Beranda / รักโบราณ / ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง / ตอนที่ 6 บุปผาซ่อนหนาม

Share

ตอนที่ 6 บุปผาซ่อนหนาม

last update Tanggal publikasi: 2026-01-08 13:12:36

การที่นางเข้าไปแทรกแซงเรื่องบิดา และเปลี่ยนที่พัก ทำให้จังหวะเวลาและความสัมพันธ์ของคนในวังเคลื่อนตามไปด้วย บัดนี้เหมือนคนตาบอดที่เดินอยู่ริมหน้าผา ไม่มีเข็มทิศแห่งอนาคตนำทางอีกต่อไป สิ่งเดียวที่พึ่งพาได้คือสติปัญญาของตนเอง!

“อันอัน...”

เสียงหวานหูที่นางเกลียดที่สุดดังขึ้น ซูเฟยเดินเข้ามาคล้องแขนนางอย่างสนิทสนม

“งานเลี้ยงน่าเบื่อนัก... เราไปเดินเล่นรับลมที่ศาลาริมน้ำกันเถิด ตรงนั้นเงียบสงบ เห็นพระจันทร์ชัดที่สุด”

มาแล้ว... กับดัก!

เหม่ยอันรู้ทันทีว่านี่คือหลุมพราง แต่นางไม่อาจปฏิเสธได้ในทันที หากทำตัวมีพิรุธ ศัตรูอาจเปลี่ยนแผนไปใช้วิธีที่นางคาดเดาไม่ได้

“แต่ข้า...”

“ไปเถอะนะ ถือว่าข้าขอร้อง” ซูเฟยบีบมือนางแน่น แววตาวิงวอน

“เมื่อครู่องค์ชายจิ้นแอบฝากความถึงข้า... ว่าพระองค์ไปรอเจ้าอยู่ที่นั่น มี ของขวัญ พิเศษอยากมอบให้เจ้าเป็นการส่วนตัว”

เหม่ยอันลอบถอนหายใจ... เอาเถอะ ในเมื่ออยากเล่นละคร ข้าก็จะเล่นด้วย

“ก็ได้” นางรับคำ แต่ก่อนจะเดินตามไป นางแอบส่งสัญญาณมือไพล่หลังให้ชุนเถาที่ยืนอยู่ห่างออกไป... สัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน

ศาลาริมน้ำตั้งอยู่ห่างไกลผู้คน แสงไฟสลัวรางและเสียงจิ้งหรีดเรไรทำให้บรรยากาศดูวังเวง ทันทีที่มาถึง ซูเฟยก็แสร้งทำเป็นมองหาบางอย่าง

“ตายจริง! ข้าลืมผ้าเช็ดหน้าไว้ที่พุ่มไม้เมื่อครู่... อันอันเจ้ารอข้าตรงนี้ประเดี๋ยวเดียวนะ ข้าจะรีบไปรีบมา”

ไม่รอคำตอบ ซูเฟยรีบสาวเท้าเดินหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว ทิ้งเหม่ยอันไว้เพียงลำพัง เหม่ยอันยืนนิ่ง มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในแขนเสื้อ กำด้ามปิ่นหยกเย็นเฉียบไว้แน่น ประสาทสัมผัสตื่นตัวถึงขีดสุด

แซ่ก... แซ่ก...

เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง ไม่ใช่เสียงฝีเท้าสตรี!

“แม่นางหลี่...”

เสียงห้าวห้วนดังขึ้น เหม่ยอันหันขวับไปพบกับร่างสูงใหญ่ขององครักษ์ผู้หนึ่ง ใบหน้าหยาบกร้าน แววตาวาวโรจน์ด้วยตัณหาและเจตนาชั่วร้าย

“เจ้าเป็นใคร! บังอาจล่วงล้ำเขตพระราชฐานชั้นในได้อย่างไร!”

