LOGIN“จะดีเหรอลูก คุณญายิ่งไม่ชอบขี้หน้าเราสองแม่ลูกอยู่นะ อย่าไปเลย” ศิตารีบถามศิวัชทันทีด้วยความห่วงใย เพราะเกรงว่าจะมีเรื่องกันในงานแต่งงานของชนินทรกับสิรินดาด้วย
“ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่ครับ คุณแม่อย่าคิดมากเลย” ศิวัชกล่าวตอบผู้เป็นมารดาพร้อมรอยยิ้มอย่างคนเจ้าเล่ห์
“เดี๋ยวน้องพิณไปร่วมงานแต่งงานนินท์พร้อมกับพี่ด้วยนะครับ” ศิวัชกล่าวบอกพิณนาราอย่างมีแผนการวางไว้ ส่วนพิณนารากล่าวเพียงสั้นๆว่า “ค่ะ”
“พี่ศิวัชคิดจะทำอะไรเหรอครับ” ธนาคิมถามศิวัชตรงๆ
“เปิดตัวลูกสะใภ้คุณพ่อกับคุณญาไง”
“ไม่ได้นะลูก งานแต่งงานของคุณนินท์กับหนูดานะ ทำแบบนั้นงานล่มแน่! ยังไงแม่ก็ไม่ยอมให้ลูกไปเด็ดขาด” ศิตารีบพูดขึ้น เพื่อเตือนสติลูกชายของตน
“ได้เลยค่ะพี่ศิวัช” สิรินดาพูดขึ้นจนทุกคนพากันตกใจ ที่สำคัญกว่านั้นคือทุกคนยอมรับว่าพิณนารามีความกล้ามาก ไม่คิดว่าคนที่ดูเรียบร้อยอย่างพิณนาราจะมีความกล้าหาญซ่อนอยู่ภายในตัวเอง
“ดาคิดว่าอาญาคงไม่พังงานแต่งงานของดากับพี่นินท์หรอกค่ะ คุณแม่ศิตา” สิรินดาพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่สดใส บ่งบอกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่มองโลกในแง่ดีมาก
“ใช่ครับ ยังไงคุณญาก็ต้องรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองและครอบครัวเอาไว้ ที่สำคัญครับ งานนี้เป็นงานแต่งงานของนินท์ด้วย คุณญาไม่กล้าทำอะไรหรอกครับ” ศิวัชกล่าวบอกทุกคนในที่นี้
“ดีเหมือนกันครับ งานแต่งงานจะได้ครื้นเครง อบอวลไปด้วยความสุขและความสนุก” ชนินทรพูดขึ้นพร้อมหัวเราะออกมาแบบสนุก ไม่ซีเรียส ไม่คิดอะไรมากมายเกินไป ถึงแม้ว่าคนินญาจะพังงานแต่งงานของตน ชนินทรก็มีแผนเตรียมเอาไว้ เพื่อป้องกันคนินญาพังงานแต่งงานของตนเช่นกัน ใครจะยอมปล่อยให้คนินญามาทำลายงานแต่งงานของตัวเองกับคนรักได้ง่ายๆ
“ตกลงตามนี้นะทุกคน พี่ว่าตอนนี้พวกเราไปกินหมูกระทะกันดีกว่า” ศิวัชกล่าวชวนทุกคน
“กินหมูกระทะกันที่ไหนครับพี่ศิวัช” ธนาคิมเอ่ยถามศิวัช
“กินกันที่นี่แหละ พี่แวะซื้อมาก่อนกลับบ้าน” ศิวัชกล่าวตอบ
“โห…สุดยอด ดีเลยครับ” ชนินทรกล่าวขึ้นแล้วกล่าวต่อว่า “ไปกันเลยครับพี่ศิวัช ไปครับทุกคน ไปกินหมูกระทะกัน”
“ซื้ออะไรมาเยอะแยะลูก จะทานกันหมดเหรอ” ศิตากล่าวถามบุตรชายของตน
