Home / รักโบราณ / ลิขิตรักสังเวยบูชาสวรรค์ / ตอนที่ 1 พี่สาวผู้ถูกเลือก

Share

ลิขิตรักสังเวยบูชาสวรรค์
ลิขิตรักสังเวยบูชาสวรรค์
Author: บีตามใจเขียน

ตอนที่ 1 พี่สาวผู้ถูกเลือก

last update publish date: 2026-09-05 19:52:28

“ทุกครัวเรือนจงฟัง! สตรีอายุสิบห้าถึงยี่สิบสองปีในหมู่บ้านหลินเจียให้ออกมารวมตัวตรงลานกว้างเดี๋ยวนี้! หากผู้ใดขัดขืนหรือซ่อนตัว จะถือว่าขัดราชโองการ!”

เสียงตะโกนกร้าวของทหารสวมเกราะเหล็กดังขัดจังหวะความวุ่นวายยามเช้า ชาวบ้านต่างละทิ้งจอบเสียมและงานในมือ พากันเดินกึ่งวิ่งไปรวมกลุ่มที่กลางหมู่บ้านด้วยความสับสน

ร่างบางของหลินเยว่ชิงชะโงกหน้ามองฝูงชน ก่อนหันกลับมาถามพี่สาว “เกิดเรื่องอันใดขึ้นพี่หญิง?”

“ข้าก็ไม่ทราบเช่นกัน” หลินเยว่หลันส่ายหน้าเบา ๆ มือเรียวดึงแขนเสื้อน้องสาว “รีบออกไปดูเถิด หากชักช้าทหารอาจพังประตูเข้ามา”

เมื่อสองพี่น้องเดินมาถึงลานกว้าง นายทหารระดับหัวหน้าผู้ถือม้วนกระดาษก็ก้าวออกมาเบื้องหน้า สายตาดุดันกวาดมองเหล่าสตรีวัยแรกรุ่น

“ราชสำนักมีราชโองการ!” เสียงทุ้มต่ำประกาศกร้าว “กรมวังกำลังคัดเลือกสตรีเข้าวังเพื่อถวายงานในฐานะนางกำนัลและหญิงรับใช้ หากสตรีบ้านใดมีคุณสมบัติเหมาะสมและได้รับคัดเลือก ครอบครัวจะได้รับเงินก้อนใหญ่ยี่สิบตำลึงทันที!”

เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบทิศทาง ยี่สิบตำลึงนับเป็นเงินมหาศาลสำหรับชาวนาธรรมดา บางครอบครัวอาจใช้ชีวิตอย่างสุขสบายได้หลายปี ทว่ามารดาของหญิงสาวบ้านข้าง ๆ กลับร้องไห้โฮออกมาแล้วทรุดตัวลงกอดบุตรสาว

“ใต้เท้า ข้าไม่ให้ลูกสาวข้าไป วังหลวงกฎเกณฑ์เข้มงวด หากทำผิดเพียงนิดอาจถูกโบยจนตาย ข้าไม่ต้องการเงินทอง!” หญิงชราร้องไห้สะอึกสะอื้น

“หุบปาก!” ทหารอีกนายก้าวเข้ามาตวาด “นี่เป็นพระมหากรุณาธิคุณ ทางการมิได้กวาดต้อนผู้คนส่งเดช เราต้องการเพียงสตรีซึ่งมีลักษณะตรงตามบันทึกการคัดเลือกเท่านั้น หากเจ้าไม่ยินยอมก็จงหุบปากแล้วถอยไป!”

เยว่ชิงดึงแขนเสื้อพี่สาว “พี่หญิง พวกเราแอบกลับบ้านกันเถอะ ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ทหารพวกนี้น่ากลัวนัก”

“เดี๋ยวก่อนเยว่ชิง” เยว่หลันรั้งมือน้องสาวไว้ นัยน์ตาจดจ้องไปยังถุงเงินบนโต๊ะของนายทหาร “หากข้าเข้าร่วมการคัดเลือก ครอบครัวเราอาจไม่ต้องทนหิวโหยอีกต่อไป”

“ท่านเสียสติไปแล้วหรือ?” เยว่ชิงเบิกตากว้าง “เงินทองสำคัญกว่าชีวิตหรืออย่างไร เลือดเนื้อของพวกเราจะเอาไปแลกกับเศษเงินได้อย่างไร?”

