LOGINแม้ว่าเธอจะรู้ตัวว่าโดนหลอก แต่มารู้ตอนนี้มันจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อ เธอดันพลาดท่าให้เขาเอง เพราะความโง่เขลาของตัวเองแท้ๆ
“ฉันจะบอกเธอแล้ว...แต่เธอก็โวยวาย...อ๊าส์...” พยายามอธิบายทั้งที่ท่อนลำของเขาก็ยังคงคาอยู่ในร่องอุ่นๆ แสนคับแคบของเธอ
“...” ตาหลับลงหวังควบคุมสติของตัวเองที่ตอนนี้มันเดือดปุดๆ เม้มปากแน่น หายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อข่มความโกรธเอาไว้ และปล่อยให้เขากอบโกย ตักตวงความสุขจากร่างกายเธอจนกว่าจะพอใจ
“ซี๊ด...อ๊าส์...ขยับหน่อย” เอ่ยบอกคนตัวเล็กพร้อมกับเด้งสะโพกสวนขึ้นมา ไม่พอเพียงเท่านั้นยังใช้สองมือจับโยกสะโพกเธอเองอย่างถือวิสาสะ บอกได้เลยว่าร่องของเธอที่มันตอดรัดลำรักเขาขณะนี้ โคตรจะฟิน มันหนุบหนับ บีบรัดจนแทบขาดใจ เสียวซ่าน จนต้องร้องครางออกมา
“...อ๊ะ...กะ...ก็ฉันเจ็บ” เกร็งตัวไม่ยอมขยับ ตอนนี้เธอแทบไม่มีอารมณ์ร่วมกับเขาแล้ว ยิ่งพอรู้ว่าโดนหลอกเธอก็ยิ่งทำใจไม่ได้ เจ็บทั้งใจ เจ็บทั้งตัว
“ซี๊ด...เสียวจังวะ...”
“อ๊ะ...” ร่างเล็กร้องออกมาลั่นรถ เมื่อถูกร่างสูงกัดเข้าไปที่ลำคอระหงด้วยความแรง ระบายความเสียวซ่านที่มันแล่นพล่านไปทั่วกาย
มือหนาบีบเคล้นอกอวบอิ่มทั้งสองข้าง ในขณะที่คนตัวเล็กก็กัดฟันอดทนจนกว่าบทรักที่แสนเจ็บปวดนี้จะผ่านไป ทำได้แค่ปล่อยให้เขาบรรเลงบทสวาทขึ้น ส่วนเธอก็ได้แต่จิกเล็บฝากร่องรอยของเธอเอาไว้บนไหล่แกร่งของเขาแทน
“อื้ม...ทำไมมันฟิตจัง...อื้ม...” ร่างสูงพูดแทบไม่เป็นภาษา จูบซับ ตักตวงความหอมหวานจากกายสาวอย่างหื่นกระหาย
“อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊ะ...บอกว่าเจ็บไง...อื้ม...เบา...เบาหน่อย” ร่างเล็กที่ขย่มโยกร้องขอ หวังให้เขาเห็นใจ ทว่าความต้องการที่โถมซัดเข้าใส่กลับยิ่งทำให้คนหื่นนั้นรัวสะโพกตอกอัดสวนขึ้นไปแรงยิ่งกว่าเดิม อย่างไร้ความปรานี
“อ๊าส์...ซี๊ด...” ยิ่งเธอเกร็งและพยายามดิ้นหนีจากเขาเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งกดสะโพกเธอลงดูดกลืนท่อนรักของเขาให้ลึกสุดโคนมากขึ้นเท่านั้น ความใจดีสำหรับเขาขณะทำรักไม่เคยมี ยิ่งเขาต้องการเธอมากเท่าไหร่ ความป่าเถื่อนในกายเขายิ่งแสดงออกมา และโถมใส่เธออย่างดุเดือดมากขึ้นเท่านั้น
ปั่ก ปั่ก ปั่ก ปั่ก ปั่ก!!
