Beranda / LGBTQ+ / ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด / เส้นชัยไม่มีคำว่าฟลุก!! บทที่1

Share

ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด
ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด
Penulis: นามปากกาหมึกบ้านสวน

เส้นชัยไม่มีคำว่าฟลุก!! บทที่1

last update Tanggal publikasi: 2026-08-25 13:48:30

บทที่1

เส้นชัยไม่มีคำว่าฟลุก

เส้นชัยไม่มีคำว่าฟลุก"สนามแข่ง...ไม่เคยโกหกใคร"ต่อให้คุณเป็นนักแข่งที่มีชื่อเสียงต่อให้บิ๊กไบค์ของคุณแรงกว่าคันอื่น หรือแม้แต่เสียงเชียร์ทั้งสนามจะตะโกนเรียกชื่อคุณดังแค่ไหน...สุดท้ายแล้ว คนที่ยืนอยู่บนโพเดียมจะมีเพียงคนเดียวเพราะบนเส้นทางสายนี้...เส้นชัยไม่มีคำว่าฟลุก เวลาสี่ทุ่มห้าสิบแปดนาที ลานคอนเทนเนอร์ร้างริมแม่น้ำที่กลางวันเงียบเหงาไร้ผู้คน บัดนี้กลับสว่างไสวด้วยแสงไฟฟลัดไลต์หลายดวงที่ถูกตั้งเรียงรายอยู่สองฝั่งของสนามแข่งชั่วคราว พื้นแอสฟัลต์สีดำสนิททอดตัวยาวไปเบื้องหน้า รอยยางที่ทับซ้อนกันเป็นชั้น ๆ บอกเล่าเรื่องราวของการแข่งขันนับครั้งไม่ถ้วน

บางรอยยังใหม่...บางรอยซีดจางไปตามกาลเวลาแต่ทุกเส้นล้วนเกิดจากความเร็วที่ถูกแลกมาด้วยความกล้า เสียงลมพัดผ่านโกดังเหล็กเก่าดังครางเบา ๆ ก่อนจะถูกกลบด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่เริ่มคำรามจากอีกฟากของสนาม

บรื้น...

เสียงแรกดังทุ้ม หนักแน่นตามมาติด ๆ ด้วยอีกหลายเสียงที่ประสานกันจนกลายเป็นจังหวะอันคุ้นเคยของเหล่านักบิด คนที่ไม่เคยสัมผัสโลกใบนี้ อาจคิดว่ามันเป็นเพียงเสียงเครื่องยนต์ธรรมดา แต่สำหรับคนที่รักความเร็ว...เสียงเหล่านี้ไม่ต่างจากบทเพลง บทเพลงที่ทำให้เลือดในกายสูบฉีดเร็วกว่าปกติ ...

ผู้คนหลายร้อยชีวิตทยอยเดินเข้าสู่สนาม ชายหนุ่มในเสื้อช็อปวิศวะหลายมหาวิทยาลัยยืนจับกลุ่มคุยกันอย่างออกรส บางคนพกกล้องถ่ายรูปเลนส์ยาว บางคนถือหมวกกันน็อกเดินผ่านฝูงชน บางคนกำลังไลฟ์สดให้เพื่อนที่ไม่ได้มาดูการแข่งขัน เสียงหัวเราะดังสลับกับเสียงพูดคุยไม่ขาดสาย

"คืนนี้คนเยอะว่ะ"

"ได้ข่าวว่ามีนักแข่งตัวโหดลง ตัวเต็งก็มาแล้วได้ยินว่ามีม้ามืดด้วย"

ประโยคสุดท้ายทำให้หลายคนหันมองหน้ากันในสนามแห่งนี้... คำว่า ม้ามืด น่ากลัวยิ่งกว่านักแข่งชื่อดังเพราะไม่มีใครรู้ว่าอีกฝ่ายซ่อนอะไรไว้

โต๊ะรับเดิมพันถูกล้อมแน่นจนแทบมองไม่เห็นคนจดโพย ธนบัตรหลายสีถูกวางซ้อนกันเป็นตั้ง มือหนึ่งรับเงิน อีกมือเขียนหมายเลขนักแข่งลงในสมุดอย่างรวดเร็ว

"เบอร์เจ็ด หนึ่งแสน!"

"สิบเก้า ห้าหมื่น!"

"เพิ่มเบอร์สิบเก้าอีกสองหมื่น!"