“หมดครับคุณแม่ศิตา มาพวกเรา มาเริ่มทานกันเลย” ชนินทรกล่าวขึ้นอย่างคนอารมณ์ดี
งานปาร์ตี้หมูกระทะถูกจัดขึ้นที่บ้านของศิวัช ทุกคนรับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยพร้อมเสียงเพลงเบาๆกันอย่างมีความสุขจนกระทั่งดึก แล้วทุกคนก็พากันแยกย้ายไปพักผ่อน
อาทิตย์ยามเช้าลอยสูงขึ้น ทอแสงอ่อนๆ จับเสี้ยวหน้าของคนที่กำลังนอนหลับตาพริ้ม มีโมบายกระดิ่งถูกลมพัดส่งเสียงกรุ้งกริ่ง
“เช้านี้อากาศดีจัง” อัณณ์ณิชากล่าวขึ้น แล้วกล่าวต่อว่า “ดาหายไปไหนเนี้ย!!!” อัณณ์ณิชามองรอบห้องแต่ไม่เห็นสิรินดาอยู่ หญิงสาวลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวก่อนลงไปชั้นล่างของบ้าน
“ดาอยู่นี่เอง เราตามหาเธอทั่วบ้านเลยนะ ทำไมไม่เห็นปลุกกันเลย เราอายคุณแม่ศิตาด้วย เป็นสาวเป็นนาง นอนตื่นสาย” เมื่ออัณณ์ณิชาเจอสิรินดาที่กำลังยุ่งอยู่กับการทำอาหารในครัวกับเจ้าของบ้าน แล้วกล่าวต่อว่า “สวัสดีค่ะคุณแม่ศิตา ทำอาหารเยอะแยะเลย จะไปไหนกันคะ”
“แม่จะพาพวกเราไปถวายเพลกันก่อนกลับกรุงเทพฯจ้ะ” ศิตากล่าวตอบอัณณ์ณิชา
“ค่ะคุณแม่ศิตา”
หลังจากศิตาพาทุกคนไปถวายเพลที่วัดใกล้บ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว ศิตาก็นำพาทุกคนเดินชมบรรยากาศ ณ วัดแห่งนี้ก่อนจะกล่าวคำล่ำลากับทุกคน
“ผมขอขอบคุณคุณแม่ศิตากับพี่ศิวัชมากๆ นะครับ” ธนาคิมกล่าวขอบคุณพร้อมยกไหว้
“ผมกลับก่อนนะครับที่รัก เดี๋ยวเจอกันวันงานแต่งงานนินท์กับคุณดานะครับ” ธนาคิมบอกกล่าวหญิงคนรักของตนก่อนสวมกอดกันด้วยความรัก
“ค่ะที่รัก” พิณนารากล่าวเพียงสั้นๆพร้อมรอยยิ้ม
หลังจากทุกคนกล่าวคำร่ำลากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ออกเดินทางกลับกรุงเทพอย่างสบายใจกันทุกคน ไม่มีใครเครียดเหมือนตอนมาวันแรก ส่วนศิตา ศิวัชและพิณนาราก็เดินทางกลับบ้านของตนอย่างปลอดภัย ก่อนกลับถึงบ้านพิณนารา ศิวัชเอ่ยถามพิณนาราว่า “ไม่กดดันตัวเองใช่ไหม” หญิงสาวตอบว่า “ค่ะ” ก่อนเดินเข้าบ้านของตน
งานแต่งงานคือช่วงเวลาที่สาวๆหลายคนใฝ่ฝัน เช่นเดียวกันกับสิรินดา ในที่สุดก็มาถึงวันสำคัญที่แสนพิเศษในชีวิตของหญิงสาว
“วันนี้ดาสวยมากๆเลยจ๊ะ” อัณณ์ณิชาเอ่ยขึ้นพร้อมกอดสิรินดา
“ขอบใจมากจ้ะ”
“ไปต้อนรับแขกกันจ๊ะเจ้าสาวคนสวย” อัณณ์ณิชากล่าวขึ้น พร้อมจูงมือเจ้าสาวไปหน้างานเพื่อต้อนรับแขกที่มาร่วมงานพิธีมงคลสมรสของชนินทรกับสิรินดา
