Home / LGBTQ+ / ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด / อายุน้อย แต่ร้อยประสบการณ์ บทที่2

Share

อายุน้อย แต่ร้อยประสบการณ์ บทที่2

last update publish date: 2026-08-25 15:09:08

บทที่2

อายุน้อยแต่ร้อยประสบการณ์

เครื่องยนต์ยังคงคำรามต่อเนื่องความเร็วทะยานผ่านหนึ่งร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ ลมปะทะหมวกกันน็อกอย่างรุนแรง

นักแข่งทุกคนก้มหมอบแนบถังน้ำมันเพื่อลดแรงต้านอากาศ หน้าอกแทบแนบกับถัง ศีรษะก้มต่ำจนชิลด์หมวกเกือบชิดกระจกหน้า

มือทั้งสองนิ่งสนิทไม่มีอาการเกร็ง ราวกับร่างกายกับบิ๊กไบค์หลอมรวมเป็นสิ่งเดียวกัน...ทางตรงแรกกำลังจะสิ้นสุดเบื้องหน้าคือโค้งขวาที่ขึ้นชื่อที่สุดของสนามโค้งกว้าง...แต่หลอกตานักแข่งมือใหม่หลายคนมักเบรกเร็วเกินไป ทำให้เสียจังหวะตั้งแต่โค้งแรก

แต่คืนนี้...ไม่มีใครคิดจะยอมรถสีดำด้านที่ออกตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบยังคงรักษาตำแหน่งด้านหน้าเอาไว้เสียงเครื่องยนต์ของมันหนักแน่น สม่ำเสมอไม่มีการเร่งแบบกระชาก ทุกอย่างถูกควบคุมอย่างแม่นยำ

ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร บิ๊กไบค์สีขาวยังคงเกาะท้ายอย่างเงียบ ๆ

ไม่เร่งแซงไม่เปิดเกม เพียงรักษาระยะห่างเอาไว้ราวกับกำลังรอเวลา

...

"มันจะเบรกตรงไหน..."

ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่หน้าแบริเออร์พึมพำเบา ๆทุกคนรู้ดีโค้งนี้คือจุดวัดใจใครเบรกช้า...ได้เปรียบแต่ถ้าช้าเกินไป...จบเห่ระยะห่างเหลือเพียง...

หนึ่งร้อยเมตร

เก้าสิบ...

แปดสิบ...

เจ็ดสิบ...

รถหลายคันเริ่มแตะเบรกหน้าไฟท้ายสีแดงสว่างวาบขึ้นเรียงกันแต่...

บิ๊กไบค์สีดำด้านยังไม่แตะเบรกเช่นเดียวกับบิ๊กไบค์สีขาว

"ยังไม่เบรกอีกเหรอ!" เสียงอุทานดังขึ้นจากคนดู

หกสิบเมตร...

ห้าสิบ...

สี่สิบ...

สามสิบ...

ฟืดดด! เสียงยางหน้าครูดเบา ๆนักแข่งทั้งสองเลือกเบรกช้ากว่าทุกคน แรงเบรกมหาศาลกดให้โช้กหน้ายุบลงน้ำหนักตัวถ่ายไปด้านหน้าอย่างพอดีก่อนจะปล่อยเบรกอย่างนุ่มนวล แล้วเอียงรถเข้าโค้งแทบพร้อมกัน

เข่าข้างขวาค่อย ๆ กางออก แผ่น Knee Slider แตะพื้นแอสฟัลต์

ครืดดดด...

เสียงเสียดสีเบา ๆ ดังขึ้นรถทั้งสองเอียงจนแทบขนานกับพื้น คนดูหลายคนเผลอเอียงตัวตามโดยไม่รู้ตัว บางคนถึงกับยกขาขึ้นเล็กน้อย

เหมือนตัวเองกำลังเข้าโค้งอยู่บนรถคันนั้น

"โคตรสวย..."

