เข้าสู่ระบบ“ถ้าจะนอนด้วยก็นอนดีๆ ...ไม่ต้องมาเร้า...ฉันไม่มีอารมณ์แล้ว...ฉันเหนื่อย” เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงพร้อมกับตาที่กำลังจะปิดลงมาได้ทุกเมื่อ
จุ๊ฟ!!
“งั้นฝันดีนะที่รัก...” จุ๊ฟไปที่หัวไหล่ ตามด้วยต้นคอ ก่อนที่จะกกกอดเธอเอาไว้อย่างกับคนโดนของ คลั่งไคล้จนอยากจะซุกไซ้ตลอดทั้งวันทั้งคืน ยิ่งเมื่อจมูกได้สูดกลิ่นกายหอมๆ ของเธอแล้ว ก็ยิ่งพลันทำให้ความเป็นชายอยากจะวาดลวดลายอีกสักสิบรอบเอาให้ฟ้าเหลืองกันไปข้าง แต่สงสาร เดี๋ยวจะไม่มีให้ใช้งานเพราะเธอจะตายเสียก่อน
วันต่อมา...
“โอ๊ย...รอยอะไรเต็มคอเลยเนี่ย...ไอ้บ้านั่นมันต้องเป็นพวกมาโซคิสแน่ๆ ...ทิ้งไว้เต็มคอแบบนี้ ใส่เสื้อโชว์ไม่ได้พอดี...”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!
“เฟอร์...ฉันไปเรียนก่อนนะ...วันนี้ไม่มีเรียนใช่ไหม...” เสียงพะพายเคาะประตูห้องน้ำแล้วถามขึ้น
“ไม่มี...จะไปไหนก็ไปเถอะไม่ต้องมาบอกฉัน”
“เอ้า...อะไรวะเนี่ย...ตอบไม่น่ารักเดี๋ยวโดนกระแทกจนมดลูกเคลื่อนหรอก”
“โอ๊ย...แค่นี้ฉันก็มดลูกพังแล้วมั้ง...” ตะโกนออกไปบ้างด้วยความหงุดหงิด คนบ้าอะไรกวนประสาทไม่เลิก
จัดการธุระส่วนตัวเสร็จก็เดินออกมาจากห้องน้ำ โชคดีที่คนหน้ามึนอย่างเขาไม่อยู่แล้ว เธอก็เลยไปนอนเปื่อยบนเตียง ทว่าเลื่อนหน้าจอไปพลางๆ ก็ดันไปเจอรูปที่พะพายแอบถ่ายเธอตอนหลับบนรถของเขา พร้อมกับแคปชั่นว่า ‘โยกเสร็จหลับต่อ’
“อี๋...ไอ้บ้าเอ๊ย...ทุเรศ...ตั้งแคปชั่นให้มันดีๆ แบบคนปกติไม่ได้หรือไง หึ่ย!! แต่ช่างเถอะ ป่านนี้อีพวกนั้นชักดิ้นชักงอตายแล้วมั้ง ที่ฉันดันได้กินของดีการบิน”
สโนว์ : เฟอร์ วันนี้ว่างไหม เพื่อนๆ ฉันอยากเจอเธออะ มีแต่คนเห็นโปรไฟล์เธอแล้วชื่นชมเธอทั้งนั้นเลย มากินข้าวด้วยกันไหม เดี๋ยวฉันแนะนำเพื่อนให้รู้จัก
เสียงแจ้งเตือนนั้นทำให้ใจของเฟอร์พองโต เห็นไหมว่าการสร้างโปรไฟล์ดีๆ มันทำให้เธอมีเพื่อนได้จริงๆ ใครๆ ก็ชอบชีวิตดีๆ กันทั้งนั้นร่างเล็กคิด ก่อนที่จะไปจัดเตรียมเสื้อผ้าเพื่อต้อนรับเพื่อนใหม่ของเธอในวันนี้
เฟอร์ : ได้เลย ที่ไหนเหรอ ส่งโลเคชั่นมาเลยนะ
สโนว์ : เย็นๆ นะเพื่อนรัก อ้อ...ช่วยขับรถคันนั้นมารับฉันที่คอนโดหน่อยได้ไหมเฟอร์ พอดีว่าฉันไม่มีรถเลย
เฟอร์ : อ้อ...ได้สิ
ในเมื่อรับปากเพื่อนไปแล้ว ก็จำต้องทักไปหาพะพายเพื่อขอความช่วยเหลือจากเขา
เฟอร์ : พะพายที่รัก
พะพาย : อะไรอีกล่ะ
เฟอร์ : เฟอร์ขอยืมรถหน่อยได้ไหมคะที่รัก เย็นนี้มีกินเลี้ยงกับเพื่อนๆ น่ะ
พะพาย : ฉันคงมีค่าแค่ตอนเธอต้องการสิ่งของใช่ไหม
เฟอร์ : นะคะที่รัก ขอยืมแค่วันเดียวเอง
พะพาย : เอาอะไรมาแลก
เฟอร์ : อยากได้อะไร
พะพาย : เธอรู้อยู่แล้วว่าฉันต้องการอะไร
เฟอร์ : ก็ได้ แต่เย็นนี้เอารถมาให้ฉันที่คอนโดหน่อยนะ
พะพาย : อืม
ตกเย็น...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!
