LOGIN“ฉันถาม...ว่าเธอเป็นใคร ไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือไง!!” พะพายตะคอกใส่คนตัวเล็กจนเธอสะดุ้ง
“คะ...คือ...ฉะ...ฉันเป็นเพื่อนของ...ของ...เด็กนั่นมันชื่ออะไรวะ” ปลายประโยคพูดด้วยน้ำหนักเสียงที่เบาหวิว ความซวยมันอยู่ตรงนี้ เพราะเธอลืมไปเลยว่ายัยเด็กนั่นชื่ออะไร แล้วแบบนี้เธอจะตอบผู้ชายคนนี้ว่ายังไงล่ะทีนี้
“เพื่อน? น้องฉันไม่มีเพื่อนหน้าตาแบบเธอ” แน่นอนว่าเพื่อนของน้องสาวทุกคนเขารู้จัก และผู้ชายทุกคนที่เข้ามาหาน้องเขา เขาเองก็เป็นคนสแกนเอง ละอองฟ้าถึงได้อยู่รอดปลอดภัยจนถึงทุกวันนี้ไง แต่หารู้ไม่ว่าน้องสาวของเธอกำลังไปตามติดพี่ชายของยัยเฟอร์
“เพื่อนใหม่ไง...แหมนายคิดว่าน้องของนายจะบอกนายหมดทุกอย่างเลยหรือไง” เชิดหน้าตอบ พร้อมทำใจดีสู้เสืออย่างเขา
“ใช่” ย้ำเสียงหนักแน่น พร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ตามด้วยก้าวขายาวๆ มาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ
พอเขามายืนตรงนี้ เธอเหมือนหมาชิวาว่าไปเลย คนหรือเปรตวะเนี่ยโคตรสูง ไม่ทราบว่าแม่พากินข้าวกับเสาไฟหรือไง ทำไมถึงได้สูงลิ่วขนาดนี้ ปลาบปลื้มที่เธอเคยชอบ ก็ว่าสูงแล้วนะ เจอไอ้บ้านี่เข้าไป สูงยิ่งกว่าอีก หรือเขาอาจจะปกติ แต่เป็นเธอเองเนี่ยแหละที่เตี้ย
“นี่ยัยลูกหมา!! สรุปเธอเป็นใครกันแน่ แล้วน้องฉันอยู่ไหน!!” เมื่อเห็นคนตัวเล็กไม่ตอบอะไรกลับมาก็เรียกสติเธออีกครั้ง ไม่วายยังมีฉายาให้เธออีกนี่สิ
“...” เอาไงดีวะเฟอร์ จะบอกความจริงเรื่องเด็กนั่นดีไหม หรือจะโกหกไปก่อน
“เธอสามารถใช้ของทุกอย่างในห้องของฉันได้ แต่ถ้าใครมาถามหาฉัน
ต้องบอกว่าไม่รู้เท่านั้นเข้าใจไหม”
อยู่ๆ เสียงยัยเด็กนั่นก็แล่นเข้ามาในโสตประสาท แถมเธอยังไปตกลงกับละอองฟ้าก่อนที่จะมาอยู่ที่นี่แล้วด้วยว่าจะไม่บอกว่าละอองฟ้าอยู่ไหน แบบนี้เธอจะพูดว่ายังไงดีล่ะเนี่ย
“ฉะ...ฉันเป็นเพื่อนน้องนายจริงๆ นะ...ฉันชื่อเฟอร์...ไม่เชื่อก็โทรไปถามน้องนายเอาเองสิ...ว่าทำไมถึงให้ฉันมาอยู่ที่นี่”
“โทรไปก็รู้ตัวพอดีดิ” พะพายพึมพำกับตัวเองเบาๆ และที่เขามาในวันนี้ก็เพราะพ่อสั่งด้วยแหละ ช่วงนี้ละอองฟ้าทำตัวแปลก ไต้ฝุ่นเลยกลัวว่าลูกสาวของตนจะแอบซุกผู้ชายเอาไว้ แต่พอแอบย่องเข้ามาในห้อง กลับเจอยัยนี่โยกย้ายส่ายสะโพกซะงั้น ผู้หญิงอะไร ตัวเล็กแต่โคตรยั่ว
“ว่าไงนะ...อ้า...หรือแอบมาสืบเรื่องน้องสาว” คนตัวเล็กรู้ทันจึงเอ่ยดักทาง “ฉันจะไปฟ้องยัยนั่น ว่านายแอบมาตามสืบ” ต้องใช่แน่ๆ ทรงนี้ชัวร์เลย งั้นก็ฝันไปเถอะว่าเธอจะบอก เพราะตอนนี้เธอเองก็เหนือกว่าเขาเห็นๆ หากเธอเอาเรื่องนี้ไปบอกยัยเด็กนั่น ไอ้ผู้ชายตรงหน้าเธอเนี้ยต้องซวยแน่ๆ