ใครบางคนหลุดปากออกมา ทั้งสองคันยังคงรักษาไลน์แข่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีอาการท้ายปัดไม่มีล้อฟรี ทันทีที่ผ่านจุด Apex...ข้อมือขวาทั้งคู่ค่อย ๆ เปิดคันเร่ง

ไม่เร็วเกินไป...ไม่ช้าเกินไป...แรงม้ากว่าร้อยตัวถูกส่งลงล้อหลังอย่างนุ่มนวล บิ๊กไบค์ทั้งสองคันพุ่งออกจากโค้งราวกับถูกดีดออกจากหนังสติ๊ก

แต่ในจังหวะนั้นเอง...บิ๊กไบค์สีขาวกลับอาศัยแรงดูดลมจากคันหน้า ขยับออกด้านซ้ายเพียงครึ่งคันรถ ผู้ชมทั้งสนามลุกขึ้นยืนแทบพร้อมกัน

"มันจะแซง!"เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องไปทั่วสนาม...

แรงสั่นสะเทือนจากบิ๊กไบค์ทั้งสิบสองคันทำให้แบริเออร์เหล็กสั่นเป็นระยะ เสียงเชียร์ของผู้ชมถูกกลืนหายไปกับเสียงรอบเครื่องที่กำลังไต่สูงขึ้นเรื่อย ๆ บิ๊กไบค์สีดำด้านยังคงนำอยู่เพียงครึ่งคันรถ ส่วนบิ๊กไบค์สีขาวไม่คิดเร่งแซงทันที กลับเลือกหมอบต่ำลงกว่าเดิม หน้าอกแนบสนิทกับถังน้ำมัน ข้อศอกทั้งสองแนบลำตัวปล่อยให้กระแสลมไหลผ่านหมวกกันน็อกอย่างลื่นไหลที่สุด

"...มันกำลังดูดลม"ชายวัยกลางคนที่ยืนเกาะรั้วเหล็กพูดขึ้นเบา ๆ

นักแข่งที่อยู่ด้านหลัง หากขี่ตามแนวลมของคันหน้า จะลดแรงต้านอากาศได้มากกว่าปกติ และเมื่อถึงจังหวะเหมาะสม เพียงขยับออกด้านข้าง ความเร็วที่สะสมไว้จะช่วยให้แซงได้ในเสี้ยววินาที แต่วิธีนี้...

ต้องอาศัยความแม่นยำอย่างมากเพราะ หากคำนวณผิดเพียงนิดเดียว

ล้อหน้าจะชนล้อหลังของคันที่นำทันที ... ทางตรงช่วงแรกผ่านไปอย่างรวดเร็วปลายสนามคือโค้งซ้ายต่อเนื่องกับโค้งขวา รูปตัวเอสเป็นโค้งที่นักแข่งหลายคนเกลียดที่สุด เพราะต้องเปลี่ยนองศาการเอียงรถภายในเวลาไม่กี่วินาที รถหลายคันเริ่มยกคันเร่ง แต่... สองคันด้านหน้ายังไม่มีใครยอมเสียงเครื่องยนต์แผดร้องจนแทบทะลุแก้วหู เข็มวัดรอบกวาดขึ้นเกือบสุดหน้าปัด

แชะ! เสียงเปลี่ยนเกียร์ดังขึ้นอีกครั้ง บิ๊กไบค์สีดำพุ่งเข้าโค้งก่อนเพียงเสี้ยววินาที ร่างของนักแข่งห้อยออกด้านซ้าย หัวเข่าเฉียดพื้น ก่อนจะดันตัวกลับทันทีเพื่อเปลี่ยนไปเข้าโค้งขวา จังหวะทุกอย่างต่อเนื่องราวกับร่างกายไม่มีข้อต่อ ขณะเดียวกัน...บิ๊กไบค์สีขาวกลับเลือกไลน์ที่ต่างออกไป แทนที่จะตามคันหน้า เจ้าของรถกลับตัดเข้าไลน์แคบกว่าเดิม คนดูหลายคนถึงกับสูดลมหายใจ

"เฮ้ย...!"

"ช่องนั้นมันแคบเกิน!"