เสียงตะโกนแข่งกันจนแทบฟังไม่ทัน ไม่มีใครสนใจจำนวนเงินที่ตัวเองเสีย เพราะถ้าคนที่เลือกเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก...เงินทั้งหมดจะกลับมาเป็นหลายเท่า แต่สำหรับนักแข่ง...สิ่งที่อยู่ปลายทางไม่ใช่เงินหากเป็นศักดิ์ศรี ศักดิ์ศรีที่ไม่มีใครยอมเสียให้กันง่าย ๆ

เสียงหวูดสั้น ๆ ดังขึ้นหนึ่งครั้งผู้ชมที่ยืนเบียดเสียดกันอยู่ริมแบริเออร์เริ่มขยับเข้าหาขอบสนามโดยอัตโนมัติทุกคนรู้...การแข่งขันกำลังจะเริ่มแล้วไฟส่องสว่างเหนือกริดสตาร์ตถูกเปิดขึ้นพร้อมกัน แสงสีขาวตกกระทบแฟริ่งของบิ๊กไบค์หลายคันจนสะท้อนเป็นประกาย

คันแรก...

คันที่สอง...

คันที่สาม...

นักบิดแต่ละคนค่อย ๆ ขี่รถเข้าประจำตำแหน่งอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีการเบิ้ลเครื่องอวดใคร ไม่มีการยกล้อเรียกเสียงเชียร์ทุกการเคลื่อนไหวสงบนิ่ง...เหมือนนักล่าที่กำลังรอเวลาปล่อยคมเขี้ยว บิ๊กไบค์คันหนึ่งเคลื่อนเข้ามาจอดบนกริดด้านซ้ายแฟริ่งสีดำด้านดูดกลืนแสงไฟจนแทบมองไม่เห็นรายละเอียด เจ้าของรถใช้เท้าซ้ายยันพื้น ก่อนจะกำคลัตช์ไว้หลวม ๆ

นิ้วโป้งกดสวิตช แกร๊ก... บรื้นนนนน...

เสียงเครื่องยนต์สี่สูบเรียงคำรามต่ำลึก หนักแน่น แต่ไม่โวยวายเพียงแค่เดินเบา...กลับทำให้คนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ หันมองแทบพร้อมกันชายวัยกลางคนคนหนึ่งยกยิ้มมุมปาก

"คืนนี้...เดือดแน่" ไม่มีใครตอบแต่ทุกคนคิดเหมือนกัน เสียงเครื่องยนต์อีกคันดังขึ้นจากท้ายกริด บิ๊กไบค์แฟริ่งสีขาวค่อย ๆ เคลื่อนเข้าประจำตำแหน่งสุดท้ายเจ้าของรถไม่รีบร้อน

ไม่เร่งเครื่องไม่แม้แต่จะหันมองสายตาของผู้คนที่กำลังจับจ้อง เขาค่อย ๆ ใช้ปลายรองเท้าบู๊ตเขี่ยพักเท้าหนึ่งครั้ง ก้มหน้าลงตรวจตำแหน่งมือบนแฮนด์ จากนั้น...หมอบแนบถังน้ำมันท่วงท่าที่ลื่นไหลเป็นธรรมชาติราวกับทำซ้ำมานับพันครั้ง จนชายคนหนึ่งที่ยืนพิงแบริเออร์ถึงกับเลิกคิ้ว

"...ไม่ธรรมดาว่ะ"

หญิงสาวในชุดเจ้าหน้าที่เดินออกมายืนกลางกริดสตาร์ตธงตาหมากรุกถูกยกขึ้นเหนือศีรษะสนามทั้งสนามเงียบลงอย่างพร้อมเพรียง เหลือเพียง... บรื้น... บรื้นนน...

เสียงเครื่องยนต์ที่ค่อย ๆ ไล่รอบสูงขึ้นทีละนิดมือทุกคู่กำคลัตช์แน่น เท้าซ้ายเตรียมเข้าเกียร์ ข้อมือขวาค้างอยู่บนคันเร่งสายตาทุกคู่จ้องไปยังโค้งแรก... โค้งที่ตัดสินได้ว่าใครจะเป็นผู้ล่า...และใครจะกลายเป็นผู้ถูกล่าหญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก...ก่อนจะสะบัดธงลงสุดแขน หญิงสาวสะบัดธงลงสุดแขนเสี้ยววินาทีนั้น...สนามทั้งสนามเหมือนหยุดหมุนก่อนที่...

บรื้นนนนนนนน!!!

เสียงเครื่องยนต์ของบิ๊กไบค์ทั้งสิบสองคันคำรามพร้อมกันจนพื้นแอสฟัลต์สั่นสะเทือนข้อมือขวาของนักแข่งทุกคนบิดคันเร่งขึ้นแทบพร้อมกันเข็มวัดรอบเครื่องกวาดขึ้นอย่างรวดเร็ว

หกพัน...

