Masuk“ป๊าเธอกะจะทรมานฉันให้ตายไปเลยมั้ง ถึงได้จัดทริปตั้งเกือบอาทิตย์...กะจะกระชับความสัมพันธ์หรือจะตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นั่นกันแน่...” พะพายบ่นกระปอดกระแปดเมื่อเฟอร์เข้ามาในห้องหลังจากที่จบทริปครอบครัว แล้วเขาต้องมารอที่คอนโด
“...พะพาย...ฉันว่าช่วงนี้เราสองคนอยู่ด้วยกันมากไปหรือเปล่า” เฟอร์ถามขึ้น เพราะดูช่วงนี้เขาแทบไม่ปล่อยให้เธอห่างตัวเลย
“ก็เป็นผัวเมียกัน ไม่ให้อยู่กับเธอแล้วจะไปอยู่กับใคร”
“ก็...นายไม่คิดจะไปหาเพื่อนหาฝูงบ้างเลยเหรอ”
“ไม่อะ...อยากอยู่กับเธอ...” ตอบแบบหน้าตาย แล้วเดินไปที่ตู้เย็นโซนครัว แต่ทว่าด้วยเพราะเขาไปตามเธอที่เสม็ดต้อยๆ ในตู้ก็เลยโล่งจนไม่มีอะไรกิน แต่พอชวนให้เธอไปซื้อของเป็นเพื่อนเธอก็ไม่ยอมไป แถมยังขอไปหาเพื่อนอย่างยูมิที่อยู่คอนโดเดียวกันกับพะพายอีก
“ยูมิ...ฉันว่าแล้วว่าเธอต้องอยู่ที่นี่”
“ไปเที่ยวมาเป็นไงบ้าง” ยูมิเอ่ยถามเฟอร์ตามประสาเพื่อน ตั้งแต่วันนั้นเธอและยูมิก็นับว่าเป็นเพื่อนกันแล้ว และตลอดทริปเธอก็มีแชทคุยกันบ่อย และเธอเองก็เล่าถึงเรื่องที่น่าอึดอัดใจให้ยูมิฟัง
“ก็...อึดอัดดี...ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ”
“โชคดีแค่ไหนแล้ว...ที่ได้ไปกับครอบครัว...ดูฉันสิ...จำไม่ได้แล้ว...ว่าครั้งล่าสุดที่ได้ไปเที่ยวกับครอบครัวคือเมื่อไหร่” แววตาแสนเศร้าทอดมองไปยังเบื้องหน้า ดวงตาว่างเปล่าที่ทำให้เฟอร์รับรู้ได้ถึงความโดดเดี่ยว
หมับ!
“ไม่เป็นไรน้า...พ่อแม่เธอ...อาจจะยุ่งๆ อยู่กับการหาเงินก็ได้”
“หาเงินไม่ว่า แต่กดดันให้ฉันต้องทำนั่นทำนี่...ต้องเป็นที่หนึ่ง...ต้องเพอร์เฟค...จนฉันไม่มีความสุข”
“ฉันเข้าใจว่าการโดนบังคับมันน่าอึดอัดแค่ไหน อย่างเรื่องคู่ของฉัน...ฉันเองก็ยังเลือกไม่ได้...แต่ฉันเชื่อนะ...ว่าสิ่งที่พ่อแม่เลือกให้คือสิ่งที่ดีที่สุด...เขาหวังดีกับเราแหละเขาถึงได้ขีดเส้น ล้อมกรอบไว้ให้เรา”
“เธอ...ไม่คิดที่จะเดินออกนอกกรอบบ้างเหรอ” ยูมิหันมาถามเฟอร์
“ไม่...ฉันอยากเป็นเด็กดีของพ่อ...”
“เด็กดี...ที่ไม่มีความสุขเหรอ...เธอทนได้จริงๆ เหรอ”
“ก็...คิดว่าได้นะ...” ตอบไม่ค่อยเต็มเสียงนัก
“เคยคิดอยากทำอะไรเพื่อความสุขของตัวเองไหม เช่น...ขัดใจพ่อเธอแล้วบอกว่าจะเลือกคนรักเอง”
“แล้วเธอล่ะ...เคยอยากทำอะไรเพื่อความสุขของตัวเองบ้างหรือเปล่า เช่นแหกกฎของพ่อแม่เรื่องเรียนเกรดดีๆ”
“เรา...มาลองขัดใจพ่อแม่กันดูไหม...แม้เรื่องที่เราถูกคาดหวังจะคนละเรื่อง แต่จุดประสงค์เดียวของเราคือความสุข...ความสุขที่เราเลือกเอง”
“มะ...มันจะดีเหรอยู...ฉันไม่กล้าขัดใจป๊าหรอก”
“ไม่ลองจะรู้ได้ไง...” ยูมิยกยิ้มร้ายราวกับมีแผนการชั่วร้ายอยู่ในหัว
แอบหวั่นใจเหมือนกันกลัวว่าสิ่งที่เธอและเพื่อนทำจะเลือกทางผิด เพราะเธอเชื่อว่าพ่อแม่มักเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เราเสมอ เธอถึงได้ไม่กล้าที่จะขัด
“...”
