Teilen

บทที่2

last update Veröffentlichungsdatum: 25.08.2026 15:09:08

เครื่องยนต์ยังคงคำรามต่อเนื่องความเร็วทะยานผ่านหนึ่งร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ ลมปะทะหมวกกันน็อกอย่างรุนแรง

นักแข่งทุกคนก้มหมอบแนบถังน้ำมันเพื่อลดแรงต้านอากาศ

หน้าอกแทบแนบกับถัง ศีรษะก้มต่ำจนชิลด์หมวกเกือบชิดกระจกหน้า

มือทั้งสองนิ่งสนิทไม่มีอาการเกร็ง ราวกับร่างกายกับบิ๊กไบค์หลอมรวมเป็นสิ่งเดียวกัน...ทางตรงแรกกำลังจะสิ้นสุดเบื้องหน้าคือโค้งขวาที่ขึ้นชื่อที่สุดของสนามโค้งกว้าง...แต่หลอกตานักแข่งมือใหม่หลายคนมักเบรกเร็วเกินไป ทำให้เสียจังหวะตั้งแต่โค้งแรก

แต่คืนนี้...ไม่มีใครคิดจะยอมรถสีดำด้านที่ออกตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบยังคงรักษาตำแหน่งด้านหน้าเอาไว้เสียงเครื่องยนต์ของมันหนักแน่น สม่ำเสมอไม่มีการเร่งแบบกระชาก ทุกอย่างถูกควบคุมอย่างแม่นยำ

ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร บิ๊กไบค์สีขาวยังคงเกาะท้ายอย่างเงียบ ๆ

ไม่เร่งแซงไม่เปิดเกม เพียงรักษาระยะห่างเอาไว้ราวกับกำลังรอเวลา

...

"มันจะเบรกตรงไหน..."

ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่หน้าแบริเออร์พึมพำเบา ๆทุกคนรู้ดีโค้งนี้คือจุดวัดใจใครเบรกช้า...ได้เปรียบแต่ถ้าช้าเกินไป...จบเห่ระยะห่างเหลือเพียง...

หนึ่งร้อยเมตร

เก้าสิบ...

แปดสิบ...

เจ็ดสิบ...

รถหลายคันเริ่มแตะเบรกหน้าไฟท้ายสีแดงสว่างวาบขึ้นเรียงกันแต่...

บิ๊กไบค์สีดำด้านยังไม่แตะเบรกเช่นเดียวกับบิ๊กไบค์สีขาว

"ยังไม่เบรกอีกเหรอ!" เสียงอุทานดังขึ้นจากคนดู

หกสิบเมตร...

ห้าสิบ...

สี่สิบ...

สามสิบ...

ฟืดดด! เสียงยางหน้าครูดเบา ๆนักแข่งทั้งสองเลือกเบรกช้ากว่าทุกคน

แรงเบรกมหาศาลกดให้โช้กหน้ายุบลงน้ำหนักตัวถ่ายไปด้านหน้าอย่างพอดีก่อนจะปล่อยเบรกอย่างนุ่มนวล แล้วเอียงรถเข้าโค้งแทบพร้อมกัน

เข่าข้างขวาค่อย ๆ กางออก แผ่น Knee Slider แตะพื้นแอสฟัลต์

ครืดดดด...

เสียงเสียดสีเบา ๆ ดังขึ้นรถทั้งสองเอียงจนแทบขนานกับพื้น คนดูหลายคนเผลอเอียงตัวตามโดยไม่รู้ตัว บางคนถึงกับยกขาขึ้นเล็กน้อย

เหมือนตัวเองกำลังเข้าโค้งอยู่บนรถคันนั้น

"โคตรสวย..."

