LOGIN@เกาะเสม็ด
“เอ้อ...วิวดีจริงๆ เลย...อาเจีย...พาน้องไปเดินเล่นสิไป” จินชงลูกชายให้มีmomentอยู่กับว่าที่ลูกสะใภ้สองต่อสอง จะได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น
“ป๊าก็ว่าดีนะเฟอร์...ไปเดินเล่นชมบรรยากาศก็ดีนะ...เรียนเหนื่อยๆ ...จะได้ผ่อนคลาย” ฟงเสริมอีกเสียง ซึ่งเธอก็เงยหน้าไปมองเจียที่ส่งยิ้มแป้นให้เธอ บวกกับถูกผู้ใหญ่เชียร์ขนาดนี้ก็เลยขัดไม่ได้
“ไปสิอาเจีย พาน้องไปเดินเล่น...เดี๋ยวกลับมาพวกป๊าจะเตรียมมื้อค่ำรอ” ด้วยเพราะเดินทางมาถึงที่พักก็บ่ายแก่ค่อนไปเย็นแล้ว และบรรยากาศเวลานี้ก็นับว่าดีมากๆ ซึ่งแน่นอนว่าตลอดการเดินเล่นของเธอ ก็จะมีพะพายคอยจับตามองอยู่ไม่ห่าง
“ที่มหาลัยเรียนหนักไหมครับ...” เจียเอ่ยถามเพื่อทำลายความเงียบลง ขณะที่สองขาก็ก้าวเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ
“เอ่อ...ก็...นิดหน่อยค่ะ”
“อีกไม่กี่เดือนก็จบแล้วใช่ไหม จบเดือนไหนครับ”
“เฟอร์ยังไม่รู้เลยว่าเฟอร์จะจบไหม...เหลือตั้งเทอมหนึ่ง...ไม่กล้าพูดไปก่อน เดี๋ยวถ้าเกิดไม่จบขึ้นมาจะหน้าแตกเอา”
“ต้องจบอยู่แล้วครับ เชื่อเฮียนะ แล้ว...ถ้าจบแล้ว...เฟอร์มีความคิดเรื่องอนาคตยังไง” มาถามคำถามจริงจังแบบนี้ใครจะไปตอบได้ล่ะเนี่ย ชีวิตนี้เธอไม่เคยคิดหรือวางแผนอนาคตตัวเองไว้เลยด้วยซ้ำ
“เฟอร์ไม่รู้เลยค่ะ เฟอร์ตามใจป๊า” ตอบด้วยรอยยิ้มแห้งๆ สองขาก้าวเดินไปตามหาดทรายสีขาวละเอียด น้ำทะเลสีฟ้าใสมองเห็นพื้นทราย ประกอบกับเบื้องหน้า ที่กำลังมีพระอาทิตย์เตรียมจะลาลับขอบฟ้า หากข้างกายเธอตรงนี้ เป็นพะพาย...ก็คงจะดี อยู่ๆ แวบหนึ่งในหัวของเธอก็มีความคิดนั้นเกิดขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเขินๆ ที่เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
ติ้ง!!
พะพาย : ยิ้มอะไร มีใจให้มันหรือไง
แทบหุบยิ้ม เมื่อได้รับข้อความจากผู้ชายที่ทำให้เธอเผลอยิ้มเมื่อครู่ ไอ้บ้า ฉันเผลอยิ้มกับนายย่ะ ไม่ได้ยิ้มมีใจให้เฮียเจียสักหน่อย เธอก่นด่าเขาในใจแล้วรัวนิ้วตอบข้อความกลับไป
เฟอร์ : ก็บรรยากาศดี แถมโรแมนติกสุดๆ
พะพาย : เดินห่างๆ กันด้วย จะสิงกันอยู่แล้ว
เฟอร์ : ห่างมากไม่ได้ ป๊ากับแป๊ะจะสงสัย
พะพาย : ฉันหวง ห่างอีกหน่อย
และนั่นคือข้อความที่ทำให้เฟอร์อดยิ้มออกมาไม่ได้จริงๆ มันเขินจริงๆ นะ แม้ว่านั่นจะเป็นประโยคที่ดูห้วนไปหน่อยก็เถอะ เรียกได้ว่าทุกประโยคที่เขาพิมพ์มามันมีเสียง รุ้เลยว่าถ้าพิมพ์มาแบบนี้น้ำเสียงของเขาจะเป็นแบบไหน
ตลอดที่เดินไปกับเจีย เขาก็ลอบมองเธอที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับเครื่องสี่เหลี่ยมนั้นแทบตลอดเวลา พร้อมกับความคิดในหัวที่ผุดเข้ามาว่า ใครกันที่ทำให้เธอยิ้มกว้างได้ขนาดนี้ ทั้งที่อยู่ข้างเขาแท้ๆ ทำไมถึงได้มอบรอยยิ้มนั้นให้เจ้าของข้อความ ทำไมคนคนนั้นถึงโชคดีจัง เจียคิดแล้วก็อดที่จะน้อยใจไม่ได้
หมับ!!