หากพลาด...รถจะหลุดออกนอกไลน์ทันที แต่บิ๊กไบค์สีขาวกลับเอียงลงอีกนิด อีกนิด...จนแผ่นรองเข่าครูดพื้นแอสฟัลต์เกิดประกายไฟสีส้มวาบ

ครืดดดดด... เสียงเสียดสีดังยาว ก่อนเจ้าของรถจะเปิดคันเร่งออกจากโค้งเร็วกว่าคันนำเพียงเสี้ยววินาที ล้อหลังหมุนฟรีเล็กน้อย ท้ายรถสะบัดออกด้านข้างเพียงนิดเดียว แต่กลับถูกควบคุมไว้ได้อย่างน่าทึ่ง

"สุดยอด..."

ชายคนเดิมเผลอพึมพำ นักแข่งทั่วไปคงรีบปิดคันเร่งเพื่อประคองรถ

แต่คนนี้กลับใช้เพียงปลายนิ้วปรับน้ำหนักคันเร่ง ก่อนให้ล้อหลังกลับมายึดเกาะพื้นอีกครั้ง ไม่มีอาการตกใจ ไม่มีความลังเล เหมือนเหตุการณ์ทั้งหมด...อยู่ในการคำนวณตั้งแต่แรก เพียงพริบตาเดียว จากที่ตามอยู่ครึ่งคันรถ บิ๊กไบค์สีขาวก็ขึ้นมาอยู่เคียงข้าง เสียงเชียร์ดังสนั่นสนาม

"แซงเลย!"

"อย่ายอม!"

"เอาอีก!"

นักแข่งทั้งสองหันหมวกกันน็อกมองกันเพียงเสี้ยววินาที ไม่มีคำพูด ไม่มีท่าทางยั่วยุ แต่สายตาที่ซ่อนอยู่หลังชิลด์สีเข้มกลับเหมือนกำลังบอกอีกฝ่ายว่า

"ฉันยังไม่แพ้"

ทั้งสองบิดคันเร่งพร้อมกัน เครื่องยนต์คำรามกึกก้อง ล้อทั้งสองคันหมุนตีคู่กันบนทางตรงราวกับไม่มีใครยอมปล่อยให้อีกฝ่ายขึ้นนำ ด้านหลัง... นักแข่งที่เหลือเริ่มถูกทิ้งระยะห่างออกไปเรื่อย ๆ การแข่งขันครั้งนี้... ดูเหมือนจะไม่ใช่การแข่งของสิบสองคนอีกต่อไป แต่เป็นศึกของนักบิดสองคน... ที่ไม่มีใครยอมแพ้กันแม้แต่เสี้ยววินาที และนี่...เป็นเพียงรอบแรกเท่านั้นรอบสุดท้าย...เสียงไซเรนสั้น ๆ ดังขึ้นเหนือสนาม หวีดดด!

"รอบสุดท้ายแล้ว!"

เสียงพิธีกรตะโกนผ่านลำโพงจนคนดูทั้งสนามลุกขึ้นยืนแทบพร้อมกัน ไม่มีใครนั่งอยู่กับที่อีกต่อไป ทุกสายตาจับจ้องไปยังบิ๊กไบค์สองคันที่กำลังไล่บี้กันชนิดหายใจรดท้ายรถ ห่างกันไม่ถึงครึ่งช่วงล้อ คันหนึ่งสีดำด้าน... อีกคันสีขาว ผลัดกันนำ...ผลัดกันตาม ตลอดสามรอบที่ผ่านมา

ไม่มีใครยอมใคร ไม่มีใครพลาดแม้แต่นิดเดียว

"...แบบนี้แหละถึงเรียกว่านักแข่ง"

ชายวัยกลางคนที่ติดตามสนามแห่งนี้มานานยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ เขาไม่รู้ว่าคนบนรถเป็นใคร แต่รู้เพียงอย่างเดียว...ทั้งสองคนเกิดมาเพื่อสนามแข่ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   ครอบครัวของนักบิด