“วันนี้เจ้าสาวของพี่สวยที่สุดครับ” ชนินทรกล่าวชื่นชมเจ้าสาวของตน ส่วนสิรินดานั้นยิ้มหวานและยืนอยู่เคียงข้างพร้อมจับมือเจ้าบ่าวที่วันนี้ดูหล่อที่สุด
“พี่ศิวัชมากันหรือยังคะ” สิรินดากระซิบถามเจ้าบ่าวของตน
“นั่นไงครับ มาพอดีเลย” ชนินทรกล่าวขึ้นพร้อมชี้ไปยังผู้ที่กำลังกล่าวถึง
“ยินดีด้วยนะครับน้องดา/นินท์” เมื่อศิวัชก้าวเดินมาถึงหน้าคู่บ่าวสาวก็รีบกล่าวยินดี
“ขอบคุณครับ/ค่ะพี่ศิวัช”
“ยินดีด้วยนะคะ” พิณนาราเดินตามศิวัชมาติดๆ แล้วกล่าวยินดีกับคู่บ่าวสาว
“ขอบคุณมากๆค่ะคุณพิณ” สิรินดากล่าวตอบ ส่วนชนินทรส่งยิ้มหวานแทนคำขอบคุณ
“แกมาที่นี่ทำไมศิวัช” คนินญากล่าวด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นศิวัช
“ผมก็มาร่วมงานมงคลของน้องชายผมไงครับ”
“ผู้หญิงคนนี้คือใคร” คนินญากล่าวต่อ พร้อมมองหญิงสาวแปลกหน้าที่ยืนอยู่
“ว่าที่ลูกสะใภ้ของคุณญาครับ” ศิวัชกล่าวตอบคนินญา แล้วทำหน้าแบบยียวน กวนประสาทจนคนินญาโกรธ แต่ไม่สามารถแสดงอารมณ์โกรธออกมาได้
“มีอะไรกัน” ชาญชวินเดินตรงเข้ามาในกลุ่มหน้างานพร้อมกล่าวขึ้น
“สวัสดีครับ/ค่ะ” ชาญชวินรับไหว้ศิวัชกับพิณนารา หลังจากทั้งคู่แสดงความเคารพ
“มีอะไรเอาไว้คุยกันที่บ้านตอนพรุ่งนี้เช้า ไม่ใช่ตอนนี้ ส่วนพวกเธอเข้าไปในงานกันได้แล้ว” ชาญชวินกล่าวขึ้นพร้อมสีหน้าเรียบเฉย ส่วนคนินญาทำได้เพียงแค่มองตามศิวัชกับพิณนาราที่กำลังเดินตามชาญชวินเข้าไปในงาน
รุ่งอรุณของเช้าวันใหม่ศิวัชพาพิณนาราไปบ้านของชาญชวินกับคนินญา เพื่อพูดคุยกันเรื่องของธนาคิมกับพิณนารา ทางด้านครอบครัวอัณณ์ณิชาก็เดินทางมาที่บ้านของชาญชวินกับคนินญาเช่นเดียวกัน เพราะทุกคนอยากช่วยให้ธนาคิมสมหวังด้านความรักกับพิณนารา
ภายในห้องโถงที่จัดตกแต่งอย่างเรียบง่าย ชาญชวินกับคนินญาได้นั่งรอทุกคนมาพบ เพื่อพูดคุยเรื่องของธนาคิมกับพิณนารา ทุกคนเดินทางมาถึงบ้านของชาญชวินอย่างพร้อมเพรียงกัน และเดินไปยังห้องโถงของบ้าน ชาญชวินเชิญแขกผู้มาเยือนนั่งบนโซฟาหลุยส์อย่างเป็นกันเอง มีเพียงแค่คนินญาคนเดียวเท่านั้นที่หน้าตาบูดบึ้งไม่ยิ้มแย้มอย่างสามีของตน
“ผมขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่คบกับน้องพิณครับ” ธนาคิมกล่าวขึ้นพร้อมจับมือพิณนาราไว้
