Se connecter“จะไม่มีได้ยังไง เคลิ้มขนาดนี้”
“กะ...ก็...”
“พายขอรางวัลได้ไหม ขอรางวัลให้คนน่ารักได้หรือเปล่า...จะได้มีกำลังใจเป็นเด็กดีของเฟอร์ไง” เสียงกระเส่าเอ่ยขึ้น ทำหน้าออดอ้อนจนใจเฟอร์เหลวเป็นน้ำแล้ว
“อื้ม” สิ้นเสียงตอบรับพะพายก็ดันคนตัวเล็กนอนราบไปกับโซฟาตัวยาว จากนั้นก็ทาบทับร่างของตัวเองตามลงมา ขาทั้งสองข้างของเฟอร์ยังคงเกี่ยวเอวสอบเอาไว้แน่น ส่วนแขนทั้งสองก็เปลี่ยนจากโอบเป็นลูบไล้ไปตามอกแกร่งและหน้าท้องสุดเซ็กซี่ของเขาแทนด้วยความหลงใหล
เพียงแค่สัมผัสเบาๆ จากมือเล็ก สัมผัสเงอะๆ งะๆ ทว่ากลับทำให้ร่างสูงสติกระเจิดกระเจิงไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
“เฟอร์ครับ...พายไม่ไหวแล้ว” แค่เขาเอ่ยบอกเธอเสียงหวานๆ ก็ทำเอาร่างเล็กที่ได้ยินอ่อนยวบไปทั้งกายแล้ว
“...”
“พายขอเข้าไปในตัวเฟอร์นะ...” อนุญาตคนตัวเล็กอีกครั้งด้วยสายตาหวานเชื่อม ส่วนเฟอร์ก็พยักหน้าตอบรับด้วยความขวยเขิน และหลังจากนั้นบทรักสุดเร่าร้อนก็ก่อตัวขึ้นมาในทันที
พายุรักรอบแรกผ่านไป ก็ใช่ว่าพะพายจะพอใจ เพราะยังคงมีพายุรักสุดเร่าร้อนลูกใหม่ก่อตัวขึ้นอีกเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าเขาไปอดอยากปากแห้งมาจากไหน และหลังจากที่เขาและเธอวาดลีลารักจนอิ่มหนำและจุใจแล้ว เฟอร์ก็ต้องขอตัวกลับไปนอนที่พูลวิลล่าของตัวเอง
“เพิ่งจะตี4เอง...จะรีบไปไหน...”พะพายเอยถามทั้งที่ยังอยากกอดก่ายเฟอร์อยู่เลย
“เดี๋ยวป๊าตื่นมาเห็น...ฉันไม่อยากซวยนะพะพาย”จับเเขนของเขาที่ลูบไล้เรือนร่างเธอไม่มีพักออก
“...” ทำทรงกระฟัดกระเฟียดหน่อยๆ ส่วนเธอก็ลุกไปแต่งตัว แต่หลังจากที่เฟอร์แต่งตัวเสร็จก็เดินมานั่งตักตามด้วยโน้มใบหน้าไปหอมแก้มซ้ายขวาของเขา
“อย่าดื้อ...เดี๋ยวกลับคอนโดไปให้รางวัล”
“จริงนะ...” คำว่ารางวัลของเธอ เขารู้ดีว่าไม่ใช่รางวัลเหมือนคนอื่นๆ หรอก เพราะรางวัลเดียวที่เขาอยากได้จากเธอนั้นมีแค่เรื่องเดียว และนับว่าเธอเองก็รู้ใจ
“อื้ม...งั้น...ฉันกลับก่อนนะ”
“มันดึกแล้ว...เดี๋ยวพายเดินไปส่ง...ตอนนี้...ป๊าเฟอร์น่าจะยังไม่ตื่นหรอก”
“ก็ได้” พยักหน้าตอบรับแล้วลุกขึ้นจากตักเขาเตรียมตัวกลับที่พักของตน
กึก!