    ค่ำคืนยามฤดูหนาว ลมเย็นพัดผ่านยอดไม้ภายนอกบ้านริมน้ำหลังใหญ่ แสงไฟสีส้มนวลตาจากเตาผิงจำลองสาดส่องสร้างความอบอุ่นภายในห้องรับแขก บนโซฟาเบาะนุ่มตัวยาว คมในวัยสามสิบกลางๆ ที่ดูหล่อคมเข้มและดูมีภูมิฐาน นั่งซ้อนหลังโอบกอดดาวตกไว้ในอ้อมแขน​ทว่าตรงหน้าของทั้งสอง กลับมีเด็กน้อยสองคนกำลังนั่งตาแป๋วอยู่บนเสื่อโยคะหนานุ่ม...​คนแรกคือ 'ไทเกอร์' (คมกริช) เด็กชายวัย 5 ขวบ ใบหน้าถอดแบบคมมาเป๊ะๆ ทั้งดวงตาคมเข้มและรอยยิ้มมั่นใจ สวมชุดนอนลายมอเตอร์สปอร์ต ในมือถือรถบิ๊กไบค์ย่อส่วนคันโปรดไว้แน่น ส่วนอีกคนคือ 'เมดาว' (ดาวประดับ) เด็กหญิงวัย 4ขวบ หน้าตาถอดแบบดาวตกมาอย่างกับแกะ นัยน์ตาสุกใส แป๋วแหวว น่ารักน่าเอ็นดู สวมชุดกระโปรงกระต่ายน้อยนุ่มฟู​"ปะป๊าคมครับ! หม่าม๊าดาวตกครับ! เล่านิทานก่อนนอนให้ฟังหน่อยสิครับ!" ไทเกอร์เอ่ยขึ้นพร้อมยื่นรถโมเดลชูขึ้นสูง "เอาเรื่องจริงของปะป๊ากับหม่าม๊านะครับ เรื่องที่ปะป๊าแข่งรถแล้วปะป๊าเป็นฮีโร่ขี่บิ๊กไบค์สุดเท่น่ะครับ!"​"ใช่ค่ะ! น้องเมอยากฟังเรื่องตอนที่หม่าม๊าช่วยปะป๊าซ่อมรถด้วยค่ะ!" เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยเสียงแจ๋วๆ ปรบมือร่า​ดาวตกหัวใจฟองโต ยิ้มหั

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   บันทึกจากคมและดาวตก1

    ท้องฟ้าชายหาดหัวหินยามเย็นถูกฉาบทาด้วยสีส้มอมชมพูสวยงาม เสียงคลื่นทะเลซัดซ่าเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะนุ่มนวล ลมทะเลพัดเอากลิ่นไอความสดชื่นและเสียงหัวเราะอบอุ่นสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณงานแต่งงานริมหาดทรายขาว ​ซุ้มดอกไม้สีขาวสลับชมพูประดับประดาอย่างประณีตเรียบหรู ทางเดินทอดยาวลงสู่เวทีเล็กๆ หน้าหาด บนอัฒจันทร์ไม้แขกเหรื่อคนสำคัญและแก๊งเพื่อนๆ นั่งกันพร้อมหน้า น่านฟ้าและทิวทัดในชุดสูทสากลนั่งอยู่แถวหน้าด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมใจ ข้างๆ กันคือสายน้ำและอาตี๋ที่กุมมือกันแน่น ส่วนมาร์ค เฌอ และสิงโต อยู่ในชุดเพื่อนเจ้าบ่าวสุดเท่ คอยส่งเสียงแซวเป็นระยะ ​บนเวที คม ยืนรออยู่ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มตัดเย็บพิถีพิถัน ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและสายตาที่จับจ้องไปยังต้นทางเดิน ​ทันใดนั้น เสียงดนตรีอะคูสติกบรรเลงเพลงรักนุ่มนวลก็ดังขึ้น ดาวตกในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ เดินก้าวเข้าสู่งาน ใบหน้าหวานฉายรอยยิ้มเขินอายทว่างดงามดั่งดาวดวงน้อยที่ส่องสว่าง ทุกสายตาจับจ้องมาที่เด็กหนุ่มด้วยความซาบซึ้งใจ ​เมื่อดาวตกเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าคม คมยื่นมือหนาไปรับมือเรียวของคนรักมากระช