“เจ้ามองไปรอบ ๆ สิน้องหญิง” เสียงของเยว่หลันราบเรียบ “ปีนี้ฝนแล้ง นาของเราไม่ได้ผลผลิต ท่านพ่อไอกระอักเลือดมาหลายวันแล้ว เงินซื้อยายังไม่มี หากผ่านฤดูหนาวนี้ไปไม่ได้ ท่านพ่อกับท่านแม่จะรอดหรือ?”

“กระนั้นข้าก็ไม่ยอม”

“สตรีแซ่หวัง หวังซิ่วอิง!” เสียงเรียกชื่อดังขึ้นจากนายทหารผู้ถือม้วนกระดาษ ขัดบทสนทนาของสองพี่น้อง

หญิงสาวนางหนึ่งก้าวออกไปตัวสั่นเทา

“วันเดือนปีเกิด?” นายทหารซักถาม

“ปีขาลเดือนห้าเจ้าค่ะ”

นายทหารก้มมองม้วนกระดาษก่อนโบกมือไล่ “ไม่ผ่าน ถอยไป คนต่อไป หลี่เหมย!”

“ข้าน้อยอยู่นี่เจ้าค่ะ” หญิงสาวนางหนึ่งยกมือแสดงตัวตน

“วันเดือนปีเกิด?”

“ปีมะเส็งเดือนแปดเจ้าค่ะ”

“ไม่ผ่าน คนต่อไป... หลินเยว่หลัน!”

เยว่ชิงบีบมือพี่สาวแน่น “พี่หญิงอย่าออกไปนะ”

ทว่าเยว่หลันแกะมือน้องสาวออกอย่างนุ่มนวล ก่อนร่างระหงสูดลมหายใจลึก และก้าวเดินออกจากฝูงชนไปยืนเบื้องหน้าบุรุษในชุดเกราะ

“วันเดือนปีเกิด?” นายทหารเอ่ยถามเสียงเรียบ

“ปีระกาเดือนสิบเอ็ดยามจื่อเจ้าค่ะ” เยว่หลันตอบฉะฉาน

นายทหารผู้นั้นชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาจ้องมองม้วนกระดาษในมือสลับกับใบหน้าของหญิงสาว ก่อนรอยยิ้มบางเบาปรากฏบนมุมปาก “อายุยี่สิบเอ็ดปี ชาติกำเนิดเป็นเพียงชาวนา นับว่าประจวบเหมาะ”

บุรุษในชุดเกราะพยักหน้าอย่างพึงใจ “เจ้าคือผู้มีรายชื่อผ่านการคัดเลือกเบื้องต้นแล้ว ยินดีด้วย ครอบครัวของเจ้าจะได้รับตั๋วเงินยี่สิบตำลึงทันที”

“ขอบพระคุณใต้เท้า” เยว่หลันค้อมศีรษะ

เยว่ชิงทนไม่ไหวรีบวิ่งเข้าไปกระชากแขนพี่สาว “พี่หญิง ท่านกลับบ้านกับข้าเดี๋ยวนี้ ท่านพ่อกับท่านแม่ไม่มีทางยอมแน่”

นายทหารขมวดคิ้ว มือตะปบลงบนด้ามดาบทันที “สตรีผู้นี้คือผู้ใด? บังอาจก่อความวุ่นวายระหว่างขุนนางปฏิบัติหน้าที่!”

“น้องสาวของข้าน้อยเองเจ้าค่ะ” เยว่หลันรีบเอาตัวบังเยว่ชิงไว้ “ใต้เท้าโปรดอภัย ข้าน้อยจะจัดการอธิบายให้นางเข้าใจเองเจ้าค่ะ”

“เก็บข้าวของเสีย มีเวลาเพียงครึ่งชั่วยาม รถม้าของทางการจอดรออยู่หน้าหมู่บ้านแล้ว หากชักช้าข้าจะริบเงินคืนแล้วจับตัวพวกเจ้าเข้าคุก” สิ้นคำสั่ง ร่างกำยำก็หันหลังเดินจากไปเพื่อเรียกชื่อสตรีคนถัดไป