พอเดินมาถึงครึ่งทาง ก็ต้องชะงักและหยุดเดิน เพราะตรงหน้าเฟอร์และพะพายเป็นเจียที่มายืนดักรอ ดวงตาคมๆ ของพะพายและเจียจ้องมองกันนิ่งราวกับกำลังประกาศศึก
และนั่นทำให้เฟอร์ที่ไม่รู้ว่าทั้งคู่ได้เจอกันก่อนหน้านั้นแล้วถึงกับตกใจ และทำตัวไม่ถูก
“อะ...เอ่อ...คือ...” ร่างเล็กพยายามจะหาเหตุผลมาอธิบายให้เจียเข้าใจ เพราะกลัวว่าเจียจะปากโป้งเอาเรื่องนี้ไปฟ้องพ่อเธอ
“ไม่ต้องพูดอะไรหรอกครับ...เฮียเข้าใจเฟอร์...เฮียรู้อยู่แล้ว...กลับเข้าที่พักกันเถอะครับ...ป๊าของเฟอร์ตื่นแล้ว...ถ้ามาเจอเฟอร์กับใครก็ไม่รู้...ป๊าจะดุเอา”
“พะพาย...กลับไปก่อนนะ...ไว้...ค่อยว่ากัน” หันไปบอกพะพาย ซึ่งพะพายก็ยอมหมุนตัวกลับไปแต่โดยดีแม้จะหันกลับมาดูทั้งคู่เป็นพักๆก็เถอะ
และในเวลาต่อมาราวกับทุกอย่างเป็นใจ เพราะฟงดันเดินออกมาพอดี โชคดีที่เฟอร์อยู่กับเจีย ไม่ใช่พะพาย ด้วยเพราะกลัวว่าฟงจะเห็นพะพาย เจียเลยพยายามยืนบังพะพายที่เดินห่างออกไป
“ปะ...ป๊า...ทำไมตื่นเช้าจังคะ” เฟอร์เอ่ยถามพร้อมกับรอยยิ้มแห้งๆ กลบเกลื่อน
หมับ!!
“แล้วเฟอร์ล่ะ...ออกมาทำอะไรแถวนี้”
“อะ...เอ่อ...คือ...อย่าโทษเฟอร์เลยครับ...พอดีผมนอนไม่ค่อยหลับเลยชวนเฟอร์ออกมาเดินเล่น...ใช่ไหมครับน้องเฟอร์” เจียหันมาถามเฟอร์ เมื่อได้ยินเช่นนั้นเฟอร์ก็เงยหน้าไปมองผู้ชายข้างๆ แอบงงเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงได้ช่วยเธอ ทำไมเขาดีกับเธอขนาดนี้
“อ๋อ...ใช่ค่ะ...แบบที่เฮียเจียพูดเลย”
“งั้น...ป๊าไม่กวนแล้ว...อยู่กับอาเจียก็ดีแล้ว...ป๊าก็อุ่นใจ...งั้นป๊าไม่กวนแล้วไปเดินเล่นต่อเถอะ”
“เอ่อ...เรา...เดินกันเสร็จแล้วค่ะ...เฟอร์กับเฮียง่วงพอดีเลย...ใช่ไหมคะเฮีย...เราแยกกันไปนอนกันดีกว่าเนอะ...ห้าว...” ว่าแล้วก็แสร้งทำเป็นยกมือขึ้นปิดปากและหาว จนฟงเชื่อเสียสนิทใจ จากนั้นเธอก็รีบชิ้งเดินเข้าบ้านพักของตนไป ส่วนเจียเองก็แยกไปที่ห้องของตนด้วยเช่นกัน
ทริปเที่ยวนี้ แทนที่จะได้ผ่อนคลาย และฟงก็หวังว่าจะให้ลูกสาวและว่าที่ลูกเขยได้กระชับความสัมพันธ์กัน กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะไปได้ดีในสายตาของฟงและจินนั้น เป็นเพียงแค่ภาพลวงตา เพราะทุกคืน เฟอร์ก็จะออกไปนอนกับพะพาย โดยมีเจียไปรับที่กลางทางเช่นเคย
“เฮีย...เฟอร์ขอโทษนะคะที่ต้องให้เฮียมารับหน้าแทนเฟอร์ตลอดเลย” ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะแยกกันไปนอนห้องใครห้องมัน เฟอร์ก็เอ่ยบอกด้วยความลำบากใจ
“ไม่เป็นไรครับ...ก็เฮียรักเฟอร์นี่นา...เฟอร์มีความสุข...เฮียเองก็พร้อมที่จะsupportความรู้สึกของเฟอร์” ความดี ความสุภาพของคนตรงหน้า เธอรับรู้จริงๆ ว่าเขาไม่ได้แสร้งทำ แต่คนที่ดีกับคนที่ถูกใจ มันคือคนละคนกัน
“ขอโทษนะเฮีย...แต่...เราเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันได้ไหมคะ...เฟอร์เชื่อ...ว่าเฮียต้องเจอคนที่ดีกับเฮียมากกว่าเฟอร์แน่ๆ”
“เฟอร์เชื่อเรื่องคนที่ดี กับคนที่ถูกใจมันไม่มีทางเป็นคนคนเดียวกันไหม”
“แบบที่เฟอร์ถูกใจเขาใช่ไหม”
“อื้ม...แบบนั้นแหละ...หึหึ...เจ็บดีจัง” เจียขำแห้งๆ พร้อมกับมองเฟอร์ด้วยสายตาเศร้าๆ
“ขอโทษนะคะเฮีย...”