แกร๊ก แอ๊ด!!
หมับ พรึ่บ!!
“อ๊ะ....พะพาย...” ร่างเล็กในชุดเดรสคอเต่าสีหวานแสนสั้น อุทานขึ้นทันทีที่เฟอร์เปิดประตูให้ เขาก็จู่โจมเธอราวกับหมาป่าตัวร้ายที่หิวกระหาย
“เอาก่อนแล้วจะให้ยืมรถ”
“อ๊ะ...ตะ...แต่ฉันไม่มีเวลาแล้ว...ฉันนัดเพื่อนตอน5โมง...แล้วฉันก็ต้องไปรับเพื่อนด้วย”
“ไม่ใช่เพื่อนแก๊งนั้นใช่ไหม” พะพายเลิกคิ้วแล้วถาม
“ไม่ใช่ คนนี้เพื่อนอีกคนของฉัน ฉันจะได้เจอเพื่อนใหม่ด้วยนะ ยัยนั่นจะพาฉันไปรู้จักกับเพื่อนร่วมกลุ่ม...เห็นไหมฉันบอกแล้วว่าการที่เรายกระดับตัวเอง ใช้ของแพงๆ ก็จะดึงดูดเพื่อน”
“เมื่อไหร่เธอจะเข้าใจสักทีเนี่ยเฟอร์”
“นายนั่นแหละไม่เข้าใจ...ไว้กลับมาฉันขึ้นให้นะ...แต่ตอนนี้ต้องรีบแล้วจริงๆ” พูดจบก็ยื่นมือไปตรงหน้าเพื่อขอกุญแจรถ ส่วนเขาก็ส่งให้ด้วยความจำยอม จนปัญญาจริงๆ ไม่รู้ว่าจะตักเตือนเธอยังไงดี
จุ๊ฟ!!
“ขอบคุณน้า...” เขย่งปลายเท้า แล้วโอบรอบลำคอเขาให้โน้มลงมา ก่อนที่เธอจะจุ๊ฟไปที่แก้มเขา ตามด้วยโปรยยิ้มไปให้
“อืม...ขับรถดีๆ ล่ะ...อย่าเอารถฉันไปชน...ไม่งั้น...ฉันเอาท่อนของฉันชนมดลูกเธอยับแน่”
“ไอ้บ้ากาม!!” แม้จะด่าแต่มีหรือที่เขาจะสน ไหวไหล่ใส่แล้วเดินตามเธอออกจากห้องไป ทั้งที่ตอนแรกกะว่าจะมาเย็บสักน้ำ สองน้ำ
“เอ้า...ตามออกมาทำไมเนี่ย”
“ฉันจะไปกินข้าวกับเพื่อน เหงา เมียไม่อยู่ห้อง” ดูพูดเข้าสิ แอบเขินอยู่หรอก แต่ด้วยความที่มันกวนประสาทกับเธอ ก็แสร้งทำเป็นนิ่งไป ทำเมินตามประสาเธอนั่นแหละ
“เหอะ...”
“แล้วไม่คิดจะถามเลยหรือไงว่าไปที่ไหน”
“ไม่อะ ไม่ชอบยุ่งเรื่องส่วนตัวของใคร”
“อ๋อ...ถ้าเป็นเฮียปลื้มก็คงถามใช่ไหม...แต่เสียใจด้วยนะเขามีลูกมีเมียแล้ว” ประชดประชันแล้วเดินนำเข้าลิฟต์ไป ตามด้วยถึงร่างเล็กตามเข้าไปด้วย
“อ๊ะ”
แต่ด้วยเพราะดึงแรงเกินไปหน่อย เลยทำให้คนตัวเล็กกว่าปลิวไปกระแทกกับแผงอกของเขาเข้าอย่างจัง
“ก็เธอเดินช้า เดี๋ยวก็โดนลิฟต์หนีบหรอก นี่หวังดีนะ ยังจะมาตาขวางใส่ฉันอีก” รีบพูดดักก่อนที่จะถูกเฟอร์วีนใส่
“วันนี้อารมณ์ดีหรอกนะ เลยไม่ด่า”
“แต่ฉันมีอารมณ์ สักน้ำในลิฟต์ก่อนไม่ได้หรือไง” กะพริบตาปริบๆ ขอความเห็นใจ
“นี่ ทุเรศ...นายติดเซ็กซ์หรือไง”
“ติดเธอ” ขยันหยอดจริงๆ หัวใจเธอเหลวไปหมดแล้ว แต่ก็ต้องทำฟอร์มเอาไว้ก่อน
“เหอะ...” กลอกตามองบน ทำทีเป็นเมินเขาทั้งที่ในใจมันเต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะอยู่เเล้ว
“เฟอร์...” ภายในลิฟต์ที่เงียบไปเพียงเสี้ยววินาที อยู่ๆ พะพายก็เรียกชื่อเธอขึ้นมา จนร่างเล็กต้องเงยหน้าขึ้นไปมองเขา
“อะไร?”