“อ๊ะ...เฮียทำอะไรคะ” เฟอร์ร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่ออยู่ๆ ก็ถูกเจียคว้ามือเธอไปจับเอาไว้ แต่พอเธอจะสะบัดออก เพราะกลัวว่าพะพายเห็นเข้าจะหงุดหงิด แต่ก็ต้องหยุดความคิดลงเมื่อเจียปรายตาไปทางด้านหลัง ที่มีพ่อของเขาและพ่อของเธอนั้นคอยเดินตามมาเก็บภาพของทั้งคู่
“เฟอร์รู้ใช่ไหมว่าป๊าเราสองคนคิดอะไรอยู่”
“ค่ะ...”
“งั้น...ช่วยทำให้ป๊าเรา...สมใจก่อนได้ไหม” เจียกล่าว จนสุดท้ายเธอก็จำยอม ปล่อยให้เจียเดินจับมือเธอไปจนถึงสุดหาด
และนับตั้งแต่วินาทีนั้นเสียงข้อความจากเครื่องสี่เหลี่ยมของเธอก็เด้งเข้ามาไม่หยุด แล้วเธอก็รู้ชะตากรรมของตัวเองว่าหลังจากนี้จะต้องเจออะไร โชคดีหน่อยที่เขาไม่เข้ามาโวยวาย คงจะเห็นว่าพ่อของเธอคิดจะทำอะไรแน่ๆ ไม่งั้นหากตรงนี้มีเธอกับเจียแค่สองคน เธอคิดว่าเจียคงได้ไปลอยอืดเป็นผีทะเลด้วยน้ำมือของพะพายแล้วล่ะ
“น้องเฟอร์ครับ...”
“คะ?...”
“น้องเฟอร์...เอ่อ...มีคนในใจแล้วหรือยังครับ” เป็นคำถามที่ยากจะตอบจริงๆ เธอไม่รู้เลยว่าหากพูดความจริงออกไป เจียจะเอาไปบอกพ่อเธอหรือเปล่า แล้วพ่อเธอจะปลื้มไหมหากรู้ความจริง
“คือ...”
“บอกความจริงเถอะครับ...เฮียไม่บอกป๊าหรอก” ราวกับว่าเจียจะรู้ความคิดของเธอเลยเอ่ยดักทางไว้
“...ไม่เชิงว่ามีแล้วค่ะ...แค่กำลังคุยๆ กันอยู่”
“อ๋อ...งั้นก็แปลว่าตอนนี้...เฮียก็มีสิทธิ์ใช่ไหม”
“เฮียเจียหมายความว่ายังไงคะ” ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเจียจะสื่ออะไร แต่เธอก็เลือกที่จะถามเพื่อความชัดเจน
“เฮียขอพูดตรงๆ เลยนะ เพราะไหนๆ อนาคตเราก็อาจจะต้องเป็นทองแผ่นเดียวกัน”
“...”
“เฮียชอบน้องเฟอร์...แล้วที่เฮียไปเรียนหมอ...ก็เพราะน้องเฟอร์”
“ฮะ...เฮีย...” ถึงกับประหลาดใจ เมื่อความจริงเปิดเผย เธอไม่รู้เลยว่าเขาทำเพื่อเธอ ตอนที่เธอบอกว่าชอบหมอตอนนั้นผู้ชายที่เธอสนใจคือปลาบปลื้มต่างหาก เธอต้องการแค่ปลาบปลื้มคนเดียว ใครจะไปคิดว่าเขาจะบ้าจี้เรียนมันเพื่อเอาใจเธอ
“ลองพิจารณาเฮียอีกสักคนได้ไหมครับ...หรือเฟอร์ต้องการอยากให้เฮียเป็นอะไร...เฮียพร้อมยอมเฟอร์หมดเลยนะ”
“เฮียเจีย...ไม่ต้องทำเพื่อเฟอร์ขนาดนั้นก็ได้ค่ะ...เฮียทำตามที่ตัวเองต้องการเลย”
“ก็ถ้าสิ่งที่เฟอร์ต้องการ เฮียก็พร้อมจะทำ...”
“อึก...คือ...” ร่างเล็กถึงกับลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความลำบากใจ จากที่จะมาเดินรับลมคลายเครียด บัดนี้กลับเครียดหนักเข้ากว่าเดิม ทั้งสายตาที่เขาเว้าวอนหวังให้เธอเปิดใจรับ ทั้งความกดดันจากป๊าที่แอบมองอยู่ไกลๆ และสายตาของพะพายที่ก็อยู่ไม่ไกลเธอเช่นกัน ไม่พอเพียงเท่านั้นเสียงข้อความของเธอก็ยังดังไม่หยุด “เฟอร์ว่า...นี่ก็เย็นมากแล้ว...เราเข้าไปทานอาหารกันเถอะค่ะ เดี๋ยวผู้ใหญ่จะรอนาน” แล้วเธอก็รีบตัดบท พร้อมกับก้าวเท้าเดินกลับไปยังที่พักทันที
ติ้ง!!
