LOGIN“เรื่องคิมเหรอครับ” ชนินทรพูดขึ้นอย่างงุนงง แล้วกล่าวต่อว่า “มีอะไรรึป่าวครับที่รัก”
“เอาไว้เจอกันค่อยคุยนะคะพี่นินท์”
“เจอกันที่ไหนครับที่รัก”
“ร้านกาแฟ ร้านประจำของเราค่ะ”
“ได้ครับ เดี๋ยวพี่ออกไปหาตอนนี้เลยครับ”
“เดี๋ยวค่ะพี่นินท์ รบกวนรับคุณคิมมาด้วยได้ไหมค่ะ” สิรินดารีบกล่าวขึ้นก่อนชนินทรวางหูโทรศัพท์
“ได้ครับที่รัก” ชนินทรกล่าวเพียงสั้นๆ แล้ววางหูโทรศัพท์
“เรียบร้อยจ้ะอัณณ์ ไปรอพี่นินท์กับคุณคิมกันจ้ะ” สิรินดากล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้มอันสดใส
กลิ่นกาแฟเข้มๆ ลอยฟุ้งออกมาจากเครื่องชงแบบแรงดัน มองไปทั่วร้านก็จะเห็นผู้คนนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่กับคอมพิวเตอร์ จนไม่แน่ใจว่าที่นี่เป็นร้านกาแฟหรือว่าสถานที่ทำงานกันแน่! ร้านกาแฟแห่งนี้เป็นโทนสีขาวเรียบๆ สไตล์มินิมอล
“โชคดีจังที่มีโต๊ะว่าง” สิรินดากล่าวขึ้นพร้อมนั่งลงบนเก้าอี้ ส่วนอัณณ์ณิชานั่งลงบนเก้าอี้อย่างช้าๆ พร้อมมองบรรยากาศและผู้คนภายในร้านกาแฟ
“จริงจ้ะดา ทางร้านคงตกแต่งใหม่ด้วย วันนี้ภายในร้านดูสวยมากจริงๆ” อัณณ์ณิชาตอบคำถามสิรินดาพร้อมกล่าวถามต่อ
“ดาคิดว่าน่าจะใช่นะอัณณ์ เพราะวันก่อนดามากับพี่นินท์ ร้านไม่ใช่แบบนี้เลยนะ ไม่สวยเท่าวันนี้เลย วันนี้วันพิเศษอะไร ทางร้านถึงจัดร้านได้สวยงามขนาดนี้” สิรินดากล่าวตอบ
“อัณณ์ อัณณ์ ดูนั่นสิ พี่นินท์กับคุณคิมมาแล้ว” สิรินดากล่าวขึ้นอย่างตื่นเต้น ก่อนรีบยกมือเรียกชนินทรกับธนาคิม “พี่นินท์ คุณคิมทางนี่จ้า” เมื่อชนินทรกับธนาคิมเห็นว่าสิรินดากับอัณณ์ณิชานั่งอยู่โต๊ะไหน ก็รีบเดินตรงไปยังโต๊ะที่สาวๆ กำลังนั่งอยู่
“สวัสดีครับสาวๆ มีอะไรกันเอ่ย” ชนินทรเดินมาถึงโต๊ะแล้วรีบถามขึ้นทันที
“นั่งก่อนค่ะที่รัก คุณคิมด้วย นั่งก่อนค่ะ” สิรินดากล่าวชวนผู้มาใหม่ที่โต๊ะของตนนั่งอยู่
ชายหนุ่มทั้งสองคนนั่งลงบนเก้าอี้ที่ยังว่างอยู่ แล้วมองไปยังหญิงสาวทั้งคู่ โดยมีอัณณ์ณิชามาในลุคเปรี้ยวอมหวาน ส่วนสิรินดามาในลุคหวานแบบใสๆ
“ว่ายังไงครับสาวๆ” ธนาคิมกล่าวขึ้นเมื่อนั่งลงบนเก้าอี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“คือว่าคุณแม่ของคุณคิมอยากได้อัณณ์เป็นลูกสะใภ้ คือ…แบบว่า ดารู้สึกสงสารคุณคิมมากค่ะ” เมื่อสิรินดาพูดจบ ชนินทรกับธนาคิมก็หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ไม่สนใจใครเลยสักคน