แปดพัน...

หมื่นรอบ...

ล้อหลังเริ่มกัดพื้นถนนเสียงยางเสียดสีกับแอสฟัลต์ดังสนั่น แกร๊ก! คลัตช์ถูกปล่อยแรงบิดมหาศาลจากเครื่องยนต์ถูกส่งลงล้อหลังในทันที

บิ๊กไบค์ทั้งสิบสองคันพุ่งออกจากกริดสตาร์ตราวกับลูกธนูที่ถูกปล่อยจากคันศรควันสีขาวลอยคลุ้งอยู่ด้านหลัง แรงกระชากทำให้ล้อหน้าของหลายคันยกจากพื้นเพียงเล็กน้อย ก่อนระบบกันสะเทือนจะรับแรงแล้วแตะพื้นอีกครั้ง เสียงเชียร์ระเบิดลั่นสนาม

"ไปเลย!"

"เบอร์เจ็ด!"

"อย่าให้มันแซง!"

รถแต่ละคันเร่งความเร็วอย่างต่อเนื่อง เกียร์หนึ่ง... เกียร์สอง...

แชะ!เสียง Quick Shifter ดังขึ้นแทบพร้อมกันโดยแทบไม่ต้องกำคลัตช เครื่องยนต์ยังคงคำรามต่อเนื่อง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   ครอบครัวของนักบิด

    ค่ำคืนยามฤดูหนาว ลมเย็นพัดผ่านยอดไม้ภายนอกบ้านริมน้ำหลังใหญ่ แสงไฟสีส้มนวลตาจากเตาผิงจำลองสาดส่องสร้างความอบอุ่นภายในห้องรับแขก บนโซฟาเบาะนุ่มตัวยาว คมในวัยสามสิบกลางๆ ที่ดูหล่อคมเข้มและดูมีภูมิฐาน นั่งซ้อนหลังโอบกอดดาวตกไว้ในอ้อมแขน​ทว่าตรงหน้าของทั้งสอง กลับมีเด็กน้อยสองคนกำลังนั่งตาแป๋วอยู่บนเสื่อโยคะหนานุ่ม...​คนแรกคือ 'ไทเกอร์' (คมกริช) เด็กชายวัย 5 ขวบ ใบหน้าถอดแบบคมมาเป๊ะๆ ทั้งดวงตาคมเข้มและรอยยิ้มมั่นใจ สวมชุดนอนลายมอเตอร์สปอร์ต ในมือถือรถบิ๊กไบค์ย่อส่วนคันโปรดไว้แน่น ส่วนอีกคนคือ 'เมดาว' (ดาวประดับ) เด็กหญิงวัย 4ขวบ หน้าตาถอดแบบดาวตกมาอย่างกับแกะ นัยน์ตาสุกใส แป๋วแหวว น่ารักน่าเอ็นดู สวมชุดกระโปรงกระต่ายน้อยนุ่มฟู​"ปะป๊าคมครับ! หม่าม๊าดาวตกครับ! เล่านิทานก่อนนอนให้ฟังหน่อยสิครับ!" ไทเกอร์เอ่ยขึ้นพร้อมยื่นรถโมเดลชูขึ้นสูง "เอาเรื่องจริงของปะป๊ากับหม่าม๊านะครับ เรื่องที่ปะป๊าแข่งรถแล้วปะป๊าเป็นฮีโร่ขี่บิ๊กไบค์สุดเท่น่ะครับ!"​"ใช่ค่ะ! น้องเมอยากฟังเรื่องตอนที่หม่าม๊าช่วยปะป๊าซ่อมรถด้วยค่ะ!" เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยเสียงแจ๋วๆ ปรบมือร่า​ดาวตกหัวใจฟองโต ยิ้มหั