นางตวาดถามเสียงแข็ง ถอยร่นรักษาระยะห่าง

“ข้าเป็นใครไม่สำคัญ... สำคัญเพียงคืนนี้ข้ามารับ ‘รางวัล’ ของข้า” มันแสยะยิ้มกว้างจนเห็นฟันเหลือง ก้าวสามขุมเข้ามา สายตาหยาบช้าโลมเลียไปทั่วร่างบอบบาง

“นายท่านบอกว่า... อยากแบ่งปัน ‘ของดี’ ให้ข้าได้ลิ้มลองดูบ้าง... หวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังนะแม่นางน้อย”

สารเลว!

ไม่ต้องเอ่ยชื่อ นางก็รู้ได้ทันทีว่า ‘เจ้านาย’ ที่มันพูดถึงคือผู้ใด... คนที่นางเคยรักสุดหัวใจ กลับเห็นนางเป็นเพียงสิ่งของที่ใช้ล่อใจลูกน้อง องครักษ์พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือนางอย่างรวดเร็ว แรงบีบมหาศาลทำให้เหม่ยอันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด

“ปล่อยข้า! ช่วยด้วย!” นางกรีดร้อง แสร้งทำเป็นหวาดกลัวเพื่อให้อีกฝ่ายตายใจ

“ร้องไปก็ไม่มีใครได้ยินหรอกแม่นาง...” มันหัวเราะร่วน ดึงร่างนางเข้าไปปะทะอกแกร่ง กลิ่นเหงื่อและกลิ่นสุราโชยมาแตะจมูก

“ยอมข้าดีๆ เถิด พรุ่งนี้เจ้าจะได้เป็นเมียองครักษ์ มิต้องทนเหงาเปล่าเปลี่ยวในวังหลังอีกต่อไป”

ชั่วพริบตานั้น เหม่ยอันพลันหยุดดิ้นรน แววตาที่เคยตื่นตระหนกแปรเปลี่ยนเป็นนิ่งสงบ... เยือกเย็นลึกล้ำดุจบ่อน้ำพันปี

“เมียองครักษ์กระนั้นหรือ...”

นางกระซิบเสียงแผ่วเบา องครักษ์ร่างยักษ์ชะงักกึกเมื่อสบสายตานั้น... มันมิใช่สายตาของเหยื่อที่กำลังหวาดกลัว แต่เป็นสายตาของเพชฌฆาต!

ฉึก!

เสียงโลหะแทงทะลุเนื้อดังขึ้นเบาๆ แต่ชัดเจนในความเงียบ

“อ๊ากกกกก!”

ชายร่างยักษ์ร้องโหยหวน ปล่อยมือนางทันทีและกุมท่อนแขนขวาที่มีเลือดพุ่งกระฉูด เหม่ยอันไม่ได้แทงสะเปะสะปะ... นางเล็งจุดชีพจรบนต้นแขนอย่างแม่นยำ ปิ่นหยกในมือนางบัดนี้ถูกย้อมด้วยสีแดงฉาน

“นัง... นังแพศยา! เจ้ากล้า...”

มันโกรธจนหน้ามืด คว้าดาบที่เอวหมายจะฟันนางให้ตายคามือ

เหม่ยอันถอยกรูดเตรียมวิ่งหนี...

ฟึ่บ!

เงาร่างสีน้ำเงินเข้มสายหนึ่งพุ่งลงมาจากหลังคาศาลา รวดเร็วปานสายฟ้าฟาด พัดด้ามจิ้วในมือสะบัดออก กระแทกเข้าที่ข้อมือองครักษ์จนดาบหลุดมือ

เคร้ง!

ก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว ชายหนุ่มผู้มาใหม่ก็เตะเข้าที่ยอดอกของคนร้ายอย่างจัง จนร่างใหญ่นั้นกระเด็นไปกระแทกเสาศาลา

“ใครบังอาจ” องครักษ์ตะโกนลั่น กุมหน้าอกด้วยความเจ็บปวด

ชายหนุ่มอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มค่อยๆ รวบพัดจีบลง ใบหน้าหล่อเหลาซีดเซียวภายใต้แสงจันทร์ดูงดงามดั่งเทพเซียนจำแลง ทว่าแววตานั้นกลับเยียบเย็นน่ากลัวยิ่งกว่ามารร้าย

 ‘ไป๋อวี้’ บุตรชายขี้โรคแห่งจวนเสนาบดีกรมโยธา...

