LOGIN
สายลมในยามค่ำคืนนี้สุดแสนเย็นสบาย ช่วยทำให้ทุกผู้คนเข้าสู่ช่วงของการพักผ่อน นอนหลับสนิทขึ้น เช่นเดียวกันกับหญิงสาวคนหนึ่ง ถึงแม้ว่าเธอนอนหลับสนิท แต่ภวังค์จิตของเธอนั้นได้ล่องลอยไปถึง ณ นครบาดาลแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นโลกคู่ขนานกับเมืองมนุษย์ ที่แห่งนี้เป็นนครลี้ลับของเหล่าพญานาคหลายจำพวกที่อาศัยอยู่ เป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ โดยมนุษย์นั้นไม่สามารถเข้ามาได้ด้วยกายหยาบ เนื่องจากนครบาดาลแห่งนี้ได้ถูกเวทมนตร์บังตาเอาไว้เป็นอย่างดี ยกเว้นเพียงผู้มีสัมผัสพิเศษที่อาจบังเอิญพบเห็นนครบาดาลแห่งนี้ได้ เมื่อช่วงเวทมนตร์บังตานั้นกำลังอ่อนแรงลง แต่ทว่า…การที่มนุษย์เหล่านั้นสามารถเข้ามาเยือน ณ นครบาดาลแห่งนี้ได้อย่างมีสติครบถ้วนนั้น เป็นเรื่องที่ยากเย็นเหลือเกิน ถึงแม้ว่าจะพยายามมากเท่าไหร่ก็มิอาจเข้ามาถึง ณ ดินแดนแห่งนี้ได้สักคน
ณ นครบาดาล
แสงสว่างนวลตาระยิบระยับสวยงาม อันเกิดจากแก้วมณีมากมายทั่วทั้งนครบาดาล มีฝูงปลาแหวกว่ายเหมือนกำลังเต้นระบำอย่างสนุกสนานไม่รู้จักเหนื่อยและดูสวยงามยากเกินบรรยาย
“อัญรินทร์มณี”
“อัญรินทร์มณี”
เสียงของใครบางคนกำลังร้องเรียกหญิงสาวผู้หนึ่งนามว่า ‘อัญรินทร์มณี’ อย่างเบาๆ ภายในนครบาดาลแห่งนี้ แต่ทว่า…ภายในนครบาดาลแห่งนี้กลับไม่มีใครเลย นอกจาก ‘อัณณ์ณิชา’ เพียงคนเดียว แล้วหญิงสาวนามว่า ‘อัญรินทร์มณี’ นางคือใครกันเล่า นางคือใครกัน แล้วนั่นเสียงของใครกันที่กำลังเรียกนางอยู่ แต่ทำไมถึงได้ยินเพียงแค่เสียง โดยปราศจากผู้เรียกขานนั้น
พลัน!!! ปรากฏร่างหนึ่งขึ้นมา มีลักษณะลำตัวยาว มีเกล็ดสีเขียวประกายวาว ส่องสว่างสวยงาม ดวงตาโตสีเขียว ศีรษะมีลักษณะคล้ายหงอน หญิงสาวสะดุ้งเฮือก รู้สึกตกใจกลัวสุดขีด กำลังเตรียมตัววิ่งหนี แต่ปรากฏว่าร่างนั้นค่อยๆกลายเป็นร่างของชายหนุ่มรูปงาม ผิวสีน้ำผึ้ง ผมยาวประบ่าสีน้ำตาลเข้ม ไม่สวมเสื้อ มีเพียงสร้อยสังวาลย์สีทองสว่างงามตา ส่วนท่อนล่างนั้นยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าเป็นอย่างไร กำลังยืนจ้องเขม็งอยู่เบื้องหน้าของหญิงสาว
“อัญรินทร์มณี” ชายหนุ่มกล่าวขึ้นพร้อมมองหญิงสาวตรงหน้าไม่วางตา
“คุณเป็นใคร ฉันไม่ใช่อัญรินทร์มณีค่ะ” หญิงสาวตอบชายหนุ่มโดยเร็ว
“อดีตชาติของเจ้าคืออัญรินทร์มณี เจ้าเป็นคนรักของข้า”
“อดีตชาติอะไรของคุณค่ะ ฉันชื่ออัณณ์ณิชาและฉันก็ไม่ใช่คนรักของคุณด้วย จำผิดหรือป่าวค่ะ” หญิงสาวรีบตอบทันที ถึงแม้ว่ายังรู้สึกกลัวชายหนุ่มตรงหน้าอยู่ก็ตาม
“เจ้าอาจลืมทุกสิ่งอย่างหมดสิ้น แต่ความรักของข้ามิเคยจางหาย” ชายหนุ่มกล่าว
“แม้คืนวันจะผ่านล่วงเลยไปกี่ร้อยปี ใจข้าก็มีเพียงเจ้า ใจข้าก็เฝ้ารอคอยเพียงเจ้าผู้เดียว อัญรินทร์มณี” ร่างของชายหนุ่มผู้นั้นค่อยๆจางหายไป ไม่มีแม้กระทั่งคำกล่าวลา
“เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวก่อนค่ะคุณ” หญิงสาวตะโกนตามร่างชายหนุ่มผู้นั้นที่กำลังจางหายไป
“เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไปค่ะ” หญิงสาวพยายามเรียกชายหนุ่มผู้นั้นไว้ แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะชายหนุ่มผู้นั้นหายไปแล้ว
แสงอรุณในยามเช้าวันใหม่สาดส่องเข้ามาถึงเตียงนอนหญิงสาว ผ้าห่มกองอยู่ที่พื้น ส่วนหมอนอยู่ปลายเท้า มีเสียงฝีเท้าเบาๆ กำลังก้าวเดินตรงเข้ามายังเตียงนอนของหญิงสาว
“อัณณ์ อัณณ์ตื่นได้แล้ว เช้าแล้ว” เสียงของใครบางคนกำลังปลุกหญิงสาวที่กำลังนอนอยู่บนเตียงนอนอย่างมีความสุขให้ตื่นขึ้นมาในยามเช้านี้
หญิงสาวค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าผู้มาเยือนในยามเช้านี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่คนนั้นคือ สิรินดา เพื่อนสนิทตั้งแต่วัยเด็กของเธอนั่นเอง
อัณณ์ณิชากับสิรินดานั้นเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็ก เพราะพ่อแม่ของอัณณ์ณิชากับสิรินดารู้จักกันมานานและสนิทกันมากด้วย
อัณณ์ณิชากับสิรินดาทั้งคู่อยู่ด้วยกันในทุกช่วงวัย ทุกช่วงเวลาจนเรียนจบมหาวิทยาลัยเข้าสู่วัยทำงาน อัณณ์ณิชากับสิรินดามีความชอบที่เหมือนกัน มีนิสัยที่คล้ายๆกันและก็มีมุมมองความคิดในทิศทางเดียวกัน ยกเว้นเรื่องความรักที่แตกต่างกัน
อัณณ์ณิชาเป็นสาวโสดที่ไม่เคยรักใครเลย ไม่เคยมีแฟนทั้งที่หญิงสาวเป็นคนสวยมาก เก่ง ฐานะดี การศึกษาสูง แต่ส่วนลึกในหัวใจของอัณณ์ณิชานั้น เหมือนรอคอยใครสักคนหนึ่งอยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าคนนั้นคือใคร คนนั้นมีตัวตนอยู่จริงไหม แต่หญิงสาวก็ยังมีความเชื่อว่า ผู้ชายคนนั้นคือเนื้อคู่ของเธอในอดีตชาติ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะได้พบเจอกันเพียงแค่นั้นเอง และหญิงสาวก็ยังเฝ้ารอคอยผู้ชายคนนั้นอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง
สิรินดาเรียนจบปริญญาเอกไม่กี่ปี เธอก็หมั้นกับแฟนหนุ่มของเธอที่คบกันมาไม่นาน มีนามว่า ชนินทร ทั้งคู่หมั้นหมายกันไว้เพื่อรอเรือนหอที่กำลังสร้างอยู่ขณะนี้
อัณณ์ณิชาฝันประหลาดมาได้ประมาณเกือบหนึ่งเดือน ทำให้สิรินดารู้สึกเป็นห่วงอัณณ์ณิชามาก สิรินดาจึงมาพักอาศัยอยู่กับอัณณ์ณิชาที่บ้าน พร้อมให้เหตุผลกับทุกคนว่าขอใช้ช่วงเวลานี้อยู่กับเพื่อนรักของเธอเพราะว่าอีกไม่นานเรือนหอของเธอกับชนินทรก็สร้างเสร็จแล้ว
หลังจากสิรินดาปลุกอัณณ์ณิชาตื่นนอนในยามเช้า หญิงสาวก็รีบลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว แล้วลงไปรับประทานอาหารเช้ากับทุกคนภายในครอบครัวรวมถึงสิรินดาด้วย