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   บันทึกจากคมและดาวตก1

    ท้องฟ้าชายหาดหัวหินยามเย็นถูกฉาบทาด้วยสีส้มอมชมพูสวยงาม เสียงคลื่นทะเลซัดซ่าเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะนุ่มนวล ลมทะเลพัดเอากลิ่นไอความสดชื่นและเสียงหัวเราะอบอุ่นสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณงานแต่งงานริมหาดทรายขาว ​ซุ้มดอกไม้สีขาวสลับชมพูประดับประดาอย่างประณีตเรียบหรู ทางเดินทอดยาวลงสู่เวทีเล็กๆ หน้าหาด บนอัฒจันทร์ไม้แขกเหรื่อคนสำคัญและแก๊งเพื่อนๆ นั่งกันพร้อมหน้า น่านฟ้าและทิวทัดในชุดสูทสากลนั่งอยู่แถวหน้าด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมใจ ข้างๆ กันคือสายน้ำและอาตี๋ที่กุมมือกันแน่น ส่วนมาร์ค เฌอ และสิงโต อยู่ในชุดเพื่อนเจ้าบ่าวสุดเท่ คอยส่งเสียงแซวเป็นระยะ ​บนเวที คม ยืนรออยู่ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มตัดเย็บพิถีพิถัน ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและสายตาที่จับจ้องไปยังต้นทางเดิน ​ทันใดนั้น เสียงดนตรีอะคูสติกบรรเลงเพลงรักนุ่มนวลก็ดังขึ้น ดาวตกในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ เดินก้าวเข้าสู่งาน ใบหน้าหวานฉายรอยยิ้มเขินอายทว่างดงามดั่งดาวดวงน้อยที่ส่องสว่าง ทุกสายตาจับจ้องมาที่เด็กหนุ่มด้วยความซาบซึ้งใจ ​เมื่อดาวตกเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าคม คมยื่นมือหนาไปรับมือเรียวของคนรักมากระช

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   เส้นทางสุดท้าย

    ค่ำคืนหลังจากพิธีมอบถ้วยรางวัลฉลองชัยชนะ คมพาดาวตกขับรถบิ๊กไบค์ขึ้นมายังจุดชมวิวบนยอดเขาที่สามารถมองเห็นแสงไฟของเมืองใหญ่และสนามแข่ง 'K&D CIRCUIT' ได้ทั่วทั้งบริเวณ ลมยามค่ำคืนพัดเย็นสบาย ผิวฟ้ามืดมิดสะพรั่งไปด้วยดวงดาวส่องประกายระยิบระยับ ​ทั้งสองนั่งอยู่บนเบาะรถบิ๊กไบค์ที่จอดนิ่ง ดาวตกเอนหลังซบลงกับอกแผ่นกว้างของคม คมโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนอบอุ่น ​"สวยจังเลยนะครับพี่คม... ดาวบนฟ้าคืนนี้สว่างมากเลย" ดาวตกแหงนหน้ามองท้องฟ้า นัยน์ตาสะท้อนแสงดาว ​"แต่สำหรับฉัน... ดาวที่สวยและสว่างที่สุด ไม่ได้อยู่บนฟ้าหรอกนะ" คมเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล ​ดาวตกเอียงคอมอง "แล้วอยู่ไหนเหรอครับ?" ​"ก็อยู่ในอ้อมกอดของฉันตอนนี้ไง..." คมยิ้มหวาน ยื่นมือไปกุมมือเรียวของดาวตกไว้ แล้วค่อยๆ ถอดแหวนทองคำขาวเรียบหรูวงหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ต ​ดาวตกตาโต หัวใจเต้นตึกตัก "พี่คม... นี่มัน..." ​คมสบตาดาวตกด้วยความลึกซึ้งและจริงจังที่สุดในชีวิต "ดาวตกครับ... ผ่านเรื่องราวร้ายๆ ผ่านมรสุมและอันตรายมามากมาย นายคือคนที่อยู่เคียงข้างฉันเสมอ เป็นก

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   สัญญาญเตือน

    เช้าวันแข่งขันรอบปฐมทัศน์ 'K&D CIRCUIT GRAND OPENING' บรรยากาศในสนามแข่งคึกคักและยิ่งใหญ่กว่าวันเปิดตัว อัฒจันทร์เต็มไปด้วยผู้ชมและแฟนคลับกีฬามอเตอร์สปอร์ตนับหมื่นคน เสียงดนตรีและเสียงโฆษกบรรยายงานดังกระหึ่มก้องไปทั่วบริเวณ ​บริเวณพิทเลนและห้องเก็บรถ ทีมงานสตาฟฟ์วิ่งวุ่นเตรียมความพร้อม คมในชุดเสื้อแจ็กเก็ตทีมสีดำสุดเท่ ยืนคุมงานร่วมกับสายน้ำและทิวทัด โดยมีทีมการ์ดคอยสอดส่องดูแลความปลอดภัยอย่างแน่นหนา ​ดาวตกในชุดช่างเครื่องยนต์กำลังง่วนอยู่กับการใช้เครื่องมือสแกนตรวจเช็กระบบอิเล็กทรอนิกส์ของรถบิ๊กไบค์คันประธานที่จะใช้โชว์ขี่เปิดสนาม โดยมีมาร์คคอยช่วยยกอุปกรณ์ ​ขณะที่ดาวตกรอบตรวจเช็กรถอยู่นั้นเอง สตาฟฟ์ชายคนหนึ่งสวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า ก็เดินถือกระเป๋าเครื่องมือเข้ามาใกล้รถบิ๊กไบค์คันที่ดาวตกกำลังทำงานอยู่ ​"น้องครับ... ช่างใหญ่ให้เอาสายน้ำมันสำรองมาเปลี่ยนครับ" สตาฟฟ์ปริศนาเอ่ยเสียงห้าวต่ำ ​ดาวตกขมวดคิ้ว หันไปมองสตาฟฟ์คนนั้นด้วยความสงสัย "สายน้ำมันเหรอครับ? แต่ผมพึ่งตรวจเช็กไปเมื่อกี้ สายเดิมยังใหม่และสมบ