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   เส้นทางสุดท้าย

    ค่ำคืนหลังจากพิธีมอบถ้วยรางวัลฉลองชัยชนะ คมพาดาวตกขับรถบิ๊กไบค์ขึ้นมายังจุดชมวิวบนยอดเขาที่สามารถมองเห็นแสงไฟของเมืองใหญ่และสนามแข่ง 'K&D CIRCUIT' ได้ทั่วทั้งบริเวณ ลมยามค่ำคืนพัดเย็นสบาย ผิวฟ้ามืดมิดสะพรั่งไปด้วยดวงดาวส่องประกายระยิบระยับ ​ทั้งสองนั่งอยู่บนเบาะรถบิ๊กไบค์ที่จอดนิ่ง ดาวตกเอนหลังซบลงกับอกแผ่นกว้างของคม คมโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนอบอุ่น ​"สวยจังเลยนะครับพี่คม... ดาวบนฟ้าคืนนี้สว่างมากเลย" ดาวตกแหงนหน้ามองท้องฟ้า นัยน์ตาสะท้อนแสงดาว ​"แต่สำหรับฉัน... ดาวที่สวยและสว่างที่สุด ไม่ได้อยู่บนฟ้าหรอกนะ" คมเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล ​ดาวตกเอียงคอมอง "แล้วอยู่ไหนเหรอครับ?" ​"ก็อยู่ในอ้อมกอดของฉันตอนนี้ไง..." คมยิ้มหวาน ยื่นมือไปกุมมือเรียวของดาวตกไว้ แล้วค่อยๆ ถอดแหวนทองคำขาวเรียบหรูวงหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ต ​ดาวตกตาโต หัวใจเต้นตึกตัก "พี่คม... นี่มัน..." ​คมสบตาดาวตกด้วยความลึกซึ้งและจริงจังที่สุดในชีวิต "ดาวตกครับ... ผ่านเรื่องราวร้ายๆ ผ่านมรสุมและอันตรายมามากมาย นายคือคนที่อยู่เคียงข้างฉันเสมอ เป็นก

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   สัญญาญเตือน

    เช้าวันแข่งขันรอบปฐมทัศน์ 'K&D CIRCUIT GRAND OPENING' บรรยากาศในสนามแข่งคึกคักและยิ่งใหญ่กว่าวันเปิดตัว อัฒจันทร์เต็มไปด้วยผู้ชมและแฟนคลับกีฬามอเตอร์สปอร์ตนับหมื่นคน เสียงดนตรีและเสียงโฆษกบรรยายงานดังกระหึ่มก้องไปทั่วบริเวณ ​บริเวณพิทเลนและห้องเก็บรถ ทีมงานสตาฟฟ์วิ่งวุ่นเตรียมความพร้อม คมในชุดเสื้อแจ็กเก็ตทีมสีดำสุดเท่ ยืนคุมงานร่วมกับสายน้ำและทิวทัด โดยมีทีมการ์ดคอยสอดส่องดูแลความปลอดภัยอย่างแน่นหนา ​ดาวตกในชุดช่างเครื่องยนต์กำลังง่วนอยู่กับการใช้เครื่องมือสแกนตรวจเช็กระบบอิเล็กทรอนิกส์ของรถบิ๊กไบค์คันประธานที่จะใช้โชว์ขี่เปิดสนาม โดยมีมาร์คคอยช่วยยกอุปกรณ์ ​ขณะที่ดาวตกรอบตรวจเช็กรถอยู่นั้นเอง สตาฟฟ์ชายคนหนึ่งสวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า ก็เดินถือกระเป๋าเครื่องมือเข้ามาใกล้รถบิ๊กไบค์คันที่ดาวตกกำลังทำงานอยู่ ​"น้องครับ... ช่างใหญ่ให้เอาสายน้ำมันสำรองมาเปลี่ยนครับ" สตาฟฟ์ปริศนาเอ่ยเสียงห้าวต่ำ ​ดาวตกขมวดคิ้ว หันไปมองสตาฟฟ์คนนั้นด้วยความสงสัย "สายน้ำมันเหรอครับ? แต่ผมพึ่งตรวจเช็กไปเมื่อกี้ สายเดิมยังใหม่และสมบ