“เธอเรียกน้องฉันว่ายัยนั่นเหรอ เป็นเพื่อนประสาอะไรถึงเรียกแบบนั้น”
“กะ...ก็ปกตินิ” ความจริงคือจำชื่อไม่ได้
“ถ้าเธอเอาเรื่องที่ฉันมาคอนโดไปบอกน้องฉัน เธอโดนฉันฆ่าข่มขืนแน่!! แล้วพรุ่งนี้ฉันจะมาเอาคำตอบ หาคำตอบดีๆ เอาไว้ด้วยล่ะ” ไม่พูดแต่ปาก เพราะสายตาของเขาจับจ้องมองไปที่หน้าอกของเธอที่โผล่พ้นผ้าเช็ดตัวผืนสีขาวจนเกือบครึ่งเต้า ตัวก็เล็กนมใหญ่เกินตัวฉิบ
ส่วนคนที่ถูกสายตาโลมเลียนี่สิ รีบยกมือขึ้นมาปิดเอาไว้ พลางก้าวถอยหลังหนีเขา แต่ก็ยังคงเชิดหน้าทำเป็นเก่ง ทั้งที่ถ้าเขาคิดจะทำอะไรเธอ แน่นอนว่าเธอรอดยาก
“ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต!!”
“คำว่าโรคจิต มันยังน้อยไปสำหรับคนอย่างฉัน”
หมับ!!
“ไวน์นี่...ฉันขอนะ” พูดพร้อมกับเอื้อมมือไปแย่งแก้วไวน์ในมือของเธอมากระดกทีเดียวหมดแก้ว
“เฮ้ย...นั่นแก้วสุดท้ายเลยนะ” โวยวายเสียงดัง เพราะเธอยังดื่มไม่หนำใจเลย ไหงกลายเป็นโดนไอ้บ้านี่แย่งไปหน้าตาเฉย
“บ้าเอ๊ย...เสียบรรยากาศหมดเลย กำลังดื่มด่ำบรรยากาศฟินๆ ไหงพี่ชายยัยเด็กบ้านั่นเข้ามาขัดจังหวะซะได้” คนตัวเล็กรีบเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่ปลายเตียง พยายามหาทางรอดให้กับตัวเอง แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว
ก็เลยตัดสินใจไปหาเด็กแสบอย่างละอองฟ้าที่คอนโดเก่าของเธอแทน แต่ทว่าเมื่อไปถึงยัยเด็กนั่นกลับขอร้องให้เธออยู่ต่อ เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะยัยเด็กนั่นยังจับพี่ชายเธอทำสามีไม่สำเร็จตามดวงบ้าบออะไรก็ไม่รู้ ทั้งยังเสนอรถคันหรูมาให้เธอใช้อีก แล้วแบบนี้เธอจะไม่คว้าไว้ ก็คงจะโง่เกินไปแล้ว
“เอาวะ...แลกกับการใช้ชีวิตของไฮโซ แม้จะเสี่ยงไปหน่อยแต่ก็ถือว่าคุ้ม!! ได้ทั้งรถ ได้ทั้งคอนโด ฟินสุดๆ ไปเลย” เฟอร์พูดกับตัวเอง พร้อมกับหมุนควงกุญแจรถสปอร์ตเล่น สองเท้าก้าวขึ้นไปยังคอนโดหรู เตรียมใช้ชีวิตแบบชนชั้นสูงอีกครั้ง
ครืด ครืด ครืด!!
‘สายขิม’
“ว่าไงมึง”
[วันนี้กูเห็นอีกะทิบูดคู่อริมึงด้วย มันควงวิศวะการบิน...มึงจะไม่มีเด็กคณะนี้ไม่ได้นะเว้ย]
“แล้วมึงจะให้กูไปหาเด็กคณะนั้นมาจากไหน มึงก็รู้ว่ากูชอบผู้ชายแบบพี่ปลื้ม”
[มึงตัดใจจากพี่ปลื้มไปเถอะ เขามีลูกมีเมียไปแล้วนะ มูฟออนค่ะเพื่อน เชื่อกู]
“กูรู้แล้วน่า เขาปฏิเสธกูขนาดนั้น กูต้องตัดใจอยู่แล้ว กูก็คงไม่หน้าด้าน หน้าทนไปแย่งมาไหม”
[ดีค่ะ เพราะงั้น...เดี๋ยวกูส่งโปรไฟล์เด็กการบินไปให้เลือกเดตนะ และที่สำคัญ มึงอย่าแพ้มันเชียว มึงต้องเหนือกว่ามัน และจำให้ขึ้นใจว่ามันจะมาผงาดชูคอเป็นดาวเด่นแบบมึงไม่ได้] อัดเข้ามาเต็มๆ เลยเพื่อน คำยุยงส่งเสริมที่ทำให้เธอบ้าจี้ทำตามทุกครั้ง
ติ้ง!