เมื่อกลับมาถึงบ้านหลังเล็กซอมซ่อ บิดามารดาก็แทบล้มทั้งยืนเมื่อเห็นตั๋วเงินในมือบุตรสาวคนโต

“เยว่หลัน นี่มันเรื่องอันใดกัน” ชายชราผู้เป็นบิดาเอ่ยท้วงเสียงสั่น มือเหี่ยวย่นสั่นเทาขณะจับขอบโต๊ะ

“ราชสำนักคัดเลือกนางกำนัลเจ้าค่ะ ข้าได้รับเลือก” เยว่หลันตอบเสียงเรียบ จากนั้นนำตั๋วเงินวางลงบนโต๊ะ

“เจ้าคิดดีแล้วหรือ วังหลวงไม่ใช่สถานที่คนธรรมดาอย่างพวกเราจะก้าวล่วงเข้าไปง่าย ๆ” ชายชราทุบโต๊ะดังปัง “ข้าไม่ให้ไป ข้าจะเอาเงินนี่ไปคืนพวกขุนนางเดี๋ยวนี้”

“ท่านพ่อ” หญิงสาวคุกเข่าลงเบื้องหน้าบิดามารดา “โปรดฟังข้าเถิด เงินยี่สิบตำลึงก้อนนี้จะช่วยต่อลมหายใจให้ครอบครัวเราได้ ท่านแม่จะได้ซื้อเนื้อหมูมากินบ้าง ส่วนท่านพ่อจะได้มีเงินไปหาหมอในเมือง”

“แต่ข้าไม่อยากเสียเจ้าไป” มารดาร้องไห้โฮ พร้อมทรุดตัวลงกอดบุตรสาว “ข้าทนกินเนื้อที่แลกมาด้วยชีวิตลูกตัวเองไม่ได้”

“ข้าเพียงเข้าไปทำงานถวายเจ้านาย ไม่ได้ไปตายเสียหน่อยเจ้าค่ะ” เยว่หลันฝืนยิ้ม “ข้าอายุยี่สิบเอ็ดปีแล้ว หากไม่คว้าโอกาสนี้ไว้ วันข้างหน้าอาจต้องแต่งออกไปเผชิญความลำบากยิ่งกว่า หรือท่านพ่อท่านแม่ต้องการให้เยว่ชิงเป็นผู้เสียสละแทนข้าในวันหน้า?”

“ข้าไปเองได้” เยว่ชิงสวนขึ้นทันควัน น้ำตาไหลอาบแก้ม “ข้าอายุสิบเก้าแล้ว หากต้องมีใครสักคนในบ้านถูกส่งตัวไป ข้าจะรับหน้าที่นั้นเอง ข้าจะไปคุยกับทหารพวกนั้น”

“หยุดเถอะเยว่ชิง” มือเรียวของเยว่หลันคว้าข้อมือน้องสาวไว้แน่น “เจ้าใจร้อนเกินไป แม้เป็นคนช่างสังเกตก็จริง แต่ปากคอไม่ยอมคน เข้าไปอยู่ในวังอาจก่อเรื่องได้ง่าย ข้าเป็นพี่สาวจำต้องดูแลเจ้า”

“เราอดมื้อกินมื้อมาตลอดก็ยังรอดมาได้ เหตุใดต้องเอาอิสรภาพไปเสี่ยงในที่ซึ่งไม่มีใครรู้จัก” เยว่ชิงสะอื้น

“ความยากจนน่ากลัวกว่าเจ้าคิดน้องหญิง” นัยน์ตาของคนเป็นพี่ฉายแววเด็ดขาด “ข้าตัดสินใจแล้ว เงินก้อนนี้คือชีวิตใหม่ของบ้านเรา”

“พี่หญิง...”

“หมดเวลาแล้ว สตรีถูกเลือกจงออกมารวมตัวกัน” เสียงตะโกนจากหน้าประตูบ้านขัดจังหวะบทสนทนาอันหนักอึ้ง

มารดารีบเช็ดน้ำตา ก่อนยัดห่อผ้าใบเล็กใส่มือเยว่หลัน “รักษาสุขภาพด้วยนะลูก หากมีโอกาส จงส่งจดหมายกลับมาหาแม่บ้าง”