“ทหารยามชั้นผู้น้อย... บังอาจแตะต้องว่าที่สนม โทษทัณฑ์ประหารเจ็ดชั่วโคตร เจ้าคงลืมเลือนไปแล้วกระมัง”

น้ำเสียงของเขาแผ่วเบา ไร้เรี่ยวแรง ทว่ากลับเปี่ยมด้วยอำนาจกดดันขุมหนึ่ง องครักษ์เมื่อเห็นใบหน้าผู้มาใหม่ชัดเจนก็หน้าซีดเผือด รีบเก็บดาบแล้ววิ่งหนีหายลับไปในความมืดประหนึ่งหนูสกปรกที่เจอพยัคฆ์ร้ายความเงียบกลับมาปกคลุมศาลาริมน้ำอีกครั้ง ไป๋อวี้ค่อยๆ หันกลับมามองเหม่ยอัน เหม่ยอันรีบซ่อนปิ่นเปื้อนเลือดไว้ด้านหลัง ลดกายลงด้วยท่าทีอ่อนช้อย

“ขอบคุณคุณชายไป๋ที่ช่วยชีวิต...”

“เจ้าแทงแม่นดีนี่...”

คำพูดเรียบๆ ของเขาทำให้นางชะงัก

ไป๋อวี้ก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตาเรียวรีดุจพญาหงส์จ้องมองเข้าไปในดวงตาของนาง... ไม่ใช่การมองด้วยความหลงใหล แต่เป็นการมองทะลุเปลือกนอก

“สตรีทั่วไปเมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้ มักจะร้องไห้จนสลบ...”

เขาเอียงคอเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มที่อ่านความหมายไม่ออก

“แต่เจ้า... นอกจากจะไม่ร้องไห้แล้ว มือที่กำปิ่นนั้นยังไม่สั่นแม้แต่น้อย”

เหม่ยอันเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แสร้งทำหน้าซื่อ

“ข้าน้อยเพียงแต่... ป้องกันตัวด้วยความตกใจเจ้าค่ะ”

“ตกใจกระนั้นหรือ...” ไป๋อวี้หัวเราะในลำคอเบาๆ

“แววตาของคนตื่นตระหนก... มิได้เยือกเย็นถึงเพียงนั้นหรอก แม่นางหลี่”

เขายื่นผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดให้นาง... สายตายังคงจับจ้องรอยโลหิตที่เปรอะเปื้อนบนปลายนิ้วเรียว

“เช็ดคราบเลือดออกเสียเถิด... ก่อนที่ผู้ใดจะล่วงรู้ว่า ‘บุปผางาม’ ดอกนี้... ซุกซ่อนหนามที่แหลมคมเพียงใดเอาไว้”

เหม่ยอันรับผ้ามาถือไว้ หัวใจเต้นระรัว... ไม่ใช่เพราะความรัก แต่เพราะความหวาดหวั่น

บุรุษผู้นี้... อันตราย!

เขาเห็นธาตุแท้ของนาง... และที่สำคัญ เขาดูเหมือนจะ ‘ชอบใจ’ ในสิ่งที่เห็นเสียด้วย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 85 (อวสาน) ใต้ร่มเงาพยัคฆ์และมังกร