“ฉันเห็นแววตาเธอตอนอยู่กับพะพาย...เธอดูมีความสุขมากๆ เลยนะ...เธอจะทิ้งความสุขของตัวเอง..จริงๆ น่ะเหรอ”
“แล้วความสุขจริงๆ ของเธอคืออะไร”
“อะไรก็ได้ที่ไม่กดดันตัวเอง ไม่ต้องเป็นที่หนึ่งเพื่อให้พ่อแม่ภูมิใจ แต่ฉันจะพยายามเพื่อตัวฉันเอง ไม่ไหวก็แค่พัก ฉันจะสร้างชีวิตของฉันใหม่”
“ยังไง...”
“ฉันยังไม่เคยมีแฟนเลย...อยากลองมีแฟนสักครั้ง...อยากทำอะไรก็ได้ตามใจตัวเอง”
“มีแฟน...อย่าบอกนะว่าพ่อแม่เธอก็ห้ามเรื่องนี้เหมือนกัน”
“อืม...ฉันต้องเป็นเด็กดี...มีแฟนเป็นเรื่องต้องห้าม...แม่บอกยังไม่ถึงเวลาที่ฉันต้องมี หน้าที่ของฉันคือต้องเรียนเท่านั้นแล้วก็ต้องได้ที่หนึ่ง”
“เคยได้ต่ำกว่าที่หนึ่งบ้างไหม”
“เคยสิ...”
“แล้วพ่อแม่เธอว่าไง”
“ก็บ่นฉัน พยายามยัดโรงเรียนกวดวิชาให้ฉันเรียนจนฉันแทบอ้วก”
“ไม่เป็นไรนะยู”
“ฉันไม่เป็นไร...ฉันทบทวนเรื่องนี้มาสักพักแล้ว...”
“อุ๊ย...พะพายทักมาแล้ว...งั้นฉันไปกินข้าวก่อนนะ...เธอไปด้วยกันไหม...ไปรู้จักกับแฟนฉันกัน”
“แหม...กล้าพูดเต็มปากแล้วสิว่าแฟน”
“แค่ช่วงนี้เท่านั้นแหละ เพราะหลังจากเรียนจบ...ถ้าฉันแต่งงานกับเฮียเจีย...เรื่องของฉันกับเขา...ก็ต้องจบลง...ฉันเลยอยากจะทำความสัมพันธ์ที่เหลืออยู่น้อยนิดให้มีความสุขที่สุด”
“เฟอร์...เธอรู้ตัวไหมว่าเธอใจร้ายมากเลยนะ...ถ้าเธอคิดว่าจะจบ...เธอไม่ควรเห็นแก่ตัวยื้อความสัมพันธ์นี้ให้ต้องรู้สึกกันมากไปกว่านี้” คำเตือนจากยูมิทำเฟอร์หน้าชา เธอกำลังใจร้ายกับพะพายอยู่จริงๆ อย่างที่ยูมิพูดเลย
“แล้วฉันต้องทำยังไง” ร่างเล็กมองหน้ายูมิ พร้อมกับแววตาที่สับสน
“เลือกได้สองทาง หนึ่งยุติความสัมพันธ์ตั้งแต่ตอนนี้ซะ...ถ้าคิดว่ายังไงก็จะแต่งงานกับเฮียเจีย...ส่วนสอง...ทำเพื่อความสุขของตัวเอง...ต่อสู้เพื่อคนที่รักโดยการเผชิญหน้ากับความจริงและไปบอกพ่อเธอซะ”
“...”