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   บนโซฟา

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างห้องรับแขกบ้านริมน้ำ บรรยากาศเงียบสงบกลับคืนสู่ชีวิตของคมและดาวตกอีกครั้ง หลังจากการจับกุมภีมและกลุ่มอิทธิพลมืดได้สำเร็จ เหตุการณ์ร้ายแรงทุกอย่างก็คลี่คลายลงอย่างสมบูรณ์ ข่าวการพยายามก่อวินาศกรรมในสนามแข่งถูกจัดการอย่างมิดชิดเพื่อไม่ให้กระทบต่อชื่อเสียงและความมั่นใจของผู้เข้าชม ​บนโซฟาตัวยาว ดาวตกร่างบางกำลังนั่งกุมมือคมที่นั่งข้างๆ บาดแผลที่หลังของคมเริ่มสมานดีขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบหายเป็นปกติ สามารถกลับมาขี่มอเตอร์ไซค์และทำงานซ่อมรถได้เต็มกำลังอีกครั้ง ​"พี่คมครับ... หมอบอกว่าแผลที่หลังแห้งดีแล้ว ไม่ต้องพันผ้าพันแผลหนาๆ อีกแล้วนะครับ" ดาวตกยิ้มตาหยี ขณะยื่นมือไปช่วยจัดปกเสื้อแจ็กเก็ตให้คนรัก ​คมยิ้มตอบ พลางยื่นมือไปคว้าเอวบางของดาวตกเข้ามากอดไว้หลวมๆ "เพราะได้หมอจำเป็นอย่างดาวตกคอยดูแลเช้าเย็นต่างหากล่ะครับ ถึงหายไวขนาดนี้" ​"หมอจำเป็นคนนี้คิดค่าดูแลแพงนะบอกไว้ก่อน" ดาวตกทำหน้ายั่วเย้า แหย่คนรักกลับเบาๆ ​"คิดเท่าไหร่ก็ยอมจ่ายครับ... ทั้งชีวิตและหัวใจของฉัน ยกให้นายหมดแล้ว" คมกระซิบตอบเสียงนุ่ม ก่อน

  • ลองมารักกันดูมั้ยนายนักบิด   ความหวงใย

    กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออบอวลอยู่ภายในห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาล แสงไฟสีส้มนวลตาให้ความรู้สึกอบอุ่น ทว่าบรรยากาศกลับเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ส่งเสียงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ​บนเตียงผู้ป่วย คมนอนนิ่งอยู่โดยมีผ้าพันแผลผืนหนาพันพันรอบแผ่นหลังกว้างและช่วงไหล่ ใบหน้าคมเข้มซีดลงเล็กน้อยจากอาการบาดเจ็บและความอ่อนเพลีย ทว่าริมฝีปากยังคงระบายยิ้มจางๆ เมื่อเห็นร่างบางของดาวตกที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเรียวของดาวตกกำมือหนาของคมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย นัยน์ตาคู่สวยยังคงคลอไปด้วยหยดน้ำตาที่พร้อมจะรินไหลลงมาได้ทุกเมื่อ ​"พี่คม... เจ็บมากไหมครับ?" ดาวตกถามเสียงแผ่วเบา ร่องรอยความรู้สึกผิดและห่วงใยฉายชัดในดวงตา "เพราะผมแท้ๆ... ถ้าพี่คมไม่ต้องคอยปกป้องผม พี่ก็คงไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้" ​คมใช้กำลังนิ้วมือบีบมือดาวตกเบาๆ ตอบกลับ "อย่าพูดแบบนั้นสิครับดาวตก... ฉันเป็นคนรักของนายนะ ถ้าฉันปกป้องคนรักของตัวเองไม่ได้ ฉันจะเรียกว่าตัวเองเป็นผู้ชายได้ยังไง" ​"แต่การรับเหล็กแป๊บแทนผมเต็มๆ มันอันตรายมากเลยนะครับ!" ดาวตกปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาแปดเปื้อนข้างแก้ม "ถ้าม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status