ใครบางคนหลุดปากออกมา ทั้งสองคันยังคงรักษาไลน์แข่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีอาการท้ายปัด

ไม่มีล้อฟรี ทันทีที่ผ่านจุด Apex...ข้อมือขวาทั้งคู่ค่อย ๆ เปิดคันเร่ง

ไม่เร็วเกินไป...ไม่ช้าเกินไป...แรงม้ากว่าร้อยตัวถูกส่งลงล้อหลังอย่างนุ่มนวล บิ๊กไบค์ทั้งสองคันพุ่งออกจากโค้งราวกับถูกดีดออกจากหนังสติ๊ก

แต่ในจังหวะนั้นเอง...บิ๊กไบค์สีขาวกลับอาศัยแรงดูดลมจากคันหน้า ขยับออกด้านซ้ายเพียงครึ่งคันรถ ผู้ชมทั้งสนามลุกขึ้นยืนแทบพร้อมกัน

"มันจะแซง!"เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องไปทั่วสนาม...

แรงสั่นสะเทือนจากบิ๊กไบค์ทั้งสิบสองคันทำให้แบริเออร์เหล็กสั่นเป็นระยะ เสียงเชียร์ของผู้ชมถูกกลืนหายไปกับเสียงรอบเครื่องที่กำลังไต่สูงขึ้นเรื่อย ๆ

บิ๊กไบค์สีดำด้านยังคงนำอยู่เพียงครึ่งคันรถ ส่วนบิ๊กไบค์สีขาวไม่คิดเร่งแซงทันที กลับเลือกหมอบต่ำลงกว่าเดิม หน้าอกแนบสนิทกับถังน้ำมัน

ข้อศอกทั้งสองแนบลำตัวปล่อยให้กระแสลมไหลผ่านหมวกกันน็อกอย่างลื่นไหลที่สุด

"...มันกำลังดูดลม"ชายวัยกลางคนที่ยืนเกาะรั้วเหล็กพูดขึ้นเบา ๆ

นักแข่งที่อยู่ด้านหลัง หากขี่ตามแนวลมของคันหน้า จะลดแรงต้านอากาศได้มากกว่าปกติ และเมื่อถึงจังหวะเหมาะสม เพียงขยับออกด้านข้าง ความเร็วที่สะสมไว้จะช่วยให้แซงได้ในเสี้ยววินาที

แต่วิธีนี้...

ต้องอาศัยความแม่นยำอย่างมากเพราะ หากคำนวณผิดเพียงนิดเดียว

ล้อหน้าจะชนล้อหลังของคันที่นำทันที

...

ทางตรงช่วงแรกผ่านไปอย่างรวดเร็วปลายสนามคือโค้งซ้ายต่อเนื่องกับโค้งขวา รูปตัวเอสเป็นโค้งที่นักแข่งหลายคนเกลียดที่สุด เพราะต้องเปลี่ยนองศาการเอียงรถภายในเวลาไม่กี่วินาที รถหลายคันเริ่มยกคันเร่ง

แต่...

สองคันด้านหน้ายังไม่มีใครยอมเสียงเครื่องยนต์แผดร้องจนแทบทะลุแก้วหู เข็มวัดรอบกวาดขึ้นเกือบสุดหน้าปัด

แชะ!

เสียงเปลี่ยนเกียร์ดังขึ้นอีกครั้ง บิ๊กไบค์สีดำพุ่งเข้าโค้งก่อนเพียงเสี้ยววินาที ร่างของนักแข่งห้อยออกด้านซ้าย

หัวเข่าเฉียดพื้น ก่อนจะดันตัวกลับทันทีเพื่อเปลี่ยนไปเข้าโค้งขวา

จังหวะทุกอย่างต่อเนื่องราวกับร่างกายไม่มีข้อต่อ ขณะเดียวกัน...บิ๊กไบค์สีขาวกลับเลือกไลน์ที่ต่างออกไป แทนที่จะตามคันหน้า

เจ้าของรถกลับตัดเข้าไลน์แคบกว่าเดิม คนดูหลายคนถึงกับสูดลมหายใจ

"เฮ้ย...!"

"ช่องนั้นมันแคบเกิน!"

หากพลาด...รถจะหลุดออกนอกไลน์ทันที แต่บิ๊กไบค์สีขาวกลับเอียงลงอีกนิด

อีกนิด...จนแผ่นรองเข่าครูดพื้นแอสฟัลต์เกิดประกายไฟสีส้มวาบ

ครืดดดดด...