“...ฉันรู้ว่ามันยาก...แต่ถ้ามีความสุขก็คุ้มที่จะเสี่ยงเธอว่าไหม”
คำพูดของยูมิยังวนเวียนอยู่ในหัวสมองของเธอ เธอไม่กล้าพอที่จะขัดใจพ่อ เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่ายูมิไปเอาแรงฮึดมาจากไหน ถึงได้เปลี่ยนใจแล้วออกมาต่อต้านพ่อแม่แบบนี้
“เป็นอะไร...หน้าบูดเป็นตูดเลย” พะพายเอ่ยถาม เมื่อสังเกตมาสักพักแล้วว่าเฟอร์เอาแต่เหม่อลอย ราวกับมีเรื่องอะไรให้กังวลใจอยู่ แถมมือก็เขี่ยอาหารไปมาไม่ยอมกินสักที
“พะพาย...”
“หืม...” เลิกคิ้วมอง มือที่กำลังจะตักอาหารเข้าปากชะงักเล็กน้อย
“เรา...ห่างกันสักพักไหม...ฉันว่า...”
“ไม่...ฉันไม่เลิก...แล้วก็เลิกพูดอะไรแบบนี้ได้แล้วไม่อยากได้ยิน...ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเพื่อนรักของเธออย่างยัยทอมนั่นเอาอะไรมาใส่หัวเธอ...เธอถึงได้กลับมาพูดแบบนี้กับฉัน...แต่ถ้าเธอยังถามคำถามนี้กับฉันอีก...ฉันจะไม่ให้เธอไปคบกับยัยนั่น”
“มีสิทธิ์อะไรเนี่ย ถึงได้มาบงการการคบหาของฉันกับเพื่อน นายไม่ใช่พ่อฉันนะ ทำไมต้องบังคับกันด้วย”
“ก็ไม่ใช่พ่อไง...แต่เป็นผัว แล้วผัวหาสิ่งที่ดีให้เมียก็เป็นเรื่องที่ควรแล้วไม่ใช่เหรอ”
“เอาจริง ฉันว่านายเองก็ไม่ต่างจากพ่อฉันเลย ชอบบังคับ!!” พูดจบก็กระแทกช้อนลงเสียงดัง จากนั้นก็ลุกออกไปหยิบกระเป๋าเตรียมจะกลับคอนโดของตัวเอง
“จะไปไหน”
“ฉันจะกลับคอนโด”
“เธอเลิกหนีปัญหาสักทีเถอะเฟอร์...งอนก็หนี ไม่พอใจก็หนี เลิกทำตัวเป็นเด็กสักที...เธอโตแล้วนะ” ร่างสูงกล่าวอย่างเหลืออด จริงอยู่ว่าเขาชอบเธอ รู้สึกกับเธอ แต่บางทีนิสัยบางอย่างก็ควรจะตักเตือนเธอเช่นกัน เขาเตือนเพราะเป็นห่วง ไม่ได้เตือนเพราะต้องการจะทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ เขาต้องการดึงสติเธอให้คิดเยอะๆ กว่านี้
“ไม่ว่ายังไงเรื่องของเราก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดี อีกอย่างเลิกกันไปตอนนี้ ก็ดีกว่าความรู้สึกมันถลำลึกไปมากกว่านี้ ฉันเชื่อว่านายต้องเจอคนที่ดีได้แน่ๆ ฉันดีไม่พอสำหรับนายหรอกพะพาย”
“เธอรู้ไหม...ว่าเธอกำลังพูดอะไรออกมา” เอ่ยถามพร้อมกับสายตาที่ตัดพ้อเธอ ไม่คิดเลยว่าทำให้ขนาดนี้แล้ว เธอก็ยังจะใจร้ายกับเขาอยู่
เขายอมถอดเขี้ยวเล็บเพื่อเธอเลยนะ แล้วนี่เหรอสิ่งที่เธอตอบแทนเขา เธอแม่งโคตรขี้แพ้เลย ไม่คิดจะทำอะไรเพื่อเขาเลย ในขณะที่เขายังเปลี่ยนตัวเองได้เลย แล้วดูเธอดิ ก็จริงว่าเธอบอกนั่นเเหละ ว่าเธอไม่คู่ควรกับความรักของเขาสักนิด เพราะเธอแม่งโคตรไม่พยายามอะไรเลย ไม่คิดที่จะพยายามเลยด้วยซ้ำ เอาแต่กลัวอะไรบ้าบอก็ไม่รู้ ทั้งที่มันคือชีวิตของเธอ ไม่ใช่ชีวิตของพ่อเธอสักหน่อย
“รู้สิ...แล้วไม่ต้องห่วงว่าฉันจะพูดเพราะอารมณ์นะ...ฉันคิดเรื่องนี้มาสักพักแล้ว และนี่คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเรา”