“ไม่เป็นไรครับ...เฮียเข้าใจ...เฟอร์ยังเด็ก...อีกอย่างระหว่างทางจะเจอคนที่ถูกใจบ้างก็ไม่เห็นเป็นไรเลย...”
“เฮียหมายความว่าไงคะ”
“เฟอร์เรียนจบ...เราก็จะแต่งงานกันตามที่ผู้ใหญ่ต้องการ...ตอนนี้...เฮียจะปล่อยให้เฟอร์มีความสุขกับคนที่ถูกใจให้เต็มที่...เฮียจะไม่ขัดเฟอร์...และจะไม่บอกป๊า...” ถึงกับอึ้งเลยสิ มีแบบนี้ด้วยหรือเนี่ย ร่างเล็กคิดในใจ
“แปลว่า...ไม่ว่ายังไง...เรา...ก็ต้องแต่งงานกันจริงๆ ใช่ไหมคะ” เธอเอ่ยถามเสียงเศร้าๆ ซึ่งเจียเองก็รับรู้ได้ ยิ่งเห็นแววตาผิดหวัง เขาก็เจ็บที่หัวใจ ราวกับถูกมีดหลายๆ เล่มเสียบเข้ากลางอกซ้ายซ้ำๆ
“ครับ...เด็กดีของเฮีย...เข้านอนได้แล้ว...” เจียโน้มใบหน้าลงมามองคนตัวเล็กเล็กน้อย พร้อมกับโยกศีรษะเธอด้วยความเอ็นดู แววตาแสนอ่อนโยนมันทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
เธอรู้สึกดีกับเจียนะ แต่ไม่ใช่ความรู้สึกที่ชายหญิงจะรู้สึกต่อกัน ทว่ามันคือความรู้สึกแบบพี่ชายมากกว่า เธอไม่อาจรู้สึกกับเขาไปมากกว่าพี่ชายได้ เพราะตอนนี้หัวใจของเธอมันมอบให้พะพายไปตั้งแต่เมื่อไหร่เธอก็ยังไม่รู้ตัวเลย
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า
“ลุก...ฉันบอกให้ลุกไง!!...” ดึงแขนของสายขิมอีกครั้งด้วยความหงุดหงิดสุดท้ายสายขิมก็จำใจที่จะเดินตามแรงดึงของเฟอร์ แต่แล้วจังหวะที่กำลังจะเดินข้ามไปที่ลานจอดรถโซนที่เธอจอดนั้น อยู่ๆ ก็มีรถคันหรูเหยียบคันเร่งเสียงดัง พร้อมกับออกตัวพุ่งมาทางเธอและสายขิมด้วยความรวดเร็วบรึ่น บรึ่น!!“กรี๊ดดดดด”พลั๊ก อ
“...”“ไม่ต้องให้อภัยฉันก็ได้...แต่ได้โปรดฟังความจริงจากปากฉันหน่อยได้ไหม”“ฉันไว้ใจแกได้เหรอ”“ได้สิ...” สายขิมตอบกลับพร้อมมองเฟอร์ด้วยสายตาเว้าวอน แต่ใครจะรู้ล่ะ เธออาจจะหลอกเธอให้เชื่อคำลวงอย่างที่เคยเป็นก็ได้“งั้น...ฉันขออัดเสียงแกเอาไว้ด้วยได้ไหม...เป็นหลักฐานเผื่อว่าแกคิดไม่ซื่อกับฉัน” พูดพร
“เฟอร์...ไปดูหนังกัน...” ช่วงสายของอีกวันขณะที่ร่างสูงกำลังจะเดินไปอาบน้ำก็เอ่ยชวนเธอขึ้น“ดูหนังเสร็จ...ไป...”“ไปเอากันต่อ...” ยังไม่ทันที่เฟอร์จะได้ถามจบประโยคดีเลยพะพายก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน จุดประสงค์คือมุ่งมั่นมาก ไม่ได้พูดทีเล่นทีจริงใดๆ ทั้งนั้น เพราะในหัวเขาจ้องแต่จะยกซดเธออย่างเดียวเลย“นี่
เมื่อทนต่อความอับอายไม่ไหว จึงจำต้องลากเขากลับคอนโด และด้วยเพราะมีเรื่องให้คิดเยอะช่วงนี้ ทั้งที่พ่อเธอเอาแต่ทาบทามหาคู่ให้ ทั้งระแวงเรื่องพะพาย เพราะช่วงนี้ห่างกัน เลยทำให้เธอลืมไปเลยว่าวันนี้คือวันครบรอบ1ปีที่เธอคบกันกับเขาแกร๊ก แอ๊ด!!“พะพาย...” ร่างเล็กอุทานชื่อของเขาอย่างเหลือเชื่อ เมื่อทันที