    สิบเหมันต์ผันผ่าน ดั่งสายน้ำไหลหลากมิหวนคืน ต้นท้อหน้าตำหนักที่เคยเป็นเพียงกล้าไม้ บัดนี้แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาครึ้ม รากหยั่งลึกค้ำจุนแผ่นดินเฉกเช่นเดียวกับรากฐานแห่งราชวงศ์ณ ท้องพระโรงอันวิจิตร บรรยากาศยามเช้าเต็มไปด้วยมนต์ขลัง บนบัลลังก์มังกรทองคำ บุรุษหนุ่มวัยสิบเจ็ดชันษาในฉลองพระองค์สีเหลืองทองปักลายมังกรห้าเล็บ ประทับนั่งด้วยท่วงท่าสง่างาม พระพักตร์คมคายฉายแววปรีชาชาญ แฝงความเมตตาดุจน้ำทิพย์ชโลมใจ... ฮ่องเต้หยางเฟย มังกรหนุ่มผู้ปีกกล้าขาแข็งได้เติบโตขึ้นเป็นกษัตริย์ที่สมบูรณ์แบบแล้วม่านไม้ฉลุลายหงส์หลังบัลลังก์ถูกเลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยร่างของ องค์หญิงเจาหยาง แม้กาลเวลาจะฝากรอยริ้วรอยไว้บนใบหน้า แต่ความงามสง่าดุจนางพญามิเคยเสื่อมคลาย “ทูลฝ่าบาท...” พระนางก้าวออกมาถวายบังคม“บัดนี้ พระองค์เพียบพร้อมด้วยวัยวุฒิและคุณวุฒิ หน้าที่ผู้สำเร็จราชการของหม่อมฉัน ได้สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์แล้วเพคะ”พระนางประคองตราหยกขาวคืนแด่ฮ่องเต้หนุ่ม“ขอพระองค์ทรงปกครองแผ่นดินด้วยธรรม... หม่อมฉันขอทูลลาไ

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 84 รอยสิเน่หาและฟ้าใหม่

    “พี่คิดถึงเจ้า...คิดถึงแทบขาดใจ”ริมฝีปากอุ่นจัดประทับลงบนเรียวปากอิ่ม มอบจุมพิตที่อ่อนหวานทว่าลึกซึ้งดูดดื่ม อาภรณ์ถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นอย่างแช่มช้า เผยผิวขาวผ่องดั่งหยกเนื้อดีสะท้อนแสงเทียน เขาก้มลงพรมจูบไปทั่วเรือนร่าง สร้างรอยตราความเป็นเจ้าของสีกุหลาบจางๆ บนผิวเนียน"เหม่ยอัน..." เสียงกระซิบของเขาแหบพร่า ชิดริมหู"พี่คิดถึงเจ้า... คิดถึงแทบขาดใจ"เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายเฉพาะตัวของนางอย่างหิวกระหาย ก่อนจะพรมจูบไล่ลงมาตามลาดไหล่และเนินอกอิ่ม สร้างรอยตราสีกุหลาบจางๆ ไว้เป็นหลักฐานแห่งความเป็นเจ้าของ เหม่ยอันเผลอไผลไปกับสัมผัสที่ทั้งเร่าร้อนและอ่อนโยน นางแอ่นกายรับสัมผัส ปล่อยเสียงครางแผ่วเบาในลำคอเมื่อมือหนาของเขาลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างอย่างรู้ใจไป๋อวี้ปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนออก เผยให้เห็นแผงอกกว้างและมัดกล้ามเนื้อที่ตึงแน่นจากการกรำศึก เขาทาบทับลงมาอีกครั้ง ผิวเนื้อที่เปลือยเปล่าสัมผัสกัน ก่อให้เกิดความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย"พี่จะมอบความอบอุ่นให้เจ้าเอง..."มือหนาเลื่อนต่ำลงมาสัมผัส