เมื่อทุกคนรับประทานอาหารเช้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกไปทำงาน ยกเว้นอัณณ์ณิชากับสิรินดาที่อยู่บ้าน เพราะอัณณ์ณิชากับสิรินดาเป็นเจ้าของธุรกิจด้านความงาม สามารถทำงานอยู่ที่บ้านได้
“อัณณ์ยังฝันประหลาดอยู่ไหม” สิรินดาเอ่ยถามอัณณ์ณิชาด้วยความห่วงใย
“เรายังฝันประหลาดอยู่เลยและรู้สึกแปลกๆด้วย” อัณณ์ณิชากล่าวตอบ
“รู้สึกยังไงหรออัณณ์” สิรินดารีบถามขึ้นทันที
“เรารู้สึกว่าเราได้พบและได้เจอคนที่เรารอคอยเขามานาน” อัณณ์ณิชาตอบจากใจจริง เพราะรู้สึกแบบนั้นจริงๆ
ทำไมหนอถึงรู้สึกรักตั้งแต่แรกพบเจอ ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงความฝันก็ตามที ใจหนอใจทำไมช่างแปลกประหลาดยิ่งนักหรือโชคชะตาเล่นตลกให้เราตกหลุมรักเขาเพียงแค่ในความฝัน เพียงแค่ในความฝันเท่านั้นเองหรือ หรือสิ่งที่เขากล่าวอ้างว่าเธอนั้นคือคนรักของเขาในอดีตชาติคือความจริง แล้วในความฝันนั้นจะเป็นความจริงได้อย่างไรกัน
“ข้ามีความเห็นว่าท่านควรพาน้องอัญญาวดีไปพบพระธิดาศกุนตลาตามสัจจะวาจาของท่านที่ได้กล่าวไว้ แล้วข้ากับท่านสรัชบุรินทร์แอบตามไปเงียบๆ เพื่อคุ้มครองท่านกับน้องอัญญาวดีดีไหม” แม่ทัพนครินทร์กล่าวถามพญาวีรัชภุชงค์นาคราช “ข้าว่าก็ดีเหมือนกันนะ ปล่อยให้เด็กดื้อ เอาแก่ใจตัวเองได้ลิ้มรสชาติถึงความอันตรายบ้าง เผื่อความดื้อและความเอาแก่ใจตัวเองจะลดลงบ้าง” พญาสรัชบุรินทร์นาคราชกล่าวสมทบขึ้น “ข้าว่าก็ดีเหมือนกันนะ งั้นเอาตามที่เจ้าว่าก็ได้ แม่ทัพนครินทร์ เผื่อตัวของข้าตาสว่างขึ้นก็ได้” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชคิดไตร่ตรองดีแล้ว จึงกล่าวออกมาอย่างเห็นด้วยกับแม่ทัพนครินทร์ เมื่อทุกคนคุยกันเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พญาวีรัชภุชงค์นาคราชจึงนำพาอัญญาวดีนาคีไปพบกับพระธิดาศกุนตลา โดยมีแม่ทัพนครินทร์กับพญาสรัชบุรินทร์นาคราชแอบติดตามไปอย่างห่างๆ จนไปถึงสถานที่ ที่พระธิดาศกุนตลาประทับอยู่ ในอีกด้านหนึ่งฝ่ายกำลังทหารจากสกุณานครก็กำลังเดินทางมายังสถานที่ ที่พระธิดาศกุนตลาประทับอยู่เช่นเดียวกัน ในช่วงระหว่างที่พญาวีรัชภุชงค์นาคราชไปพบกับอัญญาวดีนาคีนั้น ‘อรัณย์สิขร’ เป็นนาย
“ข้าจะนำตัวน้องหญิงอัญญาวดีมาให้เจ้า แต่ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อนว่า น้องหญิงอัญญาวดี มีแก้วมณีนาคราชคุ้มครองอยู่ มนุษย์อย่างเจ้าไม่มีทางทำอะไรน้องหญิงอัญญาวดีได้หรอกนะ ในทางกลับกันนั้น ตัวของเจ้าเองต่างหากที่อาจถูกน้องหญิงอัญญาวดีทำร้ายเสียเอง เจ้าจงคิดให้ดีก่อน” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชรับปากเรื่องที่พระธิดาศกุนตลาขอพร้อมกล่าวเตือน ความรักคือความปรารถนาดีต่ออีกฝ่าย อยากให้คนที่เรารักมีความสุข