“ฉันไม่อนุญาต” คนินญากล่าวขึ้นอย่างคนอารมณ์เสีย
“เราสองคนรักกันนะครับคุณแม่”
“ฉันอยากให้แกแต่งงานกับหนูอัณณ์ไม่ใช่ไปคบกับคนอื่น” คนินญากล่าวขึ้น
“แต่อัณณ์กับคุณคิมเป็นได้แค่เพื่อนกันนะคะ เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันและเราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแบบนี้ตลอดไปด้วยค่ะ” อัณณ์ณิชากล่าวบอกคนินญา แต่ดูเหมือนว่าคนินญาจะไม่สนใจว่าใครจะคิดยังไง รู้สึกยังไง
“หนูอัณณ์ลองเปิดใจคบกับตาคิมก่อนดีมั้ยลูก”
“ญาเห็นแก่ลูกบ้าง ลูกรักใคร เราก็ควรรักคนที่ลูกเรารักด้วยนะ อย่าไปบงการชีวิตลูกเลย” ปรางณิชชากล่าวขึ้นและหวังว่าคนินญาคงจะเข้าใจ สุดท้ายแล้วปรางณิชชาก็ต้องผิดหวัง
“เธอไม่อยากให้ลูกของเราแต่งงานกัน ก็ไม่ต้องแต่ง ยังไงฉันก็ไม่มีวันรับผู้หญิงคนนี้เป็นลูกสะใภ้ของฉันเด็ดขาด” คนินญากล่าวด้วยความโมโห
“แต่ผมรับหนูพิณนาราเป็นลูกสะใภ้ของผม” ชาญชวินกล่าวขึ้นอย่างดุดันแล้วกล่าวต่อว่า
“พรุ่งนี้คิมพาพ่อไปพบพ่อแม่ของหนูพิณเลยนะ อย่าไปสนใจแม่แกเลย รักแต่ตัวเอง คิดถึงแต่ตัวเอง ไม่เคยคิดถึงใจใคร เห็นแก่ตัว” เมื่อคนินญาได้ยินเช่นนั้นก็เดินหนีออกไปจากห้องโถง
“ครับคุณพ่อ” ธนาคิมกล่าวตอบชาญชวินอย่างอ่อนน้อม
“พี่ยินดีด้วยนะคิม น้องพิณ”
“ขอบคุณครับ/ค่ะ” ธนาคิมกับพิณนารากล่าวขอบคุณศิวัช
“เดี๋ยวพ่อไปคุยกับแม่ก่อนนะลูก” ชาญชวินกล่าวบอกธนาคิม แล้วกล่าวต่อว่า
“ทำตัวกันตามสบายเลยนะลูก”
ส่วนครอบครัวของอัณณ์ณิชานั้น ขอตัวกลับบ้านก่อนเพราะความรู้สึกของปรางณิชชาที่มีต่อคนินญาเปลี่ยนไป ยากเกินจะอธิบายออกมาได้
“ฉันรู้สึกแย่กับญามากๆเลยนะคุณ” ปรางณิชชากล่าวบอกสามีของตัวเองภายในรถยนต์ส่วนตัวที่กำลังแล่นบนท้องถนน
“ให้อภัยเค้าไปเถอะคุณ เดี๋ยวผมพาไปทานข้าวครับ เราไม่ได้ทานข้าวนอกบ้านด้วยกันมานานแล้วนะ” แล้วกล่าวถามอัณณ์ณิชา “ไปด้วยกันนะลูก”
“ค่ะคุณพ่อ” อัณณ์ณิชากล่าวตอบ พร้อมกล่าวถามขึ้น
“ทำไมคุณอาญาถึงอยากได้หนูเป็นลูกสะใภ้จังคะ”
“พ่อว่าคุณญาอาจอยากเอาชนะภรรยาอีกคนของคุณชาญมากกว่า”
“ภรรยาอีกคนเหรอค่ะคุณพ่อ” อัณณ์ณิชากล่าวถามขึ้นเบาๆ