ผ่านไปเกือบชั่วโมงบทเพลงรักแสนเร่าร้อนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลง เขายังคงต้องการเธอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเธอที่ถูกควบคุมนั้นพลังแทบหมดไป ใบหน้าสวยบัดนี้มีแต่คราบเหงื่อกาฬที่มันผุดขึ้นบนกรอบหน้า และเนื้อตัวของเธอ
เสียงตอกอัดสะโพกดังถี่ๆ บวกกับเสียงครางของทั้งที่คู่ดังเคล้าคลอกันไปพาทั้งคู่ดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์แสนวาบหวาม และในที่สุดเธอและเขาก็เดินทางมาถึงปลายทางกันเสียที
“อ๊าส์...” น้ำกามสีขาวขุ่นฉีดพ่นเข้าไปในร่องลึกเต็มแม็กซ์ ความอุ่นที่ฉีดเข้ามาในกายเธอมันทำให้เธอรู้สึกวูบวาบในช่องท้อง ก่อนที่มันจะไหลย้อนออกมาเลอะเต็มปากทางรักของเธอ
คนตัวเล็กที่ถูกดูดพลังไปจนหมดสิ้น ทำได้แค่หายใจหอบพะงาบๆ โน้มตัวไปกอดลำคอแล้วซบลงที่ไหล่เขา ทั้งเหนื่อย ทั้งเจ็บ แสบไปหมดจนไม่อยากขยับตัวไปไหนเลย ต่างจากเขาที่ยกยิ้มขึ้นมากับตัวเองด้วยความภูมิใจ ภูมิใจที่ได้เป็นคนแรกของเธอ ไม่คิดไม่ฝันเหมือนกันว่าจะได้เป็นคนแรกของใคร
เมื่อเห็นว่าเธอซบไหล่เขาเพื่อพักเหนื่อย เขาก็กอดรัดเอวเล็กเอาไว้ ลูบแผ่นหลังขาวเนียนที่ชื้นไปด้วยเหงื่อเบาๆ อย่างหลงใหล ใบหน้าหล่อยังคงซุกไซ้ ใช้ปลายจมูกลากไล้คลอเคลียสูดดมกลิ่นกายสาวด้วยความคลั่งไคล้
“เฟอร์...” เอ่ยเรียกชื่อคนบนตักที่ข้างใบหู ขบเม้มมันเบาๆ ทว่าท่าทีนิ่งๆ และเงียบไปมันทำให้เขาขมวดคิ้วมุ่นแล้วดันตัวเธอออกมาเพื่อมองคนตัวเล็กที่อยู่บนตักและใช่เธอหลับไปแล้ว หลับไปทั้งที่ท่อนลำของเขาก็ยังคงคาร่องของเธออยู่
“อะไรวะ...ว่าจะต่ออีกหน่อย...” สบถกับตัวเอง ก่อนที่จะรีบจัดการหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่ให้เธอ แล้วอุ้มขึ้นคอนโดไป
วันต่อมา...
เสียงก๊อกๆ แก๊กๆ ในตอนเช้าดังขึ้น ปลุกให้เจ้าของห้องตื่นขึ้นเพราะถูกรบกวน แต่พอลืมตาขึ้นมากลับเห็นเฟอร์แต่งตัวแล้วจะออกจากห้องไป
“จะรีบไปไหนแต่เช้า” ลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยท่าทีเมาขี้ตา จึงขยี้ตาแรงๆ หวังให้ความง่วงมลายหายไป พร้อมกับเอ่ยถามร่างเล็กที่ดูตึงๆ กับเขา แต่กลับไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากเธอ แถมยังเดินตรงไปยังประตูจะออกจากห้องท่าเดียวด้วย
หมับ!!
“เป็นไร...โกรธอะไรฉันเนี่ย” รีบลุกไปคว้าข้อมือเล็กแล้วดึงกลับมาเผชิญหน้ากับเขา
“ปล่อย...ฉันจะกลับแล้ว...” บิดข้อมือออกแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง โดยที่ไม่ยอมมองหน้าเขา
“เฟอร์!! เป็นอะไร” ก็ไม่เข้าใจทำไมตัวเองต้องดูกระวนกระวายใจด้วย ที่เธอไม่โวยวายใส่แบบนี้ แล้วยิ่งเธอเย็นชาใส่เขา มันก็ยิ่งกระสับกระส่ายอยู่ไม่เป็นสุข
“บอกให้ปล่อยไง ฟังไม่รู้เรื่องเหรอ!!” ตะคอกใส่เสียงดังแล้วยกมือขึ้นผลักร่างเขาออก
หมับ!!