“ถ้าบนโลกนี้...มีฉัน...และ...”
“ฉันขอตาย...ไม่ขอเลือก” คนตัวเล็กตัดบท ทั้งที่พะพายยังไม่ทันที่จะได้พูดจบประโยคเลยด้วยซ้ำ
“เฮ้ย...อะไรเนี่ย...ยังไม่ทันได้พูดจบเลย”
“ฉันรู้ว่านายจะถามอะไร...เลิกถามคำถามไร้สาระได้แล้ว...แค่ใช้ชีวิตก็เหนื่อยจะแย่”
“ก็เธอทำให้มันเป็นเรื่องยากเอง อีโก้สูงอะไรปานนั้น...จะสูงแข่งเปรตหรือไง”
“ใช่ดิ นายไม่เคยต้องแลกอะไรเพื่อมิตรภาพ”
“เฟอร์...ฟังฉันนะ...มิตรภาพมันแลกด้วยความจริงใจ...ไม่ใช่สิ่งของอย่างที่เธอทำอยู่แบบนี้...เธอคิดว่าการซื้อมิตรภาพแบบนั้นมันยั่งยืนมากหรือไง”
“พะพาย...ขอร้อง...อย่ายุ่งกับฉันเรื่องนี้เลยนะ...นายไม่เข้าใจหรอกว่าฉันโหยหามันแค่ไหน” นี่ไม่ใช่เสียงที่ดูแข็งกร้าวแต่อย่างใด แต่มันคือเสียงอ้อนวอนขอความเห็นใจจากเขา สุดท้ายแล้วเขาก็แพ้สายตาของเธออีกจนได้
“เฮ้อ...งั้นก็แล้วแต่เธอเลยแล้วกัน...เตือนไม่รู้จักฟัง...แล้วอย่ามาร้องไห้ให้เห็นนะ” พูดจบก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ลิฟต์เปิดออกพอดี จากนั้นเขาก็สาวเท้าออกจากลิฟต์ไปไม่รอ
@เมอิคอนโดมิเนียม
“เฟอร์...ทางนี้” เสียงสโนว์เพื่อนสาวของเธอเอ่ยเรียกเมื่อเห็นว่าเธอนั้นเดินเข้ามาในโซนล็อบบี้ของคอนโด ส่วนเฟอร์ก็รีบเดินไปทางเพื่อนตามเสียงเรียกพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความสุข
“นี่จ้ะกระเป๋า...ฉันคืนให้...ขอบใจนะ...ยืมมานานเลย...” ว่าแล้วก็ส่งกระเป๋าที่เธอยืมไปส่งให้เฟอร์ จากนั้นก็กอดเอวเฟอร์เดินไปยังรถ “ไปกันเดี๋ยวฉันจะแนะนำเพื่อนๆ ของฉันให้รู้จัก...ว่าแต่จอดรถไว้ไหนเหรอ” ถามขึ้น พลางสอดส่ายสายตามองหารถของเธอ
“ทางโซนวีไอพีน่ะ”
“หูยรวยเว่อร์...เธอรู้ไหมว่าฉันไปได้ยินมาว่าเธอน่ะขี้โกหก”
“ห๊ะ...ไปได้ยินมาจากไหน”
“ก็...เพื่อนรักเธอไง...” พูดคำว่าเพื่อนรัก เห็นทีจะนึกถึงคนอื่นเป็นไม่ได้เลย นอกจากสายขิม ได้ยินคำว่าเพื่อนรักก็รู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาเลย
“...”
“ขอโทษทีแก...พอดีว่าฉัน...ไม่รู้ว่าแกคิดมาก...แต่ไม่เป็นไรนะ...เดี๋ยวฉันพาไปเจอเพื่อนของฉัน...ลืมๆ มันไปซะอย่าคิดมากนะ” คำปลอบใจของสโนว์มันทำให้เธอยิ้มได้จริงๆ อย่างน้อยๆ ตัดเพื่อนแย่ๆ ออกไป ก็ยังคงหลงเหลือคนดีๆ เอาไว้ให้เธออยู่ ร่างเล็กคิด
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า







