Home / รักโบราณ / ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง / ตอนที่ 6 บุปผาซ่อนหนาม

Share

ตอนที่ 6 บุปผาซ่อนหนาม

last update Last Updated: 2026-01-08 13:12:36

การที่นางเข้าไปแทรกแซงเรื่องบิดา และเปลี่ยนที่พัก ทำให้จังหวะเวลาและความสัมพันธ์ของคนในวังเคลื่อนตามไปด้วย บัดนี้เหมือนคนตาบอดที่เดินอยู่ริมหน้าผา ไม่มีเข็มทิศแห่งอนาคตนำทางอีกต่อไป สิ่งเดียวที่พึ่งพาได้คือสติปัญญาของตนเอง!

“อันอัน...”

เสียงหวานหูที่นางเกลียดที่สุดดังขึ้น ซูเฟยเดินเข้ามาคล้องแขนนางอย่างสนิทสนม

“งานเลี้ยงน่าเบื่อนัก... เราไปเดินเล่นรับลมที่ศาลาริมน้ำกันเถิด ตรงนั้นเงียบสงบ เห็นพระจันทร์ชัดที่สุด”

มาแล้ว... กับดัก!

เหม่ยอันรู้ทันทีว่านี่คือหลุมพราง แต่นางไม่อาจปฏิเสธได้ในทันที หากทำตัวมีพิรุธ ศัตรูอาจเปลี่ยนแผนไปใช้วิธีที่นางคาดเดาไม่ได้

“แต่ข้า...”

“ไปเถอะนะ ถือว่าข้าขอร้อง” ซูเฟยบีบมือนางแน่น แววตาวิงวอน

“เมื่อครู่องค์ชายจิ้นแอบฝากความถึงข้า... ว่าพระองค์ไปรอเจ้าอยู่ที่นั่น มี ของขวัญ พิเศษอยากมอบให้เจ้าเป็นการส่วนตัว”

เหม่ยอันลอบถอนหายใจ... เอาเถอะ ในเมื่ออยากเล่นละคร ข้าก็จะเล่นด้วย

“ก็ได้” นางรับคำ แต่ก่อนจะเดินตามไป นางแอบส่งสัญญาณมือไพล่หลังให้ชุนเถาที่ยืนอยู่ห่างออกไป... สัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน

ศาลาริมน้ำตั้งอยู่ห่างไกลผู้คน แสงไฟสลัวรางและเสียงจิ้งหรีดเรไรทำให้บรรยากาศดูวังเวง ทันทีที่มาถึง ซูเฟยก็แสร้งทำเป็นมองหาบางอย่าง

“ตายจริง! ข้าลืมผ้าเช็ดหน้าไว้ที่พุ่มไม้เมื่อครู่... อันอันเจ้ารอข้าตรงนี้ประเดี๋ยวเดียวนะ ข้าจะรีบไปรีบมา”

ไม่รอคำตอบ ซูเฟยรีบสาวเท้าเดินหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว ทิ้งเหม่ยอันไว้เพียงลำพัง เหม่ยอันยืนนิ่ง มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในแขนเสื้อ กำด้ามปิ่นหยกเย็นเฉียบไว้แน่น ประสาทสัมผัสตื่นตัวถึงขีดสุด

แซ่ก... แซ่ก...

เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง ไม่ใช่เสียงฝีเท้าสตรี!

“แม่นางหลี่...”

เสียงห้าวห้วนดังขึ้น เหม่ยอันหันขวับไปพบกับร่างสูงใหญ่ขององครักษ์ผู้หนึ่ง ใบหน้าหยาบกร้าน แววตาวาวโรจน์ด้วยตัณหาและเจตนาชั่วร้าย

“เจ้าเป็นใคร! บังอาจล่วงล้ำเขตพระราชฐานชั้นในได้อย่างไร!”