“ก็ตอบมาว่าเป็นไร...” พุ่งเข้าไปกอดร่างเธอเอาไว้แน่น ไม่ยอมให้เธอหนีออกจากห้อง ซ้ำยังปิดประตูดักเธอเอาไว้ จากนั้นก็อุ้มคนตัวเล็กเข้าห้องนอนไป
ฟุ่บ!!
“เป็นอะไรก็พูดดิ อย่าเงียบ...ไม่ชอบ” เคล้นถามเสียงดุ แล้วโยนร่างเล็กลงเตียงไป
“ฉันโกรธ...ฉันเกลียด...ฉันเกลียดนายเข้าใจไหม!!...” ตอบกลับเสียงดัง แล้วมองหน้าเขาด้วยความเกรี้ยวกราด “ฮึก...ฉันโกรธ...ที่นายโกหกฉัน...โกรธที่นายเอามันไปโดยที่ฉันก็ไม่เคยเต็มใจ”
“เดี๋ยวนะ...ก่อนที่จะรู้ความจริงเธอก็เคลิ้มหรือเปล่า...ไม่เต็มใจอะไร...แล้วฉันเป็นคนแรก...มันน่าผิดหวังมากเลยหรือไง”
“ผิดหวังสิ นายไม่ใช่สเปคฉันเลย...คนแรกของฉัน...ก็ควรเป็นคนที่ฉันเลือกเองหรือเปล่า”
“แล้วเป็นฉันมันไม่ดีตรงไหน สเปคของเธอมันเป็นแบบไหนวะอยากรู้ ถึงได้ตั้งแง่กับฉันนัก” โคตรโมโหเลย ทำไมต้องโวยวายขนาดนั้นด้วย แล้วเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะเธอเองหรือเปล่า เป็นเธอตั้งแต่แรกหรือเปล่าที่เข้ามาเอง เขาผิดซะที่ไหน
“ไม่ใช่แบบนายก็แล้วกัน” สะบัดหน้าหนี ไม่ยอมมองหน้าเขา เธอยังฝังใจ ยังคงตัดใจจากรักแรกของเธอไม่ได้ ขนาดเขามีครอบครัวไปแล้ว เธอก็ยังตัดใจจากเขาไม่ได้สักที
“หึ...ระวังเกลียดอะไรแล้วได้อย่างนั้นก็แล้วกัน”
“ฉันกลับได้หรือยัง” ไม่สนใจคำพูดประชดประชันของเขา แต่กลับถามขึ้นอีกครั้ง
“จะไปส่ง...รอก่อน...” พูดจบก็ตึงตังเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวด้วยความหัวเสีย ก็ดีที่ออกมาแล้วยังเห็นเธอนั่งรออยู่ นึกว่าจะทำให้หงุดหงิดด้วยการหนีออกไปอีก
“จอดตรงนี้แหละ...ไม่ต้องขึ้นไปส่ง...เดี๋ยวเฮียเห็น...”
“เห็นแล้วจะทำไม...” ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เพราะทันทีที่จอดรถที่หน้าคอนโดเธอ เขาก็ปลดเข็มขัดนิรภัยออกแล้วเดินตามเธอขึ้นไปยังคอนโด
“ก็บอกว่าไม่ต้องตามมาไง ฟังไม่รู้เรื่องเหรอ”
“ไม่รู้เรื่อง แล้วก็จะไป...” ลอยหน้าลอยตาแล้วเดินตามเธอเข้าลิฟต์ไป แถมยังหน้ามึนเดินไปยืนเบียดเธอทั้งที่พื้นที่ในลิฟต์ก็โคตรจะเยอะ แล้วลิฟต์ก็โล่งมากมีเพียงแค่เขาและเธอเท่านั้นที่เข้าห้องโดยสารมา
“จะมาเบียดทำไม ถอยไปเลยนะ” ดันตัวเขาออกห่างแล้วขยับไปอยู่ที่มุมลิฟต์ พะพายยิ่งเห็นว่าเธอพยายามหนีก็ไม่สะทกสะท้าน ยังคงขยับเข้าไปเบียดเธอเช่นเคย จนเธอเริ่มรำคาญ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะคนกวนประสาทแบบเขาไม่ว่าจะหนีแค่ไหน เขาก็ยังทำตัวหน้าด้านหน้าทนอยู่ดี
ครืด!!!
“เฟอร์!!”
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า







![[Bad Boy’s Heart] โคตรพลาดที่ทิ้งเธอ](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)