“โธ่…ที่รัก นึกว่าเรื่องอะไร” ชนินทรกล่าวขึ้น ส่วนสิรินดาทำหน้าบึ้งตึงใส่ชนินทร
“อย่าคิดอะไรกันมากเลยครับ ปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามธรรมชาติดีกว่าครับ” ชนินทรเอ่ยขึ้น ส่วนธนาคิมพูดขึ้นเพียงสั้นๆ ว่า “ใช่ครับ” ก่อนจะส่งยิ้มให้สาวๆ อย่างเป็นกันเอง
“คิมเล่าเรื่องทั้งหมดให้พี่ฟังแล้ว พี่ว่านะการไปเที่ยวบ้านพี่ศิวัช 1-2 วันก็ดีเหมือนกัน แล้วที่รักกับน้องอัณณ์สนใจไปด้วยกันไหมครับ” ชนินทรกล่าวขึ้นพร้อมกับถามสาวๆ ที่ร่วมโต๊ะกันในขณะนี้ อันที่จริงสองหนุ่มก็อยากไปสุดๆ ถ้าไม่ชวนหญิงคนรักและเพื่อนของเธอไปด้วย ก็เกรงว่าจะเกิดปัญหาขึ้นมาในภายหลัง
“อัณณ์ว่ายังไง สนใจไปไหม” สิรินดากล่าวถามอัณณ์ณิชา
“ไปก็ได้จ้ะดา ก็ดีเหมือนกันได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง”
“งั้นพวกเราไปบ้านคุณศิวัชกัน” สิรินดากล่าวขึ้น แล้วกล่าวต่อว่า “ไปวันไหนดีค่ะ”
“วันศุกร์นี้ดีไหม เดี๋ยวให้คิมโทรไปบอกพี่ศิวัชไว้” ชนินทรกล่าวกับทุกคน
“ได้สิ” ธนาคิมพูดขึ้น แล้วกล่าวต่อว่า “ขอบคุณทุกคนมากๆนะครับ” พร้อมรอยยิ้มให้เพื่อนร่วมโต๊ะที่นั่งด้วยกัน ทุกคนยิ้มตอบธนาคิมด้วยความจริงใจและเต็มใจที่จะไปกับธนาคิมด้วย
บ้านไม้สีขาวสองชั้นหลังกะทัดรัดน่าอยู่ น่าอาศัย ตั้งอยู่ท่ามกลางของต้นไม้ มีทุ่งนาที่โอบล้อมกันอยู่ด้านหลัง แปลงพืชผักสวนครัวถูกปลูกอยู่ข้างๆตัวบ้าน ถัดออกไปอีกนิดหน่อยเป็นเล้าไก่ที่สร้างมาจากโครงไม้ง่ายๆ บรรยากาศให้ความสงบและอบอวลด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติ ถัดจากบ้านไม้สีขาวสองชั้นประมาณ 4 เมตร เป็นบ้านสไตล์มินิมอล พื้นที่ 17 ตารางวา รถตู้สีขาวคันหรู 11 ที่นั่ง เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและดีไซน์ที่โดดเด่น หรูหรา เป็นเอกลักษณ์ของรถด้วยและรวมถึงความสะดวกสบายในการโดยสาร ขับเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าบ้านสไตล์มินิมอลอย่างช้าๆ
“สวัสดีครับคุณแม่ศิตา” ชายหนุ่มรูปหล่อ แต่งตัวดี เปิดประตูรถลงมาทักทายเจ้าของบ้านที่ยืนอยู่อย่างนอบน้อม พร้อมสมาชิกทุกคนที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน