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   บนโซฟา

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างห้องรับแขกบ้านริมน้ำ บรรยากาศเงียบสงบกลับคืนสู่ชีวิตของคมและดาวตกอีกครั้ง หลังจากการจับกุมภีมและกลุ่มอิทธิพลมืดได้สำเร็จ เหตุการณ์ร้ายแรงทุกอย่างก็คลี่คลายลงอย่างสมบูรณ์ ข่าวการพยายามก่อวินาศกรรมในสนามแข่งถูกจัดการอย่างมิดชิดเพื่อไม่ให้กระทบต่อชื่อเสียงและความมั่นใจของผู้เข้าชม ​บนโซฟาตัวยาว ดาวตกร่างบางกำลังนั่งกุมมือคมที่นั่งข้างๆ บาดแผลที่หลังของคมเริ่มสมานดีขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบหายเป็นปกติ สามารถกลับมาขี่มอเตอร์ไซค์และทำงานซ่อมรถได้เต็มกำลังอีกครั้ง ​"พี่คมครับ... หมอบอกว่าแผลที่หลังแห้งดีแล้ว ไม่ต้องพันผ้าพันแผลหนาๆ อีกแล้วนะครับ" ดาวตกยิ้มตาหยี ขณะยื่นมือไปช่วยจัดปกเสื้อแจ็กเก็ตให้คนรัก ​คมยิ้มตอบ พลางยื่นมือไปคว้าเอวบางของดาวตกเข้ามากอดไว้หลวมๆ "เพราะได้หมอจำเป็นอย่างดาวตกคอยดูแลเช้าเย็นต่างหากล่ะครับ ถึงหายไวขนาดนี้" ​"หมอจำเป็นคนนี้คิดค่าดูแลแพงนะบอกไว้ก่อน" ดาวตกทำหน้ายั่วเย้า แหย่คนรักกลับเบาๆ ​"คิดเท่าไหร่ก็ยอมจ่ายครับ... ทั้งชีวิตและหัวใจของฉัน ยกให้นายหมดแล้ว" คมกระซิบตอบเสียงนุ่ม ก่อน

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   ความหวงใย

    กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออบอวลอยู่ภายในห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาล แสงไฟสีส้มนวลตาให้ความรู้สึกอบอุ่น ทว่าบรรยากาศกลับเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ส่งเสียงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ​บนเตียงผู้ป่วย คมนอนนิ่งอยู่โดยมีผ้าพันแผลผืนหนาพันพันรอบแผ่นหลังกว้างและช่วงไหล่ ใบหน้าคมเข้มซีดลงเล็กน้อยจากอาการบาดเจ็บและความอ่อนเพลีย ทว่าริมฝีปากยังคงระบายยิ้มจางๆ เมื่อเห็นร่างบางของดาวตกที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเรียวของดาวตกกำมือหนาของคมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย นัยน์ตาคู่สวยยังคงคลอไปด้วยหยดน้ำตาที่พร้อมจะรินไหลลงมาได้ทุกเมื่อ ​"พี่คม... เจ็บมากไหมครับ?" ดาวตกถามเสียงแผ่วเบา ร่องรอยความรู้สึกผิดและห่วงใยฉายชัดในดวงตา "เพราะผมแท้ๆ... ถ้าพี่คมไม่ต้องคอยปกป้องผม พี่ก็คงไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้" ​คมใช้กำลังนิ้วมือบีบมือดาวตกเบาๆ ตอบกลับ "อย่าพูดแบบนั้นสิครับดาวตก... ฉันเป็นคนรักของนายนะ ถ้าฉันปกป้องคนรักของตัวเองไม่ได้ ฉันจะเรียกว่าตัวเองเป็นผู้ชายได้ยังไง" ​"แต่การรับเหล็กแป๊บแทนผมเต็มๆ มันอันตรายมากเลยนะครับ!" ดาวตกปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาแปดเปื้อนข้างแก้ม "ถ้าม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status