LOGIN“ไปดิอีเฟอร์ พะพายนั่งรอนานแล้ว” สายขิมเพื่อนสาวของเฟอร์ผลักหลังให้เธอเดินเข้าไปในร้านไอศครีม แต่คนตัวเล็กกลับขืนตัวเอาไว้เพราะไม่อยากที่จะเข้าไปร่วมโต๊ะกับไอ้ผู้ชายคนนั้น
“มึง กูไม่เอาคนนี้...”
“ไม่เอาได้ไงเมื่อวานมึงกดหัวใจให้พะพาย”
“กูก็บอกอยู่ว่ามือกูลั่น กูไม่เอา กูจะกลับ” พูดจบก็หมุนตัว เตรียมหันหลังกลับ แต่สายขิมกลับผลักเธอเข้าไปในร้านเสียแล้ว และความซวยคือหน้าประตูร้านมันดันมีเสียงทักทายอัตโนมัติ ซึ่งแน่นอนว่าทักทายทีทั้งร้านก็คือหันมามองกันหมด
‘ฮัลโหล ยินดีต้อนรับนะคะคุณลูกค้า’
หนึ่งในนั้นก็มีพะพายด้วยที่หันมามอง ด้วยชุดที่อยู่ในลุคคุณหนูแสนหวาน ต่างจากที่เขาเห็นเธอในห้องน้องสาวอย่างสิ้นเชิง เรียกได้ว่าดึงดูดสายตาเขาจนมองแทบไม่วางตาเลยด้วย
“อีขิม!!” เฟอร์หันไปด่าเพื่อนแบบไร้เสียง ส่วนสายขิมน่ะเหรอ วิ่งหนีออกไปนอกร้านแล้วเรียบร้อย จะบ้าตาย วางระเบิดลูกใหญ่ไว้ จากนั้นก็ทิ้งกันอย่างไร้เยื่อใย
“นี่เหรอ ดาวคณะการโรงแรม” ทันทีที่นั่งลงฝั่งตรงข้าม พะพายก็เอ่ยถามพลางใช้สายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่คิดว่ายัยลูกหมานี่จะเป็นถึงดาวคณะ แต่เอาเถอะในเมื่อบอกเพื่อนให้ติดต่อหาเด็กมาให้ขนาดนี้ แก้เหงาสักหน่อยและกันไหนๆ ก็จ่ายเงินไปแล้ว
“ทำไม เป็นฉันแล้วมันจะทำไม” หน้าแบ๊วๆ แต่งตัวหวานๆ แต่ปากนี่นะมันน่าจูบให้แตกจริงๆ พะพายคิดในใจ แอบหงุดหงิดกับสกิลปากของเธออยู่ไม่น้อย
“ปะ...” นั่งพินิจพิจารณาครู่หนึ่งพะพายก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ตามด้วยคว้าแขนเล็กให้ลุกขึ้นเดินตามเขาไป
“เฮ้ย...ไปไหน!!” เฟอร์ร้องขึ้น พร้อมกับขืนตัวเอาไว้ แม้ว่าจะไม่ได้ผลก็ตาม
“ก็เข้าโรงแรมไง”
“ไอ้บ้า เพิ่งเจอกันเองจะพาเข้าโรงแรมเลยเหรอ” อกอีเฟอร์จะแตก ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเจอผู้ชายทุเรศได้เท่าอีตาบ้านี่เลย พูดออกมาได้ ตรงๆ แบบนี้เลยเหรอ
“นี่! เธอคิดว่าที่เพื่อนเธอดิวเธอมาให้ฉันเนี่ย ฉันจะพาเธอออกเดตดูหนัง เดินจับมือกับเธอใสๆ หรือไง”
“เอ้า...ก็ใช่ไง...ฉันต้องถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานด้วยว่าเราเดตกัน”
“เดต?” ถามพร้อมขมวดคิ้วมุ่น
“ก็เออน่ะสิ”
“แต่เพื่อนเธอเป็นแม่เล้า แล้วก็ไม่ได้นัดเธอให้มาเดตกับฉัน” คำพูดที่ดูโผงผาง ทว่าสิ่งที่เขาพูดคือเรื่องจริง
สายขิมมีหน้าที่หาเด็กและรับค่านายหน้าจากคนพวกนั้น และเธอก็โดนเพื่อนหลอกมาขายตัว ซึ่งพะพายก็มักจะใช้บริการให้เพื่อนของเธอหามาให้กลุ่มเขาอยู่บ่อยๆ เวลาเบื่อๆ
“ไม่จริง นายอย่ามาใส่ร้ายเพื่อนฉันนะ” ร่างเล็กออกโรงปกป้องเพื่อน
“งั้น...ถ้าไม่เชื่อ...ก็ทักไปถามได้เลย...แต่ไม่รู้ว่าจะติดต่อได้ไหมนะบางทีคนที่เธอเรียกว่าเพื่อน อาจจะบล็อกเธอไปแล้วก็ได้” แทบช็อก เพราะสายขิมนับว่าเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอเลยก็ว่าได้ หากเป็นเช่นนั้นจริง เท่ากับว่าเธอไม่มีเพื่อนที่จริงใจกับเธอเลยสินะ
แล้วที่เข้าข้างเธอล่ะ แล้วที่คอยยุยงให้เธอแข่งกับแก๊งอีกะทินั่นอีกล่ะ ทั้งหมดคืออะไร ร่างเล็กได้แต่นิ่งไป โลกทั้งใบของเธอตอนนี้แทบหยุดหมุน ทุกอย่างหยุดนิ่ง รู้สึกเสียหลักอย่างบอกไม่ถูก
หมับ!!