“ข้าจะดูแลตัวเองเป็นอย่างดีเจ้าค่ะ ท่านแม่ท่านพ่อโปรดรักษาสุขภาพด้วย” เยว่หลันก้มกราบที่พื้นหนึ่งครั้ง จากนั้นจึงลุกขึ้นหันมาหาน้องสาว

“พี่หญิง ท่านจะไปจริง ๆ หรือ?” เยว่ชิงถามเสียงสั่น ขณะเผชิญหน้ากับพี่สาว

“ดูแลท่านพ่อท่านแม่ให้ดีนะเยว่ชิง” หญิงสาวสวมกอดน้องสาวแน่น

“ข้าไม่อยากให้ท่านไป” เยว่ชิงซุกหน้าลงกับไหล่พี่สาว

“ข้าสัญญาว่าหากตั้งตัวได้คราใด จะหาทางติดต่อกลับมา” นางผละตัวออก ก่อนบีบมือเยว่ชิงแน่นจนรู้สึกเจ็บ นัยน์ตาของนางฉายแววจริงจังผิดปกติ จากนั้นริมฝีปากบางขยับเข้าใกล้ใบหูของน้องสาว แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนได้ยินกันเพียงสองคน

“น้องหญิง หากข้ากลับมาช้า อย่าเชื่อทุกอย่างที่คนจากวังพูด”

เยว่ชิงชะงักงัน หัวใจกระตุกวาบ “ท่านหมายความว่าอย่างไร... คนพวกนั้นมีสิ่งใดปิดบังงั้นหรือ?”

“แม่นางหลิน รถม้าจะออกแล้ว” ทหารราชสำนักเร่งเร้าเสียงดังมาจากลานกว้าง

เยว่หลันไม่ตอบคำถามแคลงใจของน้องสาว หมุนตัวเดินออกจากประตูบ้านไป แล้วก้าวขึ้นรถม้าของทางการอย่างเด็ดเดี่ยว โดยไม่หันกลับมามองเบื้องหลังอีก

เยว่ชิงวิ่งตามออกไปยืนอยู่หน้าประตูรั้วมองฝุ่นควันจากล้อรถม้าค่อย ๆ จางหายไปในอากาศ คำพูดประโยคสุดท้ายของพี่สาวยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท

‘อย่าเชื่อทุกอย่างที่คนจากวังพูด’

นับจากวันนั้นมา เยว่ชิงเฝ้ารอคอยข่าวคราวพี่สาวมาตลอด นางหมั่นออกไปสอบถามพ่อค้าเร่และคนเดินทางที่ผ่านหมู่บ้าน ทว่าไม่มีผู้ใดล่วงรู้ข่าวคราวของนางกำนัลเข้าใหม่เลยแม้แต่น้อย

กระทั่งเวลาผ่านไปหนึ่งเดือน... สามเดือน... และครึ่งปีผ่านไป...ก็ยังไม่มีจดหมายบอกเล่าสารทุกข์สุกดิบ เงินเบี้ยหวัดส่งกลับ หรือแม้แต่ข่าวคราวหลุดรอดจากกำแพงวังอันสูงตระหง่าน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลิขิตรักสังเวยบูชาสวรรค์   ตอนที่ 30 คำสัญญา

    ขบวนรถม้าสลักตราพยัคฆ์แห่งกองกำลังรักษาเมืองหลวงเคลื่อนตัวเข้าสู่หมู่บ้านเล็ก ๆ แถบชานเมืองอย่างเงียบเชียบ ชาวบ้านต่างพากันชะเง้อคอผ่านรั้วไม้ไผ่ด้วยความแตกตื่น เมื่อรถม้าคันใหญ่หยุดลงหน้าเรือนไม้ซอมซ่อของสกุลหลินจากนั้นประตูรถม้าค่อย ๆ ถูกเปิดออก ก่อนร่างบางของหลินเยว่ชิงก้าวลงมาเป็นคนแรก หญิงสาวสูดกลิ่นไอดินและกลิ่นรวงข้าวแสนคุ้นชินเข้าเต็มปอด นัยน์ตากลมโตทอดมองบานประตูเรือนเปิดแง้มไว้ ก่อนหันไปประคองสตรีผู้เป็นพี่สาวให้ก้าวตามลงมา“พี่หญิง เรากลับมาถึงบ้านแล้วเจ้าค่ะ” เยว่ชิงเอ่ยเสียงสั่นสะท้าน หยาดน้ำตาแห่งความปีติรื้นขึ้นมาในดวงตาหลินเยว่หลันในชุดผ้าฝ้ายสีอ่อนกวาดสายตามองลานหน้าบ้าน ซึ่งทุกสิ่งยังคงเหมือนเดิมราวกับกาลเวลาหยุดนิ่ง ก่อนสตรีผู้รอดชีวิตจากขุมนรกวังหลวงยกมือขึ้นปิดปากสะอื้นไห้จนตัวสั่นเทา“ใครมาอยู่หน้าเรือนกัน” เสียงแหบพร่าของหญิงชราดังขึ้นจากด้านใน พร้อมบานประตูไม้ถูกผลักออกกว้าง ก่อนปรากฏร่างของมารดาสกุลหลินที่เดินถือไม้เท้าออกมา โดยมีบิดาเดินประคองอยู่เคียงข้างครั้นสายตาฝ้าฟางของคนทั้งสองปะทะเข้ากับใบหน้าของสตรีที่ยืนอยู่หน้าเรือน ไม้เท้าในมือมารดาก็ร่วงหล่นลงพ