เสียงเสียดสีดังยาว ก่อนเจ้าของรถจะเปิดคันเร่งออกจากโค้งเร็วกว่าคันนำเพียงเสี้ยววินาที

ล้อหลังหมุนฟรีเล็กน้อย ท้ายรถสะบัดออกด้านข้างเพียงนิดเดียว แต่กลับถูกควบคุมไว้ได้อย่างน่าทึ่ง

"สุดยอด..."

ชายคนเดิมเผลอพึมพำ นักแข่งทั่วไปคงรีบปิดคันเร่งเพื่อประคองรถ

แต่คนนี้กลับใช้เพียงปลายนิ้วปรับน้ำหนักคันเร่ง ก่อนให้ล้อหลังกลับมายึดเกาะพื้นอีกครั้ง

ไม่มีอาการตกใจ ไม่มีความลังเล เหมือนเหตุการณ์ทั้งหมด...อยู่ในการคำนวณตั้งแต่แรก เพียงพริบตาเดียว

จากที่ตามอยู่ครึ่งคันรถ บิ๊กไบค์สีขาวก็ขึ้นมาอยู่เคียงข้าง เสียงเชียร์ดังสนั่นสนาม

"แซงเลย!"

"อย่ายอม!"

"เอาอีก!"

นักแข่งทั้งสองหันหมวกกันน็อกมองกันเพียงเสี้ยววินาที ไม่มีคำพูด

ไม่มีท่าทางยั่วยุ แต่สายตาที่ซ่อนอยู่หลังชิลด์สีเข้มกลับเหมือนกำลังบอกอีกฝ่ายว่า

"ฉันยังไม่แพ้"

ทั้งสองบิดคันเร่งพร้อมกัน เครื่องยนต์คำรามกึกก้อง ล้อทั้งสองคันหมุนตีคู่กันบนทางตรงราวกับไม่มีใครยอมปล่อยให้อีกฝ่ายขึ้นนำ

ด้านหลัง...

นักแข่งที่เหลือเริ่มถูกทิ้งระยะห่างออกไปเรื่อย ๆ การแข่งขันครั้งนี้...

ดูเหมือนจะไม่ใช่การแข่งของสิบสองคนอีกต่อไป แต่เป็นศึกของนักบิดสองคน... ที่ไม่มีใครยอมแพ้กันแม้แต่เสี้ยววินาที และนี่...เป็นเพียงรอบแรกเท่านั้นรอบสุดท้าย...เสียงไซเรนสั้น ๆ ดังขึ้นเหนือสนาม

หวีดดด!

"รอบสุดท้ายแล้ว!"

เสียงพิธีกรตะโกนผ่านลำโพงจนคนดูทั้งสนามลุกขึ้นยืนแทบพร้อมกัน

ไม่มีใครนั่งอยู่กับที่อีกต่อไป ทุกสายตาจับจ้องไปยังบิ๊กไบค์สองคันที่กำลังไล่บี้กันชนิดหายใจรดท้ายรถ ห่างกันไม่ถึงครึ่งช่วงล้อ

คันหนึ่งสีดำด้าน...

อีกคันสีขาว ผลัดกันนำ...ผลัดกันตาม ตลอดสามรอบที่ผ่านมา

ไม่มีใครยอมใคร ไม่มีใครพลาดแม้แต่นิดเดียว

"...แบบนี้แหละถึงเรียกว่านักแข่ง"

ชายวัยกลางคนที่ติดตามสนามแห่งนี้มานานยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้

เขาไม่รู้ว่าคนบนรถเป็นใคร แต่รู้เพียงอย่างเดียว...ทั้งสองคนเกิดมาเพื่อสนามแข่ง

...