“อย่าบอกนะว่าเพื่อหลอกมา”
“นี่ยัยหมากระเป๋า!!”
“เฮ้ย!! ได้ยินที่ฉันพูดไหมเนี่ย” พะพายเขย่าแขนเฟอร์ พยายามเรียกสติคนตัวเล็กที่รู้สึกว่าจะช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
“ค่าตัวฉันเท่าไหร่...ฉันจะจ่าย...ฉันไม่ได้ขายตัวนะ...แล้วฉันก็จะไม่ไปกับนายด้วย” เฟอร์กล่าวด้วยเสียงสั่นๆ ราวกับคนกำลังจะร้องไห้
“3แสน”
“สะ...สามแสน!!” จะบ้าตาย ได้ยินจำนวนเงินมหาศาลสำหรับนักศึกษาอย่างเธอก็แทบอึ้ง ไอ้บ้านี่มันไปเอาเงินจากไหนมากมายมาซื้อตัวเธอกันนะ แล้วเธอจะไปหาเงินขนาดนั้นมาจ่ายคืนเขาได้ยังไง
จริงอยู่ว่าที่บ้านเธอก็มีฐานะ แต่ทุกอย่างเธอก็ได้เป็นรายเดือนและครอบครัวของเธอก็ค่อนข้างจำกัดการใช้เงินตามสไตล์คนจีน แน่นอนแหละว่าเดือนหนึ่งเงินค่าขนมของเธอมันก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้น แล้วแบบนี้เธอจะไปบอกเฮียเธอว่ายังไง จะขอเงินสามแสนมาไถ่ตัวเองยังไงดี
“เอาน่าขำๆ ทำอย่างกับไม่เคย...”
“นายจะบ้าหรือไง ฉันไม่ได้เต็มใจ แถมค่าตัวของฉันก็ไม่ได้”
“ก็จ่ายกับเพื่อนเธอไปแล้วไง เธอก็ไปเอาค่าตัวกับเพื่อนเธอดิ”
“แต่ยัยนั่นมันบล็อกฉันไปแล้ว!!” ใช่ เธอพยายามติดต่อสายขิม แต่ทว่าสายขิมคนที่เธอเรียกว่าเพื่อนกลับบล็อกเธอทุกช่องทาง ยิ่งชัดเจนเลยว่าตอนนี้เธอไม่เหลือคำว่าเพื่อนข้างกายสักคน
“ก็เป็นปัญหาของเธอกับเพื่อน แล้วไหนบอกว่าเป็นเพื่อนน้องฉัน? หรือว่ามีอะไรกันแน่ทำไมเธอถึงได้ไปนอนที่คอนโดน้องสาวฉัน” ร่างสูงจ้องมองเธอแล้วคาดคั้นเอาคำตอบ “เดี๋ยวนะ...เธอปีสี่นี่...จะเป็นเพื่อนยัยฟ้าได้ยังไง...บอกมานะ...บอกความจริงมาว่าทำไมเธอถึงได้ไปอยู่กินที่คอนโดยัยฟ้า”
“ถ้าบอกแล้ว...นายจะไม่ลากฉันไปด้วยใช่ไหม” เฟอร์เอ่ยถาม
“ไม่เกี่ยวกัน มันคนละเรื่อง”
“งั้นฉันก็ไม่บอก”
พรึ่บ!!