นางตวาดถามเสียงแข็ง ถอยร่นรักษาระยะห่าง

“ข้าเป็นใครไม่สำคัญ... สำคัญเพียงคืนนี้ข้ามารับ ‘รางวัล’ ของข้า” มันแสยะยิ้มกว้างจนเห็นฟันเหลือง ก้าวสามขุมเข้ามา สายตาหยาบช้าโลมเลียไปทั่วร่างบอบบาง

“นายท่านบอกว่า... อยากแบ่งปัน ‘ของดี’ ให้ข้าได้ลิ้มลองดูบ้าง... หวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังนะแม่นางน้อย”

สารเลว!

ไม่ต้องเอ่ยชื่อ นางก็รู้ได้ทันทีว่า ‘เจ้านาย’ ที่มันพูดถึงคือผู้ใด... คนที่นางเคยรักสุดหัวใจ กลับเห็นนางเป็นเพียงสิ่งของที่ใช้ล่อใจลูกน้อง องครักษ์พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือนางอย่างรวดเร็ว แรงบีบมหาศาลทำให้เหม่ยอันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด

“ปล่อยข้า! ช่วยด้วย!” นางกรีดร้อง แสร้งทำเป็นหวาดกลัวเพื่อให้อีกฝ่ายตายใจ

“ร้องไปก็ไม่มีใครได้ยินหรอกแม่นาง...” มันหัวเราะร่วน ดึงร่างนางเข้าไปปะทะอกแกร่ง กลิ่นเหงื่อและกลิ่นสุราโชยมาแตะจมูก

“ยอมข้าดีๆ เถิด พรุ่งนี้เจ้าจะได้เป็นเมียองครักษ์ มิต้องทนเหงาเปล่าเปลี่ยวในวังหลังอีกต่อไป”

ชั่วพริบตานั้น เหม่ยอันพลันหยุดดิ้นรน แววตาที่เคยตื่นตระหนกแปรเปลี่ยนเป็นนิ่งสงบ... เยือกเย็นลึกล้ำดุจบ่อน้ำพันปี

“เมียองครักษ์กระนั้นหรือ...”

นางกระซิบเสียงแผ่วเบา องครักษ์ร่างยักษ์ชะงักกึกเมื่อสบสายตานั้น... มันมิใช่สายตาของเหยื่อที่กำลังหวาดกลัว แต่เป็นสายตาของเพชฌฆาต!

ฉึก!

เสียงโลหะแทงทะลุเนื้อดังขึ้นเบาๆ แต่ชัดเจนในความเงียบ

“อ๊ากกกกก!”

ชายร่างยักษ์ร้องโหยหวน ปล่อยมือนางทันทีและกุมท่อนแขนขวาที่มีเลือดพุ่งกระฉูด เหม่ยอันไม่ได้แทงสะเปะสะปะ... นางเล็งจุดชีพจรบนต้นแขนอย่างแม่นยำ ปิ่นหยกในมือนางบัดนี้ถูกย้อมด้วยสีแดงฉาน

“นัง... นังแพศยา! เจ้ากล้า...”

มันโกรธจนหน้ามืด คว้าดาบที่เอวหมายจะฟันนางให้ตายคามือ

เหม่ยอันถอยกรูดเตรียมวิ่งหนี...

ฟึ่บ!

เงาร่างสีน้ำเงินเข้มสายหนึ่งพุ่งลงมาจากหลังคาศาลา รวดเร็วปานสายฟ้าฟาด พัดด้ามจิ้วในมือสะบัดออก กระแทกเข้าที่ข้อมือองครักษ์จนดาบหลุดมือ

เคร้ง!

ก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว ชายหนุ่มผู้มาใหม่ก็เตะเข้าที่ยอดอกของคนร้ายอย่างจัง จนร่างใหญ่นั้นกระเด็นไปกระแทกเสาศาลา

“ใครบังอาจ” องครักษ์ตะโกนลั่น กุมหน้าอกด้วยความเจ็บปวด

ชายหนุ่มอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มค่อยๆ รวบพัดจีบลง ใบหน้าหล่อเหลาซีดเซียวภายใต้แสงจันทร์ดูงดงามดั่งเทพเซียนจำแลง ทว่าแววตานั้นกลับเยียบเย็นน่ากลัวยิ่งกว่ามารร้าย

 ‘ไป๋อวี้’ บุตรชายขี้โรคแห่งจวนเสนาบดีกรมโยธา...