“สวัสดีจ้ะคุณคิมและทุกคน”
“ผมบอกแม่ศิตาหลายครั้งแล้ว ให้เรียกคิมเฉยๆ” ธนาคิมกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานๆ แบบออดอ้อนศิตาเหมือนเด็กๆ ก่อนเดินไปกอดศิตาไว้อย่างอบอุ่น ธนาคิมเป็นผู้ชายที่อบอุ่นและน่ารักมากคนหนึ่ง เมื่อทุกคนเห็นการกระทำของธนาคิมจึงอดหัวเราะขึ้นมาพร้อมกันไม่ได้ ศิตาทำได้เพียงแค่ยิ้มอย่างมีความสุขพร้อมกับกอดธนาคิมอย่างเอ็นดูเหมือนลูก
“เข้าบ้านกันจ๊ะเด็กๆ เดินทางมาเหนื่อยๆ” ศิตาชวนทุกคนเข้าบ้าน
“บ้านของคุณแม่ศิตาน่าอยู่มากๆเลยค่ะ” สิรินดากล่าวบอกศิตา
“แน่นอนอยู่แล้วครับที่รัก นอกจากบ้านน่าอยู่ คนที่นี่ก็มีแต่คนน่ารักด้วยนะ คิมถึงติดคุณแม่ศิตามากขนาดนี้ ที่สำคัญสาวบ้านใกล้ๆ ก็สวยมากครับ” ชนินทรพูดขึ้น
“หุบปากเลยนินท์” ธนาคิมพูดขึ้นเล่นๆ อายนิดๆ
“นั่นไง สาวสวยคนนั้น” ชนินทรพูดขึ้นพร้อมมองหญิงสาวที่กำลังเดินตรงเข้ามาใกล้ๆ
“สวัสดีค่ะพี่นินท์ พี่คิม” พิณนารากล่าวทักทายสองหนุ่มตรงหน้าอย่างคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แล้วกล่าวต่อว่า “ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงสองท่านนี้ ใช่คุณอัณณ์กับคุณดารึป่าวคะ”
“ใช่ครับน้องพิณ” ธนาคิมกล่าวตอบพิณนาราพร้อมส่งสายตาหวานไปให้หญิงสาว
“สวัสดีค่ะคุณอัณณ์ คุณดา” พิณนารากล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงสดใสและเป็นมิตร
“สวัสดีค่ะ/สวัสดีค่ะ” อัณณ์ณิชากับสิรินดากล่าวตอบ
“สวยจริงๆ ค่ะ สวยมากด้วย” สิรินดาพูดขึ้น พร้อมมองพิณนาราด้วยความชื่นชม
พิณนารามีใบหน้าสวยเก๋ราวกับนางแบบ แต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างพอเหมาะ เรือนผมยาวดำขลับเหยียดตรง ผิวกายของเธอเรียบเนียนราวกับหยกน้ำดี รูปร่างสูงโปร่งแต่ไม่ได้บอบบางจนเกินไป ชุดเดรสกระโปรงผ้าพลิ้วสีอ่อนละมุนตา เหมาะกับคนเรียบร้อยแบบพิณนารา
“วันนี้ที่รักสวยมากครับ” ธนาคิมพูดขึ้นพร้อมมองพิณนาราด้วยความรัก ก่อนจะเดินเข้าไปกอดหญิงสาวพร้อมหอมแก้มอย่างมีความสุข
“ที่รัก! ที่รักเลยเหรอคะคุณคิม อะไร ยังไงคะ” สิรินดาพูดขึ้นแบบสับสน งุนงง
“คิมกับน้องพิณคบหา ดูใจกันมาหลายปีแล้วครับ” ชนินทรกล่าวบอกสิรินดา