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 83 ยุคทอง

    สายลมบูรพาพัดหวนคืน นำพาไออุ่นแห่งวสันตฤดูมาเยือนแผ่นดินต้าเยี่ยนกลีบดอกท้อปลิวว่อนไปทั่วหุบเขา ส่งกลิ่นหอมจรุงใจกลบกลิ่นคาวเลือดที่เคยคละคลุ้ง สามเดือนในยามสงคราม ยาวนานดั่งสามชั่วอายุคนสำหรับผู้รอคอย ในที่สุด ธงทิวสีแดงชาดก็โบกสะบัดเหนือประตูเมือง ประกาศชัยชนะของ'ทัพพยัคฆ์'ที่กึกก้องไปทั่วหล้าบนกำแพงเมืองสูงตระหง่าน เหม่ยอันในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ขลิบทองยืนสงบนิ่ง ชายเสื้อสะบัดพลิ้วตามแรงลม สายตาจับจ้องเส้นขอบฟ้าที่ไกลลิบ“มาแล้วเจ้าค่ะ...” ชุนเถาตะโกนด้วยความตื่นเต้น“ธงพยัคฆ์...พวกเขากลับมาแล้ว”ที่ปลายสุดของเส้นทาง กองทัพม้าศึกนับหมื่นปรากฏกายขึ้นดั่งคลื่นทะเลสีดำทะมึน ฝุ่นตลบอบอวลมิอาจบดบังบารมีของแม่ทัพผู้เกรียงไกรไป๋อวี้ในชุดเกราะเงินยวงสะท้อนแสงตะวันเจิดจ้า ควบอาชาสีนิลนำทัพเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผย ใบหน้าคมคายกรำแดดฝนดูดุดันขึ้นหลายส่วน ทว่าดวงตาสีนิลลึกล้ำคู่นั้น...ยังคงทอประกายอบอุ่นดั่งแสงแรกของวัน ยามสบประสานกับดวงตาของนางเขาชักม้าหยุดที่หน้าประตูเมื

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 82 นางพญาคู่บัลลังก์

    ไฟสงครามชายแดนเหนือโหมกระหน่ำรุนแรงดั่งเพลิงโลกันตร์ กองทัพม้าเผ่าเป่ยเยี่ยนเชี่ยวชาญภูมิประเทศทุ่งหญ้าดุจปีศาจลม ทำให้ทัพต้าเยี่ยนต้องเผชิญศึกหนักที่ยืดเยื้อ ทว่าภายในกำแพงเมืองหลวง แม้ไร้เสียงดาบปะทะ... แต่ 'ศึกปากท้อง' และ 'ศึกความมั่นคง' กลับรดต้นคอผู้คนมิแพ้กันเมื่อแม่ทัพใหญ่อย่างไป๋อวี้ต้องออกศึกค้ำจุนแผ่นดิน ภาระหนักอึ้งในการพยุงเสาหลักของเมืองหลวง จึงตกอยู่บนบ่าบอบบางของ ฮูหยินตราตั้งหลี่เหม่ยอันเหม่ยอันนั่งสงบนิ่งบนเก้าอี้ไม้สลักลายหงส์กลางโถงว่าราชการ อาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายหงส์ทองขับเน้นสง่าราศี เบื้องหน้าคือกองบัญชีและฎีกาที่กองพะเนิน“ฮูหยินขอรับ...” หัวหน้ากรมพาณิชย์ก้าวเข้ามารายงานด้วยสีหน้ากังวล“ราคาข้าวสารและเกลือพุ่งสูงสามเท่า พ่อค้าอ้างสงครามทำให้ขนส่งยากลำบาก ราษฎรเริ่มอดอยากและก่อจลาจลแล้วขอรับ”เหม่ยอันจรดพู่กันค้างไว้ นัยน์ตาหงส์ตวัดมองคมกริบ“ขนส่งลำบากเยี่ยงนั้นหรือ เส้นทางเสบียงหลักอยู่ทิศทักษิณ สงครามอยู่ทิศอุดร... มันจะลำบากได้อย่างไร”นางวางพู่กันลงเสียงหนัก เดินไปหยุดหน้าแผนที่เมืองหลวง“พวกเหลือบไรแผ่นดิน... ฉวยโอกาสขูดเลือดเนื้อราษฎรยามบ้านเมืองมีภัย”