“ทหารยามชั้นผู้น้อย... บังอาจแตะต้องว่าที่สนม โทษทัณฑ์ประหารเจ็ดชั่วโคตร เจ้าคงลืมเลือนไปแล้วกระมัง”

น้ำเสียงของเขาแผ่วเบา ไร้เรี่ยวแรง ทว่ากลับเปี่ยมด้วยอำนาจกดดันขุมหนึ่ง องครักษ์เมื่อเห็นใบหน้าผู้มาใหม่ชัดเจนก็หน้าซีดเผือด รีบเก็บดาบแล้ววิ่งหนีหายลับไปในความมืดประหนึ่งหนูสกปรกที่เจอพยัคฆ์ร้ายความเงียบกลับมาปกคลุมศาลาริมน้ำอีกครั้ง ไป๋อวี้ค่อยๆ หันกลับมามองเหม่ยอัน เหม่ยอันรีบซ่อนปิ่นเปื้อนเลือดไว้ด้านหลัง ลดกายลงด้วยท่าทีอ่อนช้อย

“ขอบคุณคุณชายไป๋ที่ช่วยชีวิต...”

“เจ้าแทงแม่นดีนี่...”

คำพูดเรียบๆ ของเขาทำให้นางชะงัก

ไป๋อวี้ก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตาเรียวรีดุจพญาหงส์จ้องมองเข้าไปในดวงตาของนาง... ไม่ใช่การมองด้วยความหลงใหล แต่เป็นการมองทะลุเปลือกนอก

“สตรีทั่วไปเมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้ มักจะร้องไห้จนสลบ...”

เขาเอียงคอเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มที่อ่านความหมายไม่ออก

“แต่เจ้า... นอกจากจะไม่ร้องไห้แล้ว มือที่กำปิ่นนั้นยังไม่สั่นแม้แต่น้อย”

เหม่ยอันเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แสร้งทำหน้าซื่อ

“ข้าน้อยเพียงแต่... ป้องกันตัวด้วยความตกใจเจ้าค่ะ”

“ตกใจกระนั้นหรือ...” ไป๋อวี้หัวเราะในลำคอเบาๆ

“แววตาของคนตื่นตระหนก... มิได้เยือกเย็นถึงเพียงนั้นหรอก แม่นางหลี่”

เขายื่นผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดให้นาง... สายตายังคงจับจ้องรอยโลหิตที่เปรอะเปื้อนบนปลายนิ้วเรียว

“เช็ดคราบเลือดออกเสียเถิด... ก่อนที่ผู้ใดจะล่วงรู้ว่า ‘บุปผางาม’ ดอกนี้... ซุกซ่อนหนามที่แหลมคมเพียงใดเอาไว้”

เหม่ยอันรับผ้ามาถือไว้ หัวใจเต้นระรัว... ไม่ใช่เพราะความรัก แต่เพราะความหวาดหวั่น

บุรุษผู้นี้... อันตราย!

เขาเห็นธาตุแท้ของนาง... และที่สำคัญ เขาดูเหมือนจะ ‘ชอบใจ’ ในสิ่งที่เห็นเสียด้วย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 7 ปีศาจในคราบเซียน