เพียงไม่นานนักรูปพร้อมประวัติทางบ้านและการศึกษา ของเหล่าบรรดาหนุ่มๆ คณะวิศวะการบินก็ถูกส่งมาในเครื่องเธอรัวๆ แต่ทว่าหนึ่งในสิบคน กลับมีผู้ชายที่เธอเพิ่งตีฝีปากด้วย
“เฮ้ย!! ไอ้บ้านั่นนี่?” แล้วด้วยความตกใจ มือที่ซูมดูรูปพะพายกลับเผลอไปกดหัวใจซะงั้น
สายขิม : แหมตาถึงนะมึง นี่พะพาย วิศวะการบินปีสี่ โซแบดบอยโคตรน่าควง ถ้ามึงเอาคนนี้กูว่าอีกะทิบูดต้องปรี๊ดแตกแน่ๆ ที่เห็นมึงได้หนุ่มฮอตของคณะไปควง
เฟอร์ : ไม่เอามึง กูไม่เอาคนนี้ มือกูลั่นเฉยๆ
เธอรีบปฏิเสธ แต่ทว่าไม่ทันเสียแล้ว เพราะเพื่อนของเธอจัดการนัดบอร์ดให้เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย เล่นเอาซะคนตัวเล็กถึงกับยกมือขึ้นกุมขมับเลย ให้ตายเถอะ ลำพังแค่วันนี้ก็แทบจะกินหัวกันอยู่แล้ว จะเอาอะไรมาเดตกับอีตาบ้านั่น รับรู้ได้เลยว่ามันคงจะพังไม่เป็นท่าแน่ๆ
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า
1อาทิตย์ต่อมา...“ม๊าคะ...วันนี้มีอะไรทานบ้างคะ” ร่างเล็กในชุดเดรสสีหวานเดินลงมาถามหาอาหารกับแม่ ในช่วงสายของวัน“ข้าวผัดกุ้งจ้ะ...แล้วนี่จะไปไหน...” เอ่ยตอบ ก่อนที่จะถามกลับเมื่อเห็นว่าลูกสาวไม่ได้อยู่ในชุดนอนอย่างเช่นทุกวันช่วงหลังๆ มานี้ เวลาที่เธออยู่บ้านเธอก็มักจะใส่ชุดนอนทั้งวัน ถ้าวันไหนไม่
จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งรอ แต่ระหว่างที่รอก็นั่นหยอกเย้ากันอยู่ที่โซฟา ผลัดกันดูคลิปตลก หัวเราะคิกคักกันอย่างมีความสุข ราวกับไม่เคยผ่านความทุกข์ใจมาเลย“พะพาย...ดูนี่ดิ...คิคิ...ตลกเนอะ” คนตัวเล็กที่นอนหนุนตักแฟนหนุ่มอยู่ยื่นมือถือให้เขาดู แล้วระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมกัน รอยยิ้ม แววตาที่เปล่งประกายความส
พรึ่บ!มือที่กุมกันอยู่ก่อนหน้านั้นรีบปล่อยออกจากกัน และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ฟงเห็นหน้าพะพายชัดเจน“ไอ้หนุ่มนี่มัน...” ฟงเอ่ยขึ้นเมื่อรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาพะพาย “ลูกไอ้ฝุ่นวันนั้นใช่ไหม?”“อุ๊ย...สวัสดีครับป๊า...เจอกันซะแล้วนะครับ”“นี่แกอย่าบอกนะว่า...เป็นแฟนลูกฉันน่ะ”“ครับคุณป๊า...ผมขอแนะนำตัว
“ถึงแล้ว...” หลังจากที่นั่งรถมาเกือบ20นาที พะพายก็เอ่ยขึ้น พร้อมกับดึงเบรกมือขึ้น ตามด้วยปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธอและเขา จากนั้นก็กำชับเธอว่าอย่าเพิ่งเอาผ้าปิดตาออกส่วนเขาก็รีบลงจากรถ อ้อมไปเปิดประตูให้เธอ แล้วดึงแขนเธอออกมาจากรถ โดยใช้มือบังศีรษะของเธอเอาไว้เพราะกลัวว่าหัวเธอจะชน ทุกอย่างที่เขาตั้งใ