“โอ๊ย!!” พูดจบก็กระทืบเท้าเขา แล้วรีบวิ่งไปที่รถทันทีรถที่ละอองฟ้าเป็นคนให้เธอมาใช้ “ยัยบ้าเอ๊ย...เดี๋ยวนะ...รถยัยฟ้านี่” เลิกคิ้วมองรถของน้องสาวตัวเองด้วยความสงสัย พร้อมกับรีบวิ่งไปที่รถของตัวเองแล้วขับตามเธอไป พลางคิดในใจกับตัวเองว่า หวังว่าจะไม่เสียเงินสามแสนไปฟรีๆ หรอกนะ
หมับ!!
“นี่...ไอ้บ้า...ปล่อยฉันเลยนะ...เป็นโรคจิตหรือไงตามฉันมาทำไม” มือหนาคว้าหมับไปที่ข้อมือเล็ก ขณะที่เธอกำลังจะผลักประตูห้องเข้าไป และเตรียมจะปิดเพื่อหนีร่างสูง
“ทำไมเธอถึงอยู่คอนโดน้องฉัน แล้วไหนจะรถของน้องฉันอีก พูดมาให้หมดนะ ไม่งั้น...”
“นั่น...อีเฟอร์ปะกะทิ” เสียงนั่นทำให้เฟอร์หันไปมองทันควัน จากที่กำลังจะอ้าปากด่าพะพาย ก็เปลี่ยนเป็นยกยิ้มขึ้นมาเสียอย่างนั้น ซึ่งท่าทีของเธอที่แสดงออกมาต่อหน้าเขา มันทำให้พะพายแอบงุนงงอยู่ไม่น้อย
“โธ่...ที่รัก...ดุเฟอร์อีกแล้ว...ก็เฟอร์บอกแล้วไงว่าไม่มีอะไร ที่รักก็ไม่เชื่อเฟอร์”
“ห๊ะ?” ร่างสูงขมวดคิ้วมุ่น มองหน้าเธออย่างไม่เข้าใจ พร้อมกับพูดกับตัวเองในใจว่ายัยนี่มันเป็นอะไรของมันวะ
“ปะ...เข้าห้องของเรากันนะ...” แล้วเธอก็ควงแขนเขาเดินเข้าห้องไป ไม่พอยังใช้ใบหน้าและนมเบียดแขนเขาจนความเป็นชายของเขามันตึงเปรี๊ยะแทบจะทะลุกางเกงออกมาอยู่แล้ว
“มึงเห็นมันไหม มึงเห็นปะอีเฟอร์มันควงพะพาย” ทุเรียนเพื่อนรักของกะทิสะกิดแขนเพื่อนสาวด้วยความอิจฉาตาร้อน
“เออกูไม่ได้ตาบอด กูเห็นแล้ว”
“มันต้องเห็นมึงควงน้องตี๋การบินแน่ๆ เลย ก็เลยอยากมีบ้าง กูว่ามันอิจฉามึงชัวร์” ทุเรียนสุมไฟกองโตให้กะทิยิ่งเดือด คนอย่างกะทิต้องไม่แพ้ และยิ่งต้องแพ้ให้ยัยเฟอร์ยิ่งไม่มีทาง
“ไหนอีขิมมันบอกว่าเพื่อนมันแค่ขายตัวให้พะพายไงวะ”
“ท่าทางมันดูไม่ได้ขายตัวเลยนะ เหมือนคู่รักกันมากกว่า กูว่า...ไปแอบฟังไหม จะได้รู้ว่าคู่จริงหรือแค่หลอก” ว่าแล้วทั้งคู่ก็ย่องไปที่หน้าห้องของเฟอร์เบาๆ พร้อมกับแนบหูไปที่ประตูห้องเพื่อฟังเสียงว่าด้านในเขาคุยอะไรกัน แน่นอนว่าเฟอร์รู้
หมับ! พรึ่บ!
“นี่...อื้ม...” ปากหยักเตรียมจะร้องโวยวาย ที่ถูกคนตัวเล็กดันเข้ามาในห้องแบบงง ทว่าคนตัวเล็กกลับดันร่างสูงกระแทกไปกับประตูห้อง พร้อมกับคล้องคอเขาให้โน้มใบหน้าลงมาจูบกับเธอ พยายามตบตาให้อริสองคนด้านนอกได้ยินบทรักแสนเร่าร้อน
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า