    หยดโลหิตอุ่นระอุที่เกาะพราวอยู่บนปลายปิ่นหยกขาว... เป็นเพียงประจักษ์พยานเดียวที่ตอกย้ำว่าเหตุการณ์นองเลือดเมื่อครู่ มิใช่เพียงภาพฝันอันเลือนรางวามเงียบสงัดแผ่เข้าปกคลุมศาลาริมน้ำอีกครา เหม่ยอันยืนนิ่งขึง พยายามข่มลมหายใจให้ราบเรียบ มือข้างที่กุมอาวุธสังหารสั่นระริก... มิใช่เพราะหวาดกลัว หากแต่เป็นเพราะเพลิงโทสะที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ภายในอกเบื้องหน้าของนาง... ‘ไป๋อวี้’ บุรุษชุดน้ำเงินเข้มยืนสงบนิ่ง แสงจันทร์สาดส่องกระทบใบหน้าซีดเซียวจนดูราวกับรูปสลักหยกขาวที่ไร้ชีวิต“ข้าน้อยหลี่เหม่ยอัน... ขอบคุณคุณชายที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ”นางยอบกายลงอย่างชดช้อย กิริยางดงามไร้ที่ติราวกับเมื่อครู่มิได้เพิ่งจ้วงแทงคนมาไป๋อวี้มิได้เอ่ยตอบในทันที เขาค่อยๆ สืบเท้าเข้ามา ท่วงท่าการเคลื่อนไหวช่างลื่นไหลและไร้เสียงดุจภูตพราย ผิดวิสัยคนป่วยกระเสาะกระแสะที่ร่ำลือกันทั่ววังหลวง เขาเดินวนรอบกายเหม่ยอันอย่างเชื่องช้า สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องสำรวจนางอย่างพินิจพิเคราะห์“น่าประทับใจยิ่ง...”สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ทว

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 6 บุปผาซ่อนหนาม

    การที่นางเข้าไปแทรกแซงเรื่องบิดา และเปลี่ยนที่พัก ทำให้จังหวะเวลาและความสัมพันธ์ของคนในวังเคลื่อนตามไปด้วย บัดนี้เหมือนคนตาบอดที่เดินอยู่ริมหน้าผา ไม่มีเข็มทิศแห่งอนาคตนำทางอีกต่อไป สิ่งเดียวที่พึ่งพาได้คือสติปัญญาของตนเอง!“อันอัน...”เสียงหวานหูที่นางเกลียดที่สุดดังขึ้น ซูเฟยเดินเข้ามาคล้องแขนนางอย่างสนิทสนม“งานเลี้ยงน่าเบื่อนัก... เราไปเดินเล่นรับลมที่ศาลาริมน้ำกันเถิด ตรงนั้นเงียบสงบ เห็นพระจันทร์ชัดที่สุด”มาแล้ว... กับดัก!เหม่ยอันรู้ทันทีว่านี่คือหลุมพราง แต่นางไม่อาจปฏิเสธได้ในทันที หากทำตัวมีพิรุธ ศัตรูอาจเปลี่ยนแผนไปใช้วิธีที่นางคาดเดาไม่ได้“แต่ข้า...”“ไปเถอะนะ ถือว่าข้าขอร้อง” ซูเฟยบีบมือนางแน่น แววตาวิงวอน“เมื่อครู่องค์ชายจิ้นแอบฝากความถึงข้า... ว่าพระองค์ไปรอเจ้าอยู่ที่นั่น มี ของขวัญ พิเศษอยากมอบให้เจ้าเป็นการส่วนตัว”เหม่ยอันลอบถอนหายใจ... เอาเถอะ ในเมื่ออยากเล่นละคร ข้าก็จะเล่นด้วย“ก็ได้” นางรับคำ แต่ก่อนจะเดินตามไป นางแอบส่งสัญญาณมือไพล่หลังให้ชุนเถาที่ยืนอยู่ห่างออกไป... สัญญาณขอความช่วย