“คุณชาญชวินรักภรรยาอีกคนมาก แต่คุณชาญชวินต้องแต่งงานกับคุณคนินญาเพราะทางผู้ใหญ่เห็นชอบว่าเหมาะสมกัน แล้วคุณชาญชวินปฏิเสธไม่ได้ เลยจำใจแต่งงานกับคุณคนินญา” ปรางณิชชากล่าวบอกบุตรสาวที่รักของตน “คุณพ่อคุณแม่รู้จักภรรยาอีกคนของคุณอาชาญมั้ยค่ะ” “พ่อแม่รู้จักกับภรรยาอีกคนของคุณชาญอยู่นะ แต่ไม่ได้สนิทกัน รู้แค่ว่าเค้ารักกันมากจ้ะ” ปรางณิชชากล่าวตอบ พร้อมกล่าวถามขึ้นว่า “มีอะไรรึเปล่าลูก” “เออ…ไม่มีอะไรค่ะคุณแม่ อัณณ์แค่ถามเฉยๆ ค่ะ” ร้านอาหารสไตล์ยุโรปตกแต่งสวยงาม มีสวนน้ำพุด้านนอก และรูปปั้นเทวดาตัวน้อยคอยต้อนรับแขก นอกจากนั้นยังมีต้นไม้น้อยใหญ่ให้บรรยากาศร่มรื่นแม้จะอยู่ในตัวเมืองก็ตาม “ร้านนี้สวยมากๆเลยค่ะคุณพ่อคุณแม่” “อาหารก็อร่อยมากๆด้วยนะลูก” ปรางณิชชากล่าวบอกลูกสาวของตน หลังจากที่ทุกคนรับประทานอาหารเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เดินทางกลับบ้านของตนเพื่อไปพักผ่อน ทางด้านครอบครัวของชาญชวิณเดินทางไปอุบลราชธานีด้วยรถตู้คันหรู บ้านไม้สีขาวสองชั้นหลังกะทัดรัดตั้งอยู่ท่ามกลางของต้นไม้และทุ่งนาที่โอบล้อมกันอยู่ด
“จะดีเหรอลูก คุณญายิ่งไม่ชอบขี้หน้าเราสองแม่ลูกอยู่นะ อย่าไปเลย” ศิตารีบถามศิวัชทันทีด้วยความห่วงใย เพราะเกรงว่าจะมีเรื่องกันในงานแต่งงานของชนินทรกับสิรินดาด้วย “ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่ครับ คุณแม่อย่าคิดมากเลย” ศิวัชกล่าวตอบผู้เป็นมารดาพร้อมรอยยิ้มอย่างคนเจ้าเล่ห์ “เดี๋ยวน้องพิณไปร่วมงานแต่งงานนินท์พร้อมกับพี่ด้วยนะครับ” ศิวัชกล่าวบอกพิณนาราอย่างมีแผนการวางไว้ ส่วนพิณนารากล่าวเพียงสั้นๆว่า “ค่ะ” “พี่ศิวัชคิดจะทำอะไรเหรอครับ” ธนาคิมถามศิวัชตรงๆ “เปิดตัวลูกสะใภ้คุณพ่อกับคุณญาไง” “ไม่ได้นะลูก งานแต่งงานของคุณนินท์กับหนูดานะ ทำแบบนั้นงานล่มแน่! ยังไงแม่ก็ไม่ยอมให้ลูกไปเด็ดขาด” ศิตารีบพูดขึ้น เพื่อเตือนสติลูกชายของตน “ได้เลยค่ะพี่ศิวัช” สิรินดาพูดขึ้นจนทุกคนพากันตกใจ ที่สำคัญกว่านั้นคือทุกคนยอมรับว่าพิณนารามีความกล้ามาก ไม่คิดว่าคนที่ดูเรียบร้อยอย่างพิณนาราจะมีความกล้าหาญซ่อนอยู่ภายในตัวเอง “ดาคิดว่าอาญาคงไม่พังงานแต่งงานของดากับพี่นินท์หรอกค่ะ คุณแม่ศิตา” สิรินดาพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่สดใส บ่งบอกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคน
“เรื่องคิมเหรอครับ” ชนินทรพูดขึ้นอย่างงุนงง แล้วกล่าวต่อว่า “มีอะไรรึป่าวครับที่รัก” “เอาไว้เจอกันค่อยคุยนะคะพี่นินท์” “เจอกันที่ไหนครับที่รัก” “ร้านกาแฟ ร้านประจำของเราค่ะ” “ได้ครับ เดี๋ยวพี่ออกไปหาตอนนี้เลยครับ” “เดี๋ยวค่ะพี่นินท์ รบกวนรับคุณคิมมาด้วยได้ไหมค่ะ” สิรินดารีบกล่าวขึ้นก่อนชนินทรวางหูโทรศัพท์ “ได้ครับที่รัก” ชนินทรกล่าวเพียงสั้นๆ แล้ววางหูโทรศัพท์ “เรียบร้อยจ้ะอัณณ์ ไปรอพี่นินท์กับคุณคิมกันจ้ะ” สิรินดากล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้มอันสดใส กลิ่นกาแฟเข้มๆ ลอยฟุ้งออกมาจากเครื่องชงแบบแรงดัน มองไปทั่วร้านก็จะเห็นผู้คนนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่กับคอมพิวเตอร์ จนไม่แน่ใจว่าที่นี่เป็นร้านกาแฟหรือว่าสถานที่ทำงานกันแน่! ร้านกาแฟแห่งนี้เป็นโทนสีขาวเรียบๆ สไตล์มินิมอล “โชคดีจังที่มีโต๊ะว่าง” สิรินดากล่าวขึ้นพร้อมนั่งลงบนเก้าอี้ ส่วนอัณณ์ณิชานั่งลงบนเก้าอี้อย่างช้าๆ พร้อมมองบรรยากาศและผู้คนภายในร้านกาแฟ “จริงจ้ะดา ทางร้านคงตกแต่งใหม่ด้วย วันนี้ภายในร้านดูสวยมากจริงๆ” อัณณ์ณิชาตอบคำถามสิรินดาพร้อมกล่าวถา
รถบีเอ็มดับบลิวสีขาวเปล่งประกายเคลื่อนตัวเข้ามาจอดภายในบ้านหรูหลังหนึ่ง “สวัสดีจ้ะหนูอัณณ์ หนูดา” คนินญาลงจากรถแล้วเดินตรงเข้าไปทักทายอัณณ์ณิชากับสิรินดาที่กำลังนั่งเล่นอยู่ในสวนที่ตกแต่งอย่างสวยงาม “สวัสดีคะคุณอา” อัณณ์ณิชากับสิรินดากล่าวขึ้นพร้อมกันอย่างงุนงง ถึงแม้ว่าคนินญาจะเป็นเพื่อนกันกับพ่อแม่ของอัณณ์ณิชา แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา อัณณ์ณิชาก็ไม่เคยเห็นคนินญามาที่บ้านหลังนี้เลย แล้ววันนี้อยู่ๆ ก็มา “วันนี้คุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่นะคะคุณอา” อัณณ์ณิชากล่าวบอกคนินญา “อ๋อ ไม่เป็นอะไรจ้ะลูก พอดีอาพาตาคิมมาหาหนูอัณณ์ คือว่าอามีเรื่องอยากรบกวนนิดหนึ่งจ๊ะ” คนินญากล่าวตอบ แล้วบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงในการมาบ้านของอัณณ์ณิชา “มาหาอัณณ์เหรอคะ” อัณณ์ณิชาพูดขึ้นอย่างงุนงง กล่าวต่อว่า “มีอะไรรึป่าวค่ะคุณอา” ในขณะนั้นเอง ธนาคิมได้เดินเข้ามาหามารดาที่กำลังพูดคุยอยู่กับอัณณ์ณิชาและสิรินดา “ตาคิมเพิ่งกลับมาเมืองไทย เพื่อนฝูงก็ไม่ค่อยมี อาเลยอยากรบกวนหนูอัณณ์กับหนูดาพาตาคิมไปเที่ยวจ้ะ ชวนตานินท์ไปด้วยอีกคน” คนินญากล่าวขึ้น ส่วนอัณณ์ณิชากับสิรินดาม