แต่พญาวีรัชภุชงค์นาคราชนั้นก้าวข้ามความรักจนกลายเป็นความหลงที่ไม่ต่างอะไรกับผู้โง่เขลา ในกาลต่อมาพญาวีรัชภุชงค์นาคราชไปหาอัญญาวดีนาคี ภายในถ้ำน้ำตกที่หญิงสาวอาศัยอยู่กับแม่ทัพนครินทร์ โดยหารู้ไม่ว่าพญาสรัชบุรินทร์นาคราชได้ติดตามมาอย่างเงียบๆ พญาวีรัชภุชงค์นาคราชกับพญาสรัชบุรินทร์นาคราชเป็นพี่น้องกันทางสายเลือดโดยตรง เป็นพี่น้องที่รักกันมาก ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกันมาตลอด ตั้งแต่พระบิดามารดาของพญาวีรัชภุชงค์นาคราชกับพญาสรัชบุรินทร์นาคราชส่งตัวให้ไปฝึกวิชาและอยู่กับท่านปู่ฤๅษีตยาคี “น้องหญิงอัญญาวดี” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชเรียกหญิงสาวตรงหน้า ผู้ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องข
พญาวีรัชภุชงค์นาคราชจ้องมองศศินิภาพร้อมคิดย้อนกลับไปในอดีต สมัยตอนที่ศศินิภาคือพระธิดาศกุนตลา พระธิดาบุญธรรมของเจ้าเมืองสกุณา “ทำไมเจ้าพี่ถึงทำเยี่ยงนี้ ทำไมเจ้าพี่ถึงนอกใจหม่อนฉัน ผู้หญิงนั้นคือใครกัน” พระธิดาศกุนตลาร้องไห้คร่ำครวญกับภาพที่เห็นต่อหน้า ภาพนั้นคือ ภาพของแม่ทัพนครินทร์กำลังจุมพิตกันกับอัญญาวดีนาคี แล้วมือของแม่ทัพนครินทร์ก็ค่อยๆลูบไล้ผิวกายนวลเนียนนั้นด้วยความอ่อนโยนอย่างช้าๆ ริมฝีปากนั้นค่อยๆ เลื่อนลงมาดูดดื่มตรงหน้าอกที่ได้รูปของหญิงสาว ก่อนมืออีกข้างกำลังไหลลื่นมายังกลีบกุหลาบอันอ่อนโยนและหอมหวานที่เต็มไปด้วยน้ำหวานไหลรินออกมา ณ น้ำตกแห่งหนึ่งบนเมืองมนุษย์ เป็นสถานที่แรกของการได้พบเจอกันระหว่างแม่ทัพนครินทร์กับอัญญาวดีนาคี ทั้งคู่ได้ใช้วันเวลาอยู่ด้วยกัน ณ น้ำตกแห่งนี้ร่วมเดือน พระธิดาศกุนตลาเดินทางกลับไปยังเมืองคีรวันนคร อยู่เมืองนี้เพื่อรอคอยพระสวามีของตนกลับมา นางเชื่อว่าเขาต้องกลับมาหานางแน่นอนเพราะที่นี่คือบ้านเมืองของเขา ยังไงเขาก็ต้องกลับมา “ร่วมเดือนแล้วที่เจ้าพี่ไม่กลับมาหาข้า” พระธิดาศกุนตลากล่าวกับพี่เลี้ยงของตนด้วยความเ
“สวัสดีครับสาวๆ ทำอะไรกันอยู่เอ่ย” ชนินทรโผล่มาแบบไม่มีใครตั้งตัว ทำให้อัณณ์ณิชากับสิรินดาตกใจมาก สิรินดากล่าวถามชนินทรว่า “มาทำอะไรตอนนี้ค่ะ ปกติมาช่วงเย็นๆ” “พี่มาชวนน้องดากับน้องอัณณ์ไปเที่ยวน้ำตกเอราวัณที่กาญจนบุรีครับ” ชายหนุ่มกล่าว “น้องอัณณ์สนใจไปกับพี่ไหมครับ” ชายหนุ่มกล่าวถามเพื่อนรักของคู่หมั้นตัวเอง เพราะเขารู้ดีว่าถ้าอัณณ์ณิชาไม่ไป สิรินดาคงไม่ไปด้วยแน่เพราะเธอเป็นห่วงอัณณ์ณิชามาก มากจนบางครั้งทำให้ชายหนุ่มแอบรู้สึกน้อยใจที่คู่หมั้นที่ให้ความสนใจกับเพื่อนรักคนนี้มากกว่าตน แต่ชายหนุ่มก็เข้าใจหญิงคนรักของตนเป็นอย่างดี “อัณณ์ว่ายังไง สนใจไปด้วยรึป่าว” สิรินดาเอ่ยถามอัณณ์ณิชา “น่าสนใจจ้ะ ถ้าดาไป อัณณ์ก็ไปจ้ะ” อัณณ์ณิชาเองก็ทราบดีเช่นกันว่าถ้าเธอไม่ไป สิรินดาก็คงไม่ไป ชนินทรน้อยใจสิรินดาจนเกิดปัญหาแน่ เธอก็ไม่อยากเป็นตัวสร้างปัญหาให้ทั้งคู่โกรธกัน “ไปวันไหนคะพี่นินท์” อัณณ์ณิชาเอ่ยถามชนินทร “วันพรุ่งนี้ครับน้องอัณณ์” ชนินทรเอ่ยขึ้นจนสิรินดากับอัณณ์ณิชามองหน้ากันอย่างตกใจ “จะให้ทำยังไงได้ล่ะในเมื่อรับปากศศิ