“แล้วคุณแม่ของคุณคิมอยากให้คุณคิมแต่งงานกับอัณณ์ล่ะคะ” สิรินดากล่าวขึ้นพร้อมมองทุกคน เพราะอยากรู้เหตุผลกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
“น้องพิณกับผมคบกัน ทางครอบครัวผมและครอบครัวน้องพิณต่างรับรู้ครับ มีเพียงคุณแม่ของผมคนเดียวที่ยังไม่รู้เรื่องนี้ครับ” ธนาคิมตอบคำถามสิรินดา
“แล้วเราจะแก้ปัญหากันยังไงคะคุณคิม” อัณณ์ณิชากล่าวถามธนาคิมบ้าง
“ผมก็ยังคิดไม่ออกเหมือนกันครับคุณอัณณ์”
“มีอะไรให้พี่ช่วยไหมล่ะ” ทุกคนหันหน้ามองไปทางต้นเสียงนั้นทันที
“พี่ศิวัช!!!” ธนาคิมกับชนินทรอุทานขึ้นพร้อมกัน
“ใช่ พี่เองครับ ตกใจกันทำไมเนี้ย” ศิวัชพูดขึ้นอย่างคนอารมณ์ดี ก่อนจะเดินเข้ามานั่งบนเก้าอี้ไม้สักแบบคลาสสิคพร้อมส่งยิ้มให้กับทุกคนอย่างเป็นกันเอง
ศิวัชมีใบหน้าคมเข้มสมชายชาตรี จุดเด่นของเขาคือสันกรามที่เห็นคมชัด จมูกโด่งรับกับสันกราม เวลายิ้มจะมีเขี้ยวเล็กๆ ปรากฏออกมา รูปร่างสันทัดสมส่วน เขาพาดเสื้อสูทไว้ตรงแขนเหลือแค่เสื้อเชิ้ตและเนคไทสีเข้มคลายออกหลวมๆ
“พี่ศิวัชไปไหนมาครับ” ธนาคิมกล่าวถาม
“พี่ไปทำธุระในตัวเมืองมา” แล้วกล่าวต่อว่า “พากันมาถึงนานยัง”
“มาถึงสักพักแล้วครับ” ธนาคิมกล่าวตอบแล้วทำหน้าเหนื่อยใจ
“คิดอะไรมากวะ” ศิวัชบอกธนาคิม
“ผมรักน้องพิณนะครับพี่และผมก็เหนื่อยใจกับคุณแม่ผมมากๆ” ธนาคิมกล่าว
“มึงก็บอกพ่อมาสู่ขอน้องพิณให้เป็นเรื่องเป็นราวไปเลยสิ ไม่เห็นจะยากเลย”
“พี่ศิวัชก็พูดง่ายๆ เวลาทำจริงมันยากมากนะพี่” ธนาคิมกล่าวพร้อมถอนหายใจ
“ให้พี่ลองคุยกับพ่อให้ไหมล่ะ”
“คุยกับพ่อไม่ยากหรอกครับพี่ศิวัช” ธนาคิมพูดขึ้น แล้วพูดต่อว่า “คุยกับแม่ยากกว่า”
“ใช่ครับพี่ศิวัช” ชนินทรพูดเสริมขึ้นเพราะเห็นด้วยกับธนาคิมและรู้จักคนินญามากพอที่จะปฏิเสธแทนธนาคิม บางครั้ง…ชนินทรก็รู้สึกว่าคนินญาไม่รักใครเลย นอกจากตัวของนางเอง
“อาทิตย์หน้าก็ถึงวันแต่งงานของนินท์แล้วใช่ไหม” ศิวัชกล่าวถามชนินทร
“ใช่ครับพี่ศิวัช”
“พี่ว่าจะไปทำธุระที่กรุงเทพฯ พี่อยากไปร่วมงานแต่งงานของนินท์ด้วย นินท์ก็เป็นน้องชายของพี่คนหนึ่งที่พี่รักมากเช่นกัน” ศิวัชพูดขึ้น