“แล้วสาวสวยคนนี้คือใครครับ” ธนาคิมกล่าวขึ้นพร้อมมองหญิงสาวอีกคน “อ๋อ…น้องดา คู่หมั้นผมเองครับไอ้คิม” ชนินทรกล่าวขึ้นพร้อมยิ้มแบบกวนๆ ให้ธนาคิม “อ๋อ…สวัสดีครับน้องดา” ธนาคิมกล่าวทักทายสิรินดา ส่วนสิรินดายกมือไหว้ธนาคิม “จะแต่งงานกันเดือนไหนวะนินท์” ธนาคิมกล่าวถามชนินทร “ต้นเดือนหน้าคร๊าบบบคุณคิม” ชนินทรกล่าวตอบธนาคิม พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า “โชคดีแล้วที่มึงกลับมาทันงานแต่งกู เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวกูเลย” กล่าวจบพร้อมหัวเราะเบาๆ “ใครเป็นเพื่อนเจ้าสาววะไอ้นินท์ สวยมั้ย อยากเห็นหน้าจังเลย” ธนาคิมพูดขึ้นแบบไม่จริงจังกับชนินทร พร้อมหัวเราะแบบผู้ชายอารมณ์ดีที่ไม่ชอบความซีเรียสเท่าไหร่ “เพื่อนเจ้าสาวก็นั่งอยู่ตรงนั้นไง” ชนินทรชี้ไปทางอัณณ์ณิชา “คุณอัณณ์หรอ” ธนาคิมกล่าวขึ้นด้วยความตกใจ ส่วนชนินทรพยักหน้ายืนยันว่า ‘ใช่’ “น้องดากับน้องอัณณ์เป็นทั้งเพื่อนรักและเพื่อนสนิทกันเลยละ” ชนินทรกล่าวขึ้น “ผิดหวังหรอคะคุณคิม” อัณณ์ณิชาพูดขึ้นเล่นๆ พร้อมรอยยิ้มหวานๆส่งให้กับธนาคิม “ปะ…เปล่าคร๊าบบบ ผมดีใจมากๆ ครับที่
“อัณณ์ อัณณ์ เธอมองอะไรของเธอ” สิรินดากล่าวถามอัณณ์ณิชาด้วยความสงสัย “ไม่มีอะไร เราก็มองอะไรไปเรื่อยเปื่อย” อัณณ์ณิชากล่าวตอบสิรินดา “ตอนนี้ใกล้ 6 โมงเย็นแล้ว เราเข้าไปในโรงหนังกันเลยดีมั้ย” อัณณ์ณิชากล่าวบอกสิรินดา “ก็ดีจ้ะอัณณ์” สิรินดากล่าวตอบ พร้อมลุกขึ้นเดินไปพร้อมกันกับอัณณ์ณิชา หลังจากทั้งคู่ดูภาพยนตร์กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เดินทางกลับบ้านของอัณณ์ณิชา พอกลับมาถึงบ้าน อัณณ์ณิชากับสิรินดาก็ทำธุระส่วนตัวกันเรียบร้อยแล้ว ต่างคนก็ต่างนอนอย่างมีความสุขรุ่งอรุณของเช้าวันใหม่ “อากาศในยามเช้าวันนี้รู้สึกสดชื่นมากๆ” อัณณ์ณิชากล่าวขึ้น ขณะเดินออกกำลังกาย ณ สวนสาธารณะแห่งหนึ่งใกล้กับหมู่บ้านของตนเอง ส่วนสิรินดานั้นก็มาเดินออกกำลังกายกับอัณณ์ณิชาด้วยเช่นกัน แต่ขณะนี้สิรินดาแยกตัวไปที่เครื่องออกกำลังกายที่ทางสวนสาธารณะได้จัดเตรียมไว้ให้สำหรับทุกคนที่มาออกกำลังกาย ณ สวนสาธารณะแห่งนี้ “สวัสดีครับ” ชายหนุ่มกล่าวทักทายหญิงสาว “สวัสดีค๋ะ” หญิงสาวกล่าวทักทายด้วยอาการงุนงง “จำผมได้ไหมครับ เราเจอกันที่ร้านหนังสือเมื่อวา







