LOGIN“ลุก...ฉันบอกให้ลุกไง!!...” ดึงแขนของสายขิมอีกครั้งด้วยความหงุดหงิด
สุดท้ายสายขิมก็จำใจที่จะเดินตามแรงดึงของเฟอร์ แต่แล้วจังหวะที่กำลังจะเดินข้ามไปที่ลานจอดรถโซนที่เธอจอดนั้น อยู่ๆ ก็มีรถคันหรูเหยียบคันเร่งเสียงดัง พร้อมกับออกตัวพุ่งมาทางเธอและสายขิมด้วยความรวดเร็ว
บรึ่น บรึ่น!!
“กรี๊ดดดดด”
พลั๊ก อั่ก!!
“เฟอร์ถอยไป!!” จังหวะที่รถคันนั้นจะมาถึงตัวเธอทั้งคู่ สายขิมก็หันไปผลักเฟอร์ออกให้พ้นทาง
โคร้ม!!
“กรี๊ดดดดดดดด!!” สายขิมถูกรถคันดังกล่าวชนเข้าอย่างแรง จนร่างของเธอลอยอยู่กลางอากาศ ตามด้วยตกลงมายังพื้นในนาทีต่อมา พร้อมกับเลือดสีแดงสดที่ไหลอาบเต็มถนน
รถคันนั้นรีบขับออกไป ไม่แม้แต่จะหยุดหรือลงมาดูในสิ่งที่ตัวเองทำ ราวกับว่าเจ้าของรถนั้น จงใจจะขับชนใครสักคน
“ขิม!! แกต้องไม่เป็นไรนะ” เฟอร์รีบตั้งหลักแล้วลุกขึ้นวิ่งไปกอดร่างของสายขิมที่โชกเลือดเอาไว้ด้วยอาการสั่นเทา อย่างน้อยๆ เธอและสายขิมก็เคยมีความทรงจำดีๆ ต่อกัน แม้ไม่รู้ ว่าความรู้สึกที่ทำให้สายขิมห่างเหินจนจงเกลียดจงชังเธอ มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่อย่างน้อยๆ เธอก็เคยมีความรู้สึกดีๆ ต่อสายขิมอยู่บ้าง
“ขอโทษนะ...อึก...เฟอร์...ขอโทษ...สำหรับเรื่องราว...ฮึก...ที่ผ่านมา...”
“ไม่...แกต้องไม่เป็นไร...ฉันจะให้อภัยแกก็ต่อเมื่อแกปลอดภัยดี...”
“ฉัน...คงอยู่ไม่ไหว...หรอกแก...ฮึก...โชคดีนะเฟอร์...เพื่อนรักของฉัน...” สายขิมพูดทั้งน้ำตามือเล็กที่เปื้อนเลือดจับมือเฟอร์แน่น จากนั้นร่างในอ้อมแขนของเฟอร์ก็กระตุกเกร็ง ก่อนที่จะสิ้นลมหายใจลงไปต่อหน้าต่อตาเธอทันที มือที่กุมมือเฟอร์ร่วงหล่นลงไปที่ข้างตัวในเวลาต่อมา
“ขิม!!! ไม่นะ...ฮือ...แกฟื้นดิ...ฟื้นดิขิม...” เสียงร้องของเฟอร์เรียกสายขิมหวังให้เธอฟื้นขึ้นมา และในไม่ช้าเหล่าผู้คนที่พบเห็นก็วิ่งเข้ามามุง บางคนก็รีบโทรเรียกรถพยาบาล ทว่ามันก็ไม่ทันเสียแล้ว
เพราะสายขิมได้จากไปพร้อมกับลูกในท้องที่ไม่รู้ว่าเป็นลูกของใคร ตอนนี้เฟอร์ที่ตามเนื้อตามตัวเปื้อนไปด้วยเลือดรู้สึกแค้นขึ้นมา ไม่ว่าเพื่อนเธอจะทำผิดต่อเธอแค่ไหน แต่เธอก็จะช่วยทวงความยุติธรรมให้สายขิม อย่างน้อยๆ ก็ถือเสียว่าเธอได้ทำหน้าที่เพื่อนครั้งสุดท้ายย่างเต็มที่แล้ว
หลังจากที่เธอเข้าไปให้ปากคำกับตำรวจ เพราะเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด เธอก็ได้มอบหลักฐานทั้งหมดให้กับตำรวจ ประกอบกับไปขอภาพจากกล้องวงจรของทางห้างสรรพสินค้า เพื่อดูว่าคนที่ชนสายขิมเป็นใคร แน่นอนมันก็คือกะทินั่นเอง เป็นรถของกะทิแล้วก็เป็นกะทิเองที่เป็นคนขับเองกับมือด้วย
หลักฐานได้ชี้ชัดไปที่กะทิ ทำให้กะทิถูกเจ้าหน้าที่ตามจับ ประกอบกับแฟนเก่าของกะทิที่เข้ามาให้ปากคำด้วยเช่นกัน เรื่องนี้เกิดจากความแค้นส่วนตัวและบวกกับที่สายขิมต้องการมาบอกความจริงกับเธอ ทำให้กะทิไหวตัวทันกะจะทำลายหลักฐานด้วยการปิดปากสายขิม และต้องการจะฆ่าเฟอร์ให้ตายไปพร้อมๆ กัน แต่โชคร้าย เพราะสายขิมผลักเธอออก ส่วนสายขิมก็ต้องรับแรงกระแทกแทนเธออย่างจัง