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 5 คมมีดในรอยยิ้ม

    ราตรีแรกในวังหลวง... หนาวเหน็บยิ่งกว่าเหมันต์ฤดูใดที่นางเคยพานพบเรือนไป่เหอแม้จะตั้งปลีกวิเวก แต่กำแพงวังนั้นมีหู ประตูวังนั้นมีช่อง เสียงซุบซิบนินทาของเหล่านางกำนัลลอยตามลมมาเข้าหูเหม่ยอันเป็นระยะ“ได้ยินหรือไม่ สตรีสกุลหลี่ผู้นั้นช่างอวดดีนัก กล้าท้าทายมาม่าหลิวตั้งแต่วันแรก”“อ้างชื่อพระสนมเอกเสียใหญ่โต... คอยดูเถิด ปีกกล้าขาแข็งเช่นนี้จะอยู่ได้สักกี่น้ำ”เหม่ยอันนั่งนิ่งหน้าคันฉ่องทองเหลือง ปล่อยให้ชุนเถาสางเรือนผมที่เปียกชื้นให้อย่างเงียบงัน ถ้อยคำนินทาเหล่านั้นนางล้วนได้ยินสิ้น ทว่าดวงหน้ากลับเรียบเฉยดุจผิวน้ำไร้ระลอก... ชัยชนะย่อมต้องแลกมาด้วยราคาค่างวด การยืนเด่นเป็นเป้าสายตาย่อมดีกว่าการเป็นเพียงเบี้ยไร้ค่าให้ผู้อื่นชักใยนางจ้องมองเงาสะท้อนของตนเองในคันฉ่องทองเหลืองดรุณีน้อยวัยสิบเจ็ด... ผิวพรรณผุดผ่อง ดวงตากระจ่างใส แต่...วูบ!ทันใดนั้น เงาสะท้อนในคันฉ่องก็บิดเบี้ยว! ใบหน้าดรุณีแรกรุ่นแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าอาบโลหิต นัยน์ตาเบิกโพลงฉายแววอาฆาตโลหิตดำคล้ำทะลักออกจากริมฝีปาก สายตานั้นจ้องเขม็งมาที่นางดั

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 4 ถุงหอมปริศนาและเงาผู้หวนคืน

    ลานหน้าตำหนักคุนหนิง เต็มไปด้วยเหล่าสาวงามที่รอการคัดเลือก ‘มาม่าหลิว’ หัวหน้าขันทีฝ่ายในร่างท้วม ยืนถือบัญชีรายชื่อด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับ นางกวาดสายตามองเหม่ยอันหัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม“หลี่เหม่ยอัน... บุตรีเสนาบดีกรมพิธีการ” เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้น“เรือนว่างทางทิศใต้เต็มหมดแล้ว เหลือเพียง... เรือนจื่อเวย ทางทิศเหนือ เจ้าไปพักที่นั่นแล้วกัน”เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบทิศ เหล่านางกำนัลต่างรู้ดีว่า ‘เรือนจื่อเวย’ คือเรือนร้างที่ทรุดโทรม ห่างไกล และหนาวเหน็บที่สุดในวัง ซูเฟยแสร้งทำหน้าตกใจ“ตายจริง... เรือนจื่อเวยเชียวหรือ มาม่าหลิว พอจะมีที่อื่นหรือไม่ สหายข้าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง...”“กฎคือกฎ!” มาม่าหลิวตวาดเสียงแข็ง “หากไม่พอใจ ก็กลับบ้านไปเสีย!”เหม่ยอันมองละครลิงตรงหน้าด้วยความสมเพช ซูเฟยคงติดสินบนมาม่าหลิวไว้หนาพอสมควร เพื่อส่งนางไปตายอย่างช้าๆ ในเรือนร้างนั่นแต่เหม่ยอันคนเก่าตายไปแล้ว...นางก้าวออกมาข้างหน้า ไม่มีความหวาดกลัวในแววตา มีเพียงความนิ่งสงบดุจบ่อน้ำลึก“เรียนมาม่าหลิว ข้าน้อยมิบังอาจเกี่ยงงอนเรื่องที่พัก... เพียงแต่...” นางเว้นจังหวะ ชำเลืองมองไปทางซูเฟยเล็กน้อย แล้วลด