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 81 กลองศึกบรรเลง

    เขาเชยคางนางขึ้น ประทับจูบดูดดื่มลงบนริมฝีปาก เป็นจูบที่ผนึกวิญญาณสองดวงให้หลอมรวมเป็นหนึ่ง ไป๋อวี้อุ้มนางวางลงบนเตียงกว้าง วางนางลงอย่างทะนุถนอม ม่านมุ้งสีแดงถูกปลดลง“คืนนี้... เจ้าเป็นของพี่ และพี่เป็นของเจ้า... ตราบชั่วลมหายใจ”ค่ำคืนแห่งมงคลฤกษ์ดำเนินไปอย่างหอมหวานและเร่าร้อนดั่งไฟสุมขอน เสียงกระซิบรักดังก้องท่ามกลางเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ไป๋อวี้บรรจงประทับจูบไล่ลงไปตามเรือนร่างบอบบางอย่างทะนุถนอมและโหยหา ราวกับต้องการสำรวจทุกตารางนิ้วของสตรีที่เขาเฝ้ารอมาข้ามภพข้ามชาติมือหนาค่อยๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายออกไปดุจการลอกกลีบบุปผา เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องดั่งหยกเนื้อดีที่สะท้อนแสงเทียนวูบไหว สัมผัสอุ่นร้อนลูบไล้ไปทั่วสรรพางค์กาย ปลุกเร้าให้ไฟปรารถนาลุกโชนปลายนิ้วเรียวยาวของเขาลากไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะแตะสัมผัสลงยังจุดอ่อนไหวที่สุด ปลุกเร้าให้เกสรดอกไม้ฉ่ำน้ำเพื่อเตรียมพร้อมรับการมาเยือน“อ๊า...” เสียงครางหวานหูเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบาง เมื่อความวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายไป๋อวี

  • ลิขิตรักหวนคืนวังหลัง   ตอนที่ 80 ความลับข้ามภพ

    เสียงประทัดกึกก้องกัมปนาทขับไล่ภยันตราย ท้องนภาเหนือวังหลวงถูกแต้มระบายด้วยสีแดงฉานจากโคมมงคลนับหมื่นที่ลอยล่องประหนึ่งดวงดาราบนพื้นพิภพ ขบวนรับเจ้าสาวทอดยาวดุจพญามังกรทองเลื้อยผ่านใจกลางนครหลวง กลีบบุปผาโปรยปรายลงมาจากระเบียงเรือนราษฎร ดั่งสายฝนทิพย์อำนวยพร วันนี้... ต้าเยี่ยนร่วมเฉลิมฉลองมงคลสมรสพระราชทานแห่งทศวรรษ ระหว่างอัครมหาเสนาบดี ไป๋อวี้ และฮูหยินตราตั้ง หลี่เหม่ยอันภายในเกี้ยวแปดคนหามที่โยกไหวแผ่วเบา เหม่ยอันลูบไล้อาภรณ์สีแดงเพลิงปักลาย 'หงส์คู่มังกร' ด้วยดิ้นทองคำบริสุทธิ์ ผ้าคลุมหน้าสีแดงชาดบดบังทัศนียภาพเบื้องหน้า ทว่ามิอาจปิดกั้นเสียงหัวใจที่เต้นระรัวดั่งกลองศึก“ถึงแล้วเจ้าค่ะ...”เสียงชุนเถากระซิบ เกี้ยวถูกวางลงอย่างนิ่มนวล ปลายม่านถูกเลิกขึ้น มือหนาที่แสนคุ้นเคยยื่นเข้ามา“เหม่ยอัน... พี่มารับเจ้าแล้ว”น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เปี่ยมด้วยความรักลึกซึ้ง ขับไล่ความประหม่าให้มลายสิ้น เหม่ยอันวางมือลงบนฝ่ามืออุ่นหนา สัมผัสนั้นแผ่ซ่านความมั่นคงเข้าสู่ดวงใจ ไป๋อวี้ในชุดมงคลสีแดงเข้มขับเน้นให้ดูสง่างามดุจเทพบุตรหยก ใบหน้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status