และเหตุจูงใจที่ทำให้กะทิจ้องแต่จะทำร้ายเธอคือความอิจฉา ไม่ว่าเธอจะทำอะไรเธอก็มักจะถูกใครๆ หมายตาเสมอ ผู้ชายที่กะทิหมายตาต่างพากันมาหลงเสน่ห์เฟอร์และขายขนมจีบให้เสมอ แต่ก็นะ...สำหรับเฟอร์แล้วตอนนั้นหัวใจมีให้แค่ปลาบปลื้มเท่านั้น และการที่เธอปฏิเสธหนุ่มๆ อาจจะดูเหมือนหยิ่ง แต่จริงๆ แล้วเธอไม่ได้อยากให้ความหวังใครเลย แล้วนั่นแหละทำให้กะทิอิจฉา เลยหาจุดอ่อนมาทำลายเฟอร์ ซึ่งจุดอ่อนที่จะเล่นงานเฟอร์ได้ก็คือเรื่องเพื่อน เพราะเฟอร์โหยหาคำว่าเพื่อนมากๆ กะทิเลยใช้อุบายดึงสายขิมออกมาและทำให้เฟอร์โดดเดี่ยวที่สุด
หลังจากนั้นกะทิถูกจับข้อหาพยายามฆ่า และเป็นผู้จ้างวานให้ทำผิดเกี่ยวกับอนาจาร ส่วนกลุ่มที่เธอจ้างก็ถูกจับด้วยเช่นกัน
หลายวันต่อมา...
“โชคดีนะเพื่อน ขอบคุณนะที่ช่วยชีวิตฉัน...สิ่งที่แกเจอมันโหดร้ายเกินไปจริงๆ ...ขอให้โลกหลังความตาย...ใจดีกับแก...แล้วก็...ฉันจัดการคนที่ทำร้ายแกหมดแล้วนะ” เฟอร์กล่าวบอกเพื่อนที่หน้าเตาเผาศพ ก่อนที่จะวางดอกไม้จันทน์ลงบนพาน แล้วก้มคำนับแสดงความอาลัยและเดินลงไปด้านล่างเมรุ เพื่อส่งดวงวิญญาณเพื่อนให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี
ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมาก จนเธอตั้งรับแทบไม่ทันเลย มันจุกอยู่ในอก หากสายขิมรอดเธออาจจะให้โอกาสและคงจะมอบคำว่ามิตรภาพให้เช่นเคย เธอยอมให้อภัยสายขิมทุกอย่างแม้ว่าสายขิมจะเคยหักหลังเธอก็ตาม เธอเชื่อว่าคนเราเปลี่ยนกันได้ เอาจริงตลอดเวลาที่เป็นเพื่อนกันมาเธอเองก็นิสัยเสียเหมือนกัน เอาแต่ใจ อีโก้สูงเสียดฟ้าจนน่าหมั่นไส้ ชอบทำตัวเพอร์เฟค สร้างจุดเด่นจนใครๆ ก็ต่างสนใจ แล้วเพราะจุดเด่นของเธอเนี่ยแหละทำให้หลายคนหมั่นไส้และอิจฉา
แต่หากไม่ใช่สายขิม เธอก็คงไม่ได้มาคบกับพะพาย ไม่ได้เจอเพื่อนที่จริงใจอย่างยูมิ ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะสายขิม และสุดท้ายนี้เธอเองก็อยากจะขอบคุณเพื่อนคนนี้ และไม่ว่าที่ผ่านมาจะเป็นยังไงต่อจากนี้ไปคำว่าเพื่อนที่เคยมอบให้สายขิม ก็ยังคงตราตรึงใจไปตลอดกาล
“ทุกอย่างมันจบแล้วนะ...คนร้ายได้รับผลกรรม...ส่วนเพื่อนเธอ...ก็ไปสบายแล้ว...บางทีการจากไปแบบนี้อาจจะดีต่อตัวสายขิม...เพราะถ้าเธอมีชีวิตต่อ...ก็คงจะจมอยู่กับความทุกข์ทรมานใจเหมือนตายทั้งเป็น” ร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างกายเธอบีบมือเธอแน่นอย่างให้กำลังใจ มันก็จริงอย่างที่พะพายพูดนั่นแหละ เพราะหากเป็นเธอ ถ้าเจออะไรที่โหดร้ายแบบนั้น ก็คงจะไม่อยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อแน่ๆ