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 3 หน้ากากบุปผางาม

    บรรยากาศภายในห้องหนังสือพลันหนักอึ้ง ราวกับมีหินผานับพันชั่งกดทับลงบนบ่าของทุกคนจนแทบหายใจไม่ออก...เหม่ยอันยังคงคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าบิดา แผ่นหลังเหยียดตรง แม้ภายในใจจะเต้นรัวราวกองศึก แต่นางรู้ดีว่าวินาทีนี้คือเส้นด้ายบางๆ ที่กั้นขวางระหว่าง 'ความอยู่รอด' กับ 'หายนะ'“ของกำนัลจากแดนไกล...”เสนาบดีหลี่พึมพำแผ่วเบา สายตาจับจ้องบานประตูไม้สักที่ปิดสนิท ราวกับจะมองทะลุไปยังห่อผ้าไหมที่พ่อบ้านประคองรออยู่ด้านนอก“รับไว้เถิดเจ้าค่ะท่านพี่” ฮูหยินหลี่เอ่ยเสียงแผ่ว เจือความกังวล“ใต้เท้าเกามีน้ำใจไมตรี หากปฏิเสธจะเสียมารยาทต่อสหายเก่าได้...”“มิได้เจ้าค่ะ!”สุ้มเสียงของเหม่ยอันมิได้เกรี้ยวกราด ทว่าเย็นยะเยือกบาดลึกจนบิดามารดาต้องหันขวับมามอง นางเงยหน้าสบตาบิดา แววตาคู่สวยลึกล้ำเกินวัย“ท่านพ่อ... ท่านจำคำสอนสั่งก่อนสิ้นใจของท่านปู่ได้หรือไม่ ‘ทรัพย์ที่มิได้มาจากหยาดเหงื่อ มักเคลือบด้วยยาพิษ’ ...เมื่อครู่ ลูกมิได้เพียงแค่ฝันร้าย หากแต่ลูกเห็น... เห็นตราประทับสีดำทมิฬซุกซ่อนอยู่ภายใต้ทองคำเหล่านั้น มันคือตราประทับของศัตรู!เสนาบดีหลี่เจ้ากรมพิธีการชะงักกึก คำว่า ‘ตราศัตรู’ กระตุกต่อมระแวงของข

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 2 เดิมพันด้วยชีวิต

    “ชุนเถา... มาช่วยข้าผลัดเปลี่ยนอาภรณ์”น้ำเสียงของนางเยือกเย็น ทรงพลัง และเด็ดขาดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน“จะ... เจ้าค่ะ ชุดสีชมพูอ่อนที่เตรียมไว้...”“ไม่!” เหม่ยอันตวาดเสียงแข็ง นางจำได้แม่นยำว่าชุดนั้นซูเฟยเป็นผู้เลือกให้ เพื่อให้นางดูอ่อนแอและจืดชืดไร้ราศีในสายตาองค์ชายจิ้น“นำชุดสีน้ำเงินเข้มตัวนั้นมา... และมิต้องประทินโฉมให้มากความ ข้าจะไปพบท่านพ่อเดี๋ยวนี้”“แต่... ท่านเสนาบดีสั่งว่าห้ามรบกวน ท่านกำลังเตรียมตัว...”“ข้าบอกให้ทำ!”ชุนเถาสะดุ้งโหยง รีบลนลานหยิบเสื้อผ้าด้วยมือไม้ที่สั่นเทา นางไม่เคยเห็นคุณหนูเป็นเช่นนี้มาก่อน แววตาคู่นั้นลึกซึ้งราวมหาสมุทรที่ซ่อนคลื่นยักษ์เอาไว้เหม่ยอันผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลแผนการอย่างถี่ถ้วน หากนางบอกความจริงว่าย้อนเวลามา บิดาผู้ยึดมั่นในหลักการย่อมไม่มีทางเชื่อ และอาจมองว่านางเสียสติเพราะความกลัวต้องใช้วิธีอื่น... วิธีที่จะหยุดคนหัวรั้นอย่างบิดาได้นางก้าวเท้าออกจากเรือนพัก มุ่งหน้าไปยังห้องหนังสือใหญ่ของจวน ทุกย่างก้าวหนักแน่นมั่นคงดั่งขุนเขา บ่าวไพร่ที่เดินสวนทางต่างก้มหน้าหลบสายตาด้วยความยำเกรง รังสีอำมหิตบางอย่างที่แ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status