“คุณชาญชวินรักภรรยาอีกคนมาก แต่คุณชาญชวินต้องแต่งงานกับคุณคนินญาเพราะทางผู้ใหญ่เห็นชอบว่าเหมาะสมกัน แล้วคุณชาญชวินปฏิเสธไม่ได้ เลยจำใจแต่งงานกับคุณคนินญา” ปรางณิชชากล่าวบอกบุตรสาวที่รักของตน “คุณพ่อคุณแม่รู้จักภรรยาอีกคนของคุณอาชาญมั้ยค่ะ” “พ่อแม่รู้จักกับภรรยาอีกคนของคุณชาญอยู่นะ แต่ไม่ได้สนิทกัน รู้แค่ว่าเค้ารักกันมากจ้ะ” ปรางณิชชากล่าวตอบ พร้อมกล่าวถามขึ้นว่า “มีอะไรรึเปล่าลูก” “เออ…ไม่มีอะไรค่ะคุณแม่ อัณณ์แค่ถามเฉยๆ ค่ะ” ร้านอาหารสไตล์ยุโรปตกแต่งสวยงาม มีสวนน้ำพุด้านนอก และรูปปั้นเทวดาตัวน้อยคอยต้อนรับแขก นอกจากนั้นยังมีต้นไม้น้อยใหญ่ให้บรรยากาศร่มรื่นแม้จะอยู่ในตัวเมืองก็ตาม “ร้านนี้สวยมากๆเลยค่ะคุณพ่อคุณแม่” “อาหารก็อร่อยมากๆด้วยนะลูก” ปรางณิชชากล่าวบอกลูกสาวของตน หลังจากที่ทุกคนรับประทานอาหารเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เดินทางกลับบ้านของตนเพื่อไปพักผ่อน ทางด้านครอบครัวของชาญชวิณเดินทางไปอุบลราชธานีด้วยรถตู้คันหรู บ้านไม้สีขาวสองชั้นหลังกะทัดรัดตั้งอยู่ท่ามกลางของต้นไม้และทุ่งนาที่โอบล้อมกันอยู่ด
“จะดีเหรอลูก คุณญายิ่งไม่ชอบขี้หน้าเราสองแม่ลูกอยู่นะ อย่าไปเลย” ศิตารีบถามศิวัชทันทีด้วยความห่วงใย เพราะเกรงว่าจะมีเรื่องกันในงานแต่งงานของชนินทรกับสิรินดาด้วย “ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่ครับ คุณแม่อย่าคิดมากเลย” ศิวัชกล่าวตอบผู้เป็นมารดาพร้อมรอยยิ้มอย่างคนเจ้าเล่ห์ “เดี๋ยวน้องพิณไปร่วมงานแต่งงานนินท์พร้อมกับพี่ด้วยนะครับ” ศิวัชกล่าวบอกพิณนาราอย่างมีแผนการวางไว้ ส่วนพิณนารากล่าวเพียงสั้นๆว่า “ค่ะ” “พี่ศิวัชคิดจะทำอะไรเหรอครับ” ธนาคิมถามศิวัชตรงๆ “เปิดตัวลูกสะใภ้คุณพ่อกับคุณญาไง” “ไม่ได้นะลูก งานแต่งงานของคุณนินท์กับหนูดานะ ทำแบบนั้นงานล่มแน่! ยังไงแม่ก็ไม่ยอมให้ลูกไปเด็ดขาด” ศิตารีบพูดขึ้น เพื่อเตือนสติลูกชายของตน “ได้เลยค่ะพี่ศิวัช” สิรินดาพูดขึ้นจนทุกคนพากันตกใจ ที่สำคัญกว่านั้นคือทุกคนยอมรับว่าพิณนารามีความกล้ามาก ไม่คิดว่าคนที่ดูเรียบร้อยอย่างพิณนาราจะมีความกล้าหาญซ่อนอยู่ภายในตัวเอง “ดาคิดว่าอาญาคงไม่พังงานแต่งงานของดากับพี่นินท์หรอกค่ะ คุณแม่ศิตา” สิรินดาพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่สดใส บ่งบอกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคน
“เรื่องคิมเหรอครับ” ชนินทรพูดขึ้นอย่างงุนงง แล้วกล่าวต่อว่า “มีอะไรรึป่าวครับที่รัก” “เอาไว้เจอกันค่อยคุยนะคะพี่นินท์” “เจอกันที่ไหนครับที่รัก” “ร้านกาแฟ ร้านประจำของเราค่ะ” “ได้ครับ เดี๋ยวพี่ออกไปหาตอนนี้เลยครับ” “เดี๋ยวค่ะพี่นินท์ รบกวนรับคุณคิมมาด้วยได้ไหมค่ะ” สิรินดารีบกล่าวขึ้นก่อนชนินทรวางหูโทรศัพท์ “ได้ครับที่รัก” ชนินทรกล่าวเพียงสั้นๆ แล้ววางหูโทรศัพท์ “เรียบร้อยจ้ะอัณณ์ ไปรอพี่นินท์กับคุณคิมกันจ้ะ” สิรินดากล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้มอันสดใส กลิ่นกาแฟเข้มๆ ลอยฟุ้งออกมาจากเครื่องชงแบบแรงดัน มองไปทั่วร้านก็จะเห็นผู้คนนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่กับคอมพิวเตอร์ จนไม่แน่ใจว่าที่นี่เป็นร้านกาแฟหรือว่าสถานที่ทำงานกันแน่! ร้านกาแฟแห่งนี้เป็นโทนสีขาวเรียบๆ สไตล์มินิมอล “โชคดีจังที่มีโต๊ะว่าง” สิรินดากล่าวขึ้นพร้อมนั่งลงบนเก้าอี้ ส่วนอัณณ์ณิชานั่งลงบนเก้าอี้อย่างช้าๆ พร้อมมองบรรยากาศและผู้คนภายในร้านกาแฟ “จริงจ้ะดา ทางร้านคงตกแต่งใหม่ด้วย วันนี้ภายในร้านดูสวยมากจริงๆ” อัณณ์ณิชาตอบคำถามสิรินดาพร้อมกล่าวถา
รถบีเอ็มดับบลิวสีขาวเปล่งประกายเคลื่อนตัวเข้ามาจอดภายในบ้านหรูหลังหนึ่ง “สวัสดีจ้ะหนูอัณณ์ หนูดา” คนินญาลงจากรถแล้วเดินตรงเข้าไปทักทายอัณณ์ณิชากับสิรินดาที่กำลังนั่งเล่นอยู่ในสวนที่ตกแต่งอย่างสวยงาม “สวัสดีคะคุณอา” อัณณ์ณิชากับสิรินดากล่าวขึ้นพร้อมกันอย่างงุนงง ถึงแม้ว่าคนินญาจะเป็นเพื่อนกันกับพ่อแม่ของอัณณ์ณิชา แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา อัณณ์ณิชาก็ไม่เคยเห็นคนินญามาที่บ้านหลังนี้เลย แล้ววันนี้อยู่ๆ ก็มา “วันนี้คุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่นะคะคุณอา” อัณณ์ณิชากล่าวบอกคนินญา “อ๋อ ไม่เป็นอะไรจ้ะลูก พอดีอาพาตาคิมมาหาหนูอัณณ์ คือว่าอามีเรื่องอยากรบกวนนิดหนึ่งจ๊ะ” คนินญากล่าวตอบ แล้วบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงในการมาบ้านของอัณณ์ณิชา “มาหาอัณณ์เหรอคะ” อัณณ์ณิชาพูดขึ้นอย่างงุนงง กล่าวต่อว่า “มีอะไรรึป่าวค่ะคุณอา” ในขณะนั้นเอง ธนาคิมได้เดินเข้ามาหามารดาที่กำลังพูดคุยอยู่กับอัณณ์ณิชาและสิรินดา “ตาคิมเพิ่งกลับมาเมืองไทย เพื่อนฝูงก็ไม่ค่อยมี อาเลยอยากรบกวนหนูอัณณ์กับหนูดาพาตาคิมไปเที่ยวจ้ะ ชวนตานินท์ไปด้วยอีกคน” คนินญากล่าวขึ้น ส่วนอัณณ์ณิชากับสิรินดาม