  • ลิขิตรักสังเวยบูชาสวรรค์   ตอนที่ 29 รุ่งอรุณแห่งความจริง

    “ปล่อยเชือกเดี๋ยวนี้เยว่ชิง! ปล่อย!”สุรเสียงตวาดลั่นของเซียวจิ่งเหยียนดังก้องแข่งกับเสียงปะทุของเปลวเพลิง ฝ่ามือหนาเต็มไปด้วยรอยแผลพุพองกำข้อมือบางของหลินเยว่ชิงไว้แน่นจนสั่นสะท้าน“ข้าน้อยปล่อยไม่ได้เจ้าค่ะ! หากหีบใบนี้ตกลงไป ขุนนางชั่วทั้งราชสำนักจะลอยนวล!” หญิงสาวกัดฟันแน่น น้ำตาไหลอาบแก้มเพราะความร้อนระอุและควันไฟ สองมือยังคงกำเชือกเส้นหนาที่รั้งหีบเหล็กบรรจุเอกสารสำคัญไว้สุดกำลัง“ชีวิตของเจ้ามีค่ามากกว่าเศษกระดาษพวกนั้น! หากเจ้าตาย ความยุติธรรมจะมีประโยชน์อันใด!” นัยน์ตาคมกริบของบุรุษผู้สูงศักดิ์วาวโรจน์ด้วยความหวาดผวาอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน “ข้าสั่งให้ปล่อย!”“ทว่า...” เปรี๊ยะ! แควก!เชือกเส้นหนาถูกไฟลามเลียทนรับน้ำหนักของหีบเหล็กไม่ไหวอีกต่อไป เส้นใยขาดผึงออกจากกันในเสี้ยววินาทีน้ำหนักที่รั้งร่างบางไว้พลันหายวับ เซียวจิ่งเหยียนใช้จังหวะนั้นออกแรงกระชากข้อมือเรียวสุดกำลัง ดึงร่างของเยว่ชิงให้ลอยข้ามขอบบ่อขึ้นมาบนพื้นหินอ่อนได้อย่างฉิวเฉียด!โครมมม!!!เสียงหีบเหล็กตกลงกระทบกรงเหล็กเบื้องล่าง ก่อนร่วงทะลุลงสู่ช่องระบายน้ำมัน เปลวเพลิงสีส้มแดงกลืนกินหลักฐานชิ้นสุดท้ายหาย