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   บทที่8

    เฮ้ย... คนเยอะชิบ" ดาวตกมองไปยังลานกว้างหน้าหอประชุมที่เต็มไปด้วยนักศึกษาปีหนึ่ง อาตี๋รีบเดินเข้ามาเกาะไหล่เณอ "กูเริ่มตื่นเต้นแล้วว่ะ" เณอหัวเราะเบา ๆเมื่อเช้ามึงก็ตื่นเต้น" "ก็ตอนนั้นรับน้อง" "ตอนนี้จับสายรหัส" "มันคนละฟีล" มาร์คส่ายหน้า "มึงตื่นเต้นทุกกิจกรรม" ทั้งสี่หัวเราะก่อนเดินตามแถวเข้าไป ... หน้าประตูหอประชุม รุ่นพี่ปีสองหลายสิบคนยืนเรียงแถวต้อนรับน้องใหม่ ทุกคนสวม เสื้อช็อปวิศวะสีกรมท่า ปักตราคณะเหนือหน้าอกด้านซ้าย ดูเป็นระเบียบและสง่างาม ปีหนึ่งที่เดินผ่านต่างยกมือไหว้พร้อมกัน "สวัสดีครับพี่" "สวัสดีครับ" เสียงตอบรับดังต่อเนื่อง เณอเงยหน้ามองไปด้านหน้า ก่อนสายตาจะหยุดที่ชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่ง สิงโต... ยืนอยู่หน้าประตูหอประชุมในเสื้อช็อปวิศวะ แขนเสื้อพับขึ้นเล็กน้อย กำลังตรวจรายชื่อนักศึกษาที่เดินเข้าหอ "เช็กชื่อแล้วเข้าด้านในได้เลยครับ" น้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ฟังดูสุภาพ เมื่อถึงคิวของทั้งสี่คน สิงโตเงยหน้าขึ้น "ห้อง B-308" เณอกับอาตี๋พยักหน้า "ครับ" "ห้อง B-309" ดาวตกกับมาร์คตอบรับ "ครับ" สิงโตขีดเช็กชื่อ ก่อนเงยหน้ามองทั้งสี่อีกครั้ง "เข้าไ

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   บทที่7

    โอ้โห!" อาตี๋เดินสำรวจห้องอย่างตื่นเต้น "ดีกว่าที่คิดอีก" เณอเดินไปเปิดหน้าต่าง ปล่อยให้ลมอ่อน ๆ พัดเข้ามา มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง "น่าอยู่" "งั้นพวกน้องจัดของก่อน" สิงโตพูดพลางถอยออกมายืนหน้าห้อง "อีกหนึ่งชั่วโมง ลงมาประชุมชั้นล่างพี่จะแนะนำกฎการอยู่หอเพิ่มเติม" "ครับ" ทั้งคู่รับคำพร้อมกันก่อนสิงโตจะเดินไปยังห้องถัดไป อาตี๋รีบเดินมาปิดประตู แล้วหันมากระซิบกับเณอทันที "เณอ..." "ว่า" "พี่ดูแลหอ..." "หล่อว่ะ" เณอหัวเราะเบา ๆ "เมื่อกี้มึงยังจะจีบพี่สายน้ำอยู่เลย" อาตี๋ยกนิ้วขึ้นนับ "คนนี้หล่อแบบอบอุ่น" "พี่สายน้ำหล่อแบบเย็นชา" "คนละฟีล" เณอถึงกับหัวเราะออกมา "มึงเลือกไม่ได้สักคน" "กูเลือกได้!" อาตี๋ตอบหน้าตาย "กูเลือกพี่สายน้ำ" เณอส่ายหน้าอย่างเอือม ๆ "โล่งอก...อย่างน้อยพี่สิงโตก็รอด" ทั้งสองหัวเราะออกมาพร้อมกัน โดยไม่รู้เลยว่าฃห้อง B-313 ที่อยู่ปลายทางเดิน ประตูยังแง้มไว้เล็กน้อย และสิงโต...ได้ยินเสียงคุยของสองรูมเมตแทบทั้งหมดชายหนุ่มส่ายหน้าพร้อมหัวเราะในลำคอ "ปีหนึ่งปีนี้..." "คงไม่เหงาแล้วล่ะ"เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ห้อง B-308 เต็มไปด้วยเสียงเปิดกร