กาลก่อนมาจุติภพชาตินี้ อัญญาวดีนาคี พระธิดาบุญธรรมของพญาอนันตนาคราชได้แอบหนีขึ้นมาเล่นน้ำแห่งหนึ่งบนเมืองมนุษย์ ระหว่างที่อัญญาวดีนาคีกำลังเล่นน้ำอยู่นั้น แม่ทัพนครินทร์นำกำลังทหารจากคีรวันนครมุ่งหน้าสู่สกุณานคร เพื่อเชิญเสด็จพระธิดาศกุนตลา พระธิดาบุญธรรมของเจ้าเมืองสกุณา ทั้งสองเมืองนี้ได้เกี่ยวดองกันไม่นาน พระธิดาศกุนตลารักแม่ทัพนครินทร์เพียงฝ่ายเดียว ในช่วงการเดินทางกลับคีรวันนครนั้น พระธิดาศกุนตลารู้สึกเหนื่อยกับการเดินทาง จึงขอแม่ทัพนครินทร์พักบริเวณใกล้น้ำตกแห่งหนึ่งและบังเอิญเป็นน้ำตกที่อัญญาวดีนาคีขึ้นมาเล่นน้ำ ระหว่างพักการเดินทาง แม่ทัพนครินทร์เดินเล่นแถวๆที่พัก บังเอิญเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเล่นน้ำอย่างสนุกสนานบริเวณนั้น พร้อมทั้งมีหญิงสาวอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นบริวารของหญิงสาวที่กำลังเล่นน้ำอยู่ แม่ทัพนครินทร์ได้แอบมองหญิงสาวผู้นั้นอย่างมีความสุข โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมองดูแม่ทัพนครินทร์ด้วยแววตามาดร้าย “หญิงผู้นั้นคือใครกัน” พระธิดาศกุนตลากล่าวขึ้นด้วยความโกรธแค้น หึงหวง เพราะพระสวามีของตนมองหญิงอื่น แถมแววตาที่
‘อดีตชาติของเจ้าคืออัญรินทร์มณีนาคี คนรักของข้า แม้คืนวันจะผ่านล่วงเลยไปกี่ร้อยปี ใจข้าก็มีเพียงเจ้า ใจข้าก็เฝ้ารอคอยเพียงเจ้าผู้เดียว อัญรินทร์มณีนาคี’ เสียงอันทรงพลังนั้นยังคงดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของอัณณ์ณิชาไม่เสื่อมคลาย ‘ผู้หญิงที่เราฝันถึงประมาณเกือบหนึ่งเดือนนั้นคือใครกันแน่!’ อัณณ์ณิชาคิดวกวนอยู่ในห้วงแห่งความฝันนั้นเพียงผู้เดียว ที่สำคัญคือคิดเรื่องที่ผู้ชายคนนั้นพูดในความฝันด้วย เรื่องราวทั้งหมดนั้นเป็นเช่นไรกันแน่! “ท่านพี่คิรินทร น้องคิดถึงท่านพี่เหลือเกิน เมื่อไหร่หนอท่านพี่จะกลับมาหาน้อง” อัญรินทร์มณีนาคีพร้ำเพ้อถึงพญาคิรินทรนาคราชผู้ซึ่งเป็นพระสวามีของตน “อัญรินทร์มณีหยุดพร้ำเพ้อ อาลัยอาวรณ์ถึงคิรินทรได้แล้ว เจ้าจงเข้มแข็งให้มากกว่านี้นะ ปู่เป็นห่วงเจ้ามาก” พญาศรีสุทโธนาคราชกล่าวกับอัญรินทร์มณีนาคี หลานสาวที่ท่านรักและห่วงใย ณ เพลานี้ แต่คงทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้ “ท่านปู่” อัญรินทร์มณีนาคีกล่าวถึงผู้มาเยือน พร้อมทั้งรีบวิ่งเข้าไปกอดพญาศรีสุทโธนาคราช “เหตุใดท่านพี่คิรินทรถึงจากหลานไปร่วมเดือนเช่นนี้เพคะ” อัญรินทร์มณีนาค







