉันก็ไม่ให้อภัยในสิ่งที่แกทำกับฉันอยู่ดี...ลุกขึ้นแล้วก็ไปแจ้งตำรวจ!!”
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า
“กินเยอะๆ นะ” อาหารจานโปรดที่เฟอร์ชอบ ถูกพะพายตักใส่จานครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างใส่ใจ“พอแล้ว...ฉันกินไม่ไหวแล้ว...”“เอาของหวานไหม เดี๋ยวสั่งให้” ของคาวพอแล้วก็ต้องตบด้วยของหวานพอกินอิ่มหนำสำราญใจกันเสร็จก็พาเธอไปเดินเล่นชมแกะ ให้อาหารแกะ ให้อาหารกระต่ายของทางรีสอร์ต จากนั้นก็ไปขี่ม้าชมสวนดอกไม้ยาม
“ฉันรู้สึกไม่ดีเลย...ที่ต่อต้านป๊าแบบนั้น...ฉัน...ดูเป็นลูกที่ไม่ดีเลยใช่ไหม...นายรู้ไหมนี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันเถียงป๊า”“เธอไม่ใช่ลูกที่ไม่ดีหรอก...เธอแค่เลือกใช้ชีวิตของเธอเอง...พ่อแม่...มีสิทธิ์ให้กำเนิด...แต่ไม่มีสิทธิ์บังคับให้ลูกเป็นแบบนั้นแบบนี้ได้ตามใจ...”“แต่ป๊าบอกว่าสิ่งที่ป๊าเลือกให้
ตึ้ง!!ป๊า : กลับมาบ้าน...เรามีเรื่องต้องคุยกัน!!สายแล้วสายเล่าที่ดังขึ้นมาในมือถือของเฟอร์อย่างต่อเนื่อง แต่ร่างเล็กก็เอาแต่จ้องมองเครื่องสี่เหลี่ยมนั่นด้วยความกล้าๆ กลัวๆ ไม่ยอมรับสายสักที จนกระทั่งเสียงเงียบลง แต่ต่อจากนั้นก็มีเสียงข้อความแจ้งเตือนเข้ามาแทน และเธอรู้ชะตากรรมได้ทันทีว่า วินาทีนี
1ปีต่อมา...หลังจากวันนั้นที่เพื่อนของเฟอร์จากโลกไปแล้ว ทำให้เฟอร์ไม่ค่อยกล้าที่จะอยู่คนเดียวอีกต่อไป ด้วยเพราะยูมิเองก็มีเรย์ที่ต้องดูแล ต้องใช้ชีวิตคู่รักด้วยกัน เธอเลยไม่อยากที่จะรบกวนทั้งคู่มากนัก จึงตัดสินใจขนของกลับบ้านแล้วปล่อยคอนโดให้คนอื่นเช่าไป แล้วพะพายก็นานๆ จะเจอกันที วันไหนที่หยุดเธอถ