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   บทที่6

    กิจกรรมรับน้องช่วงเช้าสิ้นสุดลงในเวลาเกือบบ่าย รุ่นพี่ปีสามเดินถือไมโครโฟนขึ้นมาบนเวทีอีกครั้ง "น้อง ๆ ที่พักหอในมหาวิทยาลัย ฟังทางนี้ครับ" นักศึกษาปีหนึ่งหลายคนรีบหันมามอง "เดี๋ยวพี่จะพาไปที่หอพัก" "เมื่อไปถึง จะมีรุ่นพี่ปีสองประจำหอเป็นคนรับรายงานตัว แจกกุญแจห้อง และพาเข้าที่พัก" "หากมีปัญหาเรื่องห้องพัก สามารถแจ้งรุ่นพี่ประจำหอได้ตลอด" สิ้นเสียงประกาศ เด็กปีหนึ่งทยอยลากกระเป๋าเดินตามรุ่นพี่ไปเป็นขบวน "ในที่สุดก็จะได้นอนแล้ว" ดาวตกบิดขี้เกียจจนเสียงกระดูกดังกร๊อบมาร์คหัวเราะเบา ๆ "เพิ่งบ่ายเอง" "กูตื่นตั้งแต่ตีห้า" ดาวตกทำหน้ามุ่ย "ง่วงเป็นนะ" อาตี๋ที่ลากกระเป๋าเดินตามหลังบ่นอุบ "หนักชะมัด" เณอหันไปมองก่อนยิ้มมุมปาก "ใครบอกให้ขนมาทั้งบ้าน" "แม่กู!" อาตี๋ตอบทันที ทำเอาทั้งกลุ่มหัวเราะออกมา... หอพักนักศึกษาชายตั้งอยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัย เป็นอาคารสูงห้าชั้น ทาสีขาวสลับเทา บรรยากาศร่มรื่นเพราะมีต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบ เมื่อเดินเข้าไปในล็อบบี้เด็กปีหนึ่งหลายคนก็ชะงัก ด้านหน้าเคาน์เตอร์...รุ่นพี่ปีสองสามคนนั่งเรียงกันอยู่หลังโต๊ะไม้ยาว คนหนึ่งกำลังเช็กเอกสารอีกคนกำลังจัดก

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   บทที่5

    กิจกรรมละลายพฤติกรรมเริ่มขึ้นอย่างสนุกสนาน แต่ละกลุ่มต้องแนะนำตัว บอกเหตุผลที่เลือกเรียนวิศวะ และช่วยกันทำภารกิจเล็ก ๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคย เสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะความเกร็งในตอนเช้าค่อย ๆ จางหาย แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า...หลังจากกิจกรรมนี้จบลง รุ่นพี่ปีสามกำลังจะเรียก "รุ่นพี่ปีสอง" ออกมาทั้งคณะและนั่น... จะเป็นครั้งแรกที่เณอและสิงโตได้เห็นหน้ากันอย่างชัดเจน รวมถึงเป็นวินาทีที่... อาตี๋จะได้เจอคนที่ทำให้หัวใจเต้นแรงตั้งแต่วันแรกของการเปิดเทอมกิจกรรมละลายพฤติกรรมผ่านไปเกือบชั่วโมง เสียงหัวเราะของเด็กปีหนึ่งเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ จากที่เคยเกร็งในตอนเช้า บรรยากาศก็ผ่อนคลายลงมาก เณอ ดาวตก อาตี๋ และมาร์คนั่งรวมกลุ่มอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่หน้าอาคาร อาตี๋ยกขวดน้ำขึ้นดื่ม ก่อนถอนหายใจ "นึกว่าจะโดนว้ากตั้งแต่เช้า" ดาวตกหัวเราะ "กูเหมือนกัน" "แต่รุ่นพี่ใจดีว่ะ" มาร์คพยักหน้า "ผิดกับที่คิดไว้เยอะ" เณอไม่ได้พูดอะไร เพียงมองบรรยากาศรอบตัวเงียบ ๆทันใดนั้น... ปี๊ดดดดด!! เสียงนกหวีดดังลั่นไปทั่วลานกิจกรรมนักศึกษาปีหนึ่งทุกคนรีบลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติรุ่นพี่ปีสามหลายคนเดินออกมายืนเรียงหน้ากร