  • ลิขิตรักสังเวยบูชาสวรรค์   ตอนที่ 28 คืนสุดท้ายของพิธี

    “เร่งม้าอีก! หากชักช้าแม้แต่ลมหายใจเดียว สตรีเหล่านั้นจะกลายเป็นเถ้าถ่าน!”เซียวจิ่งเหยียนตวาดก้องในยามวิกาล พร้อมควบม้าศึกสีนิลตะบึงเต็มฝีเท้า มุ่งหน้าสู่ลานพิธีใหญ่ของกรมพิธีการ โดยมีหลินเยว่ชิงกอดรัดเอวแกร่งของบุรุษเบื้องหน้าแน่น พร้อมหัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความหวาดผวา“ท่านอ๋อง ประตูลานพิธีถูกปิดตายจากด้านในพ่ะย่ะค่ะ!” แม่ทัพจ้าวตะโกนรายงานขณะควบม้าตีคู่ขึ้นมา“พังมันเข้าไป ใช้ท่อนซุงกระแทกให้แตก อย่าให้ผู้ใดรอดพ้นคมดาบไปได้!” สุรเสียงดุดันสั่งการเด็ดขาด“รับด้วยเกล้า!”ทหารกองกำลังรักษาเมืองหลวงหลายสิบนายกระโดดลงจากหลังม้า ร่วมแรงกันแบกท่อนซุงขนาดใหญ่พุ่งเข้ากระแทกบานประตูเหล็กของลานพิธีตึง! ตึง! โครม!ไม่นานบานประตูหนักอึ้งพังครืนลงมา พร้อมเผยให้เห็นภาพเบื้องหน้าที่ทำให้เลือดในกายของเยว่ชิงเย็นเฉียบลานหินอ่อนกว้างใหญ่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นฉุนกึกของน้ำมันยาง ตรงกลางลานคือตะแกรงเหล็กขนาดใหญ่เปิดอ้าออก เบื้องล่างคือห้องกรงใต้ดินซึ่งมีสตรีสวมชุดขาวหม่นนับสิบชีวิตถูกล่ามโซ่ตรวนติดกัน พวกนางกำลังกรีดร้องและกอดกันกลมด้วยความหวาดกลัวสุดขีดซึ่งรอบ ๆ ปากบ่อนั้นปรากฏร่างของนักบวชชุดดำและทหารเ

  • ลิขิตรักสังเวยบูชาสวรรค์   ตอนที่ 27 เสิ่นเหวินจิ้งถูกเปิดโปง

    “ฝ่าบาท ขุนนางผู้ใดที่มีชื่ออยู่ในหน้าสุดท้ายกระนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ?”เซียวจิ่งเหยียนก้าวประชิดแท่นบัลลังก์ นัยน์ตาคมกริบจดจ้องพระพักตร์ซีดเผือดของผู้ครองแคว้น สุรเสียงของอ๋องหนุ่มเต็มไปด้วยความตึงเครียดขั้นสุดฮ่องเต้เซียวจิ่งเฉิงทรงทิ้งสมุดบัญชีเลือดลงบนโต๊ะทรงงาน พระหัตถ์สั่นสะท้านชี้ไปยังตัวอักษรแถวสุดท้าย “จ้าวถิง... อดีตเสนาบดีกรมพิธีการคนก่อน ผู้ล่วงลับไปเมื่อห้าปีที่แล้ว”“ฮ่า ๆ ๆ ถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ!” เสิ่นเหวินจิ้งระเบิดเสียงหัวเราะก้องท้องพระโรง ใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง “ผู้บงการปลอมแปลงตราพระราชลัญจกร ผู้ริเริ่มการสังเวยโลหิตและผู้ยักยอกเงินไปซ่องสุมกำลังพลที่หุบเขาซานหลิง... แท้จริงแล้วคือจ้าวถิง”“ใต้เท้าเสิ่น! ท่านกำลังโยนความผิดให้คนตาย!” หลินเยว่ชิงตวาดสวน ร่างบางก้าวออกมายืนประจันหน้าขุนนางโฉด “อดีตเสนาบดีจ้าวสิ้นชีพไปนานแล้ว ท่านจะกล่าวอ้างสิ่งใดก็ย่อมได้!”“ข้ากล่าวความจริง!” ขุนนางชราหันไปประสานมือถวายบังคมฮ่องเต้ “ฝ่าบาท เมื่อสิบปีก่อนข้าน้อยเป็นเพียงรองเสนาบดีไร้อำนาจ จ้าวถิงเป็นผู้สั่งทำตราประทับปลอมและบัญชาการทุกสิ่ง ข้าน้อยถูกบังคับให้ปิดปากเงียบเพื่