ทุกคนย่อมมีเหตุผลในการกระทำเสมอ ความผิดของสายขิมถูกลบล้างไปทั้งหมดเพราะเธอดันใช้ชีวิตแลกมันหวังให้เฟอร์ให้อภัย และสิ่งที่สายขิมทำหลังจากที่ออกไปจากเฟอร์ ก็เพราะถูกบีบบังคับให้ทำ โดยมีเบื้องหลังคือคนที่จิตใจสกปรกอย่างกะทิเป็นคนสั่งการ นี่สินะที่เขาว่ากันว่าความอิจฉามันจะฆ่าตัวเอง และใช่คนไม่ดี คิดไม่ดีย่อมได้รับผลกรรมอย่างสาสม เสมือนไฟที่แผดเผาตัวเองโดยไม่รู้ตัว
ตลอดเวลา7วันเฟอร์วุ่นๆ อยู่กับงานศพของเพื่อน ช่วงแรกๆ ก็แอบซึมอยู่เหมือนกัน ภาพสายขิมถูกรถชนมันติดตาเธอไม่หาย หากเลือกได้เธอก็ไม่ได้อยากให้สายขิมจากไปแบบนี้ การจากกันที่ทรมานที่สุด ไม่ใช่การจากกันเพราะเลิกรักหรือ เลิกรากัน แต่เป็นการจากลาที่ไม่มีวันหวนกลับต่างหากที่เจ็บปวด เพราะมันจะไม่มีวันได้เจอกันอีกแล้ว นอกเสียจากว่าจะได้เจอกันในโลกหลังความตาย
หลายๆ คืนทำให้เธอนอนไม่ได้จนต้องเรียกให้ยูมิมานอนเป็นเพื่อน ซึ่งยูมิก็เข้าใจและยอมมานอนเป็นเพื่อนตามที่เฟอร์ขอ แต่วันไหนที่พะพายไม่มีบินก็จะเป็นคนที่อยู่ข้างๆ เฟอร์ตลอดเอง กว่าจะใช้ชีวิตได้ปกติก็ผ่านไปหลายเดือนเลย ภาพที่เพื่อนจากไปต่อหน้าต่อตา ภาพที่สายขิมถูกรถกระเเทกเข้าอย่างเเรง มันยังคงติดตาเธอไม่หาย แค่หลับตาก็เห็นภาพเหล่านั้นวนเวียนซ้ำๆจนนอนไม่หลับ
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า
“...”“ไม่ต้องให้อภัยฉันก็ได้...แต่ได้โปรดฟังความจริงจากปากฉันหน่อยได้ไหม”“ฉันไว้ใจแกได้เหรอ”“ได้สิ...” สายขิมตอบกลับพร้อมมองเฟอร์ด้วยสายตาเว้าวอน แต่ใครจะรู้ล่ะ เธออาจจะหลอกเธอให้เชื่อคำลวงอย่างที่เคยเป็นก็ได้“งั้น...ฉันขออัดเสียงแกเอาไว้ด้วยได้ไหม...เป็นหลักฐานเผื่อว่าแกคิดไม่ซื่อกับฉัน” พูดพร
“เฟอร์...ไปดูหนังกัน...” ช่วงสายของอีกวันขณะที่ร่างสูงกำลังจะเดินไปอาบน้ำก็เอ่ยชวนเธอขึ้น“ดูหนังเสร็จ...ไป...”“ไปเอากันต่อ...” ยังไม่ทันที่เฟอร์จะได้ถามจบประโยคดีเลยพะพายก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน จุดประสงค์คือมุ่งมั่นมาก ไม่ได้พูดทีเล่นทีจริงใดๆ ทั้งนั้น เพราะในหัวเขาจ้องแต่จะยกซดเธออย่างเดียวเลย“นี่
เมื่อทนต่อความอับอายไม่ไหว จึงจำต้องลากเขากลับคอนโด และด้วยเพราะมีเรื่องให้คิดเยอะช่วงนี้ ทั้งที่พ่อเธอเอาแต่ทาบทามหาคู่ให้ ทั้งระแวงเรื่องพะพาย เพราะช่วงนี้ห่างกัน เลยทำให้เธอลืมไปเลยว่าวันนี้คือวันครบรอบ1ปีที่เธอคบกันกับเขาแกร๊ก แอ๊ด!!“พะพาย...” ร่างเล็กอุทานชื่อของเขาอย่างเหลือเชื่อ เมื่อทันที
“เอาของกำนัลคืนไป...” ฟงกล่าวเสียงเรียบ พร้อมกับเบนสายตาไปมองทางอื่น พยายามสะกดกั้นอารมณ์โกรธของตัวเองเอาไว้ เพราะยังอยากให้คำว่าเพื่อนนั้นคงอยู่“ลื้อรับไว้เถอะฟง...อั๊วะ...ทำผิดต่อลื้อ...ถือซะว่าแทนคำขอโทษ”“ไม่เป็นไร...ลื้อเก็บกลับไปเถอะ...ไปเฟอร์กลับบ้าน...” พูดจบก็ดึงมือลูกสาวออกจากห้องอาหารไป