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   บทที่4

    เช้าวันจันทร์... แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องผ่านยอดไม้ใหญ่ภายในมหาวิทยาลัย รถยนต์และรถจักรยานยนต์ทยอยเคลื่อนตัวเข้ามาไม่ขาดสาย บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักของนักศึกษาใหม่และผู้ปกครองที่เดินถือสัมภาระกันขวักไขว่ ป้ายผ้าผืนใหญ่หน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์พลิ้วไหวตามแรงลม "ยินดีต้อนรับนักศึกษาใหม่ คณะวิศวกรรมศาสตร์" เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย และเสียงเรียกเพื่อนดังไปทั่วลานหน้าอาคาร ในจังหวะนั้น... เสียงเครื่องยนต์บิ๊กไบค์ดังแผ่วเข้ามา ก่อนรถสปอร์ตไบค์สีขาวจะค่อย ๆ จอดเข้าช่องจอดอย่างนุ่มนวล ชายหนุ่มร่างสูงถอดหมวกกันน็อกออกช้า ๆ เส้นผมสีดำขยับตามแรงลม ดวงตาคมทอดมองอาคารตรงหน้า ก่อนริมฝีปากจะยกยิ้มบาง "สี่ปีต่อจากนี้..." "ฝากตัวด้วยนะ" เณอสะพายเป้ขึ้นไหล่ ก่อนเดินตรงไปยังจุดลงทะเบียนอย่างไม่รีบร้อน ระหว่างทางมีสายตาหลายคู่แอบมอง "คนนั้นหล่อว่ะ" "ดัดฟันด้วย" "หน้าหวานชะมัด" เจ้าตัวได้ยิน...แต่ไม่ได้สนใจสำหรับเณอ...วันนี้สำคัญกว่าการถูกมอง เพราะมันคือวันแรกของชีวิตมหาวิทยาลัย ... "ขอโทษครับ"เสียงหนึ่งเรียกไว้เณอหันไปมอง เด็กหนุ่มตัวเล็ก ผิวขาว หน้าตาน่ารัก ยืนถือแผนที่มหาวิทยาลัยกลับหัว

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   บทที่3

    ทางตรงยาวทอดตัวอยู่เบื้องหน้าบิ๊กไบค์สีดำยังคงนำอยู่ปลายจมูก เจ้าของรถหมอบต่ำจนแผ่นหลังแทบแนบแฟริ่ง ลมที่ปะทะหมวกกันน็อกส่งเสียงหวีดหวิว เข็มวัดรอบกวาดขึ้นเกือบสุดหน้าปัด ก่อนนิ้วเท้าจะงัดคันเกียร์ขึ้น แชะ! เกียร์หกเสียงเครื่องยนต์เปลี่ยนเป็นคำรามแหลมสูงความเร็วทะยานขึ้นอีกครั้ง สองร้อย... สองร้อยยี่สิบ... สองร้อยสี่สิบ... ผู้ชมหลายคนกลั้นหายใจแต่บิ๊กไบค์สีขาว...ยังไม่เร่งแซง มันยังคงเกาะท้ายนิ่ง...นิ่งเสียจนหลายคนเริ่มสงสัย "หรือหมดแรงแล้ว..." "คงไม่มีจังหวะแล้วมั้ง" ชายคนหนึ่งส่ายหน้า "ไม่..." "เขากำลังรอ" รออะไร...ไม่มีใครตอบได้ ... เหลืออีกเพียงสองโค้งสุดท้ายโค้งซ้ายแคบ...ต่อด้วยทางตรงเข้าเส้นชัย หากใครออกจากโค้งสุดท้ายได้ดีกว่าคนนั้นจะชนะทันที รถสีดำเลือกเข้าไลน์ด้านนอก เป็นไลน์มาตรฐาน เร็ว... ปลอดภัยแต่ในจังหวะเดียวกันรถสีขาวกลับขยับเข้าด้านใน แคบกว่า เสี่ยงกว่าและเร็วกว่า...เสียงฮือฮาดังสนั่น "เฮ้ย!" "จะมุดเหรอ!" "ช่องนั้นไม่มีทาง!" ระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่เมตรหากคำนวณผิด...ทั้งสองคันอาจเกี่ยวกันจนล้มแต่เจ้าของรถสีขาวไม่ลังเล กำเบรกหน้า ถ่ายน้ำหนักตั

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status