“ขอถามย้ำเป็นครั้งสุดท้าย...ว่าจะเอาแบบนี้จริงๆใช่ไหม” เค้นเสียงต่ำ พร้อมกับดวงตาที่แดงก่ำ พยายามสะกดกลั้นความรู้สึกเสียใจเอาไว้ไม่ให้แสดงออกมา มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่น พร้อมกับรอฟังคำตอบจากเธอต่อจากนี้
“อื้ม...”กลั้นใจตอบออกไปเสียงดัง
“งั้นก็ลาก่อน แล้วฉันหวังว่าเธอจะไม่เสียใจทีหลัง” พูดจบเขาก็เดินผ่านหน้าเธอไปที่ห้องนอน พร้อมกับน้ำตาที่หยดแหมะลงมาที่แก้มของเขา
ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยเสียใจกับผู้หญิงคนไหนเท่านี้มาก่อนเลย เขาทุ่มเททั้งกายและใจ ทุ่มเททุกๆ อย่าง แล้วดูสิ นี่เหรอคือสิ่งที่ตอบแทนความจริงใจของเขา
ส่วนเธอเอง ก็ใจหายวาบ เมื่อเขาเดินผ่านเธอไป เธอหันกลับไปมองดูเขาจนในที่สุดประตูห้องของเขาก็ปิดลง หัวใจชาไปหมด มันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะถล่มลงตรงหน้า ทุกอย่างก่อนหน้านี้มันดีมาก แล้วดูตอนนี้สิ เธอทำมันพังยับ ไม่เหลือชิ้นดีเลย
ในเมื่อเธอเป็นคนเลือกเอง เธอก็ต้องหอบหัวใจของตัวเอง ที่เป็นคนทำพังเอง เดินออกจากห้องของเขาไป พร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้ม เธอเองก็เสียใจไม่ต่างจากเขา แต่เธอมันใจกาก ไม่กล้าแม้แต่จะต่อสู้เพื่อรักของเขาเลยสักนิด เธอไม่คู่ควรกับรักของเขาสักนิด
“เฟอร์...” เสียงยูมิเรียกเธอ พร้อมกับมองท่าทีของเพื่อนนิ่ง
หมับ!!
“ฮึก...ยู...ฉันบอกเลิกเขาไปแล้ว...ฉันกับเขาจบกันแล้วยู” เธอโผลเข้ากอดเพื่อนสาวแล้วร้องไห้จนตัวโยน ยูมิเมื่อเห็นเช่นนั้นก็ยกมือขึ้นกอดตอบ นึกเห็นใจเพื่อน สงสารเพื่อนจับใจ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่ยืนกอดปลอบใจเฟอร์อยู่อย่างนั้นหลายนาที
เธอเคารพทุกการตัดสินใจของเพื่อน เฟอร์ยังเด็ก ยังใจแข็งไม่พอที่จะขัดใจผู้เป็นพ่อ แต่ไม่ว่าเพื่อนจะเลือกทางไหน เธอก็จะพยายามเข้าใจ และคอยอยู่ข้างๆ อยู่ตรงนี้
“ไม่เป็นไรนะ...แล้วนี่จะเอายังไงต่อ...ให้ไปส่งที่คอนโดไหม” ยูมิเอ่ยถาม หลังจากที่เพื่อนผละออกจากอ้อมกอดของเธอ
“อื้ม...ฉันจะกลับไปที่คอนโด”
แต่แทนที่จะไปจบที่คอนโดของเฟอร์ ทว่าระหว่างทางเธอกลับบอกให้เพื่อนพาแวะดื่มย้อมใจเสียก่อน และก็นั่นแหละ สภาพก็อย่างที่เห็น เมาจนพูดจาไม่รู้เรื่อง ไม่พอ ทั้งบ่นทั้งร้องไห้ เรียกหาแต่พะพาย จนยูมิต้องใช้โทรศัพท์ของเธอสแกนหน้าเพื่อนแล้วเข้าไปในข้อความของพะพาย แล้วทักบอก
เฟอร์ : นายฉันยูมินะ...
เฟอร์ : ตอนนี้เฟอร์เมามาก บ่นถึงนายไม่หยุดเลย มาช่วยฉันหน่อย ฉันพากลับคอนโดไม่ไหว ฉันเอามอไซค์มา กลัวเฟอร์ตกรถ
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า