พะพาย : รอที่ห้องพักDแต่หม888
เฟอร์ : ไปตอนนี้ไม่ได้
พะพาย : เค งั้นเดี๋ยวฉันไปหาเอง
เฟอร์ : ไม่ได้นะ
เฟอร์ : เออรออยู่นั่นแหละเดี๋ยวไปหา
“ม๊าคะ...เดี๋ยว...ทานกันไปก่อนเลยนะคะ...เฟอร์ขอไปอาบน้ำก่อน รู้สึกเจอลมทะเลแล้วเหนียวตัว ไม่ค่อยสบายตัวเลยค่ะ” ร่างเล็กเอ่ยบอกผู้เป็นแม่ และหวังให้คนอื่นๆ เข้าใจเธอด้วย
“ได้เลยจ้ะ เดี๋ยวม๊าย่างอาหารทะเลรอนะ ส่วนเฮียกับเพื่อนๆ ไปนั่งรอเลยทางนี้เดี๋ยวจัดการให้”
“ฝากด้วยนะอาจิง” ฟงกล่าวกับภรรยาแล้วเดินถือแก้วเบียร์ไปนั่งดื่มกับเพื่อน โดยไม่คิดจะติดใจอะไร เพราะมื้ออาหารวันนี้เป็นแบบฟรีสไตล์ปิ้งย่างกัน เลยต่างคนต่างกิน
แต่เจียนี่สิ แอบตงิดใจว่าเฟอร์อาจจะไม่ได้ไปแค่อาบน้ำ เธอดูมีลับลมคมใน ราวกับกำลังนัดใครบางคนเอาไว้มากกว่า ถึงอย่างไรก็เถอะเขาก็เลือกที่จะปิดหูปิดตาไม่สนใจว่าเธอจะทำอะไร ทั้งที่อีกใจก็รู้อยู่แล้วว่าไม่ควรไปเสี่ยง เขาได้เปรียบแค่เรื่องครอบครัวถูกใจ แต่อีกคนได้เปรียบเพราะดันได้ใจเธอไปเต็มๆ
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า
1อาทิตย์ต่อมา...“ม๊าคะ...วันนี้มีอะไรทานบ้างคะ” ร่างเล็กในชุดเดรสสีหวานเดินลงมาถามหาอาหารกับแม่ ในช่วงสายของวัน“ข้าวผัดกุ้งจ้ะ...แล้วนี่จะไปไหน...” เอ่ยตอบ ก่อนที่จะถามกลับเมื่อเห็นว่าลูกสาวไม่ได้อยู่ในชุดนอนอย่างเช่นทุกวันช่วงหลังๆ มานี้ เวลาที่เธออยู่บ้านเธอก็มักจะใส่ชุดนอนทั้งวัน ถ้าวันไหนไม่
จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งรอ แต่ระหว่างที่รอก็นั่นหยอกเย้ากันอยู่ที่โซฟา ผลัดกันดูคลิปตลก หัวเราะคิกคักกันอย่างมีความสุข ราวกับไม่เคยผ่านความทุกข์ใจมาเลย“พะพาย...ดูนี่ดิ...คิคิ...ตลกเนอะ” คนตัวเล็กที่นอนหนุนตักแฟนหนุ่มอยู่ยื่นมือถือให้เขาดู แล้วระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมกัน รอยยิ้ม แววตาที่เปล่งประกายความส
พรึ่บ!มือที่กุมกันอยู่ก่อนหน้านั้นรีบปล่อยออกจากกัน และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ฟงเห็นหน้าพะพายชัดเจน“ไอ้หนุ่มนี่มัน...” ฟงเอ่ยขึ้นเมื่อรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาพะพาย “ลูกไอ้ฝุ่นวันนั้นใช่ไหม?”“อุ๊ย...สวัสดีครับป๊า...เจอกันซะแล้วนะครับ”“นี่แกอย่าบอกนะว่า...เป็นแฟนลูกฉันน่ะ”“ครับคุณป๊า...ผมขอแนะนำตัว
“ถึงแล้ว...” หลังจากที่นั่งรถมาเกือบ20นาที พะพายก็เอ่ยขึ้น พร้อมกับดึงเบรกมือขึ้น ตามด้วยปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธอและเขา จากนั้นก็กำชับเธอว่าอย่าเพิ่งเอาผ้าปิดตาออกส่วนเขาก็รีบลงจากรถ อ้อมไปเปิดประตูให้เธอ แล้วดึงแขนเธอออกมาจากรถ โดยใช้มือบังศีรษะของเธอเอาไว้เพราะกลัวว่าหัวเธอจะชน ทุกอย่างที่เขาตั้งใ