“แล้วสาวสวยคนนี้คือใครครับ” ธนาคิมกล่าวขึ้นพร้อมมองหญิงสาวอีกคน “อ๋อ…น้องดา คู่หมั้นผมเองครับไอ้คิม” ชนินทรกล่าวขึ้นพร้อมยิ้มแบบกวนๆ ให้ธนาคิม “อ๋อ…สวัสดีครับน้องดา” ธนาคิมกล่าวทักทายสิรินดา ส่วนสิรินดายกมือไหว้ธนาคิม “จะแต่งงานกันเดือนไหนวะนินท์” ธนาคิมกล่าวถามชนินทร “ต้นเดือนหน้าคร๊าบบบคุณคิม” ชนินทรกล่าวตอบธนาคิม พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า “โชคดีแล้วที่มึงกลับมาทันงานแต่งกู เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวกูเลย” กล่าวจบพร้อมหัวเราะเบาๆ “ใครเป็นเพื่อนเจ้าสาววะไอ้นินท์ สวยมั้ย อยากเห็นหน้าจังเลย” ธนาคิมพูดขึ้นแบบไม่จริงจังกับชนินทร พร้อมหัวเราะแบบผู้ชายอารมณ์ดีที่ไม่ชอบความซีเรียสเท่าไหร่ “เพื่อนเจ้าสาวก็นั่งอยู่ตรงนั้นไง” ชนินทรชี้ไปทางอัณณ์ณิชา “คุณอัณณ์หรอ” ธนาคิมกล่าวขึ้นด้วยความตกใจ ส่วนชนินทรพยักหน้ายืนยันว่า ‘ใช่’ “น้องดากับน้องอัณณ์เป็นทั้งเพื่อนรักและเพื่อนสนิทกันเลยละ” ชนินทรกล่าวขึ้น “ผิดหวังหรอคะคุณคิม” อัณณ์ณิชาพูดขึ้นเล่นๆ พร้อมรอยยิ้มหวานๆส่งให้กับธนาคิม “ปะ…เปล่าคร๊าบบบ ผมดีใจมากๆ ครับที่
“อัณณ์ อัณณ์ เธอมองอะไรของเธอ” สิรินดากล่าวถามอัณณ์ณิชาด้วยความสงสัย “ไม่มีอะไร เราก็มองอะไรไปเรื่อยเปื่อย” อัณณ์ณิชากล่าวตอบสิรินดา “ตอนนี้ใกล้ 6 โมงเย็นแล้ว เราเข้าไปในโรงหนังกันเลยดีมั้ย” อัณณ์ณิชากล่าวบอกสิรินดา “ก็ดีจ้ะอัณณ์” สิรินดากล่าวตอบ พร้อมลุกขึ้นเดินไปพร้อมกันกับอัณณ์ณิชา หลังจากทั้งคู่ดูภาพยนตร์กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เดินทางกลับบ้านของอัณณ์ณิชา พอกลับมาถึงบ้าน อัณณ์ณิชากับสิรินดาก็ทำธุระส่วนตัวกันเรียบร้อยแล้ว ต่างคนก็ต่างนอนอย่างมีความสุขรุ่งอรุณของเช้าวันใหม่ “อากาศในยามเช้าวันนี้รู้สึกสดชื่นมากๆ” อัณณ์ณิชากล่าวขึ้น ขณะเดินออกกำลังกาย ณ สวนสาธารณะแห่งหนึ่งใกล้กับหมู่บ้านของตนเอง ส่วนสิรินดานั้นก็มาเดินออกกำลังกายกับอัณณ์ณิชาด้วยเช่นกัน แต่ขณะนี้สิรินดาแยกตัวไปที่เครื่องออกกำลังกายที่ทางสวนสาธารณะได้จัดเตรียมไว้ให้สำหรับทุกคนที่มาออกกำลังกาย ณ สวนสาธารณะแห่งนี้ “สวัสดีครับ” ชายหนุ่มกล่าวทักทายหญิงสาว “สวัสดีค๋ะ” หญิงสาวกล่าวทักทายด้วยอาการงุนงง “จำผมได้ไหมครับ เราเจอกันที่ร้านหนังสือเมื่อวา