  • ลิขิตรักสังเวยบูชาสวรรค์   ตอนที่ 26 ความจริงต่อหน้าฮ่องเต้

    “หยุดมือเดี๋ยวนี้เสิ่นเหวินจิ้ง!”เซียวจิ่งเหยียนตวาดก้องขณะม้าศึกควบทะยานเข้าสู่ลานพิธีของกรมพิธีการ คบเพลิงในมือเสนาบดีเฒ่ากำลังถูกโยนลงไปในห้องใต้ดินซึ่งมีเสียงกรีดร้องของสตรีดังระงมร่างสูงไม่รอช้า ปามีดสั้นในมือออกไปสุดแรงเกิดเคร้ง!มีดสั้นกระแทกด้ามคบเพลิงจนหลุดจากมือเสนาบดีเฒ่า จนร่วงหล่นลงบนพื้นหินอ่อนเปียกชื้น องครักษ์เงาที่ตามมาติด ๆ พุ่งทะยานเข้าประชิดตัว พร้อมล็อกแขนชายวัยกลางคนกดลงกับพื้นอย่างแน่นหนาเยว่ชิงรีบกระโดดลงจากหลังม้า จากนั้นวิ่งตรงไปยังลูกกรงเหล็กของห้องใต้ดิน “สตรีทุกคนปลอดภัยหรือไม่เจ้าคะ”“พวกเราอยู่นี่! ช่วยด้วย!” เสียงสะอื้นไห้ดังลอดขึ้นมาจากความมืดเบื้องล่างอ๋องหนุ่มก้าวอาด ๆ เข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าขุนนางโฉด นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ “แผนการของเจ้าจบสิ้นแล้ว นำตัวกบฏผู้นี้กลับไปชำระความต่อหน้าเบื้องพระพักตร์เดี๋ยวนี้”ณ ท้องพระโรงใหญ่ วังหลวงยามโฉ่วบรรยากาศหนักอึ้งดั่งขุนเขาตระหง่านทับ ฮ่องเต้เซียวจิ่งเฉิงประทับบนบัลลังก์มังกร พระพักตร์ถมึงทึงดุดัน เบื้องล่างมีเสนาบดีเสิ่นเหวินจิ้งถูกล่ามโซ่ตรวนคุกเข่าอยู่กลางโถง ขนาบข้างด้วยอ๋องเจิ้ง หลินเยว่ชิง และหลินเ

  • ลิขิตรักสังเวยบูชาสวรรค์   ตอนที่ 25 เลือกพี่สาว

    “ยิงพวกนางให้พรุน! สังหารฮ่องเต้และอ๋องเจิ้งให้สิ้นซาก!” สิ้นเสียงตวาดก้องของเสนาบดีเสิ่นเหวินจิ้ง ลูกธนูนับสิบดอกก็พุ่งทะยานแหวกอากาศลงมาจากแนวกำแพง หลินเยว่ชิงเบิกตากว้าง สองเท้าแข็งค้างอยู่กลางลานหินอ่อน ดวงตาทั้งสองหลับแน่นรอรับความเจ็บปวดทว่าแทนที่นางจะกรี๊ดร้องด้วยความเจ็บปวดจากลูกธนูทะลวงเนื้อหนัง กลับกลายเป็นเสียงกรีดร้องโหยหวนดังมาจากบนหลังคาตำหนักแทน“อ๊ากกก!”ร่างของพลธนูชุดดำร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นหินอ่อนทีละคน เบื้องหลังมือสังหารเหล่านั้นปรากฏเงาร่างขององครักษ์หน้ากากเหล็กนับสิบนายซึ่งดักซุ่มอยู่ก่อนแล้ว คมดาบเงาวับตวัดฟาดฟันศัตรูบนกำแพงจนล้มตายเกลื่อนกลาดเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้น ร่างสูงใหญ่ของเซียวจิ่งเหยียนพุ่งทะยานฝ่าสายฝนเข้ามา วงแขนแกร่งรวบเอวหลินเยว่ชิงและกระชากแขนหลินเยว่หลันให้ถอยร่นกลับมาอยู่เบื้องหลังโล่ของทหารกองกำลังรักษาเมืองหลวง“ท่านอ๋อง!” เยว่ชิงลืมตาขึ้น ลมหายใจหอบเหนื่อย“ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าอย่าดื้อดึง” น้ำเสียงทุ้มดุดันตวาดลั่น นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ “หากองครักษ์เงาของข้าลงมือช้าเพียงก้านธูป เจ้าและพี่สาวคงกลายเป็นศพเฝ้าลานตำหนักไปแล้ว”“ข้าน้อยต้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status